บทที่ 620: สะกดรอยตาม
ระยะทางที่ห่างกันพอสมควรทำให้ภาพที่เห็นนั้นไม่ชัดเจนนัก โจวเฉิงเซินยืนอยู่ที่หัวมุมหนึ่งของตรอกซอยอันเงียบสงบ ในขณะที่ร่างของหญิงสาวปรากฏขึ้นที่ปลายอีกด้านของเส้นทาง
เขาอัดควันบุหรี่เข้าปอดลึกๆ โดยไม่ได้มีความคิดที่จะเข้าไปทักทายแต่อย่างใด สายตาคมกริบเพียงจับจ้องไปยังเธอที่กำลังหิ้วตะกร้าจ่ายตลาดเดินหายเข้าไปในอาคารที่พักอาศัยซึ่งตั้งตระหง่านอยู่สุดทางเดินนั้น
สถานที่แห่งนั้นไม่ใช่หอพักสำหรับบุคลากรของโรงพยาบาล แต่เป็นเพียงตึกแถวธรรมดาที่ชาวบ้านทั่วไปพักอาศัย โจวเฉิงเซินพ่นควันสีเทาจางออกจากริมฝีปากอีกครั้ง ก่อนจะทิ้งก้นบุหรี่ที่ยังเหลืออยู่อีกครึ่งมวนลงในถังขยะรูปหมีแพนด้าที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ จากนั้นจึงหมุนตัวเตรียมเดินกลับไปยังโรงภาพยนตร์เพื่ออยู่เป็นเพื่อนกับเด็กๆ ตามเดิม
ทว่าในจังหวะนั้นเอง ที่ปลายสุดของตรอกซอย ชายคนหนึ่งซึ่งมีท่าทีลับๆ ล่อๆ ก็ปรากฏตัวขึ้น เขามองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง ก่อนจะรีบเร่งฝีเท้าตามเข้าไปในอาคารที่พักอาศัยหลังนั้นอย่างรวดเร็ว
หร่วนถังเพิ่งกลับมาจากการทำงาน เธอแวะซื้อวัตถุดิบทำอาหารเล็กน้อยเพื่อเตรียมมื้อเย็น เมื่อมาถึงหน้าประตูห้องพัก เธอก็ล้วงกุญแจออกมาไขเข้าไปด้านในตามปกติ ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตูเธอก็เอื้อมมือไปปิดประตูตามความเคยชินแต่แล้วบานประตูที่เกือบจะปิดสนิทกลับถูกแรงมหาศาลจากภายนอกผลักกระแทกเข้ามาอย่างรุนแรง
สีหน้าของหร่วนถังแปรเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกในทันที เธอพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดดันประตูสู้กลับไปสุดชีวิต
แต่แรงของผู้หญิงหรือจะสู้แรงของผู้ชายได้ ชายคนนั้นใช้กำลังเพียงเล็กน้อยก็สามารถผลักประตูให้เปิดอ้าออก ก่อนจะแทรกตัวเข้ามาในห้องได้อย่างง่ายดาย พร้อมกันนั้น เขาก็จัดการปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา
ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุรา ดวงตาฉ่ำเยิ้มจ้องมองมายังหร่วนถังอย่างโหยหา “ถังถัง”
กลิ่นแอลกอฮอล์ที่คละคลุ้งไปทั่วห้องทำให้หร่วนถังทั้งตกใจและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน แต่เธอก็พยายามข่มความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้ แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติที่สุด “คุณจะทำอะไร ออกไปเดี๋ยวนี้!”
ทันใดนั้น ชายคนนั้นกลับทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นตรงหน้าเธอ “ถังถัง ผมบอกแล้วไง ว่าผมจะไม่มีวันทำร้ายคุณอีกแล้ว ผมสาบาน! ถ้าผมยกมือทำร้ายคุณอีกแม้แต่ครั้งเดียว ขอให้ผมไม่ได้ตายดี! ผมขอร้องล่ะนะ อย่าทิ้งผมไปเลย เรา... เราแต่งงานกันนะ? นะครับ? ผมจะดูแลคุณให้ดีที่สุด จะดีกับคุณไปจนวันตายเลย!”
