บทที่ 163: ความลับเรื่องสีเขียว
เซี่ยเฉาจะพูดอะไรได้ เธอทำได้เพียงเปลี่ยนเรื่องคุยเท่านั้น
"คุณบอกว่าจะให้ฉันไปหาหมอไม่ใช่เหรอ จะไปเมื่อไหร่ล่ะคะ"
เดือนสิงหาคมผ่านพ้นไปแล้ว แต่ประจำเดือนของเธอก็ยังไม่มา เฉินจี้เป่ยจึงเอ่ยปากเรื่องพาเธอไปหาหมอขึ้นมาอีกครั้ง
ชายหนุ่มยังคงมองเนื้อเพลงแผ่นนั้นด้วยท่าทางครุ่นคิด เมื่อได้ยินดังนั้นเขาจึงตอบกลับมาว่า
"มะรืนนี้แล้วกัน มะรืนนี้โรงงานอาหารหยุดพอดี"
"งั้นแวะไปห้างสรรพสินค้าด้วยนะ จะได้ไปซื้อไหมพรม ฉันสังหรณ์ใจว่าอีกวันสองวันอากาศคงจะหนาวลงอีกแน่ๆ"
อากาศเริ่มเย็นลงแล้วจริงๆ หลังจากผ่านพ้นวันที่สิบห้าเดือนแปด ผ้าห่มขนหนูที่บ้านก็ถูกปลดระวาง เปลี่ยนกลับมาใช้ผ้าห่มนวมผืนเดิม
เซี่ยเฉามองดูเฉินจี้เป่ยนำผ้าห่มขนหนูที่เปลี่ยนออกมาไปแช่น้ำ พลางเอ่ยถามกลั้วหัวเราะ
"ตอนนั้นที่คุณยืนกรานจะซื้อมาแค่ผืนเดียว เป็นเพราะต้องการประหยัดเงินจริงๆ เหรอคะ"
เฉินจี้เป่ยไม่ได้ตอบอะไร แต่ใบหูของเขากลับแดงระเรื่อไปหมด
จากนั้นในคืนเดียวกัน ผู้ชายคนนี้ก็ทำตัวหน้าไม่อายเข้ามากอดเธออีกครั้ง โดยอ้างเหตุผลสวยหรูว่ากลัวเธอจะหนาว แม้จะโดนเธอถีบไปสองทีเขาก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ
พอเธอจะถีบซ้ำ ชายหนุ่มก็ตัดสินใจคว้าข้อเท้าของเธอเอาไว้ แล้วใช้ฝ่ามืออุ่นๆ กุมเท้าเล็กๆ ที่เย็นเฉียบของเธอเพื่อให้ความอบอุ่น การกระทำนั้นกลับทำให้เธอรู้สึกเขินอายขึ้นมาเสียเอง
วันที่ไปหาหมอ อากาศก็เย็นลงอย่างที่คิดไว้จริงๆ เซี่ยเฉาสวมเสื้อตัวบางเดินออกจากบ้านไปได้ไม่ทันไร ก็ต้องวนกลับมาใส่เสื้อทับเพิ่มอีกตัว
ทั้งสองคนเดินตามป้าเหอไปยังบ้านของคุณหมอท่านนั้น เฉินจี้เป่ยยังฉวยโอกาสตอนที่ป้าเหอเผลอ แอบจับมือเซี่ยเฉาเบาๆ
เซี่ยเฉาสะดุ้งตกใจ รีบหันไปมองข้างหน้าทันที
ทว่าเฉินจี้เป่ยกลับสัมผัสได้เพียงความเย็นเยียบจากฝ่ามือของเธอ เขาขมวดคิ้วกำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง ประตูบ้านข้างหน้าก็เปิดออกพอดี พร้อมกับร่างของคนคุ้นเคยที่ไม่ได้เจอกันนานเดินออกมา
คนคนนั้นเมื่อเห็นพวกเขาทั้งคู่ก็ดูตกใจไม่แพ้กัน แต่หลังจากความตกใจผ่านไป สิ่งที่ปรากฏชัดเจนคือความร้อนรนที่ปิดไม่มิด
เซี่ยเฉาไม่ได้เจอหยางเฉี่ยวอวิ๋นมาหลายเดือนแล้ว พูดตามตรงว่าอีกฝ่ายดูผอมลงไปถนัดตา
ตอนที่หยางเฉี่ยวอวิ๋นตั้งท้องและอยู่ไฟหลังคลอด เธอได้รับการดูแลอย่างดี แถมไม่ต้องเลี้ยงลูกเอง ตอนที่เซี่ยเฉาเจอเธอครั้งแรก ยังรู้สึกว่าอีกฝ่ายรูปร่างอวบอัดผิวพรรณเปล่งปลั่ง ดูสมบูรณ์กว่าเฉิงเหวินฮว่าที่เพิ่งออกจากเดือนอยู่ไฟตั้งไม่รู้กี่เท่า
แต่ตอนนี้คางของเธอแหลมตอบลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผอมลงหรือสภาพความเป็นอยู่เปลี่ยนไป พอมองดูแล้วโหนกแก้มสูงกับหางตาที่ชี้ขึ้น ทำให้หน้าตาดูดุร้ายชอบกล
