บทที่ 119: ก็มันอดสะใจไม่ได้นี่นา!
เวินหว่านรีบย่อตัวลงไปในทันที ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงวัตถุแข็งๆ ที่เย็นเฉียบซึ่งซ่อนอยู่ใต้ผืนทราย เธอค่อยๆ ปัดทรายออกอย่างเบามือเผยให้เห็นกิ่งก้านสีแดงสดราวกับโลหิต...ปะการังแดง! มันคือปะการังแดงในความฝันจริงๆ! ความปีติยินดีอย่างท่วมท้นแล่นพล่านไปทั่วร่างจนเธอแทบจะหยุดหายใจ
“อ๊า! ฉันเจอแล้ว! ในที่สุดฉันก็เจอแล้ว!” เวินหว่านตื่นเต้นจนกระโดดโลดเต้นและกรีดร้องออกมาอย่างลืมตัว
เจียงเซี่ยที่กำลังถูกโจวเฉิงเหล่ยอุ้มเดินมาบนหาดทรายได้ยินเสียงกรีดร้องก็หันไปมอง
เป็นจังหวะเดียวกับที่สายตาของเวินหว่านมองมาที่เธอเช่นกัน ในที่สุด! ในที่สุดเธอก็สามารถชิงตัดหน้าและคว้าสมบัติที่เป็นของเธอมาได้เสียที! ไม่ใช่ทุกเรื่องดีๆ บนโลกนี้ที่จะต้องตกเป็นของนังเจียงเซี่ยเสมอไป!
สายตาของคนทั้งสองประสานกันกลางอากาศ ในแววตาของเวินหว่านเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและประกาศชัยชนะ เธอเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่มุมปาก
จากนี้ไป เธอจะไม่มีวันยอมให้นังเจียงเซี่ยมาแย่งชิงโชคลาภใดๆ ที่เธอเห็นในความฝันไปได้อีกเป็นอันขาด!
เจียงเซี่ยที่ถูกส่งสายตาท้าทายมาให้อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยได้แต่ยืนนิ่ง ช่างเป็นคนที่ไร้เหตุผลสิ้นดี!
หลังจากประกาศชัยชนะของตนแล้ว เวินหว่านก็ย่อตัวลงไปขุดสมบัติของเธอต่อด้วยหัวใจที่พองโต เธอค่อยๆ ขุดอย่างระมัดระวังด้วยความกลัวว่ามันจะบุบสลาย
โจวกั๋วหัวเองก็เห็นแล้วว่าเป็นปะการังแดง แต่เขาก็ไม่ได้ตื่นเต้นเท่า เพราะในยุคสมัยนี้ของสิ่งนี้ยังไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรมากมายนัก แต่เขาก็ยังคงเอ่ยชมด้วยรอยยิ้ม “เสี่ยวหว่าน คุณโชคดีจริงๆ! ไม่นึกว่าจะเก็บปะการังแดงได้!”
คำว่า ‘ปะการังแดง’ ทำให้ในหัวของเจียงเซี่ยสว่างวาบขึ้นมาทันที ความทรงจำจากนิยายไหลบ่าเข้ามา ภาพของโจวเฉิงเหล่ยที่พบปะการังแดงกิ่งยักษ์ซึ่งในอนาคตจะมีมูลค่ามหาศาล
เธอเข้าใจในทันทีถึงความหมายของสายตาเย้ยหยันจากเวินหว่าน ที่แท้ก็เป็นเพราะได้เจอกับปะการังแดงที่จะมีมูลค่าหลายสิบล้านในอนาคตนั่นเอง! เวินหว่านที่เกิดใหม่กลับมาย่อมต้องรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว นี่คงจะเป็นเหตุผลที่เธอพยายามตามติดพวกเขาออกมาทะเลในช่วงสองวันที่ผ่านมา
ความรู้สึกเสียดายแล่นปราดเข้าสู่หัวใจ เธอพลาดโอกาสที่จะเป็นเศรษฐีนีไปในพริบตา เธอจึงอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองโจวเฉิงเหล่ยด้วยสายตาตัดพ้อ
โจวเฉิงเหล่ยอุ้มเจียงเซี่ยมาถึงหาดทรายพอดี เมื่อวางเธอลงบนพื้น เขาก็สบเข้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยความน้อยอกน้อยใจของเธอ
เธอยังอยากจะโดนอุ้มต่ออีกอย่างนั้นเหรอ เขาโอบเอวของเธอไว้เบาๆ แล้วกระซิบเสียงทุ้ม “คืนนี้ค่อยอุ้มต่อนะครับ คุณอยากจะให้อุ้มนานแค่ไหนก็ได้เลย แต่ตอนนี้เราต้องต้อนรับแขกก่อน”
เจียงเซี่ยถึงกับพูดไม่ออก...เขากำลังคิดอะไรของเขากันแน่! หูของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันที “ไปเลยนะ!”
