บทที่ 217: เสแสร้งเป็นคนดี
ทันทีที่ได้ยินตัวเลขหนึ่งพันหยวนจากปากของเจ้าของเรือส่งลูกปลา เวินหว่านก็รู้สึกราวกับถูกค้อนทุบเข้าที่หน้าอก เธอรู้สึกได้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังคิดจะขูดเลือดขูดเนื้อกันอย่างชัดแจ้ง
ถึงกระนั้น เธอก็ยังคงสะกดกลั้นอารมณ์ขุ่นมัวไว้ภายใต้รอยยิ้มที่เป็นมิตร “คุณพี่คะ ราคาหนึ่งพันหยวนนี่จะสูงเกินไปหน่อยไหมคะ พวกเราก็ไม่ใช่ว่าจะปฏิเสธไม่เอาลูกปลาพวกนี้เสียหน่อย เพียงแต่สถานการณ์มันบังคับจริงๆ ค่ะ กระชังปลาของบ้านเราโดนพายุไต้ฝุ่นพัดไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว เลยต้องขอเลื่อนการรับมอบออกไปก่อน รอให้เราสร้างกระชังเสร็จเรียบร้อยเมื่อไหร่ เราก็จะยังคงสั่งลูกปลากับคุณพี่เหมือนเดิมแน่นอน ครั้งนี้พวกเรายินดีจะชดใช้ค่าเสียหายและค่าน้ำมันให้ตามสมควร คุณพี่ว่าอย่างไรคะ”
“หนึ่งพันหยวนนี่ผมก็คิดให้ในราคาที่ถูกมากแล้วนะ!” เจ้าของเรือสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ “ตามกฎแล้ว การสั่งลูกปลาต้องวางมัดจำครึ่งหนึ่งของราคาทั้งหมด พวกคุณสั่งลูกปลาห้าพันตัว รวมเป็นเงินหนึ่งพันห้าร้อยหยวน นั่นหมายความว่ามัดจำก็ต้องเป็นเงินเจ็ดร้อยห้าสิบหยวน แล้วผมบวกค่าน้ำมันเพิ่มอีกนิดหน่อยเป็นหนึ่งพันหยวนถ้วนๆ มันผิดตรงไหน! ในเมื่อพวกคุณจะคืนสินค้า มัดจำส่วนนี้ก็ต้องถูกยึดไปตามกฎ คุณน่าจะเข้าใจนะ ผมอุตส่าห์เชื่อใจพวกคุณ แค่โทรศัพท์มาสั่งคำเดียวก็ถ่อเรือมาส่งให้ถึงที่โดยที่ยังไม่ได้เก็บเงินมัดจำเลยสักหยวน ตอนนี้จะขอเก็บเงินหนึ่งพันหยวนเป็นค่ามัดจำบวกค่าน้ำมันนิดๆ หน่อยๆ มันสมเหตุสมผลที่สุดแล้ว!”
เวินหว่านรู้สึกว่าชายคนนี้ช่างไร้เหตุผลสิ้นดี เขาพยายามจะฉวยโอกาสจากภัยพิบัติเพื่อขูดรีดเงินจากพวกเขาอย่างหน้าไม่อาย!
พวกเขาก็ไม่ได้มีเจตนาจะคืนสินค้าเสียหน่อย กระชังปลาที่โดนพายุพัดไปก็ไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาอยากให้เกิดขึ้น! เมื่อไม่มีกระชังแล้วจะให้เอาปลาไปเลี้ยงไว้ที่ไหน การขอคืนสินค้าชั่วคราวแล้วค่อยสั่งใหม่ในภายหลังมันเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลที่สุดแล้วไม่ใช่หรือ
อีกอย่างนี่ก็ไม่ใช่การยกเลิกคำสั่งซื้อจริงๆ เสียหน่อย เป็นเพียงแค่การเลื่อนการรับมอบออกไปเท่านั้น
เวินหว่านตัดสินใจว่าเธอจะไมยอมให้อีกฝ่ายได้เปรียบโดยเด็ดขาด เธอจึงพูดออกไปตรงๆ ด้วยน้ำเสียงที่แข็งขึ้น “พวกเราจะชดใช้ให้คุณสามร้อยหยวน คุณจะรับก็รับ ไม่รับก็แล้วแต่! และในเมื่อปลาพวกนี้พวกเราไม่ได้ยกเลิกคำสั่งซื้อ เป็นเพียงแค่การขอรับช้ากว่ากำหนด! ถ้าอย่างนั้นมันก็ไม่มีเหตุผลที่คุณจะมายึดเงินมัดจำ! คุณคะ พวกเราใจดีมีเมตตา แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะให้ใครมารังแกได้ง่ายๆ! การชดใช้ค่าน้ำมันให้คุณถึงสามร้อยหยวนนี่ถือว่าไม่น้อยเลยนะคะ ถ้าคุณรับเงินสามร้อยหยวนนี่ไป คุณก็เหมือนได้กำไรไปเปล่าๆ แล้ว”
ในเมื่อพวกเขายังไม่ได้จ่ายเงินมัดจำไปสักแดงเดียว หากเขาไม่ยอมรับข้อเสนอสามร้อยหยวนนี้ ก็ให้เขามาอย่างไรก็กลับไปอย่างนั้นเถอะ!
