บทที่ 328: ข่าวฉาวบ้านสกุลหลี่
ทันทีที่เฉินจี้เป่ยเดินเข้ามาถึงบริษัทผลิตภัณฑ์พื้นเมือง ยามที่ป้อมรักษาความปลอดภัยก็รีบแจ้งข่าวให้เขาทราบว่าผู้จัดการโรงงานลู่โทรศัพท์มาหาเมื่อครู่นี้
เฉินจี้เป่ยจึงไม่รอช้า รีบหมุนโทรศัพท์โทรกลับไปหาลู่เจ๋อถงทันที เขาเล่าเรื่องราวการเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดให้ปลายสายฟังคร่าวๆ พร้อมถือโอกาสบอกข่าวดีเรื่องที่เซี่ยเฉากำลังตั้งครรภ์ไปด้วย
เดิมทีลู่เจ๋อถงตั้งใจจะโทรมาขอบคุณเรื่องของฝากที่เฉินจี้เป่ยส่งไปให้ พอได้ยินข่าวดีซ้อนข่าวดีแบบนี้ น้ำเสียงของเขาก็ยิ่งเต็มไปด้วยความปิติยินดี "ถ้าอย่างนั้นนายต้องดูแลเสี่ยวเซี่ยให้ดีเป็นพิเศษเลยนะ มีเรื่องอะไรก็ต้องหมั่นพูดคุยสื่อสารกับเธอ อย่าปล่อยให้เธอเก็บเอาไปคิดคนเดียวเงียบๆ ล่ะ"
เมื่อเฉินจี้เป่ยกลับมารายงานตัวเพื่อขอยกเลิกใบลา รองผู้จัดการสวีก็ยิ้มแก้มปริด้วยความโล่งอก "ในที่สุดนายก็กลับมาเสียที ทางโรงงานสุราโทรศัพท์มาตามตัวนายตั้งสองรอบแล้วนะ"
ทางด้านเซี่ยเฉายังไม่รีบร้อนกลับไปทำงานในทันที เธอตัดสินใจแล้วว่าจะขอหยุดพักผ่อนต่ออีกสักวันสองวัน เพื่อให้แม่เซี่ยได้มีเวลาปรับตัวให้คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมใหม่ของที่นี่เสียก่อน
หลังจากเฉินจี้เป่ยออกไปทำงานแล้ว เธอก็พาแม่เซี่ยออกไปเดินเลือกซื้อของใช้ที่ห้างสรรพสินค้า ได้ผ้าห่มขนหนูผืนใหม่ติดมือกลับมาหนึ่งผืน
ครั้งนี้เธอจงใจเลือกซื้อผืนใหญ่สำหรับใช้ห่มคู่กับเฉินจี้เป่ย ส่วนผ้าห่มผืนเล็กที่เคยใช้อยู่ก่อนหน้านี้ก็ยกให้แม่เซี่ยไป ซึ่งเมื่อจัดสรรปันส่วนแล้วก็ยังเหลือผ้าห่มว่างอยู่อีกหนึ่งผืน
นอกจากผ้าห่มแล้ว เซี่ยเฉายังซื้อผ้าขนหนูผืนใหม่ให้แม่ด้วย เพราะผืนเก่าที่แม่ใช้อยู่นั้นผ่านการใช้งานมานานหลายปีจนเนื้อผ้าเปื่อยยุ่ยและแข็งกระด้างไปหมดแล้ว ยังมีพวกปลอกหมอน ถุงเท้า แม้กระทั่งรองเท้าคู่ใหม่ เซี่ยเฉาก็จัดการซื้อให้แม่อีกสองคู่ เพื่อให้ท่านได้มีไว้สลับสับเปลี่ยน ทำเอาแม่เซี่ยเกรงใจจนต้องรีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน
ช่วงนี้ 'ตี้กั่ว' หรือผลไม้ป่าคล้ายสตอเบอร์รี่ลูกเล็กซึ่งเป็นผลไม้ท้องถิ่นกำลังออกผลพอดี เซี่ยเฉาจึงซื้อติดไม้ติดมือมาเยอะหน่อย กะว่าจะเอาไปแบ่งกันกินกับแม่เซี่ยและซุนชิงที่บ้าน
คาดไม่ถึงว่าซุนชิงเองก็ซื้อมาเหมือนกัน พอเอาของจากทั้งสองบ้านมารวมกัน ปริมาณเลยดูเยอะขึ้นมาถนัดตา