แน่นอนว่าพอขาดการช่วยเหลือจุนเจือจากลู่เจ๋อถง ลำพังเงินเดือนของหลิวเถี่ยผิงคนเดียวต้องเลี้ยงดูคนตั้งหลายปากท้อง คุณภาพชีวิตย่อมตกลง การที่เธอจะผอมลงจึงเป็นเรื่องปกติ
แต่ที่ไม่ปกติคือแววตาตื่นตระหนกของหยางเฉี่ยวอวิ๋น พวกเธอไม่ได้ไปหาเรื่องอีกฝ่ายสักหน่อย จะร้อนรนไปทำไม
ยิ่งไปกว่านั้น ท่าทางของหยางเฉี่ยวอวิ๋นดูไม่เหมือนคนเพิ่งเดินออกมาจากบ้านคนอื่นตามปกติ แต่เหมือนถูกไล่ออกมาเสียมากกว่า สายตาของเธอฉายแววเกรี้ยวกราด เดิมทีเหมือนจะเคาะประตูซ้ำ แต่พอเห็นเฉินจี้เป่ยกับเซี่ยเฉา เธอก็รีบชักมือกลับ ถลึงตามองประตูบ้านบานใหญ่แวบหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
เซี่ยเฉาอดไม่ได้ที่จะหันไปมองเฉินจี้เป่ย
แต่เฉินจี้เป่ยกลับไม่สนใจหยางเฉี่ยวอวิ๋นเลยแม้แต่น้อย เขาเพียงพยักพเยิดหน้าไปทางประตูแล้วบอกว่า
"ถึงแล้ว"
เป็นอย่างที่คิด ป้าเหอเดินเข้าไปเคาะประตูบ้านหลังที่หยางเฉี่ยวอวิ๋นเพิ่งเดินออกมาเมื่อครู่นี้
"บอกแล้วไงว่าบ้านเราไม่มียาทำแท้ง จะตื๊อไปถึงไหนกัน"
เสียงผู้หญิงตะโกนออกมาจากด้านในด้วยความรำคาญ
ยาทำแท้ง?
เซี่ยเฉาสงสัยว่าตัวเองหูฝาดไปหรือเปล่า แม้แต่ป้าเหอก็ยังชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตะโกนตอบกลับไปว่า
"ชุนฮวา พ่อเธออยู่ไหม ฉันพาญาติมาหาหมอน่ะ"
"อ้าว ป้าเหอนี่เอง"
คนข้างในถึงยอมเดินมาเปิดประตู สีหน้าเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้ม
"พ่อฉันอยู่จ้ะ วันนี้ไม่ได้ขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพร"
ผู้หญิงคนนี้อายุราวสามสิบปี หน้าตาธรรมดา แต่ท่าทางดูทะมัดทะแมง ทันทีที่ประตูเปิดออก กลิ่นสมุนไพรจางๆ ก็ลอยโชยออกมา
ป้าเหอรีบพาพวกเขาทั้งสองเดินเข้าไป "อยู่ก็ดีแล้ว" จากนั้นจึงหันไปถามชุนฮวา "ยังมีคนมาขอยาทำแท้งที่บ้านเธออีกเหรอ"
ลานบ้านของชุนฮวาไม่ได้กว้างขวางนัก ทั้งบนหลังคาและในลานบ้านเต็มไปด้วยสมุนไพรที่ตากแดดไว้ โดยมีการแยกประเภทและจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ชุนฮวานั่งลงบนม้านั่งและเริ่มใช้เท้าบดยาต่อ เมื่อได้ยินคำถามก็ตอบด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์นัก
"มาสองรอบแล้ว ตื๊อไม่เลิก จะให้พ่อฉันจัดยาให้ได้เลย"
"ยาทำแท้งมันกินกันง่ายๆ ที่ไหนล่ะ" ป้าเหอเปรยขึ้น
"นั่นสิ เกิดพลาดขึ้นมาถึงตายเชียวนะ บ้านเราเป็นหมอรักษาคน ไม่รับทำงานสกปรกแบบนั้นหรอก"
ป้าเหอเดินเข้าไปด้านในพลางพูดคุยไปด้วย เซี่ยเฉาที่เดินตามอยู่ด้านหลังได้ยินบทสนทนาทั้งหมด รู้สึกเหมือนได้รับข้อมูลมหาศาลจนต้องขอเวลาตั้งสติสักครู่
ฟังจากความหมายเมื่อกี้ แสดงว่าหยางเฉี่ยวอวิ๋นมาขอยาทำแท้งงั้นเหรอ หล่อนจะเอายาไปทำไม? เอาไปให้ใครกิน?