โจวกั๋วหัวเห็นสถานการณ์เริ่มตึงเครียดก็รีบพูดเสริมภรรยา “คุณครับ ครั้งนี้ต้องยอมรับว่าเป็นความผิดของพวกเราเองที่คิดไม่รอบคอบจริงๆ แต่เงินสามร้อยหยวนก็ไม่ใช่น้อยๆ เลยนะครับ ก็น่าจะเพียงพอที่จะชดเชยความเสียหายของคุณได้ ลูกปลาพวกนี้วันนี้พวกเรารับไว้ไม่ได้จริงๆ ครับ ต้องรออีกอย่างน้อยสองสามวันถึงจะรับได้ พวกเราขอชดใช้ให้คุณสามร้อยหยวน แล้วอีกสักครึ่งเดือนข้างหน้าคุณค่อยนำปลามาส่งให้เราใหม่จะได้ไหมครับ”
เงินสามร้อยหยวนนี่ถือว่าเยอะมากแล้วในยุคนี้ มันเกือบจะเท่ากับเงินเดือนทั้งปีของกรรมกรคนหนึ่งเลยทีเดียว
เจ้าของเรือส่งลูกปลาได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมาอย่างขบขันระคนโมโห ชดใช้เงินให้สามร้อยหยวนแล้วมาพูดจาเหมือนกับว่าเขาได้กำไรไปก้อนโตอย่างนั้นรึ
คนพวกนี้รู้บ้างไหมว่าการขนส่งลูกปลาที่บอบบางพวกนี้มันยุ่งยากและมีความเสี่ยงมากแค่ไหน! พวกเขาคิดว่าการดูแลให้ลูกปลาในท้องเรือมีชีวิตรอดตลอดการเดินทางมันเป็นเรื่องง่ายๆ หรืออย่างไร ไม่ต้องให้อาหาร ไม่ต้องดูแลเรื่องออกซิเจนกันเลยหรือไง แค่ค่าออกซิเจนอย่างเดียวตลอดเส้นทางก็ใช้เงินไปไม่น้อยแล้ว!
แถมเรือใหญ่ของเขาก็ซดน้ำมันเหมือนกับอูฐกระหายน้ำ! คนที่มีเรือใหญ่เท่านั้นถึงจะเข้าใจว่ามันกินน้ำมันดุเดือดเพียงใด!
แต่ที่สำคัญที่สุด! คือลูกปลาจานแดงพวกนี้ไม่ใช่ปลาพื้นๆ ที่จะเพาะพันธุ์ได้ในประเทศ! มันต้องนำเข้ามาจากประเทศหมู่เกาะ (ญี่ปุ่น) ทั้งหมด ซึ่งนั่นหมายถึงต้นทุนที่สูงลิบลิ่ว! ขนส่งมาจากประเทศหมู่เกาะอันห่างไกล ค่าน้ำมันแค่สามร้อยหยวนมันจะไปพออะไร!
เจ้าของเรือชี้หน้าเวินหว่านและโจวกั๋วหัวสลับกันไปมา น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเดือดดาลและดูแคลน “ฟังก็รู้แล้วว่าบ้านพวกคุณไม่เคยมีเรือใหญ่เป็นของตัวเอง! และพวกคุณก็ไม่เคยคิดจะศึกษาหาข้อมูลเลยว่าลูกปลาที่พวกคุณสั่งมาเนี่ยมันมีที่มาที่ไปอย่างไร ถึงได้กล้าพูดจาโง่ๆ และไร้จิตสำนึกออกมาได้ว่าชดใช้ให้แค่สามร้อยแล้วผมจะได้กำไรก้อนโต! ความไม่รู้นี่มันน่ากลัวจริงๆ! แต่การไม่มีจิตสำนึกมันน่ากลัวยิ่งกว่า!
