บทที่ 71: แผนการดึงตัวและเบาะแสบ่อนพนัน
“ช่วยเรื่องอะไรบอกมาได้เลย”
เหอเอ้อลี่กำลังรู้สึกร้อนตัวด้วยความรู้สึกผิดอยู่พอดี เขาจึงรับปากออกไปในทันทีโดยแทบไม่ต้องคิด
เซี่ยเฉาเตรียมคำพูดเอาไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ตอนที่ตะโกนเรียกเขา เธอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบเป็นธรรมชาติ
“อากาศเริ่มร้อนขึ้นทุกวันแล้ว ของที่เก็บเอาไว้ในห้องเก็บของก็พาลจะเสียเอาได้ง่ายๆ ฉันเลยวางแผนว่าจะขุดห้องใต้ดินในลานบ้านสักหน่อย อยากจะวานให้นายมาช่วยเป็นลูกมือ คืนนี้นายพอจะมีเวลาว่างไหม”
“เรื่องนี้...”
เหอเอ้อลี่เริ่มเกิดอาการลังเลขึ้นมา
หากเป็นในเวลาปกติ เขาคงตอบตกลงไปทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด การไปช่วยงานที่บ้านของจี้เป่ยถือเป็นเรื่องเล็กน้อยมากสำหรับเขา
และในทางกลับกัน ถ้าเป็นคนอื่นมาไหว้วาน เขาคงปฏิเสธไปทันทีโดยไม่ต้องคิดเช่นกัน เพราะเขาได้นัดหมายกับคนอื่นว่าจะไปเล่นไพ่เอาไว้แล้ว
เหอเอ้อลี่มีท่าทีอึกอักด้วยความลำบากใจ
“เอาเป็นวันหลังได้ไหม วันนี้ฉัน... วันนี้ฉันมีธุระนิดหน่อย”
ประโยคท้ายเขาพูดด้วยน้ำเสียงที่แผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะความรู้สึกผิดที่ก่อตัวขึ้นในใจ แต่เซี่ยเฉาแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราวกับท่าทีมีพิรุธนั้น
“วันหลังเหรอ ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่ทันได้เก็บรักษาบ๊ะจ่างแล้วล่ะมั้ง”
เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางทำสีหน้าเสียดาย
“อากาศร้อนขนาดนี้ กะปิกุ้งก็คงจะเก็บไว้ได้ไม่นาน ต้องรีบกินให้หมด แม่ของฉันเพิ่งจะฝากกะปิกุ้งมาจากกวนหลี่ เดิมทีฉันเตรียมไว้ว่าคืนนี้ถ้านายมา จะทำเมนูเต้าหู้ทอดกะปิกุ้งเลี้ยงนายเสียหน่อย ดูท่าคงต้องรอแม่ฝากมาให้รอบหน้าแล้วล่ะค่ะ”
กะ... กะปิกุ้งเต้าหู้ทอด
เหอเอ้อลี่จินตนาการถึงรสมือการทำอาหารของเซี่ยเฉา ความหิวก็เริ่มจู่โจมขึ้นมาทันที ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง
“แล้วก็ยังมีดอกไหวฮวาด้วยนะคะ”
เซี่ยเฉาสังเกตเห็นแววตาที่ส่องประกายของเขา จึงรีบพูดเสริมต่อเพื่อรุกฆาต
“ช่วงสองวันนี้ดอกไหวฮวาบนภูเขากำลังบานสะพรั่งพอดี เก็บเอามาผัดไข่หรือเอามาทำไส้ซาลาเปาก็อร่อยมาก ถ้าผ่านไปอีกไม่กี่วันพอดอกโรยหมดแล้ว ก็คงจะอดกินรสชาตินี้ไปอีกนานเลย”
นั่นสินะ ถ้าดอกไม้มันโรยไปแล้ว ต่อให้อยากกินแค่ไหนก็คงหาไม่ได้แล้ว
