บทที่ 222: โทรศัพท์
แค่เทพื้นให้กว้างขึ้นอีกหน่อยจะสามารถป้องกันบ้านรั่วซึมได้ด้วยหรือ หัวหน้าคนงานก่อสร้างครุ่นคิดอยู่เพียงครู่เดียว ก็เข้าใจถึงหลักการนั้นได้อย่างทะลุปรุโปร่งในทันที!
เขาคร่ำหวอดอยู่ในวงการนี้มานาน ย่อมรู้ดีว่าในตอนนี้ทั้งในตัวอำเภอและในตัวเมือง อาคารหลายหลังที่สร้างมานานเกินห้าปี ชั้นบนสุดก็เริ่มประสบปัญหาน้ำรั่วซึมกันถ้วนหน้า โดยเฉพาะบ้านที่อายุเจ็ดแปดปีขึ้นไป บางหลังอาการหนักถึงขั้นพื้นชั้นบนสุดแตกร้าว จนถึงขนาดที่ว่าวันที่ฝนตกหนักข้างนอก ในบ้านก็ไม่ต่างกับฝนตกปรอยๆ
แน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะในสมัยนั้นช่างหลายคนยังขาดประสบการณ์ การขุดฐานรากไม่ลึกพอ ทำให้เกิดการทรุดตัวของโครงสร้าง
แต่ปัญหาน้ำซึมและรั่วตามรอยต่อของกำแพงใต้พื้นชั้นบนสุดนั้น บ้านที่อยู่ชั้นบนสุดแทบจะทุกหลังต้องเผชิญ! ตลอดสองปีมานี้เขาได้ยินเรื่องร้องเรียนนี้บ่อยมาก และมีหลายคนมาจ้างวานให้เขาไปซ่อมรอยรั่ว แต่เขาก็ยังหาวิธีแก้ไขที่ได้ผลถาวรไม่ได้เสียที เขาเคยเห็นแม้กระทั่งผนังบ้านของตัวเองที่ขึ้นราจนดำไปทั้งแถบ จนตู้เสื้อผ้าก็ไม่กล้าตั้งชิดกำแพง
ชั้นบนสุดรั่วซึมง่าย...ไม่ใช่แค่หัวหน้าคนงานก่อสร้างที่รู้ดี แต่เวินหว่านเองก็รู้ซึ้งถึงปัญหานี้เช่นกัน!
ในยุคปัจจุบันที่เธอจากมา ตามตรอกซอกซอยของย่านเมืองเก่าจะเต็มไปด้วยโฆษณาสติ๊กเกอร์ที่แปะเกลื่อนตามกำแพงจนดูน่ารำคาญตา ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องรับทะลวงท่อตันและรับซ่อมรอยรั่วบนดาดฟ้า
ก่อนที่เธอจะเกิดใหม่ หลังจากที่หย่าร้างไปแล้ว มีช่วงหนึ่งที่เธอเคยไปเช่าห้องพักชั้นบนสุดของอาคารเก่าๆ อยู่ เธอจำได้ดีว่าผนังห้องที่อยู่ใกล้กับเพดานนั้น เพราะปัญหาน้ำรั่วซึมในวันฝนตก มันถึงกับมีตะไคร่น้ำสีเขียวขึ้นเป็นปื้น!