เซี่ยเฉาเห็นภาพนั้นแล้วก็อดขำไม่ได้ ส่วนซุนชิงเองก็หัวเราะจนตัวงอ สุดท้ายพวกเขาก็ตัดสินใจย้ายเก้าอี้มานั่งล้อมวงกินผลไม้พลางพูดคุยสัพเพเหระกันในห้องครัวอย่างเป็นกันเอง
"ไอเดียที่เธอแนะนำฉันคราวก่อนได้ผลชะงัดเลยนะ" คุยเรื่องสัพเพเหระกันได้ไม่กี่ประโยค ซุนชิงก็วกเข้าเรื่องธุรกิจส่วนตัวของเธอจนได้
เซี่ยเฉาเดาได้ทันทีว่ากิจการของอีกฝ่ายคงไปได้สวย และน่าจะเริ่มไปขัดแข้งขัดขาใครเข้าบ้างแล้ว "แสดงว่าเมื่อวานมีคนบุกมาหาเรื่องถึงที่เลยเหรอ"
"ก็ใช่น่ะสิ เป็นแม่ของเด็กอ้วนคนนั้นที่ทำงานในห้างสรรพสินค้าไง คนเขารู้จักคนเยอะ แนะนำลูกค้ามาให้ฉันตั้งหลายคน" ซุนชิงลุกเดินกลับไปหยิบสมุดบันทึกรายการสั่งตัดเสื้อผ้าออกมา "ถ้าเธอแนะนำลูกค้ามาให้อีกสักสองสามคน ฉันว่าจะตัดชุดให้เธอฟรีสักตัวหนึ่งแล้ว"
ซุนชิงเล่าต่อถึงลูกค้าคนอื่นๆ ที่ช่วยแนะนำคนรู้จักมาให้ ก่อนจะปิดสมุดลงแล้วถอนหายใจ "สงสัยฉันจะไปแย่งลูกค้าของใครเข้า คนคนนั้นถึงได้บุกมาหลอกถามฉันถึงบ้าน อยากรู้ว่าฉันใช้วิธีไหนตัดเย็บ แต่พอฉันเห็นท่าทางอึกอักมีพิรุธ พูดจาอ้อมแอ้มไม่เต็มเสียง ฉันเลยปฏิเสธไม่ตัดชุดให้หล่อนไป"
ของใช้ส่วนตัวอย่างชุดชั้นใน ถ้าไม่ใช่คนที่สนิทสนมกันจริงๆ ใครเขาจะยอมให้ดูกันง่ายๆ คนนอกย่อมไม่มีทางล่วงรู้เคล็ดลับนี้ได้อยู่แล้ว
เซี่ยเฉาหยิบตี้กั่วเข้าปาก เคี้ยวผลไม้ลูกเล็กที่มีลักษณะก้นงอนคล้ายสตอเบอร์รี่ รสชาติหวานฉ่ำกำลังดี แล้วเลื่อนจานผลไม้ไปทางเพื่อนบ้าน
"พี่ลองชิมดูสิ" ก่อนจะพูดเสริม "ที่พี่ไม่ตัดให้เขาน่ะทำถูกแล้ว แต่พี่ก็ต้องทำใจเผื่อไว้ด้วยนะ ของแบบนี้ไม่ช้าก็เร็วต้องมีคนเลียนแบบได้แน่"
"เรื่องนั้นฉันรู้อยู่แล้ว ตอนนี้ฉันกำลังซุ่มคิดค้นวิธีตัดเย็บให้ใส่สบายกว่าเจ้าอื่นอยู่"
ในเมื่อก้าวล้ำนำหน้าคนอื่นไปก้าวหนึ่งแล้ว หากยังย่ำอยู่กับที่โดยไม่รู้จักพัฒนาปรับปรุง จนถูกคู่แข่งหน้าใหม่แซงหน้าไปได้ นั่นก็ต้องโทษความไร้ฝีมือของตัวเอง จะไปโทษคนอื่นก็คงไม่ได้ ซุนชิงหยิบผลไม้จากจานของเซี่ยเฉาขึ้นมากินบ้าง "แปลกจัง ทำไมเธอซื้อผลไม้ร้านเดียวกันแท้ๆ แต่ของเธอถึงอร่อยกว่าของฉันล่ะ"
คำถามนี้เซี่ยเฉาเองก็จนปัญญาจะตอบ สงสัยว่าซุนชิงคงจะไม่มีพรสวรรค์ในเรื่องการกินจริงๆ นั่นแหละ
ทว่าซุนชิงก็ดูจะชินชาเสียแล้ว เธอหันไปมองแม่เซี่ยแวบหนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วลดเสียงลงกระซิบถามเซี่ยเฉา "เธอได้ข่าวเรื่องนั้นหรือยัง"