หร่วนถังพยายามใช้ไม้อ่อนเพื่อประคองสถานการณ์ เธอค่อยๆ ขยับตัวถอยหลังไปยังทิศทางของประตูอย่างระมัดระวัง “คุณเมามากแล้วนะ”
“ผมไม่ได้เมา!” เขาปฏิเสธเสียงแข็ง
“ผมแค่เสียใจ... เสียใจที่วันนั้นพลั้งมือทำร้ายคุณลงไป มันเจ็บปวดเหลือเกิน ผมก็เลยดื่มไปแค่สองแก้วเท่านั้นเอง ไม่ได้ดื่มเยอะเลย! ถ้าคุณไม่ชอบให้ผมดื่มเหล้า ผมสาบานก็ได้ว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนี้ผมจะไม่แตะต้องมันอีก!”
“แค่คุณยอมแต่งงานกับผม แต่งงานแล้วผมจะเลิกเหล้าเด็ดขาด จะไม่ทำร้ายคุณอีก ผมรู้แล้วว่าผมผิดไปแล้วจริงๆ ได้โปรดอย่าเลิกกับผมเลยนะ เราแต่งงานกันเถอะนะ?”
“ผมอยู่ไม่ได้จริงๆ ถ้าไม่มีคุณ! ตั้งแต่แรกเห็นผมก็อยากจะแต่งงานกับคุณแล้ว! ที่ผมทำแบบนั้นลงไปก็เพราะผมรักคุณมากเกินไป พอเห็นคุณไปเดินกับผู้ชายคนอื่น ผมก็เลยหึงจนหน้ามืดตามัว ขาดสติยั้งคิด... ผมรู้แล้วว่าผมเข้าใจคุณผิดไป...”
ในเสี้ยววินาทีที่เขาเผลอ หร่วนถังตัดสินใจพุ่งตัวไปยังประตูอย่างไม่คิดชีวิต เธอใช้มือที่สั่นเทาพยายามบิดลูกบิดอย่างทุลักทุเล ก่อนจะกระชากประตูเปิดออกแล้ววิ่งหนีออกไป
แต่ชายคนนั้นกลับมีปฏิกิริยาที่ว่องไวกว่า เขาลุกพรวดจากพื้นแล้วคว้าแขนเธอไว้ได้ทัน ก่อนจะออกแรงกระชากอย่างรุนแรงแล้วเหวี่ยงร่างของเธอสุดแรง!
“กรี๊ด!”
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของหร่วนดังลั่นไปทั่วห้อง ร่างของเธอปลิวไปกระแทกเข้ากับมุมแหลมของโต๊ะกาแฟอย่างจัง
ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่แล่นปราดขึ้นมาจากบริเวณเอว ทำให้เธอแทบจะหมดสติไปในทันที ร่างกายทั้งร่างชาดิกจนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้
ชายคนนั้นเดินปรี่เข้ามาหาด้วยสีหน้าอำมหิต ก่อนจะยกเท้าขึ้นเตะเข้าที่ร่างของหร่วนถังซึ่งนอนขดตัวอยู่บนพื้นอย่างไม่ยั้ง หนึ่งครั้ง สองครั้ง สามครั้ง…
“ฉันคุกเข่าอ้อนวอนแกขนาดนี้แล้ว! แกยังจะต้องการอะไรอีก! ฉันก็สาบานแล้วว่าจะเลิกเหล้า จะไม่ทำร้ายแกอีก! แกยังจะเอาอะไรอีก! คนอย่างแกมันต้องเจอแบบนี้ถึงจะสิ้นพยศ! ไม่เจ็บไม่จำ! แกไปแจ้งความให้คนมาจับฉันใช่ไหม! พูดมาสิ! พูดมาว่าจะแต่งงานกับฉัน! เร็วเข้า! บอกมาว่าจะแต่งงานกับฉัน!”
หร่วนถังถูกเตะจนต้องงอตัวเป็นกุ้ง สองมือยกขึ้นกอดศีรษะไว้แน่นเพื่อป้องกันอวัยวะสำคัญ
ชายคนนั้นก้มตัวลงหมายจะฉุดกระชากเธอให้ลุกขึ้น “ไป! ไปกับฉัน ไปจดทะเบียนสมรสกันเดี๋ยวนี้! เราจะแต่งงานกันวันนี้!”
ทว่าในจังหวะที่เขาก้มตัวลงนั่นเอง หร่วนถังอาศัยจังหวะที่เขาไม่ทันระวังตัว กระชากเขาลงมาอย่างสุดแรง!
