เมื่อเห็นว่าเฮ่อชินชินเดินเข้ามาเพราะสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวทางนี้ สือเย่าก็รีบพูดกับสือเยี่ยนผิงว่า
“คุณป้า งั้นป้านั่งแท็กซี่กลับมาเถอะครับ ค่าแท็กซี่ผมออกให้”
“ฉันจะไปใช้แอปเรียกรถอะไรของพวกวัยรุ่นพวกนั้นเป็นได้ยังไง!” สือเยี่ยนผิงยังไม่ยอม
“ฉันไม่สน ยังไงก็จะให้แฟนแกเอารถมารับ”
เฮ่อชินชินรีบพูดใส่มือถือของสือเย่าทันที “คุณป้าคะ หนูไปรับได้ค่ะ!”
หลังผ่านเรื่องเช้านี้มา เธอไม่อยากนั่งขนส่งสาธารณะอีกแล้วจริงๆ เฮ่อชินชินหันไปบอกสือเย่า
“เดี๋ยวฉันโทรหาพี่ชาย ให้เขาส่งกุญแจรถมาให้ก็ได้ค่ะ”
“แบบนี้สิถึงจะถูก” คุณป้าของสือเย่าวางสาย
เฮ่อชินชินนึกถึงคำพูดของซือจิ่วอินในวันที่เธอวิ่งออกจากบ้านขึ้นมาอีกครั้ง แม่คงพูดด้วยอารมณ์สินะ?
ผ่านมาตั้งพักหนึ่งแล้ว คงหายโกรธแล้วมั้ง สือเย่าลูบแก้มเธออย่างสงสาร
“ชินชิน ลำบากเธอแล้ว ต้องไปเอ่ยปากกับพี่ชาย”
เฮ่อชินชินส่ายหน้า “ไม่เป็นไร พี่ชายฉันรักฉันที่สุดอยู่แล้ว”
“อีกอย่าง ครอบครัวของนายก็คือครอบครัวของฉัน”
ตอนพูดประโยคนี้ ใบหน้าเธอมีแววเขินอาย สือเย่าขูดจมูกเธอเบา ๆ จนเธอหน้าแดง รีบถอยออกไปสองก้าวแล้วโทรหาซือจิ้น เวลานั้นซือจิ้นกำลังอยู่ระหว่างทางไปรับหลีหาน พอได้รับสายจากเฮ่อชินชิน เขาคิดว่าเธอคงโทรมาขอโทษเรื่องข่าวเท็จ ผลคือพอรับสาย อีกฝ่ายกลับพูดว่า
“พี่คะ ส่งกุญแจรถมาให้ฉันหน่อยได้ไหม?”
“วันนี้ฉันเบียดรถไฟใต้ดิน...”
เฮ่อชินชินกำลังจะอ้อนขายความน่าสงสาร แต่ซือจิ้นตัดบททันที “ชินชิน ตอนนี้พี่ไม่ว่าง”
“อีกอย่าง แม่ขายรถปอร์เช่คันนั้นของเธอไปแล้ว”
เฮ่อชินชินร้องกรี๊ดอย่างเสียสติ “ขายรถฉันโดยไม่ขออนุญาตได้ยังไง?!”
ในใจเธอเริ่มตื่นตระหนกขึ้นมา เธอรีบอ้อนวอนว่า “พี่คะ พรุ่งนี้ฉันต้องไปรับคุณป้าคุณลุงของสือเย่า พี่ช่วยฉันหน่อยเถอะ!”
“ฉันรับปากพวกเขาไว้แล้วว่าจะไปรับที่สถานีรถไฟตอนตีสี่ครึ่ง”
พอได้ยินดังนั้น ซือจิ้นถึงกับนิ่งไป ตอนแรกเขาคิดว่าเธอขอรถเพราะมีธุระด่วน เช่น ต้องออกไปเก็บข่าว
ผลคือจะเอาไปไปรับลุงป้าของไอ้เด็กนักเลงคนนั้น ให้ตัวเองเป็นคนขับรถ แถมยังเป็นตอนตีสี่ครึ่งอีกต่างหาก เมื่อก่อนเฮ่อชินชินยังไม่เคยใส่ใจแม่หรือเขาขนาดนี้เลย ซือจิ้นเคยคิดมาตลอดว่าน้องสาวยังเด็ก ยังไม่รู้ความ แต่พอเอามาเทียบแบบนี้ ความรู้สึกมันกลับขมขื่นอย่างบอกไม่ถูก
เห็นซือจิ้นเงียบ เฮ่อชินชินจึงพูดต่อ “งั้นให้ผู้ช่วยเจียงขับรถมายบาคของพี่มาก็ได้!”