พอน้ำเสียงของซุนชิงเบาลง หัวใจดวงน้อยของเซี่ยเฉาก็เริ่มเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ กลัวเหลือเกินว่าแม่สารถีรุ่นเก๋าคนนี้จะเผลอเหยียบคันเร่งมิดไมล์จนแม่เซี่ยตกอกตกใจ
แม่เซี่ยเพิ่งจะเจอเรื่องระทึกขวัญไปเมื่อวาน ถ้าวันนี้ต้องมาเจอเรื่องชวนช็อกอีก เกรงว่าต่อไปพอเห็นสองแม่ลูกบ้านตรงข้าม ท่านคงต้องเดินเลี่ยงไปทางอื่นเป็นแน่
เซี่ยเฉารักษาท่าทีระแวดระวังไว้สามส่วน "เรื่องอะไรเหรอ" เธอเตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนเรื่องคุยทันทีหากสถานการณ์เริ่มไม่น่าไว้วางใจ
ทว่าซุนชิงกลับเหลือบมองแม่เซี่ยอีกครั้ง แล้วกระซิบบอกว่า "หลี่ไหลตี้คลอดแล้วนะ"
"หลี่ไหลตี้คลอดแล้วเหรอ!" เซี่ยเฉาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "เธอเพิ่งท้องได้กี่เดือนเอง"
แม่เซี่ยเองก็พลอยตกใจไปด้วย ก่อนหน้านี้ตอนที่สองสาวคุยเรื่องธุรกิจกัน ท่านได้แต่นั่งฟังเงียบๆ ไม่ได้สอดปากพูดอะไร จังหวะนี้ท่านถึงได้เอ่ยถามเสียงเบา "ใช่ลูกสาวบ้านหลี่คนนั้นหรือเปล่า"
เซี่ยเฉาพยักหน้าตอบรับ "ใช่ค่ะ เธอแต่งงานกับหัวหน้าฝ่ายสือที่อยู่แผนกจัดซื้อของโรงงานเรา เพิ่งจัดงานแต่งไปเมื่อวันปีใหม่ปีนี้เอง"
เพิ่งแต่งงานไปเมื่อวันปีใหม่ แต่นี่เพิ่งจะต้นเดือนกรกฎาคม นับดูแล้วก็เพิ่งผ่านมาแค่หกเดือนกว่าๆ ทำไมถึงคลอดแล้วล่ะ?
แม่เซี่ยทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ยั้งปากไว้ ทางด้านซุนชิงจึงรีบเล่าต่อ "เห็นเขาว่าทะเลาะกับลูกสาวคนโตของหัวหน้าฝ่ายสือ แล้วเกิดบันดาลโทสะจนลื่นล้ม... เจ็บท้องกะทันหันเลยคลอดออกมาเป็นเด็กผู้หญิง ตัวนิดเดียวหนักแค่สี่จินกว่าๆ เอง"
ลูกสาวคนโตของหัวหน้าฝ่ายสือคนนี้ไม่ใช่เล่นๆ ดูจากวีรกรรมที่เคยแบกน้องชายขึ้นหลังไปร้องไห้คร่ำครวญหน้าหลุมศพแม่ ทันทีที่รู้ว่าพ่อจะแต่งงานใหม่ก็พอจะเดาฤทธิ์เดชได้
หากวัดกันที่เล่ห์เหลี่ยม หลี่ไหลตี้อาจจะตามไม่ทันลูกเลี้ยงวัยสิบสามปีคนนี้ด้วยซ้ำ แถมการคลอดก่อนกำหนดครั้งนี้ยังทำให้ความลับเรื่องท้องก่อนแต่งแดงออกมาจนปิดไม่มิด ใครที่ไหนท้องหกเดือนแล้วคลอดลูกออกมามีชีวิตรอดได้บ้าง? นี่มันเหมือนกระชากหน้ากากตัวเองออกมาปาทิ้งลงพื้นให้คนเขาเหยียบย่ำชัดๆ
หลี่ไหลตี้นอนพักฟื้นอยู่ไฟในบ้านอาจจะไม่ได้ยินเสียงนินทา แต่คาดว่าป่านนี้กระดูกสันหลังของหลี่ฉางซุ่นกับเถียนชุ่ยเฟินคงจะถูกชาวบ้านชี้นิ้วด่าจนงอหมดแล้ว