เขายิ้มออกมาเบาๆ กระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นอีกนิด “เดี๋ยวผมไปขนของลงมาก่อน” พูดจบเขาก็ปล่อยมือแล้วหันหลังเดินไปยังเรือ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามองดวงอาทิตย์ที่ลอยอยู่กลางศีรษะ...นี่เพิ่งจะเที่ยงวันเองไม่ใช่รึไง
เจียงเซี่ยเลิกสนใจเขาแล้วก้มหน้าลงหาหอยเพื่อเตรียมไว้สำหรับทำบะหมี่มื้อเที่ยง
ห่างออกไปไม่ไกล โจวกั๋วหัวย่อตัวลงหมายจะช่วยเวินหว่านขุด
“อย่ามาแตะต้องนะ!” เธอตวาดใส่เขาทันที
โจวกั๋วหัวยิ้มเจื่อนๆ แล้วดึงมือกลับไปอย่างว่าง่าย
เวินหว่านยังคงขุดต่อไปอย่างระมัดระวัง แต่เพียงไม่กี่อึดใจต่อมาเธอก็ขุดมันขึ้นมาได้ทั้งหมด!
ปะการังแดงท่อนเล็กๆ ที่ยาวกว่านิ้วของเธอเพียงนิดเดียวและมีรูปร่างเหมือนกำลังทำท่าชูสองนิ้ว ถูกวางลงบนผืนทราย
เวินหว่านถึงกับนิ่งอึ้งไป...ไม่ถูกต้อง! แค่นี้เองน่ะเหรอ! ไม่ใช่ว่ามันควรจะเป็นกิ่งก้านขนาดใหญ่หรอกหรือ ที่เหลือมันหายไปไหน ใต้ทรายงั้นเหรอ คงจะหักแน่ๆ! เธอรู้สึกเจ็บใจจนแทบกระอักเลือด
เธอคุ้ยทรายอย่างบ้าคลั่งราวกับคนเสียสติ มือทั้งสองข้างตะกุยตะกายอย่างไม่คิดชีวิต แต่ก็ไม่พบอะไรอีกเลย...เป็นไปได้อย่างไรที่จะมีแค่ท่อนเล็กๆ แค่นี้ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!
เจียงเซี่ยที่กำลังขุดหาหอยอยู่ หางตาของเธอก็เหลือบไปเห็นท่าทีที่บ้าคลั่งของเวินหว่านพอดี เธอหันไปมองแล้วก็เห็นภาพของปะการังแดงชิ้นจิ๋วที่วางอยู่ข้างๆ...จากกิ่งก้านขนาดใหญ่ในจินตนาการกลายเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ แค่นี้เองน่ะเหรอ
ภาพของเวินหว่านที่ก่อนหน้านี้ยังยืนประกาศชัยชนะอย่างหยิ่งผยอง แต่ตอนนี้กลับต้องมานั่งคุ้ยทรายอย่างบ้าคลั่งเพื่อตามหาปะการังที่เหลือ พร้อมกับสมบัติชิ้นจิ๋วที่วางอยู่ข้างๆ มันช่างเป็นภาพที่ขัดแย้งและน่าขันจนเจียงเซี่ยทานทนไม่ไหว...เสียงหัวเราะ "พรืด" ใหญ่จึงหลุดออกมาจากปากของเธอ
“ฮ่าๆๆๆ”
เธอรีบยกมือขึ้นปิดปากทันที ขอโทษในความไม่มีมารยาทของตัวเอง แต่มันอดไม่ได้จริงๆ นี่นา!