ชายคนนั้นเสียหลักเซล้มลง ศีรษะฟาดเข้ากับขอบโต๊ะกาแฟอย่างแรง เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาจากบาดแผลในทันที
หร่วนถังฉวยโอกาสนี้พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นเพื่อวิ่งหนีอีกครั้ง แต่กลับถูกชายคนนั้นยื่นขาออกมาสกัดจนล้มคะมำลงบนพื้นอีกจนได้!
เฝิงปิ่งคว้าข้อเท้าของเธอไว้แน่น ก่อนจะออกแรงกระชากลากถูร่างของเธอให้เข้ามาใกล้ตัว
หร่วนถังใช้เท้าอีกข้างเตะถีบเขาอย่างบ้าคลั่ง พยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากการเกาะกุม “ปล่อยฉันนะ! ไอ้บ้า! ไอ้คนโรคจิต! ช่วยด้วย! ช่วย… อ๊า!...”
เฝิงปิ่งรวบขาที่เตะมาของเธอไว้ได้ ก่อนจะกดลงกับพื้นแล้วพลิกตัวขึ้นคร่อมร่างของเธออย่างรวดเร็ว พร้อมกับตบหน้าเธออย่างแรงจนหน้าหัน!
“หาว่าฉันป่วยเหรอ? คิดจะเรียกคนมาจับฉันอีกแล้วใช่ไหม? แกไม่มีวันหนีไปจากฉันได้! แกต้องแต่งงานกับฉัน! พูดมาว่าจะแต่งงานกับฉัน! ถึงแกไม่อยากแต่งก็ต้องแต่ง!”
พูดจบ เขาก็ลงมือกระชากเสื้อผ้าของเธอออกอย่างป่าเถื่อน
ปัง!
โจวเฉิงเซินพุ่งเข้ามาถีบประตูจนพังกระจาย ภาพที่เขาเห็นคือฉากอันน่าสยดสยองตรงหน้า! เขากระชากคอเสื้อของชายคนนั้นให้ลุกขึ้นจากร่างของหร่วนถัง ก่อนจะระดมหมัดเข้าใส่ใบหน้าของมันอย่างบ้าคลั่ง
ทุกการเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วและรุนแรง ประเคนหมัดเข้าที่ศีรษะของอีกฝ่ายไปแล้วไม่ต่ำกว่าสิบครั้งในชั่วพริบตา
โจวเฉิงเซินยังใช้เท้ากระทืบซ้ำไปที่ร่างของมันอีกด้วย!
เฝิงปิ่งซึ่งไม่ทันได้ตั้งตัว ถูกอัดจนตาพร่าลาย เลือดกำเดาไหลทะลักออกจากจมูก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วโพรงปาก
เขารอจนสบโอกาส จึงรีบคลานลุกขึ้นสวนหมัดกลับไปที่ใบหน้าของโจวเฉิงเซินหนึ่งครั้ง! และในจังหวะที่โจวเฉิงเซินชะงักไปเพราะแรงปะทะ เขาก็รีบหันหลังวิ่งหนีทันที!
โจวเฉิงเซินตั้งหลักได้ก็รีบวิ่งไล่ตามไป
เฝิงปิ่งเหลือบไปเห็นแจกันที่วางอยู่บนตู้ข้างประตู จึงคว้ามันขึ้นมาแล้วขว้างใส่โจวเฉิงเซินสุดแรง! โจวเฉิงเซินยกแขนขึ้นป้องกันตามสัญชาตญาณ แจกันกระเบื้องแตกละเอียดคาแขนของเขาทันที
เฝิงปิ่งไม่รอช้า หันหลังวิ่งหนีออกจากห้องไปอย่างไม่คิดชีวิต!
“หยุดนะ!”
“หยุดอยู่ตรงนั้น!”
เสียงตะโกนดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบสองนายที่วิ่งขึ้นมาบนชั้นพอดี พวกเขาตรงเข้าชาร์จตัวเฝิงปิ่งที่วิ่งพรวดพราดออกมาจากห้อง ก่อนจะบิดแขนไพล่หลังแล้วกดลงกับพื้นจนสิ้นฤทธิ์!
โจวเฉิงเซินถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะหันกลับไปมองดูหร่วนถัง
เธอลุกขึ้นยืนได้แล้ว และกำลังหันหลังจัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่ แต่กระดุมเสื้อส่วนใหญ่ถูกกระชากจนขาดหายไปหมดแล้ว เธอจึงทำได้เพียงใช้มือกุมสาบเสื้อเอาไว้แน่น
ในตอนนั้นเอง คุณยายเพื่อนบ้านที่อยู่ห้องตรงข้ามก็กล้าเดินเข้ามาหา “หนูถัง ไม่เป็นไรนะ?”
