ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ห่างจากเมืองหลวงนาเฉิงออกไป 40 กิโลเมตร เป็นพื้นที่เขตเกษตรกรรม ที่นั่นมีฟาร์มน้อยใหญ่นับร้อยแห่งตั้งเรียงรายอยู่ และตระกูลหยวนก็มีฟาร์มขนาดประมาณ 3,000 หหมู่ (ประมาณ 1,250 ไร่) อยู่ที่นั่นด้วยหนึ่งแห่ง
เดิมทีฟาร์มแห่งนั้นเป็นของชายชราแซ่ตู้ แต่คุณปู่ตู้ไม่มีลูกหลานและอาศัยอยู่ในนาเฉิงตัวคนเดียวมานานยี่สิบสามสิบปี สมัยที่เขายังมีชีวิตอยู่ เขาพักอยู่ไม่ไกลจากบ้านตระกูลหยวน และมักจะมาทานข้าวที่ร้านเอ้อพังเป็นประจำ นานวันเข้าจึงกลายเป็นเพื่อนต่างวัยกับคุณพ่อหยวน ยามปกติหากต้องการความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ เขาก็มักจะขอให้คุณพ่อหยวนและคุณแม่หยวนช่วย ซึ่งทั้งคู่ก็ยินดีช่วยเหลือเขาเสมอ
ดังนั้นเมื่อสิบปีก่อนตอนที่ท่านใกล้จะจากไป ท่านจึงทำสัญญาโอนสิทธิเช่าฟาร์มขนาด 3,000 หหมู่ให้แก่ตระกูลหยวนต่อหน้าเจ้าหน้าที่กงสุลและทนายความโดยไม่คิดเงินแม้แต่หยวนเดียว ส่วนบ้านยกให้เพื่อนบ้านที่สนิทกัน รถยนต์สองคันและของสะสมยกให้แม่บ้าน และเงินฝากทั้งหมดบริจาคให้แก่โรงเรียนชาวจีน
บนโต๊ะอาหาร...
คุณพ่อหยวนที่หนักกว่า 200 ชั่ง ใช้ตะเกียบกลางคีบอาหารให้หยวนเฉินพลางกล่าวว่า "อยากไปพักผ่อนที่ฟาร์มเหรอ? ก็ดีเหมือนกันนะ พรุ่งนี้เช้าต้าจงจะขับรถเอาเนื้อ ไข่ แล้วก็ผักมาส่ง นายก็นั่งรถกลับไปพร้อมเขาได้เลย"
คุณแม่หยวนทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทักท้วงออกมา
ตอนนี้คือปี ค.ศ. 2122 เทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์หลายอย่างก้าวหน้าไปมาก แม้ฟาร์มขนาด 3,000 หหมู่จะมีเพียงครอบครัวของอาตู้จงช่วยดูแล แต่เพราะมี "หุ่นยนต์การเกษตร" คอยช่วยสนับสนุน พวกเขาจึงไม่ได้เหนื่อยแรงจนเกินไปนัก นอกจากปลูกพืชไร่แล้ว ฟาร์มยังปลูกผักอีกหลายชนิด รวมถึงเลี้ยงไก่ เป็ด ห่าน หมู วัว และสัตว์ปีกอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อส่งวัตถุดิบสีเขียวปลอดสารพิษเกือบทั้งหมดให้แก่ร้านอาหารเอ้อพัง
พูดถึงเรื่องฟาร์ม คุณพ่อหยวนทานอาหารไปคำหนึ่งแล้วกล่าวต่อ "ถึงฟาร์มจะมีที่ดินตั้ง 3,000 หหมู่ แต่ช่วงไม่กี่ปีมานี้แทบจะขาดทุนทุกปี ปีที่แล้วไฟไหม้ครั้งใหญ่ทำเอาหุ่นยนต์พังไปหลายตัว พอสรุปยอดปลายปีปรากฏว่าขาดทุนไปตั้งแสนกว่าหยวน ฉันล่ะอยากจะปล่อยเช่าช่วงฟาร์มนั้นต่อให้คนอื่นจริงๆ"
คุณแม่หยวนเสริมว่า "ฟาร์มนั้นเป็นของรัฐบาล สัญญาเช่าเหลืออีกแค่ 6 ปีก็จะหมดแล้วใช่ไหม?"
"ใช่ เหลืออีก 6 ปีจะหมดสัญญา"
คุณแม่หยวนกล่าวอย่างแค้นเคือง "โอกามูระ ทาโร่ จ้องจะเช่าฟาร์มเราต่อในราคาถูกมาตลอด แต่บ้านเราไม่เคยตกลง ฉันล่ะสงสัยจริงๆ ว่าที่หุ่นยนต์ในฟาร์มโดนไฟไหม้จนต้องเสียเงินซ่อมบานตะไทเนี่ย ต้องเป็นฝีมือไอ้หมอนี่แน่ๆ!”