คงไม่ใช่เอาไปกินเองหรอกนะ!
ถึงแม้ผู้หญิงบางคนจะมีลูกหัวปีท้ายปี พอออกจากเดือนก็มีประจำเดือนทันที หรือท้องทั้งที่ยังให้นมลูกอยู่ก็มีถมไป อย่างแม่ของฮ่องเต้เจียชิ่งในราชวงศ์ชิงก็มีลูกปีละคน
แต่ประเด็นคือหลิวต้าจวินโดนตอนกลายเป็นขันทีไปแล้วนี่นา แล้วเด็กในท้องจะโผล่มาจากไหนได้?
ความลับสุดยอดกระแทกหน้าเข้าอย่างจัง ราวกับมีลมหนาวพัดผ่าน ในหูของเซี่ยเฉาแว่วเสียงเพลง 'ทุ่งหญ้าฮูหลุนเป้ยเอ่อร์' ดังก้องกังวานขึ้นมาทันที
"ระวังธรณีประตู"
เฉินจี้เป่ยที่เดินอยู่ข้างๆ เอ่ยเตือน พอเห็นเธอเหม่อลอยก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
"คิดอะไรอยู่"
"คิดว่าสีของหมวกใบนี้นี่มันเขียวสดใสจริงๆ" เซี่ยเฉาพึมพำเบาๆ ก่อนจะก้าวข้ามธรณีประตูเข้าไป
คุณหมออาวุโสที่ป้าเหอแนะนำอายุประมาณหกสิบกว่าปี รูปร่างผอมแห้งแต่ดูแข็งแรงกระฉับกระเฉง ตรงตามภาพลักษณ์ของแพทย์แผนจีนผู้ทรงภูมิทุกประการ อายุขนาดนี้ยังขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรไหว ร่างกายจะไม่แข็งแรงได้ยังไง
ทว่าสิ่งที่ต่างจากจินตนาการของเซี่ยเฉาคือ การตรวจรักษาของคุณหมอท่านนี้ดูเรียบง่ายและเป็นกันเองมาก ไม่มีคำพูดหรูหราจำพวก 'ไฟธาตุส่วนบนกำเริบ ความเย็นคั่งค้างส่วนล่าง' หรือคำศัพท์วิชาการฟังยากที่ทำให้คนไข้รู้สึกเลื่อมใสว่าเก่งกาจอะไรเทือกนั้น
คุณหมอจับชีพจร ดูลิ้น และซักถามอาการอีกไม่กี่คำ ก็สรุปว่าเธอมีอาการเลือดลมพร่อง ร่างกายอ่อนแอ แต่ไม่ได้เป็นโรคร้ายแรงอะไร
"ไม่เป็นไรจริงเหรอครับ"
สีหน้าของเฉินจี้เป่ยเคร่งเครียดตั้งเดินเข้ามา
"เมื่อก่อนเธอเคยได้รับสารพิษจากยาฆ่าแมลงโดยไม่ตั้งใจ"
"ปริมาณไม่มาก ขับออกไปหมดนานแล้ว แค่พื้นฐานร่างกายมีความเย็นสะสมอยู่บ้าง"
ยุคข้าวยากหมากแพงสามปีเพิ่งผ่านพ้นไป คุณหมอเจอคนไข้ที่ร่างกายทรุดโทรมแบบเซี่ยเฉามาเยอะแล้ว
"อาการแบบเธอไม่ต้องกินยาก็ได้ กลับไปหาของดีๆ กินบำรุงหน่อย ถ้ามีกำลังทรัพย์ก็ตุ๋นน้ำแกงไก่กิน"
พูดจบเขาก็เขียนรายการอาหารฤทธิ์อุ่นสำหรับบำรุงร่างกาย ฉีกกระดาษส่งให้เฉินจี้เป่ย
"ร่างกายมีความเย็นจะส่งผลต่อการมีลูกไหมคะ" คนวัยอย่างป้าเหอมักจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ
เฉินจี้เป่ยเองก็รีบเสริมขึ้นว่า "ทุกเดือนเวลานั้นมาเธอจะปวดท้องครับ ปวดมาก แถมยังมาไม่ปกติด้วย"
ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะสนใจแค่เรื่องการมีลูก น้อยคนนักที่จะสังเกตว่าผู้หญิงปวดท้องหรือไม่ ยิ่งคนที่เน้นย้ำว่า 'ปวดมาก' ยิ่งแทบหาไม่เจอ
คุณหมอเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง
"ถ้าอยากกินยา จะจัดยาปรับสมดุลให้ก็ได้ ส่วนเรื่องมีลูก ถ้ามีตอนนี้ไม่ดีต่อทั้งแม่และเด็กจริงๆ พวกคุณควรรอไปก่อน พยายามคุมกำเนิดไว้ รอให้ร่างกายแข็งแรงกว่านี้ค่อยมีจะดีกว่า"
[จบบท]