หร่วนถังหันกลับมา สภาพของเธอดูไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เสื้อผ้าขาดวิ่น ผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าซีกหนึ่งบวมเป่งจนน่ากลัว
เธอยกแขนขึ้นกอดอก มือข้างหนึ่งยังคงกุมคอเสื้อไว้แน่น พยายามเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นและสงบนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ไม่เป็นไรค่ะ”
โจวเฉิงเซินเห็นดังนั้นจึงหยิบผ้าห่มผืนบางที่วางอยู่บนโซฟามาคลุมร่างให้กับเธอ
“ขอบคุณค่ะ” หร่วนถังกระชับผ้าห่มให้แน่นขึ้น พร้อมกับเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง
ใบหน้าของโจวเฉิงเซินปรากฏรอยฟกช้ำรอบดวงตาจากการถูกชกอย่างจัง
หร่วนถังไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาถึงมาปรากฏตัวอยู่ที่บ้านของเธอได้
เมื่อเฝิงปิ่งเห็นโจวเฉิงเซินนำผ้าห่มไปคลุมให้หร่วนถัง ความโกรธก็พลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง เขาพยายามดิ้นรนขัดขืนสุดชีวิต “หร่วนถัง! ไอ้ผู้ชายคนนี้มันเป็นใคร! ที่แกไม่ยอมแต่งงานกับฉันก็เพราะมันใช่ไหม! นังแพศยา...”
เจ้าหน้าที่กดตัวเขาไว้แน่น “อย่าขยับ!”
“หุบปาก!”
แต่เฝิงปิ่งยังคงไม่หยุดอาละวาด “คุณเจ้าหน้าที่! จับมันเลย! จับไอ้ชู้คนนั้น! ผมเป็นแฟนของหร่วนถัง เรากำลังจะแต่งงานกันอยู่แล้ว! ก็เพราะไอ้ชู้คนนี้โผล่มา หร่วนถังถึงได้ปฏิเสธที่จะแต่งงานกับผม แล้วยังจะขอเลิกกับผมอีก! ผมเป็นคนรักของเธอนะ เราเป็นคู่หมั้นกัน เรากำลังจะไปจดทะเบียนกันอยู่แล้ว แต่เธอดันไปหลงไอ้ผู้ชายคนนี้...”
เจ้าหน้าที่พยายามควบคุมสถานการณ์ “หุบปาก! ใจเย็นๆ ก่อน!”
หร่วนถังทนไม่ไหวอีกต่อไป “คุณโกหก! อย่ามาพูดจาเหลวไหลนะ เราไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้น! แล้วฉันก็ไม่ใช่คู่หมั้นของคุณด้วย! ไอ้คนบ้า...”
เจ้าหน้าที่ตัดบทขึ้น “พอได้แล้วทั้งคู่! ตามพวกเรากลับไปที่สถานี อยากจะพูดอะไรก็ไปให้การที่นั่น”
โจวเฉิงเซินจึงเอ่ยขึ้นกับเจ้าหน้าที่อย่างสุภาพ “คุณเจ้าหน้าที่ครับ ไม่ทราบว่าจะอนุญาตให้ผู้เสียหายเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แล้วค่อยพาไปโรงพยาบาลเพื่อทำแผล จากนั้นค่อยไปให้ปากคำที่สถานีได้ไหมครับ”
เจ้าหน้าที่ทั้งสองนายมองไปยังสภาพอันน่าเวทนาของหร่วนถังแล้วพยักหน้าเห็นด้วย “งั้นเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแล้วกัน”
โจวเฉิงเซินหันไปสบตากับหร่วนถัง “เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะ ทางนี้ผมจัดการเอง”
มันเป็นเพียงประโยคธรรมดาๆ ที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงและแววตาที่สงบนิ่ง แต่ไม่รู้ทำไม มันกลับทำให้หัวใจของหร่วนถังสั่นไหวอย่างประหลาด
“อืม” เธอพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ความตื่นตระหนกก่อนหน้านี้ค่อยๆ สงบลง ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องนอนเงียบๆ
จากนั้น โจวเฉิงเซินและคุณยายเพื่อนบ้านก็เริ่มให้การกับเจ้าหน้าที่ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด
(จบบท)
ผู้แปล J
เพจ: Jnovelread