บทที่ 106: หมากตัวสำคัญ
จะวางท่าไปถึงไหนกัน เมื่อก่อนฐานะบ้านหลินยังด้อยกว่าบ้านหลิวของเธอด้วยซ้ำ
พอจับพลัดจับผลูได้ดิบได้ดีกลายเป็นคุณหนูเข้าหน่อย ก็เริ่มทำตัวเหย่อหยิ่งขึ้นมาเชียว
แต่พอคิดถึงเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ สีหน้าของหลิวตงตงก็ดีขึ้นมาหน่อย เธอรีบปรับท่าทีแล้วเดินเข้าไปหาอย่างเป็นมิตร
“อะไรนะ เธออยากจะมาเป็นแม่บ้านที่บ้านของฉันอย่างนั้นเหรอ”
เสียงของหลินซือซือที่ดังขึ้นในร้านอาหารเล็กๆ แห่งหนึ่งเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
จริงอยู่ที่ครอบครัวซือมีฐานะค่อนข้างดี แต่ในย่านบ้านพักทหารแบบนี้ นับบ้านที่สามารถจ้างแม่บ้านได้เลยจริงๆ
แล้วบ้านซือก็ยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะจ้างใครมาทำงานบ้านเพิ่ม
นี่หลิวตงตงคิดอะไรอยู่ถึงอยากจะมาเป็นแม่บ้านให้บ้านเธอกัน
สัญชาตญาณของหลินซือซือร้องเตือนว่าเรื่องนี้มันทะแม่งๆ
แต่พอคิดถึงเรื่องเงินสามพันหยวน เธอก็ต้องข่มใจสะกดกลั้นคำปฏิเสธที่จ่ออยู่ตรงปากเอาไว้
“นี่เธอไม่ได้ทำงานดีๆ อยู่ที่โรงงานทอผ้าหรอกเหรอ แล้วทำไมจู่ๆ ถึงอยากจะมาเป็นแม่บ้านล่ะ”
ในความคิดของหลินซือซือแล้ว การเป็นแม่บ้านก็ไม่ต่างอะไรจากการเป็นคนรับใช้ดีๆ นี่เอง
ถ้าเป็นตัวเธอเองล่ะก็ ไม่มีทางคิดจะทำงานแบบนี้เด็ดขาด
คำถามนั้นทำให้หลิวตงตงก้มหน้าลงอย่างเศร้าสร้อย ขอบตาของเธอเริ่มแดงระเรื่อ “ฉันโดนหลอกน่ะสิ ตอนแรกมีคนบอกว่ามีตำแหน่งว่าง เงินเดือนตั้งสี่ห้าสิบหยวน ถือว่าเยอะมากเลยนะ ที่บ้านฉันก็เลยไปวิ่งเต้นกู้หนี้ยืมสินมา จ่ายค่าเส้นสายไปหลายร้อยเพื่อซื้องานนี้ ใครจะไปคิดว่าพอเข้ามาแล้วกลับได้เป็นแค่พนักงานทำความสะอาด เหนื่อยสายตัวแทบขาดทุกวัน แต่ได้เงินเดือนแค่สิบห้าหยวนเอง”
ต้องยอมรับว่าในยุคนี้ งานที่โรงงานทอผ้าถือเป็นงานที่ใครๆ ก็อยากทำ แค่ก้าวขาเข้าไปได้ อนาคตก็สดใสโรยด้วยกลีบกุหลาบแล้ว บางตำแหน่งเงินเดือนสูงกว่าข้าราชการเสียอีก
พอดีว่าที่บ้านของหลิวตงตงมีญาติคนหนึ่งทำงานอยู่ที่นี่ แล้วเปรยๆ ว่าจะขายตำแหน่งให้ในราคาพิเศษ ครอบครัวหลิวเลยตัดสินใจทุ่มสุดตัว กู้ยืมเงินจากทุกสารทิศเพื่อซื้องานนี้มา
แต่ใครจะไปคาดคิดว่าตำแหน่งที่ได้มากลับเป็นแค่งานรับใช้สารพัด ทำงานหนักที่สุดแต่ได้ค่าจ้างน้อยที่สุด
ด้วยสถานการณ์แบบนี้ แล้วเมื่อไหร่กันถึงจะหาเงินห้าร้อยหยวนมาใช้หนี้ได้หมด
พอที่บ้านรู้ว่าโดนหลอก ก็รีบไปเอาเรื่องกับญาติคนนั้นทันที
แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือ ญาติคนนั้นหอบเงินหนีหายเข้ากลีบเมฆไปเรียบร้อยแล้ว
ตอนนี้ครอบครัวของเธอจนปัญญา เพื่อจะหาเงินมาใช้หนี้ให้ได้ ที่บ้านถึงกับไปหาผู้ชายแก่คราวพ่อมาบังคับให้เธอแต่งงานด้วย แถมยังจะให้เธอยกตำแหน่งงานนี้ให้กับพี่สาวอีก
พี่สาวของเธอเป็นแม่ม่าย แถมชื่อเสียงก็ไม่ค่อยดี ใครๆ ก็หาว่าเธอมีดวงกินผัว
ชายแก่คนนั้นเลยไม่สนใจพี่สาวของเธอ แต่กลับมาชี้เอาตัวเธอแทน
วินาทีที่ได้ยินข่าวนี้ หลิวตงตงรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมาตรงหน้า เธอคิดอะไรไม่ออกเลยจริงๆ
แต่แล้วในจังหวะที่มืดแปดด้านนั่นเอง จู่ๆ ก็มีตำรวจมาหาเธอถึงที่
แล้วก็เริ่มซักถามเกี่ยวกับเรื่องของหลินซือซือ
ตอนนั้นเองที่หลิวตงตงนึกขึ้นได้ว่า ก่อนหน้านี้เธอเคยเห็นหลินซือซือในเมืองในสภาพที่ดูหรูหราผิดหูผิดตา
เธอนั่งอยู่บนรถเก๋งสีดำคันเล็ก โดยมีนายทหารหนุ่มรูปหล่อเป็นคนขับ
แว่วๆ มาว่านั่นคือคู่หมั้นของเธอ
ในใจของหลิวตงตงพลุ่งพล่านไปด้วยความอิจฉา เมื่อก่อนบ้านหลินยังลำบากกว่าบ้านของเธอตั้งเยอะ
แต่ดูหลินซือซือสิ กลับมีชีวิตที่ใครๆ ก็ต้องฝันถึง ได้ยินมาว่าเธอไม่ต้องเหนื่อยทำงานในนา ไม่ต้องคอยรับใช้ใครในบ้าน
ครอบครัวหลินเองก็เป็นบ้านเดียวในหมู่บ้านที่ไม่เห็นลูกชายดีกว่าลูกสาว แถมยังเลี้ยงดูเธออย่างดีที่สุด
ขนาดตอนที่อยากให้หลินซือซือได้เรียนต่อมัธยมปลาย ที่บ้านก็ยอมทุ่มทุกอย่าง แม้แต่ลูกชายสองคนถึงวัยเข้าโรงเรียนแล้วก็ยังต้องรอไปก่อน เพื่อส่งให้หลินซือซือได้เรียนสูงๆ
นี่มันเป็นชีวิตที่ใครต่อใครต่างก็อิจฉาริษยา
ไม่น่าเชื่อเลยว่าหลินซือซือโชคดีขนาดนี้แล้ว แต่ยังจะมีชาติกำเนิดที่วิเศษยิ่งกว่ารออยู่อีก
ตั้งแต่เด็กก็ถูกครอบครัวหลินประคบประหงม พอโตมาก็ได้กลับไปเป็นลูกสาวแท้ๆ ของคนมีฐานะในเมือง พ่อแม่ก็เป็นคนใหญ่คนโตในบ้านพักทหาร คู่หมั้นก็เป็นนายทหารอนาคตไกล
ใครกันจะไม่อิจฉา
ตอนที่ตำรวจมาถามว่าหลินซือซือเคยติดต่อมาหาเธอบ้างไหม เธอยังรู้สึกงงๆ อยู่เลย
แต่ลึกๆ ในใจมันบอกว่าเรื่องนี้ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ เธอเลยตัดสินใจโกหกไป
ทั้งที่ความจริงแล้วหลินซือซือไม่เคยมาหาเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว
หลังจากนั้นเธอถึงได้โทรกลับไปที่บ้านแล้วรู้ความจริงว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจเคยไปที่บ้านของหลินซือซือเพื่อสืบเรื่องสินสอดสามพันหยวนที่หายไป แถมยังไปสอบปากคำเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ ของหลินซือซือด้วย ตอนนี้ทุกคนเลยลือกันให้แซ่ดว่าตำรวจอาจจะกำลังสงสัยหลินซือซืออยู่