ตอนนี้ซือจิ้นแทบระเบิดความโกรธ ในที่สุดเขาก็เข้าใจความรู้สึกของแม่แล้ว น้องสาวจอมเอาแต่ใจที่เคยน่ารักคนนั้น ทำไมตอนนี้เขากลับมองไม่เข้าใจอีกต่อไป
“ผู้ช่วยเจียงเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของพี่ ไม่ใช่ของครอบครัวสือเย่า”
“เธอไปหาคนขับรถรับงานจากในเน็ตเอาเอง”
เป็นครั้งแรกที่ซือจิ้นวางสายเฮ่อชินชินก่อน
“พี่! พี่!” เฮ่อชินชินมองสายที่ถูกตัดด้วยสีหน้าตกตะลึง
“เขากล้าวางสายฉันก่อนได้ยังไง?!”
สือเย่าก็ไม่คิดว่าวันนี้ซือจิ้นจะเย็นชาขนาดนี้ งั้นต่อไปเขาจะยังส่งผลไม้สดกับอาหารมาให้อีกไหม?
“ชินชิน พี่ชายเธอคงโกรธที่ข่าวของเธอสร้างผลกระทบด้านลบให้บริษัทเขา”
สือเย่าดึงเธอเข้ามากอด “ฉันบอกแล้วว่า ที่เขาดีกับเธอเพราะมีจุดประสงค์”
“มีแค่ฉันเท่านั้นที่รักเธอโ ดยไม่มีเงื่อนไข”
“สือเย่า~~” หลังทั้งสองหวานใส่กันพักหนึ่ง เฮ่อชินชินก็ไปเช่ารถเบนซ์ GLE ทางอินเทอร์เน็ตไว้ไปรับคุณป้าของสือเย่า ดึกคืนนั้น เจ้าของรถนำรถมาส่งให้ ค่าเช่าห้าร้อย กับค่ามัดจำสองพัน เฮ่อชินชินรู้สึกว่าพอยอมรับได้
.................................................................................
เช้าวันถัดมา เวลาเก้าโมง รายการแสงแห่งประชุมเช้าตามปกติที่ร้านกาแฟเดิม ครั้งนี้เฮ่อชินชินไม่มาสาย
เพราะเธอตื่นตั้งแต่ตีสี่ ตอนนี้เธอนั่งอยู่ที่เดิมพร้อมรอยคล้ำใต้ตาและดวงตาแดงก่ำ สีหน้าเหม่อลอย
แฟนคลับคู่จิ้นของเฮ่อชินชินกับสือเย่าที่เห็นเธอโดนด่าจากข่าวเมื่อวาน ก็รีบออกมาแก้ต่างให้
【สภาพชินชินแย่ขนาดนี้ คงเสียใจเรื่องความผิดพลาดของตัวเองทั้งคืน ทุกคนอย่าด่าเธอเลย】
【สงสารพี่ชินชิน เรื่องนี้เป็นแผนของจินจิ่วจิ่วกับ MU ร่วมมือกัน คุณโดนหลอกเหมือนกัน เป็นเหยื่อเหมือนกันนะ】
【กอดชินชิน อย่าโทษตัวเองเลย】
【ดูท่าทางหลีหานสิ ได้ใจใหญ่เลย】
บางคนถึงขั้นมโนต่อเอง
【หรือทั้งหมดนี่จะเป็นแผนของหลีหาน? ตั้งแต่ตอนสายด่วนพี่โจว เธอก็คำนวณไว้หมดแล้ว!】
【ตั้งใจให้ชินชินได้ยินเรื่องจินจิ่วจิ่ว ใช้ความใจดีของชินชินหลอกให้เข้าไปช่วย แล้วค่อยพลิกเกมสวนกลับ หลีหานนั่งเก็บผลประโยชน์เฉย ๆ】
แต่คนมีสติก็ยังมี และสวนกลับพวกละครคุณธรรมทันที
【เฮ่อชินชินแย่งข่าวเอง ถ้าไม่แย่งจะมีเรื่องเหรอ?】
【พวกเธอเพ้อเกินไปแล้ว ถ้ามีปัญหาทางสมอง โรงพยาบาลจิตเวชไห่เฉิงยินดีต้อนรับ】
【หลีหานเป็นหมอดูหรือไง วางแผนได้เป๊ะขนาดนั้น!】
ในการประชุมเช้า เฉิงม่านประกาศว่า “ต้นฉบับข่าวที่เฮ่อชินชินเผยแพร่เมื่อวานบิดเบือนข้อเท็จจริง และก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบ ถือเป็นงานข่าวใช้การไม่ได้”
“หวังว่าทุกคนจะถือเป็นบทเรียน ทำข่าวด้วยความรอบคอบและเข้มงวด ไม่ใช่สร้างกระแสเพื่อปั่นอารมณ์ชาวเน็ต”
“จนถึงตอนนี้ นักข่าวรับเชิญทั้งห้าคนยังไม่มีใครส่งต้นฉบับข่าวอย่างเป็นทางการเลยสักคน”
“ทุกคนพยายามเข้า ประชุมเลิกได้”
พอได้ยินว่าไม่มีใครส่งข่าว หลินเช่อและคนอื่น ๆ ต่างมองหลีหานอย่างประหลาดใจ เกาห่วนหรงเป็นคนตรง คิดอะไรก็ถามทันที
“หลีหาน เมื่อวานเธอสืบเรื่องจินจิ่วจิ่วละเอียดมาก แถมหลักฐานในมือก็แน่น”
“งั้นเธอไม่น่าจะรีบปล่อยข่าวสวนกลับตอนกระแสกำลังแรงเหรอ?”
