บทที่ 185: เข้าสถานีตำรวจอีกรอบ
ฟู่หยางยืนนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันควัน
"ซือเนี่ยน นี่เธอจะสื่ออะไรกันแน่ พูดให้มันเคลียร์ๆ หน่อยสิ การทำเรื่องให้มันวุ่นวายใหญ่โตแบบนี้มันมีประโยชน์อะไรกับเธอนักหนา ทำไมต้องทำตัวให้น่ารังเกียจอยู่เรื่อยเลย"
คำพูดพวกนั้นทำให้ซือเนี่ยนหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นการหัวเราะที่แฝงความสมเพชในโชคชะตาของตัวเอง
"ก็ในเมื่อคุณมองว่าฉันเป็นคนน่ารังเกียจมาตั้งแต่แรกแล้วนี่ มีอะไรให้ต้องแปลกใจด้วยเหรอ หรือคุณคิดว่านิสัยที่ฉันเป็นมาตลอดสิบกว่าปี จะเปลี่ยนไปเพราะผู้หญิงที่ชื่อหลินซือซือได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ เขาสำคัญพอหรือไง"
ฟู่หยางโดนสวนกลับจนพูดไม่ออก ได้แต่ยืนอ้ำอึ้ง มุมปากของเขากระตุกเบาๆ
เขานึกย้อนไปถึงวันเก่าๆ แค่เขาเปรยออกมาว่าซือเนี่ยนน่ารำคาญเพียงนิดเดียว ผู้หญิงคนนี้ก็พร้อมจะวิ่งกลับบ้านไปร้องไห้ฟูมฟายได้เป็นวันๆ แล้ว แต่วันนี้เธอกลับยืนเชิดหน้าตอบโต้เขาอย่างไม่สะทกสะท้าน แถมยังดูภูมิอกภูมิใจกับความน่ารังเกียจของตัวเองเสียอีก
ผู้หญิงคนนี้ไปเอาความหน้าไม่อายแบบนี้มาจากไหนกันนัก
ซือเนี่ยนไม่ต้องการจะต่อความยาวสาวความยืดกับเขาอีกต่อไป เธอโน้มตัวลงอุ้มโจวซีเหยาที่ยืนอยู่ข้างๆ ขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน "ในเมื่อเราไม่ได้สนิทสนมอะไรกันแล้ว ฉันก็คงไม่จำเป็นต้องต้อนรับคุณ เชิญคุณกลับไปได้แล้ว"
เธอตั้งท่าจะเดินจากไปทันทีที่พูดจบ
ชีวิตของฟู่หยางตั้งแต่เกิดจนโตล้วนถูกห้อมล้อมไปด้วยผู้หญิงที่คอยวิ่งตามเอาอกเอาใจ การมาถูกซือเนี่ยนแสดงท่าทีเมินเฉยใส่แบบนี้ ทำให้ใบหน้าของเขาบูดเบี้ยวราวกับแตงกวาเน่าๆ
ด้วยความไม่พอใจ เขาก็เอื้อมมือไปคว้าแขนของเธอไว้แน่น "ซือเนี่ยน อย่าทำตัวกำเริบให้มันมากนัก"
เรี่ยวแรงของผู้ชายทำให้ร่างของซือเนี่ยนที่สวมรองเท้าหนังมีส้นอยู่เซไปข้างหน้า มือข้างที่ไม่ได้อุ้มลูกอ่อนแรงลงเพราะถูกกระชากอย่างกะทันหัน
เธอพยายามทรงตัวอย่างสุดความสามารถ ในขณะที่มืออีกข้างก็ยังต้องประคองกระเป๋าสะพายเอาไว้ ทำให้โจวซีเหยาที่อยู่ในอ้อมอกเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น
"ปั้ก"
เสียงกระเป๋าตกกระทบพื้นเรียกสติของทุกคน โจวซีเหยาที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์เฉียดตายมาหมาดๆ ก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ แม้จะยังเป็นเด็กเล็ก แต่ก็พอจะรับรู้ได้ถึงบรรยากาศมาคุตรงหน้า ใบหน้าบูดบึ้งของฟู่หยางยิ่งทำให้เธอกลัวจนตัวสั่น ก่อนจะเปล่งเสียงร้องไห้จ้าออกมาสุดเสียง
"แง"
เสียงร้องไห้ของเด็กน้อยดึงดูดความสนใจจากผู้คนรอบข้างได้เป็นอย่างดี
ฟู่หยางเองก็เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป เขายืนนิ่งงันด้วยความตกใจ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ทำอะไรต่อ ความเจ็บปวดรุนแรงก็แล่นปราดเข้าที่สันจมูก ร่างสูงใหญ่ของเขาถูกหมัดหนักๆ ซัดเข้าเต็มแรงจนกระเด็นล้มลงไปกองกับพื้น
เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายเกิดขึ้นในโรงพยาบาลอย่างไม่มีใครคาดคิด
ทางครอบครัวซือที่กำลังรอข่าวดีจากฟู่หยางอยู่ ก็ต้องพบกับความผิดหวัง เมื่อข่าวที่ส่งมาไม่ใช่ข่าวดี แต่เป็นข่าวร้ายที่ครอบครัวฟู่ต้องรีบร้อนมุ่งหน้าไปยังสถานีตำรวจ