“ชดใช้ให้แค่สามร้อยหยวน แต่พูดซะเหมือนกับว่าผมได้เปรียบอย่างมหาศาล! จะบอกอะไรให้เอาบุญนะ! ลูกปลาพวกนี้ผมต้องลำบากขนส่งมาจากประเทศหมู่เกาะโน่น! เพราะเทคโนโลยีของประเทศเรายังเพาะพันธุ์ปลาจานแดงไม่สำเร็จ! แล้วคุณลองตอบผมมาสิว่าลูกปลาที่ขนส่งข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากประเทศหมู่เกาะเนี่ย ค่าน้ำมันแค่สามร้อยหยวนมันจะพอเรอะ! ความไม่รู้น่ะมันไม่น่ากลัวหรอก ที่น่ากลัวคือไม่รู้แล้วยังทำเป็นอวดฉลาดใจกว้าง! ทำเป็นคนดีมีเมตตา! ชดใช้สามร้อยแล้วได้กำไรก้อนโตอย่างนั้นรึ ไม่เคยมีประสบการณ์ ไม่เคยเห็นโลกกว้าง ก็อย่ามาแสดงออกให้คนอื่นเขาหัวเราะเยาะเลย! มันน่าสมเพชสิ้นดี!”
เวินหว่านกับโจวกั๋วหัวถึงกับพูดไม่ออก “…”
ใบหน้าของเวินหว่านร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ความอัปยศอดสูแล่นริ้วขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เธอเกิดมาสองชาติภพ นี่เป็นครั้งแรกที่โดนคนชี้หน้าด่าว่าโง่เง่า ไม่มีประสบการณ์ และไม่เคยเห็นโลก!
‘ถุย!’ เธอสบถในใจอย่างเจ็บแค้น ‘ฉันเกิดใหม่มาทั้งที ประสบการณ์และความรู้ที่ฉันมีมันมากกว่าแกนับร้อยเท่า! แกเป็นแค่คนขายปลาจะไปรู้อะไร!’
เธอเป็นคนมีการศึกษา หาเลี้ยงชีพด้วยสติปัญญาและปลายปากกา ไม่ใช่ชาวประมงที่ต้องคลุกคลีอยู่กับเรื่องพวกนี้ การที่เธอจะไม่รู้ว่าลูกปลาพวกนี้ต้องนำเข้ามาจากประเทศหมู่เกาะมันเป็นเรื่องแปลกตรงไหนกัน
โจวปิงเฉียงเองก็เพิ่งจะรู้ความจริงว่าลูกปลาพวกนี้ต้องนำเข้ามาจากแดนไกล ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง มันก็คงจะลำบากและมีค่าใช้จ่ายสูงอย่างที่เขาว่า
คนเราจะไม่มีจิตสำนึกเกินไปไม่ได้ ต้องทำอะไรไม่ให้ละอายแก่ใจตัวเอง มิเช่นนั้นโชคชะตาอาจจะยิ่งเลวร้ายลงไปอีก
“คุณครับ” เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “ผมขอชดใช้ให้คุณห้าร้อยหยวนแล้วกัน ส่วนลูกปลาพวกนี้ก็รบกวนคุณช่วยเลี้ยงต่อให้พวกเราอีกสักสองสามวัน เมื่อเราจัดการเรื่องกระชังเรียบร้อยแล้วค่อยรับมอบกัน คุณก็รู้ว่าเรื่องภัยธรรมชาติแบบนี้บ้านผมก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นจริงๆ ครั้งนี้ต้องขอโทษด้วยจากใจจริงครับ”
เขาคำนวณในใจแล้วว่า สามร้อยหยวนนั้นอีกฝ่ายคงจะแค่ไม่ขาดทุน แต่หากให้ถึงห้าร้อยหยวน อีกฝ่ายน่าจะมีกำไรติดไม้ติดมือกลับไปบ้างสักสองร้อยหยวน ส่วนหนึ่งพันหยวนนั้นมันมากเกินไปจริงๆ
วิ่งเรือมาเที่ยวเดียวก็ได้กำไรสองร้อย อีกฝ่ายก็น่าจะพอใจแล้ว เพราะอย่างไรเสียลูกปลาล็อตนี้เขาก็ยังจะสั่งอยู่ดีในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
โจวปิงเฉียงคิดว่านี่คือบทเรียนราคาแพงที่เขาต้องจ่าย เพื่อเตือนสติตัวเองว่าต่อไปจะทำอะไรต้องคิดให้รอบคอบกว่านี้
ชาวบ้านในละแวกนั้นเห็นเหตุการณ์มาตลอดก็อดไม่ได้ที่จะเข้ามาช่วยพูดไกล่เกลี่ย
“คุณพี่ครับ ผมเป็นพยานให้ได้เลยนะว่ากระชังปลาของบ้านแกโดนพายุพัดไปจริงๆ! ต่อให้รับปลาพวกนี้มาก็ไม่มีที่ให้เลี้ยงหรอก! คุณพี่อุตส่าห์ถ่อเรือมาส่งให้ถึงที่ก็ลำบากแย่แล้ว ให้ทางนี้เขาช่วยชดเชยให้สักหน่อย ทุกฝ่ายถอยกันคนละก้าว เรื่องจะได้จบลงด้วยดีนะพี่นะ ถ้อยทีถ้อยอาศัยกันทำมาหากิน ดีไหมครับ”
“ใช่แล้วครับพี่! ผมก็เป็นพยานได้! พวกเราเห็นกันทั้งหมู่บ้านว่ากระชังบ้านแกโดนพายุพัดไปจริงๆ! พี่ก็อะลุ่มอล่วยให้แกหน่อยเถอะครับ! พวกเราต่างก็หากินอยู่กับทะเลเหมือนกัน ลำบากไม่ต่างกันหรอก! รับค่าชดเชยห้าร้อยหยวนนี่ไป แล้วก็แล้วกันไปเถอะครับ! หนึ่งพันหยวนน่ะ พวกเราชาวประมงเล็กๆ จะไปหาเงินที่ไหนมาจ่ายไหว!”
