บทที่ 137: ผู้บุกรุก
ซือเนี่ยนใจหายวาบ ความรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีแล่นปราดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เธอรีบจอดจักรยานโดยไม่สนใจจะเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อยด้วยซ้ำ ก่อนจะช้อนตัวโจวซีเหยาขึ้นมาอุ้มไว้แนบอกแล้วก้าวเท้ายาวๆ ตรงเข้าไปในตัวบ้านทันที
ยังไม่ทันจะพ้นธรณีประตูห้องโถง เสียงแหลมๆ ที่แสนจะคุ้นหูของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังเสียดแทงเข้ามาในโสตประสาท
“ไอ้เด็กเวรนี่ ฉันเป็นอาของแกนะยะ ดันไปเข้าข้างคนอื่นมาด่าฉันเนี่ยนะ อยากให้ฉันโมโหจนตายเลยใช่ไหม”
ภาพที่เห็นทำให้ซือเนี่ยนต้องรีบสาวเท้าเข้าไปในห้องทันที โจวถิงถิงกำลังยืนหน้าตาบูดบึ้งพร้อมกับใช้มือกำแน่นแล้วบิดใบหูของโจวเจ๋อหานอย่างแรงจนเด็กน้อยร้องลั่น
“ห้ามเข้าห้องแม่ของผมนะ ห้ามเข้าไปเด็ดขาด คุณน่ะเป็นคนใจร้าย!” โจวเจ๋อหานแผดเสียงร้องไห้ออกมาไม่หยุด ถึงแม้ใบหูจะแดงก่ำไปหมดแล้ว แต่สองแขนเล็กๆ นั่นก็ยังคงโอบรัดท่อนขาของโจวถิงถิงเอาไว้แน่น เป็นการยืนกรานว่าจะไม่ยอมให้เธอเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนเด็ดขาด
ส่วนโจวเจ๋อตงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กันนั้น มีสีหน้าเคร่งขรึมจนน่ากลัว ดวงตาทอประกายแข็งกร้าวขณะจ้องมองผู้เป็นอา พร้อมกับกำหมัดทั้งสองข้างเอาไว้แน่น
ชายอีกคนที่ยืนทำหน้าเซ็งอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นมาอย่างหมดความอดทน
“พอได้แล้วน่า เร็วๆ เข้าสิ แม่ฉันยังรอเงินไปจ่ายค่าประกันตัวให้น้องชายฉันอยู่นะ จะชักช้าอยู่ทำไม นี่มันบ้านเธอไม่ใช่เหรอ”
คำพูดนั้นยิ่งทำให้ซือเนี่ยนแน่ใจในความคิดของตัวเอง เธอไม่รอช้า พุ่งตัวเข้าไปกระแทกโจวถิงถิงจนเซถลาออกไป ก่อนจะดึงตัวโจวเจ๋อหานเข้ามาโอบกอดไว้ในอ้อมแขนของตัวเอง แล้วตวัดสายตาเย็นเยียบมองไปยังผู้หญิงตรงหน้า
“โจวถิงถิง นี่เธอกำลังทำบ้าอะไรอยู่”
พอโจวถิงถิงเห็นว่าเป็นซือเนี่ยน ความโกรธแค้นก็ยิ่งปะทุขึ้นมาเป็นทวีคูณ ทั้งหมดมันเป็นเพราะผู้หญิงแพศยาคนนี้คนเดียว ที่ทำให้แม่สามีของเธอต้องถูกไล่ออกจากงาน ส่วนน้องสามีก็ถูกจับเข้าห้องขัง
ตอนนี้น้องสามีมีประวัติเสียติดตัวไปตลอดชีวิต อนาคตของลูกๆ เธอก็พลอยมืดมนไปด้วยเพราะจะไม่มีสิทธิ์สอบเข้ารับราชการได้อีกต่อไป เรียกได้ว่าทั้งครอบครัวต้องมาเดือดร้อนกันถ้วนหน้า