“ไอ้โอกามูระ มันมาเช่าฟาร์มทางทิศใต้ติดกับเราเมื่อ 3 ปีก่อน ตั้งแต่นั้นมาฟาร์มบ้านเราก็เปลี่ยนจากกำไรเป็นขาดทุนทันที ทั้งที่ก่อนมันจะมา ฟาร์มเราทำกำไรสุทธิได้อย่างน้อยปีละ 5 หมื่นหยวนเชียวนะ"
ก่อนโอกามูระ ทาโร่จะปรากฏตัว ฟาร์มทำกำไรมาตลอด แต่พอเขามา ฟาร์มก็เริ่มเกิดอุบัติเหตุและขาดทุนซ้ำซาก แถมเขายังพยายามจะขอเช่าฟาร์มต่อจากครอบครัวหยวนอีก—คิดยังไงโอกามูระ คนนี้ก็น่าสงสัยสุดๆ
คุณพ่อหยวนเองก็จนปัญญา ทุกอย่างต้องว่ากันด้วยหลักฐาน ทางสถานีตำรวจก็สืบสวนอะไรไม่ได้ ครอบครัวอาตู้จงที่เฝ้าฟาร์มก็ไม่มีหลักฐานเช่นกัน ส่วนคุณพ่อและคุณแม่หยวนก็ยุ่งอยู่กับกิจการร้านอาหารจนไม่มีเวลาปลีกตัวไปดู ดูเหมือนเรื่องนี้จะทำได้แค่ปล่อยให้มันค้างคาไปอย่างนั้น
หยวนเฉินและอู่น่าก็นั่งทานข้าวไปเงียบๆ หยวนเฉินจดจำคำพูดของพ่อแม่ไว้ในใจพลางคิดว่า
"โอกามูระ ทาโร่? ชื่อเหมือนคนญี่ปุ่นเลยแฮะ ช่วงไม่กี่ปีมานี้ผมมัวแต่ยุ่งกับการเรียน เลยไม่ได้สนใจสถานการณ์ที่ฟาร์มเลย"
หลังจากทานเสร็จ ทั้งหมดก็คุยกันครู่หนึ่งก่อนจะแยกย้ายกันขึ้นห้องไปพักผ่อน
ในห้องของคุณพ่อและคุณแม่หยวน...
นอกหน้าต่างแสงจันทร์นวลตาประดุจสายน้ำ แว่วเสียงจิ้งหรีดร้องระงมอยู่นอกกำแพง บรรยากาศเงียบสงบและเป็นสุข
ทั้งคู่นอนคุยกันบนเตียง
คุณแม่หยวนถอนหายใจ "พ่อมันเอ๊ย พ่อคิดว่าเสี่ยวเฉินกับเสี่ยวซินจะเลิกกันแบบนี้จริงๆ เหรอ? ตลอดทั้งวันนี้เสี่ยวเฉินดูใจลอยและมีเรื่องหนักใจตลอดเลย ฉันล่ะไม่กล้าถามเรื่องเขากับเสี่ยวซินเลยจริงๆ"
หยวนเฉินกับสวี่ซินและเพื่อนๆ คนอื่นโตมาด้วยกันจนกลายเป็นความรัก คุณพ่อคุณแม่หยวนพอใจในตัวสวี่ซินว่าที่ลูกสะใภ้คนนี้มาก แต่ว่าตอนนี้...
คุณพ่อหยวนเองก็จนใจ "พ่อแม่เสี่ยวซินขายบ้านไปหมดแล้ว ขนเงินกลับประเทศไปชัดเจนว่าคงไม่คิดจะกลับมาแอนนาอีกแล้วฉันก็ได้ยินมาว่าเสี่ยวซินมีน้าชายแท้ๆ ที่เป็นนักธุรกิจใหญ่ น้าเขาครองตัวเป็นโสดไม่มีลูก เลยรักเสี่ยวซินเหมือนลูกในไส้ ตอนนี้เห็นว่าหาคู่ครองที่เป็นลูกหลานมหาเศรษฐีเตรียมไว้ให้เสี่ยวซินแล้วด้วย เฮ้อ~"
พรึ่บ!
คุณแม่หยวนตกใจจนลุกขึ้นมานั่ง "พ่อไปฟังใครเขามาเนี่ย?"
"ก็เฒ่าเฝิงไงล่ะ เจ้านั่นมัน 'รู้ไปหมด' ข่าวทางเมืองจีนนี่รู้ดีเชียวล่ะ"
"งั้นก็เอาเถอะ... ให้ลูกไปอยู่ฟาร์มสักพักก็ดี จะได้ไปพักผ่อนหย่อนใจบ้าง"
อีกด้านหนึ่ง...
