บทที่ 43 บาดเจ็บ
เจียงเซี่ยไม่ได้ให้ความสนใจอีกว่านางเอกของเรื่องกำลังทำอะไรอยู่ เธอยังคงเดินสำรวจไปตามแนวโขดหินเพื่อมองหาสิ่งของที่อาจเก็บได้ต่อไป เมื่อเจอก้อนหินที่พอจะขยับได้ เธอก็ลองพลิกมันดู แต่ก็ไม่พบอะไรเป็นพิเศษ
โจวเฉิงเหล่ยเพียงแค่ถือถังน้ำเดินตามเธออยู่ไม่ห่าง
เจียงเซี่ยหันไปไล่เขา "คุณจะเดินตามหลังฉันทำไมคะ? แยกกันไปหาของสิ จะได้รีบเก็บรีบกลับบ้านกัน เดี๋ยวฟ้าก็มืดแล้ว ลองดูหน่อยว่ามีปูอีกไหม เผื่อจะเก็บเพิ่มได้อีกสักสองสามตัว"
"ปูมีฤทธิ์เย็น กินมากไปไม่ดีต่อร่างกาย" โจวเฉิงเหล่ยเอ่ยขึ้น เขาเดินตามเพราะกลัวว่าเธอจะหกล้ม แต่เมื่อถูกแสดงท่าทีรำคาญใส่ เขาก็ได้แต่เดินเลี่ยงออกไป เพื่อตามหาปูที่เธอชอบ
เจียงเซี่ยเดินสำรวจต่อไปอย่างระมัดระวัง ไม่ว่าจะเจอหอยแมลงภู่ตัวเล็กๆ หรือหอยนางรมที่เกาะตามโขดหินเธอก็เก็บขึ้นมาทั้งหมด ยุงตัวเล็กแค่ไหนก็ยังมีเนื้อคติของเธอคือขอแค่กินได้ก็ไม่ปล่อยผ่าน
เดินไปได้ไม่ไกล เธอก็เจอปลาสีเขียวอมฟ้าตัวหนึ่ง มันคือปลานกขุนทองที่ตายแล้ว เจียงเซี่ยแง้มเหงือกของมันดูยังเป็นสีแดงสด แสดงว่ายังสดใหม่อยู่ เธอจึงเก็บมันใส่ลงในถัง
เธอค่อยๆ เดินต่อไปจนสุดแนวโขดหิน ด้านหน้าเป็นชายหาดอีกครั้งซึ่งมีผู้คนอยู่มากมาย เจียงเซี่ยคิดว่าคงไม่มีอะไรให้เก็บอีกแล้ว แต่พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นเปลือกสีแดงส่วนหนึ่งโผล่ออกมาจากซอกหินในแอ่งน้ำเล็กๆ
ดูจากลักษณะของเปลือกแล้ว คาดว่ามันน่าจะเป็นกุ้ง! หัวใจของเธอเต้นระรัวขึ้นมาทันที!
เจียงเซี่ยรีบวางถังน้ำลงข้างๆ แล้วย่อตัวลงไปดู แต่กลับพบว่าแขนของเธอยาวไม่พอที่จะเอื้อมถึง เธอจึงตัดสินใจนอนราบลงไปกับโขดหินเพื่อรอคอยจังหวะ
โจวเฉิงเหล่ยคอยชำเลืองมองความเป็นไปของเจียงเซี่ยอยู่เป็นระยะ พอหันมาอีกทีก็เห็นเธอนอนคว่ำอยู่บนโขดหินในท่าที่ก้นโด่งขึ้นมาอย่างน่าขัน
โจวเฉิงเหล่ย: "..."
เขาไม่รู้ว่าเธอเจออะไร แต่ก็รีบยกเท้าก้าวเดินไปหา
หลังจากที่เจียงเซี่ยหมอบลง เจ้าของเปลือกสีแดงก็ค่อยๆ เผยตัวออกมามากขึ้น เมื่อมันเผยร่างกายออกมาได้ราวครึ่งหนึ่ง เจียงเซี่ยก็ฉวยโอกาสนั้นยื่นมือออกไปคว้าจับมันขึ้นมาทันที!
มันคือกั้งกระดานสีแดงสดตัวเขื่องที่อยู่ในมือ
โจวเฉิงเหล่ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
เจียงเซี่ยหันไปหาเขา พลางส่งยิ้มที่สดใสที่สุด "ฉันจับกั้งกระดานได้ด้วยค่ะ!"
โจวเฉิงเหล่ยเดินเข้ามาใกล้ สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความดีใจของเธอ เขาพิจารณามันแวบหนึ่ง "ใช่ กั้งกระดาน เนื้อของมันอร่อยมากนะ"
เนื้อของกั้งกระดานนั้นทั้งแน่นและนุ่มละมุน รสชาติก็เข้มข้นกลมกล่อมคล้ายกับกุ้งมังกร แต่มีความละเอียดอ่อนกว่า
"มันคงจะแพงมากเลยใช่ไหมคะ?"