เหอเอ้อลี่อดไม่ได้ที่จะหันไปเจรจากับเจิ้งต้ากุย
“เอาเป็นวันหลังดีไหม ต้ากุย ฉันขอไปช่วยขุดห้องใต้ดินที่บ้านจี้เป่ยก่อน น่าจะใช้เวลาสักสองสามวันก็น่าจะเสร็จ”
เจิ้งต้ากุยคาดไม่ถึงว่าจะมีมารผจญโผล่มาขัดจังหวะกลางทางแบบนี้ เขาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ
“นายจะทิ้งนัดเพื่อของกินแค่คำเดียวเนี่ยนะ”
“จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไงกัน”
เหอเอ้อลี่รีบแก้ตัวพัลวัน
“ฉันรับปากพวกเขาเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว การทำคนเราจะทำอะไรก็ต้องยึดตามลำดับก่อนหลังสิ”
คราวที่แล้วตอนที่มากินปลาที่บ้านจี้เป่ย เขาเคยรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าถ้ามีอะไรให้เรียกใช้ได้ทันที จะให้เขาผิดคำพูดก็คงดูไม่ดีนัก
“เธอพูดแค่สองสามประโยค นายก็พร้อมจะเดินตามเธอต้อยๆ แบบนี้ นายคงไม่ได้มีซัมซิงอะไรกับเธอหรอกนะ”
เจิ้งต้ากุยแสร้งทำเป็นพูดทีเล่นทีจริง แต่แฝงไปด้วยเจตนาที่ร้ายกาจ
เหอเอ้อลี่รีบสวนกลับทันควัน
“นายอย่ามาพูดจาซี้ซั้วนะ”
แต่พอโดนทักแบบนี้ ถ้าเขาตามไปจริงๆ ก็อาจจะทำให้คนเข้าใจผิดได้ และดูเหมือนจะแก้ตัวได้ยากเสียด้วย
หากเป็นภรรยาสาวๆ บ้านอื่น พอได้ยินคำพูดแบบนี้ก็คงต้องคิดเรื่องการวางตัวและหลีกเลี่ยงข้อครหา อาจจะถึงขั้นบอกให้เหอเอ้อลี่มาวันหลัง หรือไม่กล้าเรียกเขามาช่วยงานอีกเลย
แต่เซี่ยเฉากลับวางตัวอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา
“นั่นก็เพราะจี้เป่ยบ้านฉันเขาเป็นคนมีหน้ามีตาต่างหากล่ะ ฉันถึงสามารถขอแรงคนมาช่วยได้”
เจิ้งต้ากุยจ้องมองเธอเขม็ง แต่เธอกลับจ้องตอบโดยไม่หลบสายตาแม้แต่น้อย สีหน้าของเจิ้งต้ากุยค่อยๆ ดำทะมึนลงด้วยความไม่สบอารมณ์
“งั้นวันหลังฉันค่อยมาหานายใหม่”
เขาพูดทิ้งท้ายก่อนจะเดินจากไป
“พวกเธอวางแผนจะขุดกันยังไง”
หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่อย่างรวดเร็วและลงมาจากตึก เหอเอ้อลี่ก็เอ่ยถามเซี่ยเฉาถึงรายละเอียดงาน
เซี่ยเฉาจะไปรู้เรื่องพรรค์นี้ได้อย่างไร
“รอจี้เป่ยเลิกงานกลับมา ค่อยถามจี้เป่ยดูเถอะ”
เธอเพียงแค่หาข้ออ้างเพื่อรั้งตัวเหอเอ้อลี่เอาไว้ ให้เขาไม่ต้องไปเล่นพนันในช่วงสองสามวันนี้ก็เท่านั้น
ฟังจากน้ำเสียงของเฉินจี้เป่ยเมื่อวาน ดูเหมือนว่าเมื่อก่อนเหอเอ้อลี่จะเป็นแค่คนชอบเล่นไพ่สนุกๆ ไม่ได้เล่นกินเงิน แต่ช่วงหลังมานี้ถึงได้มีคนชักชวนให้เข้าวงพนัน ในสถานการณ์แบบนี้อาการติดพนันของเขาน่าจะยังไม่รุนแรงมากนัก หาอะไรหนักๆ ให้เขาทำจนเหนื่อย เขาจะได้ไม่มีแรงเหลือไปคิดเรื่องเล่นพนันอีก