ภายในห้องนอนของหยวนเฉิน แสงไฟสว่างจ้า หยวนเฉินกำลังจ้องมองกระถางต้นคาบินดาที่เขายกเข้ามาในห้อง เพียงช่วงเวลาที่เขาลงไปทานข้าว กระถางต้นไม้ที่เคยแห้งเหี่ยวกลับกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ใบใหม่ผลิบาน ยอดอ่อนแตกตัว เปลือกเก่าหลุดร่วงและมีเปลือกใหม่ขึ้นมาแทนที่ ต้นคาบินดาทั้งต้นดูเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต ราวกับมีรัศมีสีเขียวส่องประกายออกมาจนสะดุดตา
"ดีจริงๆ บางทีเราอาจจะอาศัยวารีพิสุทธิ์นี้ หาเงินก้อนแรกในชีวิตมาให้ได้!" หยวนเฉินนั่งยองๆ หน้ากระถางพลางพึมพำกับตัวเอง เมื่อคืนเขาก็แทบไม่ได้นอน วันนี้ก็ดึกมากแล้ว หยวนเฉินหาวหวอดๆ หลายครั้งจนหนังตาเริ่มหนักอึ้ง เขาทนไม่ไหวจึงปิดไฟขึ้นเตียงนอน และไม่นานนักเสียงกรนเบาๆ ก็ดังขึ้น
สิ่งที่หยวนเฉินไม่รู้ก็คือ ในขณะที่เขาหลับไปนั้น ต้นคาบินดาสูงครึ่งเมตรบนพื้นห้องได้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง เปลือกต้นที่เป็นสีน้ำตาลเขียวเริ่มมีจุดสีแดงเล็กๆ ปรากฏขึ้นมาทีละจุด ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นจนเชื่อมต่อกันเป็นแผ่น จนผ่านไปหลายชั่วโมง กิ่งก้านทั้งหมดก็กลายเป็นสีแดงชาด—แผ่ซ่านความงามที่ดูแปลกประหลาดและเย้ายวนออกมา
เช้าวันรุ่งขึ้น...
หยวนเฉินลุกพรวดขึ้นจากเตียง ผ้าห่มเลื่อนหล่นเผยให้เห็นร่างกายที่กำยำและซิกแพ็กแปดก้อนที่เห็นรำไรในแสงยามเช้า ในฐานะนักว่ายน้ำระดับหัวกะทิของทีมมหาวิทยาลัยจื่อจิน หุ่นของเขาย่อมดีสุดๆ อยู่แล้ว
เขามองเห็นกระถางต้นไม้ที่วางอยู่บนพื้นทันที กิ่งก้านของต้นคาบินดาได้กลายเป็นสีแดงชาดไปโดยสมบูรณ์ ราวกับแกะสลักมาจากทับทิมน้ำงาม ส่วนใบแต่ละใบก็เขียวขจีสดใสราวกับหยกมรกตชั้นเลิศ
ช่างงดงามตระการตาและเพลินตาเหลือเกิน!
"นี่มัน... กลายพันธุ์เหรอ? นี่คือสุดยอดของต้นคาบินดา—'จูหงคาบินดา' (ต้นคาบินดาสีแดงชาด) นี่นา!" รูม่านตาของหยวนเฉินหดเกร็ง เขาถึงกับสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ
เขากระโจนลงจากเตียงโดยไม่ทันใส่รองเท้า วิ่งเท้าเปล่าไปที่หน้ากระถาง ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น ในชั่วขณะนั้นสิ่งที่เห็นตรงหน้าไม่ใช่แค่ต้นไม้ในกระถาง แต่มันคือต้นไม้ที่แกะสลักมาจากทองคำชัดๆ!
เหมือนมองเห็นภูเขาทองภูเขาเงินกำลังกวักมือเรียกเขา ราวกับว่าเขากำลังจะกลายเป็นมหาเศรษฐีและก้าวสู่จุดสูงสุดของชีวิตในไม่ช้า!
อย่างไรก็ตาม เขามีจิตใจที่แน่วแน่มั่นคงไม่ธรรมดา จึงสงบสติอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาหาข้อมูล แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านหน้าต่างลงบนแผ่นหลังกว้าง ทำให้สีผิวของเขาดูนวลตาขึ้น ข้างล่างแว่วเสียงพ่อแม่คุยกับลูกค้าอย่างสงบ มื้อเช้าเริ่มวางขายอย่างคึกคักแล้ว แต่ดูเหมือนพ่อแม่จะอยากให้หยวนเฉินนอนต่ออีกหน่อยเลยไม่มีใครขึ้นมาเรียกเขา
"ในข่าวโทรทัศน์บอกว่า เมื่อ 5 ปีก่อน ต้นคาบินดาสีแดงชาดสูง 60 เซนติเมตรในตลาดต้นไม้ ถูกประมูลไปในราคาสูงลิ่วถึง 5 หมื่นจินหยวน แต่ดูเหมือนต้นนั้นสีจะไม่เข้มเท่าต้นของผมนะ ยิ่งสีเข้มก็ยิ่งมีค่า"
เวลาผ่านไป...