"อืม แต่มันก็ไม่ใช่ว่าจะจับได้บ่อยๆ" เขาคิดว่าเธอคงไม่เคยกิน จึงเอ่ยขึ้น "วันนี้เราเก็บกุ้งได้เยอะแล้ว กั้งตัวใหญ่นี่เราเก็บไว้ชิมเถอะ"
"ก็ได้ค่ะ" เจียงเซี่ยตอบรับ เงินน่ะหาเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ของอร่อยที่หายากเช่นนี้ เมื่อมีโอกาสก็ควรจะลิ้มลองเสียหน่อย
โจวเฉิงเหล่ยยกถังของตนมาวางตรงหน้าเธอ "เอามาใส่ในถังนี่สิ"
เจียงเซี่ยมองลงไปในถังของเขา เขาไม่ได้เก็บทุกอย่างที่ขวางหน้า ในถังมีเพียงปลากะพง, ปลาไหลทะเล, และปูอีกหลายตัว
เจ้าปลาไหลทะเลนั่นดูคล้ายงู ทำเอาหัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปเล็กน้อย เธอรีบโยนกั้งกระดานลงไปในถังของเขาทันที
โจวเฉิงเหล่ยหยิบถังน้ำของเธอที่วางอยู่บนพื้นขึ้นมา "ไปกันเถอะ!"
"โอ้" เจียงเซี่ยรับคำ แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะกวาดสายตามองไปรอบๆ อีกครั้ง
และในจังหวะนั้นเอง เธอก็เห็นเงาสีขาววูบไหวอยู่ตรงโขดหินที่ถูกคลื่นซัดสาด
"ตรงนั้นมีอะไรบางอย่างค่ะ!" เธอร้องขึ้น พลางก้าวเดินไปทางนั้นทันที
"อย่าเข้าไปนะ คลื่นมันแรง!" โจวเฉิงเหล่ยร้องห้าม แล้วรีบตามไป
"ฉันไม่เข้าไปใกล้หรอกค่ะ" เธอตอบกลับ พลางเดินเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด คลื่นลูกหนึ่งซัดเข้ามาจนน้ำทะเลทะลักเข้ามาในรองเท้าบูทของเธอจนเต็ม
แต่ในที่สุดเธอก็เห็น มันคือปลาดาบเงินตัวยาวเหยียดที่กำลังดิ้นรนอยู่ในซอกหิน ดูเหมือนใกล้จะตายเต็มทีแล้ว
"ปลาดาบเงินนี่" ฟันของมันแหลมคม โชคดีที่มันดูใกล้จะหมดแรงแล้ว
"เดี๋ยวผมจัดการเอง เธอถอยไปไกลๆ" โจวเฉิงเหล่ยกระโดดลงไป มือหนึ่งจับหัวของมันไว้ ส่วนอีกมือก็จับลำตัวของมันแน่น
ทันทีที่ถูกจับ ปลาดาบเงินก็ดิ้นรนสุดแรงเกิด มันสะบัดหางจนน้ำทะเลสาดใส่หน้าเจียงเซี่ยเต็มๆ
เธอเตรียมถุงหนังงูไว้พร้อมแล้ว เปิดปากถุงรอรับอยู่
โจวเฉิงเหล่ยใช้มีดแทงที่ท้องของมันเพื่อปลิดชีพ แล้วจึงโยนมันเข้าไปในถุง ปลาดาบเงินตัวนี้ทั้งใหญ่และยาว คาดว่าน่าจะหนักร่วมสิบชั่ง
หลังจากนั้นทั้งสองก็เดินสำรวจบริเวณนั้นอีกรอบ แต่เมื่อไม่พบอะไรอีกจึงได้เดินทางกลับ
โจวเฉิงเหล่ยเป็นคนถือของทั้งหมด ทั้งถังน้ำสองใบและปลาดาบเงินตัวยาว เขาไม่ยอมให้เจียงเซี่ยถืออะไรเลย ในมือของเธอจึงมีเพียงคีมเหล็กและพลั่วอันเล็กๆ เท่านั้น
ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินกลับ เจียงเซี่ยก็ยังไม่สิ้นหวัง เธอเดินไปพลางสอดส่ายสายตามองไปรอบๆ
ทันใดนั้น ก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นจากที่ห่างไกล "มีคนถูกคลื่นซัดออกไปแล้ว!"
เจียงเซี่ยตกใจหันไปมองทันที เธอเห็นเงาร่างสีขาวร่างหนึ่งกำลังผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ในเกลียวคลื่นจริงๆ นางเอกสวมชุดสีขาว
โจวเฉิงเหล่ยรีบวางของในมือลงทันทีแล้วออกตัววิ่งไปทางนั้น
เจียงเซี่ยก็วิ่งตามไปเช่นกัน
ทว่า.ด้วยความรีบร้อน เท้าของเธอพลันลื่นไถลบนโขดหินที่เปียกชื้น จนทั้งร่างล้มกระแทกลงไปบนโขดหินอย่างแรง!
ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงแล่นปราดขึ้นมาจากหัวเข่า!
ขากางเกงของเธอถูกถลกขึ้นอยู่แล้วจากการที่น้ำทะเลทะลักเข้ารองเท้าบูทก่อนหน้านี้ เธอจึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามีเลือดไหลซึมออกมาจากหัวเข่าไม่หยุด
เจียงเซี่ยพยายามจะยันตัวลุกขึ้น แต่กลับเจ็บจนต้องสูดปากร้องออกมา "ซี๊ด!"
โจวเฉิงเหล่ยราวกับมีตาทิพย์ เขาหันกลับมามองเธอทันที แล้วจึงเหลือบมองไปยังริมทะเล ตรงนั้นมีชาวบ้านหลายคนกำลังวิ่งเข้าไปช่วยแล้ว คนเหล่านั้นล้วนเป็นคนที่ว่ายน้ำเก่งทั้งสิ้น
เขาจึงหันหลังกลับมาหาเจียงเซี่ยทันที เข่าและข้อเท้าของเธอถลอกเป็นแผล มีเลือดไหลออกมาไม่หยุด
เขาขมวดคิ้วมุ่น "ผมดูหน่อยว่าข้อเท้าเคล็ดรึเปล่า" เขาค่อยๆ จับข้อเท้าและน่องของเธอ แล้วลองขยับเบาๆข้อต่อไม่เป็นอะไร
โจวเฉิงเหล่ยถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางเหลือบมองไปทางทะเลอีกครั้ง
เจียงเซี่ยก็มองตามไป ขณะนั้นเอง คลื่นลูกใหญ่ก็ซัดร่างสีขาวนั้นกลับเข้ามาบนหาดทราย ชาวบ้านหลายคนรีบวิ่งเข้าไปลากตัวเธอขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย
โจวเฉิงเหล่ยจึงวางใจ เขากลับมาสนใจเธอตรงหน้า "ผมจะแบกคุณกลับเอง"
เจียงเซี่ยส่ายหน้าแล้วยันตัวลุกขึ้นยืน "ไม่เป็นไรค่ะ ก็แค่แผลถลอกนิดหน่อยเอง ฉันยังเดินเองไหวอยู่ คุณไปเอาของก่อนเถอะค่ะ" แผลแค่นี้จะไปเป็นอะไรได้? ชาติก่อนตอนที่เธอรีบไปทำงาน ขี่จักรยานไฟฟ้าล้มยังเจ็บหนักกว่านี้ ทั้งแขนและขาก็ถลอกไปครึ่งซีก เธอก็ยังต้องลุกขึ้นเองแล้วรีบไปทำงานต่อ
โจวเฉิงเหล่ยเห็นเธอที่หัวเข่ายังมีเลือดไหลอยู่ แต่กลับเดินต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หัวใจของเขาก็พลันรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาอย่างประหลาด
เขาใช้มือเพียงข้างเดียวยกถังน้ำสองใบและถุงหนังงูขึ้นมา จากนั้นก็เดินมาตรงหน้าเจียงเซี่ย แล้วไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาก็ใช้แขนยาวเพียงข้างเดียวช้อนร่างของเธอขึ้นมาอุ้มไว้ในอ้อมแขน แล้วเดินต่อไป!
เจียงเซี่ยถูกเขาอุ้มราวกับอุ้มเด็กน้อย เธอตกใจจนต้องรีบยกแขนขึ้นโอบรอบคอเขาไว้ ใบหน้าแดงก่ำ "คุณทำอะไรคะเนี่ย!? ฉันเดินเองได้นะคะ ปล่อยฉันลงเถอะค่ะ!"
"อย่าขยับ" โจวเฉิงเหล่ยไม่ได้ปล่อยเธอลง เขายังคงอุ้มเธอเดินกลับเข้าฝั่งต่อไป
เธอไม่กล้าขยับอีก ได้แต่สอดส่ายสายตามองไปรอบๆ อย่างอับอาย โชคดีที่ตอนนี้ทุกคนกำลังมุงดูเหตุการณ์คนจมน้ำอยู่ ไม่มีใครสนใจพวกเขาสองคน
ณ อีกฟากหนึ่งของชายหาด เวินหว่านถูกลากขึ้นมาบนฝั่ง เธอยังคงอยู่ในอาการตกใจขวัญเสีย
เธอกวาดสายตามองหาผู้ที่ช่วยชีวิตตน แต่กลับไม่มีใครที่เป็นโจวเฉิงเหล่ยเลยสักคน
เธอจึงรีบมองหาร่างสูงสง่าของเขาทั่วทั้งหาดก็เห็น เขากำลังอุ้มเจียงเซี่ยไว้ในอ้อมแขนข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างก็ถือถังน้ำและข้าวของเดินจากไปอย่างไม่เหลียวหลัง
เวินหว่าน: "... "
เขาเห็นคนกำลังจะตาย แต่กลับไม่ยอมช่วยอย่างนั้นหรือ?
(จบบท)