เท่านั้นยังไม่พอ ผู้หญิงคนนี้ยังเป่าหูพี่ชายของเธออีก ขนาดจัดงานแต่งงานยังไม่คิดจะบอกกันสักคำ ถ้าไม่ใช่ว่าเพื่อนสนิทบังเอิญโทรมาเล่าให้ฟัง เธอก็คงไม่รู้เรื่องเลยว่าเมื่อวานพี่ชายของเธอเพิ่งจะเข้าพิธีวิวาห์ไป
ในอดีตถึงแม้พี่ชายของเธอจะเป็นคนเย็นชาไปบ้าง แต่ก็ไม่เคยทำตัวห่างเหินถึงขั้นที่ว่าแต่งงานทั้งทีแล้วไม่เชิญน้องสาวแท้ๆ อย่างเธอเลยสักครั้ง
เรื่องนี้มันชัดเจนยิ่งกว่าชัดเจนเสียอีกว่าต้องเป็นฝีมือของซือเนี่ยนที่คอยยุยงส่งเสริมอยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน
ในขณะที่ครอบครัวของเธอกำลังตกที่นั่งลำบากอย่างแสนสาหัส ผู้หญิงคนนี้กลับได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น
เป้าหมายของเธอคงไม่พ้นเรื่องการฮุบมรดกทั้งหมดของพี่ชายเอาไว้คนเดียว ถึงได้พยายามกีดกันทุกคนที่มีความสัมพันธ์อันดีกับครอบครัวโจวออกไปให้พ้นทาง ช่างเป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจและน่ารังเกียจที่สุด
โจวถิงถิงทั้งเกลียดทั้งแค้นจนแทบอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆ การที่เธอกลับมาในวันนี้ก็เพื่อจะมาเอาสมุดบัญชีเงินฝากของพี่ชายไป เธอรู้ดีว่าในนั้นต้องมีเงินเก็บอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย เพราะมันเป็นบัญชีที่พี่ชายเปิดทิ้งไว้ให้เธอและพี่สาวใช้จ่ายในยามจำเป็น ตอนที่เขายังเป็นทหารอยู่ที่ค่าย เงินเดือนทั้งหมดของเขาก็ถูกเก็บไว้ในบัญชีนี้
และที่สำคัญคือเธอรู้รหัสผ่านด้วย เธอจึงตั้งใจว่าจะแอบมาถอนเงินออกไปใช้เป็นค่าวิ่งเต้นเพื่อช่วยให้น้องสามีพ้นผิดออกมาจากคุก
ที่บ้านสามียื่นคำขาดกับเธอแล้วว่า ถ้าหากเธอไม่สามารถช่วยน้องสามีออกมาได้ พวกเขาก็จะบังคับให้เธอหย่ากับสามีทันที
การหย่าร้างในยุคสมัยนี้มันเลวร้ายแค่ไหน โจวถิงถิงรู้ซึ้งดีกว่าใครทั้งหมด ที่สำคัญคือเธอคุ้นชินกับชีวิตที่สะดวกสบายในเมืองไปแล้ว จะให้กลับไปลำบากที่ชนบทอีกครั้งน่ะเหรอ ไม่มีทาง อีกทั้งยังเป็นเรื่องน่าอับอายขายหน้าอีกด้วย เธอไม่มีวันยอมเด็ดขาด
ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ เธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องรีบกลับมาที่นี่
“ฉันจะทำอะไรแล้วมันไปหนักส่วนไหนของเธอล่ะ หา ฉันกลับมาบ้านของฉันเอง จะสั่งสอนหลานแท้ๆ ของตัวเองสักหน่อย มันต้องขออนุญาตจากคนนอกอย่างเธอก่อนด้วยหรือไง”