สุดท้ายหยวนเฉินก็ไม่รู้จะตั้งราคาเจ้าต้นคาบินดาสีแดงชาดนี้เท่าไหร่ดี เลยตัดสินใจลองหยั่งเชิงในอินเทอร์เน็ตดู แชะ แชะ! เขาถ่ายรูปต้นไม้จากหลายๆ มุม แล้วโพสต์ลงในโซเชียลมีเดียที่ชื่อว่า "ทุยเย่"
พร้อมติดแฮชแท็กว่า #ต้นคาบินดาสีแดงชาดเกรดพรีเมียม #ขาย #บำรุงไต #เสริมความงาม
ตอนนี้คือปี 2122 ประเทศส่วนใหญ่บนโลกเข้าร่วม "สหพันธ์ดาวน้ำเงิน" และใช้เงินสกุลเดียวกัน ส่วนซอฟต์แวร์ "ทุยเย่" นี้ก็มีผู้ใช้กว้างขวางมาก เรียกได้ว่าใครที่เล่นเน็ตก็ต้องเป็นผู้ใช้ทุยเย่ทั้งนั้น พอโพสต์เสร็จ หยวนเฉินกำลังจะเก็บโทรศัพท์ ทันใดนั้นก็มีการแจ้งเตือนตอบกลับมาทันที เป็นเพื่อนรักหยางข่ายนั่นเอง
หยางข่าย "เชดดด พี่เฉินโคตรเทพ! ไปจิ๊กต้นคาบินดาสีแดงชาดมาจากไหนเนี่ย? รวยแล้ววว! ท่านเทพได้โปรดเลี้ยงดูผมด้วย!"
หยวนเฉิน "............"
"ดวงดีน่ะ ดวงดี... นายเข้าทำงานที่สถานีโทรทัศน์แล้วใช่ไหม? ช่วยทำข่าวโปรโมตให้หน่อยสิ จะได้ขายได้ราคาสูงๆ เดี๋ยวตอนนายแต่งงานกับหลี่น่า ผมจะใส่ซองก้อนโตให้เลย"
หยางข่าย "............"
"พี่เฉินพี่คิดไกลจัง ตอนนี้ผมยังนั่งรอสัมภาษณ์อยู่เลยเนี่ย..."
ทันใดนั้น...
ก็มีอีกคอมเมนต์หนึ่งปรากฏขึ้น
Andrew Blue Blue "เฮ้ยพี่ชาย~ 5 หมื่นหยวนขายไหม? ถ้าไม่ขายเดี๋ยวผมเพิ่มให้อีกนิด แต่ถ้าจะขายก็ถือว่าผมไม่ได้พูดก็แล้วกัน"
หยวนเฉินถึงกับหน้าเขียวทันที นี่มันไอ้บ้าที่ไหนโผล่มาล้อเขาเล่นเนี่ย?
เขาหาลังกระดาษมาใส่กระถางต้นคาบินดาสีแดงชาด ไม่นานหลังจากนั้น หยวนเฉินก็อุ้มลังกระดาษลงไปข้างล่างแล้วขึ้นไปนั่งบนรถกระบะตู้ทึบยี่ห้อ "ไป๋ต้าโกว" คนขับรถคือ "ต้าจง" ชายร่างใหญ่กำยำ ผิวหยาบกร้าน ดูซื่อสัตย์และเถรตรง เขาขับรถขนผักและเนื้อมาจากฟาร์ม และตอนนี้กำลังจะกลับฟาร์มจึงมารับหยวนเฉินไปด้วยพอดี
"พ่อครับ แม่ครับ พี่น่าน่า ไปก่อนนะ! ผมไปฟาร์มกับต้าจงแล้ว!"
"ไปเถอะลูก มื้อเช้ากินระหว่างทางนะ ถึงแล้วโทรมาบอกด้วย"
"อ้อ ครับผม!"
"ต้าจง ขับรถระวังๆ นะ!"
"ครับเจ้านาย!" ต้าจงยิ้มอย่างซื่อๆ ก่อนจะสตาร์ทรถ
บรื้นนนน~
รถขนส่งสีขาวคันเล็กแล่นไกลออกไป และค่อยๆ หายลับไปตรงหัวมุมถนน