วันนี้เผยเย่ว์ยังแต่งตัวจัดจ้านเหมือนเดิม เขาพูดเสริมว่า “แล้วแถมด้วยข่าวพิธีกรไลฟ์ขายของของ MU เป็นลมอีก เรื่องนี้ยอดวิวระเบิดแน่”
เห็นทุกคนมองตนด้วยความสงสัย หลีหานจึงอธิบายว่า “พิธีกรคนนั้นไม่ต้องการได้รับความสนใจ เรื่องนี้ถ้าถูกเผยแพร่ออกไป จะยิ่งทำร้ายเธอซ้ำอีก”
เธอเป็นห่วงเสี่ยวหย่ามาก จึงขอให้ซือจิ่วอินช่วยสืบอาการกับโรงพยาบาลที่เสี่ยวหย่าอยู่ แล้วส่งอาหารเช้าไปให้ พร้อมถามความเห็นของเจ้าตัวด้วย
“เสี่ยวหย่าต้องการฟ้องร้องเพื่อปกป้องสิทธิของตัวเอง ฉันจะช่วยเธอฟ้อง MU ทางกฎหมาย”
“พวกคุณลองดูคอมเมนต์ในเน็ตสิ ไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นใจเธอ”
หลีหานเปิดข่าวการเป็นลมของเสี่ยวหย่าในไลฟ์ที่เพจการตลาดลงไว้ให้ทุกคนดู
คอมเมนต์ข้างใต้ชวนให้พูดไม่ออก
【ท้องแปดเดือนแล้วยังมาไลฟ์ขายของอีก อยากได้เงินจนบ้าไปแล้วหรือไง ไม่รับผิดชอบลูกตัวเองเลย】
【ถ้าเป็นฉันลาออกไปแล้ว จะมาทนอะไรแบบนี้? สมควรแล้วที่โดน】
【พวกพิธีกรขายของได้เงินเยอะจะตาย แถมหน้าตาดี แต่งกับเศรษฐีสักคนก็จบ】
【พูดดี ๆ หน่อย เสี่ยวหย่าเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว】
【งั้นเด็กคงเกิดจากไปมั่วกับผู้ชายมาแน่ ๆ พวกพิธีกรหลายคนชีวิตส่วนตัวมั่วมาก ดูเสื้อเปิดไหล่ที่ใส่ตอนท้องสิ แค่ดูก็รู้ว่าร่าน】
【ข้างบนเลิกเหม็นได้แล้ว สามีเธอตายเพราะอุบัติเหตุรถชน】
【โอ้โห พิธีกรคนนี้กินผัวนี่หว่า】
ทุกคนอ่านลงไป สีหน้ายิ่งน่าเกลียดขึ้นเรื่อย ๆ ยกเว้นเฮ่อชินชินที่ยังเหม่อลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
หลีหานพูดว่า “เสียงวิจารณ์มักมีมากกว่าเสียงที่เป็นมิตร”
เกาห่วนหรงดูคอมเมนต์แล้ววิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา
“เสี่ยวหย่าก็มีเหตุผลของเธอ ตอนนี้เธอก็ชดใช้กับทางเลือกของตัวเองแล้ว ขอเตือนชาวเน็ตหน้าจอทั้งหลายว่าเลิกถกกันได้แล้วว่าเธอผิดหรือไม่”
“เพราะพวกคุณไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เลยสักนิด ไม่มีค่าอะไรทั้งนั้น แต่ปากกลับพูดไม่หยุด”