ต้นสายปลายเหตุของเรื่องทั้งหมดเกิดจากการที่ฟู่หยางไปหาเรื่องซือเนี่ยนและลูกสาวที่โรงพยาบาล แต่โชคร้ายที่โจวเยว่เซินมาเห็นเข้าพอดี การทะเลาะวิวาทของชายสองคนจึงเกิดขึ้น และจบลงด้วยการถูกลากตัวไปที่สถานีตำรวจ
เรื่องนี้สร้างความลำบากใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมาก
ฝ่ายหนึ่งคือลูกชายของผู้บังคับบัญชาระดับสูงจากบ้านพักทหาร แถมยังมียศเป็นถึงพันตรีในกองทัพ
ส่วนอีกฝ่ายก็เป็นอดีตเทพสงครามและผู้การกรมทหาร ที่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงหลายต่อหลายคนต่างก็ต้องการตัวจนแทบจะเปิดศึกแย่งชิงกัน
ทั้งสองคนต่างก็เป็นบุคคลที่พวกเขาไม่สามารถแตะต้องได้ ทางออกเดียวที่ทำได้คือการแจ้งให้ครอบครัวของทั้งสองฝ่ายมารับทราบเรื่องราว
แต่ถ้าจะว่ากันตามจริง ความผิดในครั้งนี้ตกเป็นของฟู่หยางอย่างเลี่ยงไม่ได้ การไปรังแกผู้หญิงตัวเล็กๆ กับเด็กที่ไม่มีทางสู้ ถือเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจ
การที่โจวเยว่เซินลุกขึ้นมาปกป้องภรรยาและลูกสาวจึงเป็นสิ่งที่สมควรแล้ว
ดังนั้นฟู่หยางจึงสมควรถูกลงโทษ
ข่าวนี้ไม่เพียงแต่ทำให้ครอบครัวฟู่ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก แต่ยังทำให้ครอบครัวซืองงเป็นไก่ตาแตกไปด้วย
ซือเนี่ยนเองก็ยังคงยืนงงอยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอไม่ทันได้สังเกตด้วยซ้ำว่าชายสองคนนั้นเริ่มลงไม้ลงมือกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ภาพการแลกหมัดกันอย่างดุเดือดนั้นยังคงติดตาเธออยู่จนถึงตอนนี้
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เธอยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากห้าม โจวเยว่เซินก็พุ่งเข้าไปซัดฟู่หยางจนกระเด็นไปแล้ว
ฟู่หยางอาจจะสูงไม่ถึง 190 เซนติเมตร แต่ก็มีความสูงเกิน 185 เซนติเมตรอย่างแน่นอน แถมยังเติบโตมาในค่ายทหารภายใต้การดูแลของผู้บังคับบัญชาระดับสูงฟู่ ฝีมือการต่อสู้ของเขาก็ย่อมไม่ธรรมดา แต่ในตอนนี้ เขากลับถูกโจวเยว่เซินอัดจนน่วมไปทั้งตัวโดยที่ไม่มีโอกาสได้ตอบโต้เลยแม้แต่น้อย
ไม่ว่าจะในนิยายเรื่องไหน พระเอกก็ไม่มีทางเอาชนะพ่อตัวร้ายได้อยู่แล้ว
แม้ว่าฟู่หยางจะถูกทำร้ายจนสะบักสะบอม แต่เมื่อได้ฟังคำให้การของโจวเยว่เซิน ตำรวจก็ปักใจเชื่อไปแล้วว่าฟู่หยางคือลูกคนรวยนิสัยเสียที่ชอบรังแกผู้หญิงและเด็กที่อ่อนแอกว่า
ก็คงต้องโทษที่ซือเนี่ยนนั้นงดงามเกินไป ประกอบกับวัยของฟู่หยางที่กำลังคึกคะนอง เมื่อได้เห็นหญิงสาวสวยสะพรั่ง ความคิดชั่วร้ายที่จะครอบครองเธอก็ผุดขึ้นมาในหัว เขาจึงลงมือลวนลามเธอ แต่ใครจะไปคาดคิดว่าสามีของเธอก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมารังแกได้ง่ายๆ เมื่อเห็นภรรยาถูกทำร้าย เขาก็ต้องสั่งสอนคนผิดเป็นธรรมดา
ทุกคนต่างก็มองซือเนี่ยนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสารระคนอิจฉา ถึงขนาดต้องส่งตำรวจหญิงเข้ามาคอยปลอบประโลมและให้กำลังใจ เพราะกลัวว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะสร้างบาดแผลทางใจให้กับเธอ
ซือเนี่ยนได้แต่ยืนนิ่ง ทำอะไรไม่ถูก