“แล้วแกน่ะ ไอ้เด็กดื้อด้าน หลีกทางไปเดี๋ยวนี้นะ นั่นน่ะอาเขยของแก ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหนซะหน่อย” โจวถิงถิงพูดพลางยกมือขึ้นทำท่าจะผลักโจวเจ๋อตงอย่างหัวเสีย
เอาจริงๆ เธอก็ไม่เคยรู้สึกเอ็นดูหลานๆ พวกนี้เลยสักนิด ตั้งแต่ตอนที่พี่สาวของเธอเสียไปใหม่ๆ เด็กทั้งสามคนก็เกือบจะถูกส่งมาให้เธอรับเลี้ยงดูอยู่แล้ว
แต่ตอนนั้นเธอแต่งงานมีครอบครัวเป็นของตัวเองแล้ว จะให้มารับภาระเลี้ยงเด็กอีกสามคนได้ยังไง เธอถึงได้พยายามเร่งรัดให้พี่ชายรีบกลับมาจัดการยังไงล่ะ
ถึงแม้ว่าก่อนที่พี่ชายจะกลับมา เธอก็ต้องทนช่วยดูแลไปก่อนอยู่สองสามวันก็เถอะ
แต่ใครจะไปคิดว่าพอโตขึ้นมาแล้วจะกลายเป็นเด็กเนรคุณได้ขนาดนี้ กล้าดียังไงมาเข้าข้างคนอื่นเพื่อต่อว่าอาแท้ๆ ของตัวเอง
ให้ตายสิ มันน่าโมโหจริงๆ
พี่ชายของเธอโดนแม่จิ้งจอกนี่ล้างสมองไปแล้วก็เรื่องหนึ่ง แต่ทำไมขนาดหลานๆ ของเธอถึงยังต้องคอยปกป้องผู้หญิงคนนี้ด้วย
นั่นมันแม่เลี้ยงของพวกเขานะ จะมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นไปกว่าอาแท้ๆ อย่างเธอได้ยังไงกัน
โจวเจ๋อตงโดนผลักจนถอยหลังไปสองสามก้าว แต่เขาก็รีบกลับมายืนหยัดอยู่ที่เดิมอย่างมั่นคง
ในความทรงจำของเขา คุณอาคนนี้เคยพาคนแปลกหน้ามาทำร้ายพวกเขา ทั้งยังร่วมมือกับคุณย่าหลิวรังแกพวกเขามาตลอด
แล้ววันนี้ก็ยังพาอาเขยมาที่บ้านอีก พอมาถึงก็ไม่พูดอะไรสักคำ เอาแต่จะบุกขึ้นไปบนชั้นสองท่าเดียว
เขารู้ได้ในทันทีว่าพวกเขาต้องกลับมาพร้อมกับแผนการร้ายๆ อะไรบางอย่างอีกแน่นอน
และเขาก็จะไม่มีวันยอมให้พวกเขาทำสำเร็จเด็ดขาด
“ข้อแรกเลยนะ นี่ไม่ใช่บ้านของเธอ บ้านหลังนี้โจวเยว่เซินเพิ่งจะสร้างเสร็จเมื่อไม่กี่ปีก่อนนี้เอง เขาเป็นคนออกเงินซื้อที่ดินด้วยตัวเอง ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลโจวของเธอเลยแม้แต่น้อย แล้วถ้าฉันจำไม่ผิด บ้านไหลังเก่าของตระกูลโจวน่าจะตั้งอยู่ที่ท้ายหมู่บ้านนู่นนะ สถานที่ที่เธอควรจะไปคือที่นั่น ไม่ใช่ที่นี่”
“ข้อสอง โจวเจ๋อตงกับโจวเจ๋อหานเป็นลูกของพี่สาวเธอก็จริง เธออาจจะสั่งสอนพวกเขาได้ แต่นั่นมันเป็นเรื่องของเมื่อก่อน ตอนนี้ฉันแต่งงานกับโจวเยว่เซินแล้ว และในทะเบียนบ้านของเขาก็มีชื่อของฉันอยู่ด้วย”
“เด็กทั้งสองคนก็อยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกันกับเรา เท่ากับว่าตอนนี้พวกเขาคือลูกของฉัน แล้วเธอมีสิทธิ์อะไรมาสั่งสอนลูกของฉันไม่ทราบ”