ปัญหาชั้นบนสุดรั่วซึมเป็นปัญหาใหญ่ที่น่าปวดหัวจริงๆ! หัวหน้าคนงานก่อสร้างหัวเราะออกมาอย่างชื่นชม “ความคิดนี้ยอดเยี่ยมมาก! เมื่อก่อนทำไมผมถึงคิดไม่ถึงนะ ฮ่าๆๆ ต่อไปนี้ถ้าบ้านไหนจะสร้างตึก ผมต้องเตือนพวกเขาเรื่องนี้สักหน่อยแล้ว”
พ่อโจวยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ไม่ใช่แค่พื้นอย่างเดียวนะ ขอบหน้าต่างบ้านผม หรือที่เรียกว่าขอบปูนเหนือหน้าต่าง ก็ให้ช่างเทยื่นออกไปอีกสามสิบกว่าเซนติเมตร ทำเป็นแผ่นคอนกรีตไว้ แบบนี้วันที่ฝนตกปรอยๆ ก็ยังสามารถเปิดหน้าต่างระบายอากาศได้นิดหน่อย ไม่ต้องอุดอู้อยู่ในบ้าน ทั้งหมดนี้เป็นความคิดของลูกสะใภ้ผมล้วนๆ เลย”
หัวหน้าคนงานได้ฟังก็ยิ่งชื่นชม “ลูกสะใภ้ของคุณต้องเป็นคนที่มีความรู้สูงมากแน่ๆ เลย!”
“แน่นอนอยู่แล้ว!” พ่อโจวกล่าวอย่างกระตือรือร้น “เขาน่ะรู้เยอะแยะไปหมด ช่วยสำนักพิมพ์แปลงานอยู่ทุกวัน ทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส...” จากนั้นพ่อโจวก็เริ่มเข้าสู่โหมดการแสดงของเขาอีกครั้ง เพียงแต่ครั้งนี้ไม่ใช่การอวดอ้างสรรพคุณของตัวเอง แต่เป็นการอวดความสามารถอันน่าทึ่งของเจียงเซี่ย
เวินหว่านเม้มริมฝีปากแน่น แววตาฉายประกายดูถูกออกมาอย่างไม่ปิดบัง ‘พ่อโจวคงจะไม่รู้สินะ ว่าที่ลูกสะใภ้สุดที่รักของท่านสามารถเข้าไปทำงานแปลที่สำนักพิมพ์เพื่อหาเงินได้นั้น ก็เป็นเพราะว่าเธอมีพ่อที่ดีคอยหนุนหลัง ไม่ใช่เพราะว่าเธอมีความสามารถทางภาษาที่เก่งกาจอะไรนักหนาหรอก!’
เธอไม่อยากจะทนฟังพ่อโจวยกยอปอปั้นเจียงเซี่ยอีกต่อไป เธอจึงเรียกหัวหน้าคนงานของบ้านเธอให้เดินมาข้างๆ แล้วกระซิบสั่ง “พื้นชั้นดาดฟ้าของบ้านฉันก็อยากจะให้ทำยื่นออกมานอกกำแพงเหมือนกัน”
หัวหน้าคนงานได้ฟังก็อธิบายทันที “ถ้าจะทำแบบนั้นก็ต้องตีไม้แบบเพิ่มที่ด้านนอกให้กว้างขึ้นอีกหน่อยนะครับ แล้วก็เพราะว่าตอนนี้คุณตีไม้แบบทั้งหมดแน่นหนาดีแล้ว การจะเพิ่มเข้าไปทีหลังก็ต้องรื้อไม้กระดานที่ขอบๆ ออกก่อนถึงจะตีแผ่นใหม่เพิ่มเข้าไปได้ ซึ่งมันเสียเวลามากเลยนะครับ อีกอย่างไม้ค้ำยันที่คุณเตรียมไว้ก็ไม่พอ ต้องไปหาไม้มาค้ำเพิ่มอีกเยอะ วันเดียวทำไม่เสร็จแน่นอนครับ ถ้าคุณยืนยันจะเพิ่มความกว้างจริงๆ วันนี้ก็คงจะเทคานไม่ได้ ต้องเลื่อนออกไปอีกอย่างน้อยวันสองวัน”
เวินหว่านได้ฟังก็ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิด เธออดไม่ได้ที่จะต่อว่า “แล้วตอนที่พวกคุณทำกันก่อนหน้านี้ ทำไมถึงไม่เรียนรู้จากบ้านข้างๆ ให้มันยื่นออกมาบ้างล่ะ!”