“ฮ่าๆๆ” ทำยังไงดีล่ะ ก็มันอดสะใจไม่ได้นี่นา! โจวเฉิงเหล่ยที่เพิ่งอุ้มเอมี่ลงจากเรือหันกลับมาเห็นแผ่นหลังของเจียงเซี่ยกำลังสั่นเทาอย่างรุนแรง...หรือว่าเธอกำลังร้องไห้? ความคิดนั้นทำให้หัวใจของเขาบีบรัดตัวอย่างรุนแรง เขาวางเอมี่ลงแล้วพุ่งเข้าไปหาเธอทันที “เป็นอะไรไปครับ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฮิๆๆ” เธอโบกมือปฏิเสธ แต่ก็ยังคงหัวเราะไม่หยุด
เขาถึงได้รู้ว่าเธอกำลังหัวเราะ ไม่รู้ว่าอะไรไปกระตุ้นต่อมหัวเราะของเธอเข้า แต่เขากลัวว่าเธอจะหัวเราะจนหายใจไม่ทันจึงได้แต่รวบร่างของเธอเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขนแล้วลูบหลังให้เบาๆ “หัวเราะอะไรอยู่ครับ”
เธอซบหน้าเข้ากับแผงอกที่แข็งแกร่งของเขาแล้วระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างเต็มที่ “ฮ่าๆๆๆ”
เขาได้แต่กอดเธอไว้แล้วลูบหลังปลอบโยนต่อไปอย่างอ่อนโยน...มีเรื่องน่าขำขนาดนั้นเลยเชียวหรือ
ความสนใจทั้งหมดของเขาจดจ่ออยู่กับเธอจนไม่ได้สังเกตเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนชายหาดเลยแม้แต่น้อย
ในที่สุดเจียงเซี่ยก็สามารถหยุดหัวเราะได้ เอมี่ จิลล์ และจอห์นต่างก็วิ่งเข้ามาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง เช่นเดียวกับพ่อโจวและโจวเฉิงซิน
เธอคลายอ้อมกอดออกจากเขาแล้วยิ้มตอบ “ฉันสบายดีค่ะ พอดีเมื่อกี้นี้นึกถึงเรื่องตลกขึ้นมาได้เรื่องหนึ่งน่ะค่ะ”
เมื่อเอมี่ขอให้เธอเล่าให้ฟัง เธอก็เลยแต่งเรื่องตลกของฝรั่งเศสที่เคยได้ยินในชาติก่อนขึ้นมาเรื่องหนึ่ง ซึ่งก็ทำให้ทุกคนหัวเราะออกมาอย่างสนุกสนาน
เจียงเซี่ยหัวเราะเสียงดังขนาดนั้น มีหรือที่เวินหว่านจะไม่รู้ว่าเธอกำลังหัวเราะเยาะตนเองอยู่ เธอโกรธจนหน้าดำหน้าแดงไปหมด แทบอยากจะคว้าทรายขึ้นมาหนึ่งกำแล้วสาดใส่หน้านังนั่น! ช่างเป็นคนใจดำอำมหิต เห็นคนอื่นเดือดร้อนแล้วมีความสุข!
แต่แล้วความอับอายก็ถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวจนเย็นเยียบไปถึงกระดูกสันหลัง...นังเจียงเซี่ยมันพูดภาษาต่างประเทศกับพวกฝรั่งนั่นได้อย่างคล่องแคล่วขนาดนี้ได้ยังไง!
โจวกั๋วหัวเองก็เพิ่งเคยเห็นคนสื่อสารกับชาวต่างชาติได้อย่างเป็นธรรมชาติเช่นนี้เป็นครั้งแรก เขาจึงถามเวินหว่าน “เสี่ยวหว่าน เจียงเซี่ยพูดภาษาอังกฤษเหรอครับ”
“ไม่ใช่หรอกค่ะ” เวินหว่านส่ายหน้าอย่างหัวเสีย เธอไม่เคยได้ยินภาษาฝรั่งเศสมาก่อน แต่เพื่อรักษาหน้าและกดขี่เจียงเซี่ย เธอจึงได้แต่ปั้นเรื่องโกหกขึ้นมา “ภาษาอังกฤษเรียนยากจะตายไป แถมยังไม่น่าฟังขนาดนี้ด้วย!
“ถ้าที่เธอพูดเป็นภาษาอังกฤษ ก็คงมีแค่คำว่า ‘ขอบคุณ’ เท่านั้นแหละที่ออกเสียงพอจะถูกต้อง! นอกนั้นก็เพี้ยนไปหมด ฉันฟังไม่รู้เรื่องหรอกนะ คงมีแต่พวกฝรั่งนั่นแหละที่ต้องเดาๆ เอา”
โจวกั๋วหัวได้ยินก็คล้อยตาม...ก็จริง ขนาดคนที่พูดภาษาอังกฤษได้ยังมีน้อยเลย แล้วใครจะไปเก่งกาจถึงขั้นรู้ภาษาอื่นได้อีกกัน นั่นมันต้องเป็นระดับนักศึกษาหรือคนที่เคยไปเรียนเมืองนอกมาแล้วเท่านั้นแหละ!
เวินหว่านไม่อยากจะพูดถึงเรื่องของเจียงเซี่ยให้เสียอารมณ์อีกต่อไป “ปะการังท่อนนี้เห็นได้ชัดว่ามันหักไปแล้ว เราไปหาที่อื่นกันเถอะ”
เธอจะต้องหาปะการังทั้งกิ่งให้เจอให้ได้
“ได้เลย ผมจะช่วยคุณหาเอง”
ทั้งสองจึงเริ่มออกค้นหาปะการังทั่วทั้งหาดทรายอย่างไม่ลดละ
(จบบท)