“และข้อสุดท้าย ถ้าเธอยังไม่อยากถูกส่งตัวกลับไปที่สถานีตำรวจในข้อหาบุกรุกเคหสถานอีกรอบล่ะก็ ฉันขอเชิญเธอไสหัวออกไปจากบ้านของฉันได้แล้ว”
คำพูดแต่ละคำของซือเนี่ยนเปรียบเสมือนการตบหน้าโจวถิงถิงฉาดใหญ่จนเธอหน้าชาไปหมด เธอโกรธจนหน้าแดงก่ำ
เธอรู้ดีว่าซือเนี่ยนเป็นผู้หญิงที่หยิ่งผยอง แต่ก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าหลังจากที่แต่งงานกับพี่ชายของเธอแล้วจะยิ่งหยิ่งยโสโอหังได้มากถึงขนาดนี้
แถมยังกล้าทำเรื่องแบบนี้ต่อหน้าสามีของเธออีก ไล่เธอเหมือนหมูเหมือนหมา ไม่คิดจะไว้หน้ากันเลยสักนิดเดียว ใบหน้าของโจวถิงถิงบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นจนดูน่าเกลียด
ในที่สุด เธอก็หันไปหาโจวเจ๋อตงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะให้ดูน่าสงสารที่สุด “เสี่ยวตง เห็นไหมล่ะ นี่แหละโฉมหน้าที่แท้จริงของแม่เลี้ยงที่แกคอยปกป้องนักหนา ดูสิว่ามันทำกับญาติแท้ๆ ของแกยังไง มันไล่ฉันออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย เป้าหมายของมันก็คือการฮุบสมบัติของตระกูลโจวเอาไว้คนเดียว วันนี้มันไล่ฉันได้ วันข้างหน้ามันก็จะไล่พวกแกสามพี่น้องออกจากบ้านเหมือนกัน”
แต่โจวเจ๋อตงกลับเอาแต่จ้องมองซือเนี่ยนนิ่งๆ ในสายตาของเขา เขาไม่คิดว่าซือเนี่ยนพูดอะไรผิดเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน คุณอาของเขาต่างหากที่เป็นฝ่ายผิดที่คอยแต่จะมาหาเรื่องพวกเขาทุกครั้งที่มีโอกาส มันน่ารำคาญจนเกินจะทนไหวแล้ว
ดังนั้นเขาจึงละสายตาจากซือเนี่ยนกลับมามองผู้เป็นอา ดวงตาสีนิลของเขาสงบนิ่งและเย็นชาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน “คุณแม่ไม่มีวันไล่ผมหรอกครับ เพราะผมไม่ใช่คนเลว”
เขาพูดจบโดยไม่เปิดโอกาสให้โจวถิงถิงได้ทันเปลี่ยนสีหน้า ก่อนจะพูดต่ออย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “คุณอาเคยช่วยคุณย่าหลิวรังแกพวกเรา แล้วยังเคยพาคนมาทำร้ายพวกเราอีก วันนี้คุณอาก็ยังคิดจะมาขโมยของอีก คุณอาก็ไม่ต่างอะไรจากคุณย่าหลิวเลยสักนิด เป็นคนไม่ดีเหมือนกัน ผมไม่ชอบคุณอาครับ”
โจวเจ๋อหานที่อยู่ในอ้อมกอดของซือเนี่ยนก็รีบตะโกนเสริมขึ้นมาทันที “ผมก็เกลียดคุณอาเหมือนกัน ออกไปจากบ้านของผมเดี๋ยวนี้เลยนะ”
โจวถิงถิงโกรธจนใบหน้าบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ ทั้งศักดิ์ศรีและหน้าตาถูกหลานๆ เหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี
หลี่เจียหมิงผู้เป็นสามีก็มีสีหน้าไม่สู้ดีเช่นกัน เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าภรรยาของเขาจะมีสถานะที่ต่ำต้อยในบ้านของตัวเองถึงเพียงนี้ ขนาดเด็กตัวเล็กๆ ยังไม่คิดจะไว้หน้าเธอเลยสักนิด
เขาอุตส่าห์คิดมาตลอดว่าครอบครัวของภรรยาทำธุรกิจฟาร์มหมู คงจะมีฐานะร่ำรวยไม่เบา ที่ผ่านมาเขาก็เลยพยายามเอาอกเอาใจเธอมาโดยตลอด
ก็เพราะหวังว่าในอนาคต หากตระกูลโจวเจริญรุ่งเรืองขึ้นมา จะได้ช่วยฉุดดึงครอบครัวหลี่ของเขาให้สูงขึ้นไปด้วย
แต่ผลลัพธ์ในตอนนี้กลับกลายเป็นว่า ไม่เพียงแต่จะไม่ช่วยเหลืออะไรเลยสักอย่าง ยังเป็นตัวการที่ทำให้น้องชายของเขาต้องติดคุก แม่ของเขาก็ถูกคนร้องเรียนจนต้องออกจากงาน
แล้วตอนนี้ก็ยังต้องมานั่งกลุ้มใจเรื่องที่น้องชายกำลังจะถูกศาลตัดสินลงโทษอีกจนผมแทบจะขาวทั้งหัวอยู่แล้ว
หน้าที่การงานของเขาก็อาจจะได้รับผลกระทบไปด้วย ไม่เว้นแม้กระทั่งอนาคตของลูกๆ ที่ต้องมาด่างพร้อยเพราะเรื่องนี้
ทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ทำให้เขาต้องยอมลางานเพื่อเดินทางกลับมาที่บ้านตระกูลโจวกับภรรยา ด้วยความหวังว่าจะสามารถจัดการปัญหานี้ได้
แต่จะให้เขาก้มหัวขอโทษน่ะเหรอ ฝันไปเถอะ เขาไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ถึงแม้น้องชายของเขาอาจจะทำผิดไปบ้างจริงๆ ก็เถอะ แต่หลี่เจียหมิงก็ยังเชื่อว่า ตบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอก ถ้าซือเนี่ยนไม่ได้ทำตัวไม่ดีจริงๆ น้องชายของเขาจะไปพูดจานินทาลับหลังทำไม
ตระกูลโจวนี่ก็ช่างไม่รู้จักประเพณีปฏิบัติอะไรเอาเสียเลย เรื่องพรรค์นี้มันควรจะปล่อยให้มันจบๆ ไปก็สิ้นเรื่อง เรื่องน่าอายขายหน้าแบบนี้ แทนที่จะทำให้เรื่องมันเงียบที่สุด กลับป่าวประกาศให้มันเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้นมาอีก ตีน้องชายของเขาไปแล้วรอบหนึ่งยังไม่พอใจอีกหรือไง ถึงขนาดต้องแจ้งความจับกันเข้าคุกเข้าตารางเลยเหรอ
ให้ตายสิ มันน่าโมโหจริงๆ
ไม่มีทางที่เขาจะยอมขอโทษเด็ดขาด
แต่เพื่อที่จะหาเส้นสายช่วยเหลือคนในครอบครัว ช่วงเวลาที่ผ่านมาพวกเขาต้องจ่ายเงินไปเป็นจำนวนไม่น้อย จนตอนนี้ที่บ้านแทบจะไม่เหลือเงินเก็บอยู่แล้ว
หลี่เจียหมิงจึงอดไม่ได้ที่จะโทษว่าเป็นความผิดของภรรยา เขาคิดว่าพี่ชายแท้ๆ ของเธอบีบคั้นพวกเขาจนมาถึงทางตันขนาดนี้แล้ว แต่เธอกลับทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห
[จบบท]