ถึงตอนนั้นเองที่แววตาของหลิวตงตงเป็นประกายขึ้นมา เธอรู้แล้วว่าโอกาสของเธอมาถึงแล้ว
แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมหลินซือซือถึงเอาชื่อเธอไปเป็นข้ออ้าง แต่เธอก็มั่นใจว่านี่คือไพ่ตายชั้นดีที่จะทำให้เธอได้เข้าใกล้และสร้างสัมพันธ์กับหลินซือซือได้
หลังจากให้การเท็จกับตำรวจไป เธอก็รีบฉวยโอกาสนี้ไปหาหลินซือซือทันที
แต่บ้านพักทหารก็ไม่ใช่สถานที่ที่ใครจะเข้าออกได้ง่ายๆ
เธอเลยทำได้แค่ฝากข้อความไว้กับคนอื่น ในตอนที่คิดว่าคงจะสิ้นหวังแล้วนั่นเอง หลินซือซือก็ปรากฏตัวขึ้นจริงๆ
“สรุปว่านี่คือเหตุผลที่เธออยากจะมาทำงานเป็นแม่บ้านให้บ้านฉันสินะ” หลินซือซือขมวดคิ้วหลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดจบ
“ใช่จ้ะ ซือซือ ฉันขอร้องล่ะ ช่วยฉันด้วยเถอะนะ ตอนนี้แม่ฉันกำลังจะให้พี่สาวมาทำงานแทนฉันแล้ว แล้วฉันก็จะถูกส่งตัวกลับบ้านไปแต่งงานกับตาแก่นั่น ถ้าเธอช่วยฉัน ต่อไปไม่ว่าเธอจะให้ฉันทำอะไร ฉันยอมทำทุกอย่างเลย” หลิวตงตงมองหลินซือซือด้วยแววตาอ้อนวอน ขอบตาของเธอแดงก่ำ
หลินซือซือมองสำรวจเพื่อนร่วมชั้นที่อายุเท่ากันคนนี้ หน้าตาของหลิวตงตงก็จัดว่าสวยใช้ได้เลยทีเดียว ภาพนั้นทำให้เธอนึกย้อนไปถึงชีวิตก่อน ที่ตัวเองก็เกือบจะถูกจับคลุมถุงชนให้แต่งงานกับโจวเยว่เซิน
ความรู้สึกหัวอกเดียวกันก็ผุดขึ้นมาในใจ
พอได้ยินหลิวตงตงบอกว่าจะยอมทำทุกอย่างให้ แววตาของหลินซือซือก็ฉายประกายขึ้นมาทันที
“แล้วเธอทำอะไรเป็นบ้างล่ะ”
เอาเข้าจริง ชีวิตของเธอในบ้านซือก็ไม่ได้สุขสบายเหมือนที่ใครๆ เห็น
พ่อกับแม่ต่างก็ต้องไปทำงาน ทิ้งให้เธออยู่บ้านคนเดียว งานทุกอย่างเลยตกเป็นหน้าที่ของเธอทั้งหมด
ปัญหาคือเธอทำอาหารไม่เป็นเลย ถึงจะพยายามอย่างหนักเพื่อเอาใจพ่อแม่บุญธรรม แต่ตอนที่พวกท่านกินอาหารที่เธอใช้เวลาทำทั้งบ่ายกลับมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก
ตอนนั้นเองที่เธอได้รู้ความจริงว่า ที่ผ่านมาคนที่ทำอาหารให้ทุกคนในบ้านกินคือซือเนี่ยน แถมฝีมือการทำอาหารของซือเนี่ยนยังดีกว่าเธอมากอีกด้วย
ความจริงข้อนี้ทำเอาทั้งตัวเธอและสามีภรรยาบ้านซือแทบไม่อยากจะเชื่อ
หลินซือซือเคยคิดมาตลอดว่าคุณหนูที่ถูกเลี้ยงมาอย่างเอาอกเอาใจแบบซือเนี่ยนคงไม่เคยต้องหยิบจับอะไรเลยเรื่องงานบ้าน และคงทำอาหารไม่เป็นแน่ๆ ถ้าพ่อแม่ได้กินอาหารที่เธอตั้งใจทำ ก็คงจะประทับใจมาก
