เมื่อเห็นซ่งหยางจินมีท่าทีอึกอักลับๆ ล่อๆ เจียงหยูก็เริ่มหมดความอดทน
เขาลูบท้องที่ร้องประท้วงเบาๆ ก่อนพูดเสียงห้วน
“อยากถามเรื่องเซี่ยซางซางก็พูดมาตรงๆ เถอะ เธอช่วยงานลุงของเธอ ส่วนฉันก็มาขายมันฝรั่ง ต่างคนต่างทำงาน
ไม่มีใครพูดถึงเรื่องของพวกนายเลย แล้วตกลงนายจะพูดอะไร?”
ซ่งหยางจินรีบหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อน
“เปล่า… ฉันแค่เห็นวันนั้นนายเดินออกไปด้วยสีหน้าไม่ดี เลยคิดว่านายยังโกรธฉันอยู่”
ความจริงแล้ว เขากลัวว่าเซี่ยซางซางจะพูดเรื่องของเขาให้เจียงหยูฟังต่างหาก
เจียงหยูเป็นคนชอบเข้าข้างคนอ่อนแอ เขาไม่อยากให้เพื่อนสนิทหันมาเป็นศัตรูเพราะผู้หญิงคนหนึ่ง
เจียงหยูมองเขานิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่ง ซ่งหยางจินเริ่มอยู่ไม่สุข “มี…มีอะไรเหรอ?”
“กลัวฉันโกรธใช่มั้ย?”
“อืม…”
เจียงหยูหัวเราะเยาะเบาๆ “นายกับเซี่ยซางซางมีเรื่องกันขนาดนี้
สิ่งที่ควรกังวลไม่ใช่ความรู้สึกของเธอหรือไง? ก่อนแต่งงานนายยังพูดอยู่เลยว่าเธอดีแค่ไหน
บอกพวกเราตั้งกี่ครั้งว่ารักแรกพบ ชาตินี้จะไม่แต่งกับใครนอกจากเธอ”
ซ่งหยางจินหน้าแข็งค้าง ค่อยๆ ก้มหน้าลง
คำพูดพวกนั้น เขาพูดเพื่อหลอกเซี่ยซางซางเท่านั้น
สำหรับเขา เธอไม่เคยเป็นมากกว่าฉากบังหน้า เป็นเพียงคนที่ควบคุมได้ง่าย
เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ตอบ เจียงหยูก็ไม่พูดต่อ เขาแค่นหัวเราะแล้วหันหลังจะเดินจากไป
ซ่งหยางจินรีบเรียกไว้ “เจียงหยู! ฉันมีเหตุผลนะ!”
เจียงหยูหยุดฝีเท้า แต่ไม่ได้หันกลับมา
“เหตุผลอะไร?”
ซ่งหยางจินกัดฟันแน่น เหตุผลของเขา…เขาพูดไม่ได้
แม้แต่กับเจียงหยู เพื่อนที่ไว้ใจที่สุด เขาก็พูดไม่ได้เช่นกัน
ถ้าพูดออกไป อีกฝ่ายอาจมองเขาเหมือนคนประหลาด หรือไม่ก็คิดว่าเขาเสียสติ
เพียงแค่คิด หัวใจของซ่งหยางจินก็ปวดบีบราวถูกมือที่มองไม่เห็นกำแน่น
สุดท้าย เขาทำได้เพียงแต่งเรื่องขึ้นมา “เรื่องเซียงหงนั่น ฉันไม่ได้มีอะไรกับเธอจริงๆ
เธอถูกผู้ชายคนอื่นหลอก ฉันแค่ช่วยเธอ เลยทำให้เซี่ยซางซางเข้าใจผิด”
เขาฝืนยิ้มอย่างจนปัญญา “เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว ฉันก็ไม่คิดจะแก้ตัวแล้ว แต่วันนี้ฉันมาขอให้นายช่วย”
เจียงหยูเลิกคิ้วเล็กน้อย “ว่ามา”