อีกอย่างเด็กที่คลอดก่อนกำหนด ย่อมหมายถึงการเลี้ยงดูที่ยากลำบากกว่าปกติ การล้มของหลี่ไหลตี้ครั้งนี้ ไม่รู้ว่าจะส่งผลกระทบอะไรต่อร่างกายในระยะยาวหรือเปล่า
เซี่ยเฉาไม่รู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติเหตุหรือความจงใจ ถ้าหากเป็นความตั้งใจจริงๆ ลูกสาวคนโตของหัวหน้าฝ่ายสือคนนี้ก็นับว่าน่ากลัวเกินเด็กไปมาก
แม่เซี่ยไม่รู้ตื้นลึกหนาบางมากนัก พอได้ยินซุนชิงพูดถึงลูกสาวของหัวหน้าฝ่ายสือ ก็ถามด้วยความสงสัย "หัวหน้าคนนี้มีลูกติดด้วยหรือ"
"เสี่ยวเซี่ยไม่ได้เล่าให้คุณป้าฟังเหรอคะ ผู้ชายคนนี้ปีนี้อายุสามสิบแปดแล้ว มีลูกชายสองคนลูกสาวอีกหนึ่งแน่ะ"
"สะ...สามสิบแปด?" แม่เซี่ยอุทานด้วยความตกใจ พอฟังรายละเอียดจากซุนชิงจนจบ ท่านก็พูดไม่ออก "หนูไหลตี้คนนี้ทำไม...ทำไมถึง..."
"เพราะงั้นเสี่ยวเฉาไม่เลือกบ้านนั้นถือว่าโชคดีแล้ว เสี่ยวเฉินดีกว่าตั้งเยอะ ดีกว่าเจ้าหลี่เป่าเซิงอะไรนั่นเป็นไหนๆ" ซุนชิงสรุปความเห็น
แม่เซี่ยเป็นคนใจอ่อนและมักจะเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเสมอ แต่สำหรับเรื่องของหลี่ไหลตี้ ท่านพยายามหาเหตุผลมาเห็นใจแล้วแต่ก็จนปัญญาจริงๆ
วันก่อนที่ได้ยินเซี่ยเฉาคุยกับหลี่จาวตี้ ท่านยังนึกว่าเป็นครอบครัวที่ดีเสียอีก ไม่คิดเลยว่าจะเป็น 'ครอบครัวที่ดี' ในความหมายนี้...
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร การที่ซุนชิงไม่ได้พูดจาติดเรทสไตล์สารถีขาซิ่งออกมา ก็นับว่าเป็นเรื่องดีแล้ว
เซี่ยเฉาลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก กำลังจะลุกเดินกลับเข้าห้อง แต่จังหวะที่แม่เซี่ยเดินไปหยิบไม้กวาดเพื่อมากวาดเศษขยะบนพื้น ซุนชิงก็ฉวยโอกาสยื่นหน้าเข้ามากระซิบข้างหูเธอจนได้
"ฉันดูแล้วแม่เธอเป็นคนหัวโบราณน่าดู ตอนนี้ท่านมาอยู่ด้วย เธอกับเสี่ยวเฉินก็เพลาๆ มือหน่อยนะ อย่าทำเตียงคังถล่มลงมาอีกล่ะ"
เซี่ยเฉา "..."
นี่มันหักมุมยิ่งกว่ารถดริฟต์เสียอีก!
สรุปว่าเรื่องเตียงถล่มนี่จะไม่จบไม่สิ้นใช่ไหม!!
เซี่ยเฉาอยากจะตะโกนบอกแม่สาวข้างบ้านเหลือเกินว่า ตอนนี้เธอตั้งท้องแล้ว รถเข้าอู่ซ่อมยาวสิบเดือน ยังไงก็ไม่มีทางเอาออกมาขับได้หรอก หมดห่วงเรื่องนั้นไปได้เลย
แต่พอนึกขึ้นได้ว่าซุนชิงเองก็ไม่มีลูกและเมื่อวานเพิ่งโดนคนค่อนขอดเรื่องไม่ออกไข่ เธอเลยเลือกที่จะเงียบปากไว้ ไม่พูดอะไรที่อาจจะไปสะกิดแผลใจของอีกฝ่ายดีกว่า
[จบบท]