แต่พ่อแม่ซือกลับคิดไปอีกทาง พวกท่านคิดว่าหลินซือซือที่เติบโตมาจากชนบทน่าจะทำงานบ้านเก่งกว่า และทำอาหารได้อร่อยกว่าซือเนี่ยนด้วยซ้ำ
สุดท้ายกลายเป็นว่าทั้งสองฝ่ายต่างก็ต้องผิดหวัง
แล้วตอนนี้พวกท่านยังมาสั่งให้เธอตุ๋นซุปไปเอาใจฟู่หยางอีก
หลินซือซือไม่กล้าไปซื้อจากร้านข้างนอกแน่ๆ เพราะในบ้านพักทหารมีคนรู้จักเดินกันให้ว่อนไปหมด ถ้ามีใครเห็นเข้าต้องเอาไปนินทาเสียๆ หายๆ แน่นอน
แต่ถ้าหลิวตงตงทำอาหารเป็น ทำของพวกนี้ได้ เธอก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป
แถมยังใช้หลิวตงตงเป็นเครื่องมือรับมือกับตำรวจได้อีกต่างหาก
หลิวตงตงรีบตอบทันควัน “ฉันทำเป็นหลายอย่างเลยนะ งานบ้านทุกอย่างเมื่อก่อนฉันก็เป็นคนทำเองทั้งหมด แค่เธอช่วยฉัน จะให้ฉันเป็นวัวเป็นม้าไปรับใช้ฉันก็ยอม”
ดวงตาของหลินซือซือทอประกาย “ถ้างั้นก็ตกลง ฉันจะกลับไปคุยกับที่บ้านให้ก่อน แต่ตอนนี้เธอไปที่บ้านฉันก่อนนะ ตุ๋นซุปเป็นใช่ไหม ฉันขอดูฝีมือเธอหน่อย”
หลิวตงตงไม่คาดคิดว่าหลินซือซือจะตอบตกลงง่ายขนาดนี้ ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความดีใจ รีบพยักหน้ารับคำอย่างรวดเร็ว
พอเดินออกมาได้ไม่กี่ก้าว หลินซือซือก็หันกลับมาถามทันที “อ้อ จริงสิ แล้วตำรวจเขาถามอะไรเธอบ้างล่ะ”
หลิวตงตงชะงักไปเล็กน้อย พอสบเข้ากับสายตาของหลินซือซือ เธอก็รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว ก่อนจะรีบเล่าเรื่องที่ตำรวจซักถามให้ฟัง พร้อมกับยืนยันว่าเธอไม่ได้พูดอะไรที่เป็นการซัดทอดหลินซือซือเลย
หลินซือซือถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ถึงเราจะเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน แต่เมื่อก่อนเราก็ไม่ได้สนิทกันเท่าไหร่นี่นา ทำไมเธอถึงคิดจะช่วยฉันล่ะ”
แววตาของหลิวตงตงไหววูบ “ก็เพราะฉันรู้สึกว่าซือซือเป็นคนดี ไม่เหมือนคนอื่นที่คอยแต่จะดูถูกฉัน ฉันก็เลยไม่อยากให้ตำรวจเข้าใจเธอผิดๆ น่ะสิ”
หลินซือซือยิ้มออกมา “ดีจริงๆ เลย ขอบคุณนะที่เชื่อใจฉัน” พูดจบเธอก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน “ที่จริงแล้วเรื่องทั้งหมดนี่ มีคนจงใจใส่ร้ายฉัน เธอก็คงจะรู้ใช่ไหม ผู้หญิงที่สลับตัวกับฉันคนนั้นน่ะ เธอชื่อซือเนี่ยน ตอนนี้ถูกพ่อแม่ฉันไล่กลับไปแต่งงานกับผู้ชายแก่ๆ ที่หมู่บ้านซิ่งฝูแล้ว เธอคงจะเกลียดฉันมาก ก็เลยคิดว่าเงินสินสอดสามพันหยวนนั่นฉันเป็นคนเอาไป ถึงได้ไปแจ้งตำรวจให้มาเล่นงานฉันแบบนี้”
[จบบท]