“ก่อนหมั้น ฉันเคยให้กำไลเซี่ยซางซางไว้ วงนั้นเป็นของตกทอดจากย่าของฉัน
เขาตั้งใจจะให้ลูกสะใภ้ นายเจอเธอทุกวันใช่ไหม ถ้ามีโอกาส…ช่วยเอาคืนมาให้ฉันที”
กำไล? เจียงหยูนึกถึงเซี่ยซางซางทันที
แม้ช่วงนี้จะทำงานอยู่ใกล้กัน แต่เขาไม่เคยจ้องผู้หญิงละเอียดขนาดนั้น จึงไม่รู้ว่าเธอสวมกำไลหรือไม่
ภาพดวงตาหวาดระแวงและท่าทางเย็นชาของเซี่ยซางซางผุดขึ้นมาในหัว ทำให้เขารู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
เขาขมวดคิ้วก่อนตอบเสียงเรียบ
“นายเป็นคนให้เอง ก็ไปขอคืนเองสิ ฉันเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว จะไปกินข้าว”
พูดจบ เขาก็เดินตรงไปยังบ้านตระกูลหวงทันที
ซ่งหยางจินมองแผ่นหลังของเขา สีหน้าค่อยๆ มืดลง มือกำแน่นอยู่ข้างลำตัว
เขามั่นใจว่าเซี่ยซางซางต้องพูดใส่ร้ายเขาต่อหน้าเจียงหยูแน่ ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายคงไม่เย็นชาใส่เขาขนาดนี้
ผู้หญิงคนนั้น…น่ารังเกียจจริงๆ
ทันทีที่เดินเข้าประตูบ้านตระกูลหวง เจียงหยูก็เรียกเสียงทุ้ม
“ป้าสอง” หวงชุนเอ๋อร์รีบเปิดม่านออกมายิ้มกว้าง “พี่เจียงหยู มาเร็ว! แม่รอทานข้าวพร้อมพี่ตั้งนานแล้ว”
ในบ้าน ครอบครัวหวงนั่งพร้อมหน้ากันหมดแล้ว หวงเทียนเทียนรีบตบเก้าอี้ข้างตัวเอง
“พี่เจียงหยู นั่งตรงนี้!”
“อืม”
ระหว่างกินข้าว ป้าหวงก็เริ่มเล่าเรื่องซุบซิบในหมู่บ้านตามปกติ
“วันนี้ฉันเห็นอู๋ชุยจูยืนร้องไห้อยู่หน้าบ้าน บอกทุกคนว่าตระกูลซ่งจะหาลูกสะใภ้ใหม่
คราวนี้จะให้สินสอดตั้งห้าร้อยหยวน บอกว่าจะล้างโชคร้าย”
หวงชุนเอ๋อร์หัวเราะเยาะ “ถ้าคนเขาไม่ชอบ ต่อให้ให้พันหยวนก็ไม่มีใครแต่ง แต่ถ้าชอบจริง ไม่ต้องมีสินสอดเขาก็ยอม”
ขณะพูด เธอก็แอบมองเจียงหยูอย่างเขินๆ
แต่เจียงหยูยังคงก้มหน้ากินข้าว สีหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่ได้ยิน
ป้าหวงรีบบ่นลูกสาว
“พูดจาอะไรแบบนั้น ธรรมเนียมก็ต้องเป็นธรรมเนียม ถึงเวลาลูกแต่งงาน แม่ก็ต้องเอาสินสอดตามสมควรเหมือนกัน”
“แม่…” หวงชุนเอ๋อร์หน้าแดง รีบก้มหน้ากินข้าวต่อ ไม่กล้าพูดอะไรอีก
หลังอาหาร หวงเทียนเทียนยังเกาะเจียงหยูไม่ยอมปล่อย จนป้าหวงดุให้ไปนอน
เมื่อเจียงหยูเดินออกจากบ้าน หวงชุนเอ๋อร์ก็รีบวิ่งตามมา