เรื่องนี้เซี่ยเฉายังไม่ได้บอกเฉินจี้เป่ย แต่ด้วยความเฉลียวฉลาดของเขา เขาจะต้องเข้าใจสถานการณ์ได้ในทันทีแน่นอน
และก็เป็นไปตามคาด พอได้ยินคำถามของเหอเอ้อลี่ เฉินจี้เป่ยที่กำลังก้มหน้าจัดแขนเสื้ออยู่ก็เหลือบมองเซี่ยเฉาแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยรับลูกอย่างรู้ทัน
“อืม เมื่อเช้าฉันลืมบอกไปน่ะ”
“งั้นพวกนายสองคนไปกันก่อนเลย ฉันขอแวะกลับบ้านไปเอาอีเต้อก่อน”
รอจนกระทั่งเหอเอ้อลี่วิ่งหายเข้าไปในซอยบ้านของตัวเองแล้ว เฉินจี้เป่ยจึงขมวดคิ้วและเอ่ยถามเซี่ยเฉาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น”
“เมื่อกี้ตอนที่ฉันเลิกงาน เดินผ่านแถวบ้านเหอเอ้อลี่ เห็นคนที่นั่งยองๆ อยู่ข้างเขาเมื่อวานกำลังคุยกับเขาอยู่ ดูเหมือนจะมาชวนเขาไปเล่นไพ่อีกแล้ว”
“คุณหมายถึงเจิ้งต้ากุยเหรอ”
คิ้วของเฉินจี้เป่ยขมวดมุ่นยิ่งกว่าเดิม
“ใช่ค่ะ เขาคนนั้นแหละ ฉันกลัวว่าเอ้อลี่จะโดนจับข้อหาเล่นการพนันอีก ก็เลยเรียกเขามาช่วยงานที่บ้านเรา”
เฉินจี้เป่ยไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่แววตาของเขากลับเย็นเยียบลงจนน่ากลัว
เซี่ยเฉารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“เจิ้งต้ากุยคนนี้มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ”
ที่เธอรู้เรื่องราวก็เพราะเธอรู้อนาคตจากในนิยาย จึงต้องคอยระวังไม่ให้คนอื่นลากเหอเอ้อลี่ไปเล่นพนัน แต่เฉินจี้เป่ยไม่ได้รู้อนาคตเหมือนเธอ ทำไมเขาถึงทำหน้าตาน่ากลัวแบบนั้น
เมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของภรรยา เฉินจี้เป่ยเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ผมสงสัยว่าเขาจงใจล่อเอ้อลี่ไปเล่นพนัน”
“จงใจเหรอคะ”
“คนกลุ่มนี้เมื่อก่อนก็เคยมาหาผมเหมือนกัน ช่วงที่ผมเพิ่งเข้ามาทำงานในหน่วยงานได้สองเดือนแรก พอเงินเดือนออกพวกเขาก็จะมาชวนผมไปกินเหล้า เล่นไพ่”
พอได้ยินแบบนี้เซี่ยเฉาก็เข้าใจได้ทันที คนกลุ่มนี้น่าจะกำลังวางกับดักเพื่อหลอกกินเงินเหอเอ้อลี่เป็นแน่
มิน่าล่ะ เมื่อวานเพิ่งจะโดนจับไปหยกๆ วันนี้เจิ้งต้ากุยยังดันทุรังจะมาตามเหอเอ้อลี่ถึงที่ ที่แท้ก็หมายตาเงินเดือนของเหอเอ้อลี่อยู่นี่เอง
คนอย่างเฉินจี้เป่ยภายนอกดูเย็นชา แต่สมองของเขาปราดเปรื่องและตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ไม่มีทางที่จะตกหลุมพรางใครได้ง่ายๆ