ครอบครัวฟู่ที่เดินทางมาถึงสถานีตำรวจก็ไม่ได้เป็นพวกไร้เหตุผล เมื่อได้ฟังความจริงว่าเป็นฝ่ายลูกชายของตนที่เริ่มก่อน แถมยังทำให้เด็กน้อยต้องขวัญเสีย เมื่อหันไปเห็นเด็กหญิงตากลมโตที่แดงก่ำจากการร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนของซือเนี่ยน พวกเขาก็รู้สึกผิดจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
หากเรื่องนี้ถูกแพร่ออกไป ชื่อเสียงของตระกูลฟู่คงได้ป่นปี้ไม่มีชิ้นดี
ทั้งเรื่องที่หลินซือซือขโมยเงินสินสอดสามพันหยวนเพื่อใส่ร้ายซือเนี่ยนให้ต้องระเห็จไปแต่งงานไกลถึงต่างจังหวัด ไหนจะเรื่องที่ฟู่หยางมารังแกสองแม่ลูกที่ไม่มีทางสู้อีก คนที่ไม่รู้เรื่องคงได้ตราหน้าว่าครอบครัวฟู่เป็นพวกชอบใช้อำนาจในทางที่ผิดเป็นแน่
จากที่ตั้งใจจะมาเพื่อไกล่เกลี่ย กลับกลายเป็นว่ายิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก
ในฐานะผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพ ทั้งพ่อและแม่ฟู่ต่างก็รู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก พวกเขาแสดงความรับผิดชอบด้วยการเสนอที่จะชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด และหวังว่าเรื่องราวจะไม่บานปลายไปมากกว่านี้ ตำรวจจึงยอมอ่อนข้อให้เพราะเห็นแก่ตำแหน่งของพวกเขา
แม่ของฟู่หยางเดินเข้าไปหาซือเนี่ยนพร้อมกับซองแดงหนาปึกในมือ "เนี่ยนเนี่ยน ป้าขอโทษจริงๆ นะ เราไม่คิดเลยว่าฟู่หยางจะทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังจนทำร้ายหนูกับลูกแบบนี้ ป้าขอโทษจากใจจริง นี่เป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากป้า เอาไปซื้อของอร่อยๆ ปลอบขวัญลูกนะ ถือว่าเป็นค่าชดเชยจากป้าก็แล้วกัน หวังว่าหนูจะเห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าๆ ของเรา และให้อภัยเขาในครั้งนี้"
ซือเนี่ยนมองซองเงินที่ถูกยัดใส่มืออย่างลังเล จริงๆ แล้วเธอก็อยากจะปฏิเสธ แต่จำนวนเงินในซองมันมากเกินกว่าที่เธอจะทำใจปฏิเสธได้ลง
ฟู่หยางทำเกินไปจริงๆ ในตอนนั้นเธอก็โกรธมาก แต่โจวเยว่เซินก็ได้จัดการสั่งสอนเขาไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าเป็นไปได้ เธอก็ไม่อยากจะสร้างศัตรูกับครอบครัวที่มีทั้งอำนาจและอิทธิพลอย่างครอบครัวฟู่ เพราะมันจะไม่ส่งผลดีต่อทั้งเธอและโจวเยว่เซินเลยแม้แต่น้อย
โชคยังดีที่ครอบครัวฟู่ยังพอมีเหตุผล ไม่เหมือนกับครอบครัวซือที่เอาแต่โยนความผิดให้คนอื่น
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เธอก็จะยอมใจกว้าง ไม่ถือสาหาความกับฟู่หยางอีกต่อไป
เธอจึงพยักหน้าตอบตกลง
แม่ฟู่รู้สึกขอบคุณซือเนี่ยนเป็นอย่างมาก หากเรื่องนี้แดงขึ้นมา อนาคตของลูกชายเธอคงต้องจบสิ้นลงอย่างแน่นอน เธอไม่คิดเลยว่าซือเนี่ยนจะไม่เพียงไม่ถือโทษโกรธเคือง แต่ยังยอมให้อภัยลูกชายของเธออีกด้วย
เด็กคนนี้ช่างมีจิตใจที่งดงามจริงๆ
เธอมองใบหน้าสวยหวานของซือเนี่ยนสลับกับเด็กน้อยน่ารักในอ้อมแขนของเธอด้วยความรู้สึกชื่นชมและอิจฉา เด็กคนนี้เป็นคนดีจริงๆ การที่เธอยอมเลี้ยงดูลูกของคนอื่นได้ดีขนาดนี้ ก็เป็นเครื่องพิสูจน์แล้วว่าเธอเป็นคนที่มีจิตใจดีงาม ขนาดลูกสาวของเธอเองก็ยังชื่นชมในตัวซือเนี่ยนอยู่บ่อยๆ
ซือเนี่ยนทั้งสวย ทั้งหุ่นดี แถมยังเรียนเก่ง เรียกได้ว่าเพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง
น่าเสียดายที่วาสนาของเธอกับครอบครัวฟู่คงจะหมดลงเพียงเท่านี้
[จบบท]