หัวหน้าคนงานถึงกับพูดไม่ออก “…”
เขาสร้างบ้านมาตั้งมากมาย แต่ก็เพิ่งจะเคยเจอเจ้าของบ้านที่หาเรื่องอย่างไร้เหตุผลเช่นนี้เป็นครั้งแรก
เขาพยายามข่มใจแล้วอธิบายอย่างอดทน “ถึงแม้ว่าการทำให้พื้นยื่นออกมาหน่อยหนึ่งจะฟังดูเหมือนช่วยป้องกันปัญหาน้ำซึมได้จริงๆ แต่บ้านของคุณก็วางแผนจะสร้างสองชั้นครึ่งไม่ใช่เหรอครับ โดยทั่วไปแล้วปัญหาน้ำรั่วซึมมักจะเกิดที่ชั้นบนสุดเท่านั้น ในเมื่อบ้านคุณจะสร้างสองชั้นอยู่แล้ว ชั้นหนึ่งผมว่าไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มหรอกครับ รอถึงตอนทำชั้นสองค่อยให้มันยื่นออกไปก็ได้”
เวินหว่านในตอนนี้อยากจะรีบสร้างบ้านใหม่ให้เสร็จเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เธอไม่อยากจะต้องทนอยู่กับพี่สะใภ้สองคนอีกต่อไปแล้ว เธอคิดตามแล้วก็เห็นว่ามันเป็นความจริงที่ปัญหาน้ำรั่วซึมส่วนใหญ่มักจะเกิดที่ชั้นบนสุด และบ้านของเธอก็จะสร้างถึงสองชั้น การรอทำในชั้นที่สองก็ยังไม่สายเกินไป เธอจึงยอมถอยหนึ่งก้าว
“ถ้างั้นชั้นนี้ก็เอาตามนี้แหละ! ไม่ต้องเปลี่ยนแล้ว! แต่ชั้นต่อไปคุณอย่าลืมทำให้มันยื่นออกไปเด็ดขาดนะ”
“ได้ครับ ถ้างั้นพวกเราจะเริ่มเทพื้นแล้วนะครับ”
ทีมก่อสร้างของบ้านเจียงเซี่ยได้ผสมคอนกรีตกองใหญ่ไว้เรียบร้อยแล้ว คอนกรีตที่ผสมจนได้ที่ทีละถังๆ ก็เริ่มถูกส่งขึ้นไปด้านบนด้วยระบบรอกและเชือก
เจียงเซี่ยเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของคนงาน ก็ได้เดินลงมาที่พื้นดินเรียบร้อยแล้ว
โจวเฉิงเหล่ยยืนอยู่บนชั้นดาดฟ้า ช่วยดึงคอนกรีตทีละถังๆ จากพื้นดินขึ้นไปอย่างแข็งขัน แล้วส่งต่อให้คนงานที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา
คนงานที่อยู่ข้างหลังรับมาแล้วก็ส่งต่อให้อีกคนหนึ่งอย่างรวดเร็ว เป็นทอดๆ ต่อเนื่องกันไปจนกระทั่งถึงคนงานคนสุดท้ายที่อยู่ปลายแถว ซึ่งจะทำหน้าที่เทคอนกรีตลงบนพื้นไม้แบบ
ความเร็วของทุกคนนั้นสอดประสานกันอย่างน่าทึ่ง แทบจะไม่ถึงนาทีก็สามารถส่งคอนกรีตขึ้นไปได้หนึ่งถัง
ด้านล่างก็มีคนงานอีกหลายคนที่รับผิดชอบในการตักคอนกรีตใส่ถัง และคอยผสมคอนกรีตใหม่เติมอยู่ตลอดเวลา
พื้นที่จะต้องเทในวันนี้มีถึงสองชั้นด้วยกัน คือชั้นดาดฟ้าของตัวบ้านหลัก และพื้นชั้นบนของส่วนครัวและห้องเก็บเครื่องมือการเกษตรที่ก่ออิฐเสร็จแล้วเช่นกัน ดังนั้นจึงต้องเตรียมคอนกรีตไว้ในปริมาณมหาศาล
เจียงเซี่ยมองดูอยู่เพียงครู่หนึ่งก็ไม่ได้ให้ความสนใจต่อ เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเจียงตงและจางฟู่เหยียนจะนั่งรถไฟถึงเมืองหลวงในวันนี้ และในช่วงบ่ายเจียงตงก็น่าจะกลับถึงโรงเรียนแล้ว