…
เมื่อมีคนเข้ามาช่วยพูดเป็นจำนวนมาก และนี่ก็เป็นถิ่นของคนอื่น เจ้าของเรือส่งลูกปลาก็เริ่มอ่อนลง เขาขี้เกียจจะต่อปากต่อคำอีกต่อไป “ช่างเถอะ! ผมไม่ถือสาหาความกับพวกคุณแล้ว! หกร้อยหยวน! ผมจะถือซะว่าเป็นค่าบทเรียนก็แล้วกัน!”
ห้าร้อยหยวนเขาก็ยังขาดทุนอยู่ดี พวกคนพวกนี้ยังคิดว่าเขาได้กำไรมหาศาลอีก ต้องหกร้อยหยวนนั่นแหละถึงจะไม่เข้าเนื้อ!
เขาตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าต่อไปนี้จะไม่ยอมทำธุรกิจกับคนพวกนี้อีกเป็นอันขาด! การทำมาค้าขายต้องยึดถือสัจจะเป็นสำคัญ ค้าขายกับคนที่ไม่มีสัจจะวาจาแบบนี้ มีแต่จะขาดทุนย่อยยับ!
โจวปิงเฉียงขมวดคิ้วเล็กน้อย หกร้อยหยวนนั้นก็ยังถือว่ามากไปอยู่ดี อีกฝ่ายเห็นได้ชัดว่ากำลังฉวยโอกาส! แต่เขาก็ไม่อยากจะยืดเยื้ออีกต่อไปแล้ว เขาจึงหันไปสั่งให้โจวกั๋วหัวรีบกลับบ้านไปเอาเงิน แล้วหันไปกล่าวขอโทษเจ้าของเรืออีกครั้ง “ได้ครับ หกร้อยก็หกร้อย ครั้งนี้เป็นความผิดพลาดของพวกเราเองที่คิดไม่รอบคอบ ทำให้คุณต้องเสียเที่ยวมาเปล่าๆ ต้องขอโทษจริงๆ ครับ”
โจวกั๋วหัวจึงรีบวิ่งกลับบ้านไปเอาเงินทันที พวกเขาเพิ่งจะกลับจากการออกทะเล วันนี้ขายปลาได้เงินมาแค่ไม่กี่สิบหยวน ในตัวจึงไม่มีเงินมากขนาดนั้น
และในจังหวะนั้นเอง โจวเฉิงเหล่ยที่อุ้มตะกร้าสานใบใหญ่ก็เดินเข้ามาพร้อมกับเจียงเซี่ย
พ่อโจวกับโจวเฉิงซินหาบปลากระมงทองคนละหาบเดินตามมาติดๆ ส่วนแม่โจวก็ถือถังสองใบตามมาด้านหลัง
ปลากระมงทองพวกนั้นจะถูกนำไปทำปลาเค็มตากแห้ง ส่วนของในถังที่แม่โจวถืออยู่คือวัตถุดิบสำหรับอาหารค่ำคืนนี้
โจวเฉิงเหล่ยเห็นเจ้าของเรือส่งลูกปลาก็หยุดฝีเท้าลง “คุณเหอ มาทำอะไรที่นี่หรือครับ”
คุณเหอพอเห็นว่าเป็นโจวเฉิงเหล่ย สีหน้าที่บูดบึ้งก็คลายลงเล็กน้อย “อย่าให้พูดเลย! ครอบครัวนี้สั่งให้ผมมาส่งลูกปลา แต่พอมาถึงกลับบอกไม่เอาแล้ว! ทำให้ผมต้องเสียเที่ยวมาเปล่าๆ ค่าน้ำมันยังเกือบจะขาดทุนเลย!”