“พี่เจียงหยู!” เขาหยุดแล้วหันกลับไป
ในมือของหวงชุนเอ๋อร์มีแผ่นรองรองเท้าที่เย็บเองคู่หนึ่ง เธอยื่นมันออกไปด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
“หนูทำเองค่ะ อาจจะไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แต่หวังว่าพี่จะไม่รังเกียจ…”
เจียงหยูมองแผ่นรองเท้า ก่อนเหลือบมองไปทางประตูบ้านตระกูลหวง
จากนั้นจึงตอบเรียบๆ
“ฉันเป็นคนหยาบๆ ไม่จำเป็นต้องใช้ของพวกนี้ เอาไปให้คนที่เหมาะสมดีกว่า”
รอยยิ้มของหวงชุนเอ๋อร์ชะงักทันที
“พี่เจียงหยู…”
“ดึกแล้ว รีบเข้าบ้านเถอะ ฉันยังมีธุระ”
พูดจบ เขาก็เดินจากไปโดยไม่หันกลับมา
ข่าวเรื่องตระกูลซ่งจะให้สินสอดห้าร้อยหยวนเพื่อหาลูกสะใภ้ใหม่ แพร่ไปถึงหมู่บ้านเฟิงฉวนในเย็นวันเดียวกัน
หลังอาหารค่ำ ชาวบ้านต่างพากันนั่งรับลมใต้ต้นไม้ใหญ่ พลางพูดถึงเรื่องนี้อย่างออกรส
เซี่ยซางซางได้ยินเช่นกัน แต่ในใจกลับสงบนิ่ง
เธอรู้ดีว่าตระกูลซ่งกำลังพยายามรักษาหน้า และจงใจทำให้เธออับอาย
แต่น่าเสียดาย…ตอนนี้เธอไม่สนใจอีกแล้ว
เซี่ยซางซางถือเก้าอี้ที่ยืมมาจากบ้านลุงไปคืน พอวางเก้าอี้เสร็จกำลังจะกลับ ก็ได้ยินเสียงป้าของเธอกับเซี่ยลี่ลี่คุยกันอยู่หน้าบ้าน
“ตระกูลซ่งนี่รวยจริงๆ นะ สินสอดตั้งห้าร้อยหยวน งานแต่งในเมืองบางงานยังไม่ถึงเลย”
เซี่ยลี่ลี่พูดด้วยน้ำเสียงอิจฉา “นั่นสิ ถ้าเป็นฉันนะ…”
เธอชะงักทันทีเมื่อเงยหน้ามาเห็นเซี่ยซางซาง
ป้าเซี่ยยิ้มแห้งๆ พลางเปลี่ยนเรื่อง “ซางซาง มาคืนเก้าอี้เหรอ?”
“ค่ะ” เซี่ยซางซางพยักหน้าเบาๆ
ป้าเซี่ยมองฟ้าแล้วรีบพูด “ดูท่าฝนจะตก ฉันไปเก็บของก่อนนะ”
เมื่อป้าเซี่ยเดินออกไป บริเวณหน้าบ้านก็เหลือเพียงเซี่ยซางซางกับเซี่ยลี่ลี่
เซี่ยซางซางสูดหายใจลึกๆ ก่อนพูดเสียงเบา
“แค่ผู้ชายคนหนึ่งมีเงินห้าร้อยหยวน เธอก็ยอมมองข้ามเรื่องที่เขานอกใจได้งั้นเหรอ?
เซี่ยลี่ลี่ ผู้ชายแบบนั้น ต่อให้ทั้งโลกเหลือเขาคนเดียว ก็ไม่ควรแต่งด้วยมากที่สุด”
ความคิดที่แทงใจดำ ทำให้เซี่ยลี่ลี่หน้าแดงทันที เธอขึ้นเสียงทันควัน
“เธอพูดบ้าอะไร! ฉันว่าเธอต่างหากที่เสียสติไปแล้ว เอาแต่พูดว่าคนนั้นไม่ดี คนนี้มีชู้
รู้ไหมว่าตอนนี้ชื่อเสียงของเธอแย่ยิ่งกว่าซ่งหยางจินอีก! แล้วอีกอย่างฉันแก่กว่าเธอตั้งปีหนึ่ง เธอควรเรียกฉันว่าพี่สาวด้วย!”