ครั้งก่อนเธอได้ขอเบอร์โทรศัพท์ของเย่เสียนจากเจียงตงไว้แล้ว และเธอตัดสินใจว่าจะต้องโทรหาเย่เสียนในวันนี้ เพื่อฝากฝังให้เธอช่วยดูแลน้องชายของเธอให้ดีๆ หน่อย
ดังนั้นเธอจึงเดินกลับเข้าบ้านไปเข็นจักรยานออกมา แล้วบอกกับโจวเฉิงเหล่ยว่าจะออกไปโทรศัพท์หาเจียงตง จากนั้นก็ขี่จักรยานมุ่งหน้าไปยังที่ทำการกองผลิต
เวินหว่านยืนอยู่ริมทาง สายตาของเธอกลับจับจ้องไปยังร่างสูงใหญ่ของโจวเฉิงเหล่ยที่กำลังใช้แขนอันทรงพลังทั้งสองข้างดึงถังคอนกรีตขึ้นไปทีละถังๆ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ทุกคนในที่นั้นสวมเพียงเสื้อกล้ามสีขาว แต่มีเพียงเขาคนเดียวที่ยังคงสวมเสื้อเชิ้ต แม้จะพับแขนเสื้อขึ้นมา แต่ก็ยังเผยให้เห็นเส้นเลือดที่ปูดนูนบนแขนท่อนล่าง แนวเส้นของกล้ามเนื้อนั้นช่างดูสวยงามและเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง ท่วงท่าที่รวดเร็วว่องไวนั้นดึงดูดสายตาทุกคู่ ราวกับว่าเขาไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย!
เธออดไม่ได้ที่จะมองจนเหม่อลอยไป
โจวเฉิงเหล่ยเป็นคนที่มีสัญชาตญาณเฉียบแหลมอยู่แล้ว เขาสัมผัสได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองมาที่เขาอย่างไม่วางตา เขากวาดตามองไปยังทิศทางนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะหยุดการเคลื่อนไหวแล้วดึงแขนเสื้อของตัวเองลงมาปิดบังแขนท่อนล่างไว้ แล้วถึงได้ก้มหน้าก้มตาดึงคอนกรีตขึ้นไปต่อ
ในยุคสมัยนี้ มีผู้ชายเพียงไม่กี่คนที่จะสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวตลอดทั้งวันเหมือนโจวเฉิงเหล่ย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่บ้านที่อากาศร้อนอบอ้าวเช่นนี้ ทุกคนมักจะสวมเพียงเสื้อกล้ามตัวเดียวเดินไปทั่วหมู่บ้าน หรือบางคนถึงกับถอดเสื้อท่อนบนทำงานในไร่นาและที่ท่าเรือเลยด้วยซ้ำ
แต่เธอลืมไปแล้วว่าตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่สายตามากมายเริ่มจับจ้องมาที่โจวเฉิงเหล่ย จนเขาต้องหันมาสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวจนเป็นนิสัย แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้น สายตาที่จับจ้องมาที่เขาก็ยังคงมีมากมายอยู่ดี
…
เจียงเซี่ยขี่จักรยานมาถึงที่ทำการกองผลิต เธอจอดจักรยานเรียบร้อยแล้วเดินเข้าไปในสำนักงาน ก็พบว่าคนที่นั่งอยู่หน้าโทรศัพท์ได้เปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่โจวลี่อีกต่อไป