โจวปิงเฉียงพอเห็นหน้าพ่อโจว สีหน้าของเขาก็ยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเสียหน้าต่อหน้าคู่ปรับตลอดกาลอีกครั้ง พอได้ยินคำพูดของคุณเหอ ความอดทนของเขาก็ขาดผึง เพราะเขาทั้งชดใช้เงินให้แล้ว ทั้งกล่าวขอโทษแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ยังคงมีท่าทีเช่นนี้!
เขาพูดขึ้นอย่างเหลืออด “นี่ก็ไม่ใช่เพราะว่ากระชังปลาของผมโดนพายุพัดไปจนหมดแล้วหรือไง คุณเหอ ผมไม่ได้บอกว่าจะไม่เอา แต่แค่ยังรับตอนนี้ไม่ได้ ให้คุณนำกลับไปก่อน แล้วค่อยมาส่งใหม่ ผมก็ไม่ได้ให้คุณต้องเสียเที่ยวเปล่าๆ ผมไม่ได้ตกลงว่าจะชดใช้ให้คุณถึงหกร้อยหยวนแล้วเหรอ นี่มันก็น่าจะมากพอแล้วนะ! ถ้าไม่ใช่เพราะกระชังโดนพัดไปจนหมด ผมไม่มีทางปฏิเสธไม่รับลูกปลาพวกนี้หรอก!”
คุณเหอหัวเราะเยาะ “ใช่สิ! ชดใช้ให้ตั้งหกร้อยหยวนแน่ะ เยอะมากแล้ว! ผมคงจะได้กำไรมหาศาลเลยสินะ! ถุย! เงินหกร้อยหยวนน่ะยังไม่พอค่าขาดทุนค่าน้ำมันกับค่าแรงของผมเลยด้วยซ้ำ ยังมาคิดว่าผมได้กำไรก้อนโตอีก! ผมนี่ต้องขอบคุณพวกคุณจริงๆ เลยนะ!”
โจวปิงเฉียงถึงกับพูดไม่ออก “…”
พ่อโจวมองโจวปิงเฉียงแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปยิ้มให้คุณเหอ “คุณเหอ ผมเป็นพยานให้ได้นะว่ากระชังบ้านเขาโดนพายุพัดไปจริงๆ!”
ชาวบ้านคนอื่นๆ ก็รีบช่วยกันพูดเสริม “ใช่ๆ โดนพัดไปจริงๆ ครับ เขาไม่ได้ตั้งใจโกหกหรอก!”
คุณเหอสวนกลับทันควัน “กระชังโดนพัดไปมันก็เรื่องของบ้านเขา ไม่เห็นจะเกี่ยวกับผมตรงไหน! เขาสั่งของ ผมก็ส่งของให้ตรงเวลา เขาก็ต้องรับของแล้วจ่ายเงิน! นี่ผมต้องเสี่ยงชีวิตฝ่าคลื่นลมมาส่งของนะ! พวกเราต่างก็หากินอยู่ในทะเลเหมือนกัน ใครบ้างจะไม่มีความเสี่ยง!”
พ่อโจวได้ฟังก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีเหตุผลของตัวเอง
และในตอนนั้นเอง เจียงเซี่ยก็ก้าวออกมาข้างหน้า แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เรียบสงบ “คุณเหอคะ ไม่ทราบว่าคุณเอาลูกปลามาส่งทั้งหมดเท่าไหร่เหรอคะ”
เวินหว่านเห็นเจียงเซี่ยก้าวออกมา ก็อดไม่ได้ที่จะหรี่ตามองเธออย่างพินิจพิเคราะห์ เจียงเซี่ยคิดจะออกมาเสแสร้งเป็นคนดี ทำตัวเป็นนางเอกเข้ามารับซื้อลูกปลาล็อตนี้ไปแทนหรืออย่างไร
...ไม่ใช่!
ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวของเวินหว่านทันที...ที่พวกเขาตัดสินใจสั่งลูกปลา ก็เป็นเพราะว่าโจวลี่ แอบได้ยินเจียงเซี่ยคุยโทรศัพท์ไม่ใช่หรือ!
หรือว่า...เจียงเซี่ยจะร่วมมือกับคุณเหอคนนี้ วางแผนหลอกเงินพวกเขากันแน่!
(จบบท)