แต่เหอเอ้อลี่นั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง เขาเป็นคนกระตือรือร้น รักพวกพ้อง รักสนุกและไม่มีความยับยั้งชั่งใจ แถมยังไม่มีเล่ห์เหลี่ยมทันคน
คนประเภทนี้หลอกง่ายที่สุด จึงไม่แปลกที่จะตกเป็นเป้าหมายของคนพวกนั้น
การกีดกันไม่ให้เหอเอ้อลี่ไปคลุกคลีกับคนกลุ่มนั้นถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว คาดว่าที่เมื่อวานเขาเล่นได้เงินมา ก็คงเป็นแผนการที่คนพวกนั้นวางเอาไว้ ถ้าขืนยังปล่อยให้เล่นต่อไป เขาคงต้องเสียเงินจนหมดตัวแน่นอน
ไม่นานนักเหอเอ้อลี่ก็เดินถืออีเต้อกลับมา ทั้งสองสามีภรรยาจึงไม่ได้พูดคุยเรื่องนี้กันต่อ
เมื่อกลับถึงบ้าน เฉินจี้เป่ยก็เก็บโต๊ะเขียนหนังสือที่ทำค้างไว้และเครื่องมือต่างๆ เข้าที่ทันที เขาให้ความร่วมมือกับแผนของเซี่ยเฉาเป็นอย่างดี โดยพาเหอเอ้อลี่ไปเริ่มลงมือขุดห้องใต้ดิน
ส่วนเซี่ยเฉาก็ออกไปซื้อเต้าหู้ตามสัญญา เพื่อกลับมาทำเมนูเต้าหู้กะปิกุ้งเลี้ยงเหอเอ้อลี่
ทว่าหลังจากซื้อของเสร็จ เธอยังไม่ได้รีบกลับบ้านในทันที แต่แวะเลี้ยวไปที่สถานีตำรวจก่อน
“คุณจะมาแจ้งเบาะแสเรื่องการลักลอบเล่นการพนันหรือครับ”
เจียงไป่เชิ่งไม่อยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มารับเรื่องของเซี่ยเฉาเป็นเจ้าหน้าที่อีกนายหนึ่ง
เซี่ยเฉาพยักหน้ารับ
“เมื่อคืนไม่ใช่ว่ามีคนโดนจับเรื่องเล่นการพนันเหรอคะ คืนนี้พวกเขาก็จะเล่นกันอีก แต่เปลี่ยนสถานที่ไปที่อื่น”
ถ้าพวกเขาเปลี่ยนไปเล่นที่บ้านคนอื่น เซี่ยเฉาก็อาจจะไม่รู้สถานที่ แต่ถ้าเป็นบ้านของหม่าเสี่ยวเป่า...
ในยุคสมัยนี้การฝากตัวเป็นศิษย์อาจารย์ถือเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญและพิถีพิถันมาก ไม่ใช่แค่ต้องมอบของกำนัลในพิธีไหว้ครูอย่างเป็นทางการเท่านั้น แต่ในทุกเทศกาลสำคัญยังต้องหิ้วของขวัญไปเยี่ยมเยียนถึงบ้านอาจารย์ด้วย เซี่ยเฉาไม่ต้องไปเสียเวลาสืบหาให้ยุ่งยาก แค่ถามเฉินจี้เป่ยคำเดียวก็รู้พิกัดแล้ว
“เรื่องเวลาที่แน่นอนฉันไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ค่ะ แต่พวกเขาน่าจะเล่นกันหนักพอสมควร พวกคุณลองจัดกำลังคนไปซุ่มดูแถวนั้นน่าจะได้เรื่องนะคะ”
ถ้าเหตุเกิดในวันนี้แล้วตำรวจไปจับกุมนักพนันได้ เธอก็ถือว่าได้ช่วยชีวิตคนคนหนึ่งไว้ ได้กุศลแรงยิ่งกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้นเสียอีก แต่ต่อให้เหตุไม่ได้เกิดวันนี้ พวกผีพนันที่สอนไม่จำแถมยังวางแผนหลอกลวงคนอื่นพวกนั้น ก็สมควรได้รับบทเรียนเสียบ้าง
[จบบท]