คนที่มาแทนคือหญิงวัยกลางคนที่อายุไล่เลี่ยกับโจวลี่ เจียงเซี่ยรู้เพียงแค่ว่าอีกฝ่ายเป็นคนจากหมู่บ้านข้างๆ และทุกคนเรียกเธอว่าป้าหง
เจียงเซี่ยจึงยิ้มแล้วทักทายขึ้น “ป้าหงคะ วันนี้ทำไมถึงเป็นป้านั่งตรงนี้ล่ะคะ”
ป้าหงยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “ต่อไปนี้ก็จะเป็นป้านั่งตรงนี้ตลอดไปแล้วล่ะจ้ะ”
พูดจบ เธอก็มองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง ก่อนจะกระซิบกับเจียงเซี่ยด้วยเสียงที่เบาลง “โจวลี่น่ะโดนลงโทษแล้ว ตอนนี้เขาย้ายไปรับตำแหน่งของป้าแทน กลายเป็นพนักงานฝ่ายสนับสนุนของสำนักงานเราไปแล้ว”
ป้าหงนั้นดีใจอย่างยิ่ง! ในที่สุดเธอก็ได้ดิบได้ดี มีโต๊ะทำงานเป็นของตัวเองเสียที! ก่อนหน้านี้ตำแหน่งที่เรียกว่าพนักงานฝ่ายสนับสนุนนั้น แท้จริงแล้วก็คืองานภารโรงและงานเบ็ดเตล็ดสารพัดชนิดนั่นเอง!
เจียงเซี่ยเลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ ไม่คิดเลยว่าโจวลี่จะถูกลดขั้นไปเป็นพนักงานฝ่ายสนับสนุน นั่นมันก็ไม่ต่างอะไรกับงานเบ็ดเตล็ดเลยไม่ใช่หรือ คาดว่าเธอคงจะอัดอั้นตันใจจนอยากจะกลับไปตบกับเวินหว่านอีกสักรอบเป็นแน่
เจียงเซี่ยยิ้มบางๆ “ยินดีด้วยนะคะป้าหงที่ได้เลื่อนตำแหน่ง หนูขอรบกวนโทรศัพท์หน่อยค่ะ”
ป้าหงรีบลุกขึ้นทันที “โทรได้เลยจ้ะ เดี๋ยวป้าขอตัวไปรินน้ำดื่มก่อนนะ”
พูดจบเธอก็ถือแก้วเคลือบใบใหม่เอี่ยมที่สกรีนคำว่า ‘รับใช้ประชาชน’ เดินเลี่ยงออกไปอย่างรู้หน้าที่
โจวลี่ก็เพราะไปแอบฟังโทรศัพท์ที่ไม่ควรฟัง และไปทำเรื่องที่ไม่ควรทำ ถึงได้โดนลงโทษสถานหนักเช่นนี้ เธอจะทำผิดพลาดแบบเดียวกันไม่ได้เด็ดขาด!
เจียงเซี่ยจึงกดหมายเลขโทรศัพท์ที่เธอจดจำไว้
นี่คือเบอร์โทรศัพท์ของหอพักนักเรียนที่เย่เสียนอาศัยอยู่ เป็นเบอร์ของผู้ดูแลหอพักโดยตรง เมื่อมีคนรับสาย เธอก็บอกหมายเลขห้องและชื่อเต็มของเย่เสียนให้กับอีกฝ่ายทราบ แล้วรบกวนให้ช่วยไปตามเย่เสียนมารับโทรศัพท์ให้หน่อย
อีกฝ่ายบอกให้เธอรอสักครู่แล้วโทรกลับมาใหม่อีกห้านาทีข้างหน้า จากนั้นก็วางสายไป
เมื่อเวลาผ่านไปห้านาทีพอดี เจียงเซี่ยก็กดโทรศัพท์ออกไปอีกครั้ง และคราวนี้เธอก็ได้ยินเสียงของเย่เสียน “ฮัลโหล สวัสดีค่ะ ฉันเย่เสียนค่ะ”
เจียงเซี่ยปรับน้ำเสียงของตัวเองทันที เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจือความกังวลอย่างเห็นได้ชัด “เสี่ยวเสียน นี่พี่เจียงเซี่ยนะ...เจียงตงกลับถึงโรงเรียนหรือยัง”