บทที่ 208: ตบหน้า
จางเชี่ยนควงแขนชายคนหนึ่งเดินเชิดหน้าออกมาจากห้างสรรพสินค้า ในมือของเธอมีถุงใส่ของอยู่สองสามใบ พอสายตาเหลือบไปเห็นซือเนี่ยนกับเด็กๆ ที่ยืนมือเปล่าอยู่ตรงหน้าประตู เธอก็แสดงท่าทีหยิ่งผยองออกมาทันที เหมือนได้ทีข่มศัตรูคู่อาฆาต
ในที่สุดวันนี้ก็ถึงตาเธอได้เอาคืนบ้าง หลังจากที่ต้องนั่งอัดอั้นเป็นใบ้ ถูกเมินเหมือนอากาศธาตุอยู่บนรถตลอดทาง เพราะทุกคนเอาแต่รุมล้อมพูดคุยเอาใจซือเนี่ยนราวกับเป็นนางฟ้านางสวรรค์ ปล่อยให้เธอเป็นเหมือนตัวประหลาดในสายตาคนอื่น
ความแค้นที่สุมอยู่ในอกยังไม่ทันจางหาย ไม่คิดเลยว่าสวรรค์จะเข้าข้าง ให้เธอได้มาเจอซือเนี่ยนที่นี่อีกครั้ง แถมยังได้เห็นภาพเด็ดที่อีกฝ่ายพาลูกๆ มายืนทำหน้าสลดอยู่หน้าห้างแต่ไม่กล้าเดินเข้าไป คงเพราะไม่มีปัญญาจะซื้อของล่ะสิ
ความคิดนี้ทำให้จางเชี่ยนรู้สึกสะใจขึ้นมาทันที ภาพลักษณ์คุณหนูจากในเมืองที่ใครๆ ในหมู่บ้านต่างก็ชื่นชมว่าเก่งกาจสารพัด คงเป็นแค่เรื่องที่แต่งขึ้นมาหลอกคนบ้านนอกอย่างพวกเธอสินะ
เผลอๆ ของที่หอบกลับบ้านไปคราวก่อนจนใครๆ พากันอิจฉาตาร้อน ก็อาจจะเป็นแค่ถุงเปล่าๆ ที่เอาไปสร้างภาพให้ตัวเองดูดีก็ได้ โจวเยว่เซินก็แค่เจ้าของฟาร์มหมูบ้านนอก ต่อให้ขยันหาเงินแค่ไหน จะมีปัญญามาสุรุ่ยสุร่ายซื้อของแพงๆ ได้ยังไง คิดแล้วก็น่าสมเพชจริงๆ ที่ต้องพยายามเสแสร้งทำเป็นรวย คงเพราะกลัวจะโดนคนอื่นดูถูกที่ต้องตกต่ำมาอยู่บ้านนอก
ซือเนี่ยนหันไปตามเสียง ก็เห็นจางเชี่ยนกำลังเดินควงแขนผู้ชายคนหนึ่งที่ดูเตี้ยกว่าเธอมาทางนี้ ในมือมีถุงเสื้อผ้าสองสามใบ ใบหน้าเชิดขึ้นอย่างท้าทาย สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความเยาะเย้ย เหมือนกับว่าของในมือนั้นเป็นสมบัติล้ำค่าที่เธอไม่มีวันได้ครอบครอง
"แม่ครับ นั่นป้าคนนั้นอีกแล้วนี่ คนที่อายุยี่สิบกว่าแล้วยังไม่มีใครเอาน่ะ"
เสียงเจื้อยแจ้วของโจวเจ๋อหานดังขึ้น เขามองอีกฝ่ายตาโตอย่างแปลกใจ "ป้าเขาไม่ได้มานัดบอดเหรอครับ แล้วทำไมเดินอยู่กับคุณปู่ได้ล่ะ"
คำพูดซื่อๆ ของเด็กน้อยทำเอาจางเชี่ยนที่กำลังเดินกรีดกรายอยู่ถึงกับขาแข้งอ่อนจนเกือบสะดุดล้ม
ซือเนี่ยนเองก็เกือบจะหลุดขำออกมา เธอเอื้อมมือไปลูบหัวลูกชายคนรองแล้วตอบกลับไป "เขาคงพาคุณปู่มาเดินเล่นน่ะลูก ไม่มีอะไรหรอก"
ได้ยินแบบนั้นหน้าของจางเชี่ยนก็ยิ่งดำคล้ำเข้าไปใหญ่ แค่คำพูดของเด็กก็ทำเธอเสียหน้าจะแย่แล้ว นี่ยังมาโดนซือเนี่ยนตอกย้ำอีก ทำเอาเธอแทบจะล้มทั้งยืน
ชายที่เดินมาข้างๆ ก็มีสีหน้าไม่พอใจขึ้นมาทันที เขาหันไปตวาดใส่จางเชี่ยนเสียงดัง "เชี่ยนเชี่ยน นี่มันใครกัน พูดจาภาษาคนไม่เป็นหรือไง"
จางเชี่ยนเหลือบมองชายข้างตัวที่เธอเรียกว่าพี่เฉิง สภาพของเขาดูไม่จืดเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าเพราะเครียดเรื่องงานหรืออะไร ผมเผ้าถึงได้บางจนน่าใจหาย ทำให้เขาดูแก่เกินวัยไปมาก ทั้งที่โจวถิงถิงบอกว่าเขาอายุมากกว่าโจวเยว่เซินไม่กี่ปี แต่หน้าตากลับดูเหมือนคนวัยสี่สิบกว่า ถ้าไม่ติดว่าอีกฝ่ายเปย์หนักยอมควักเงินซื้อเสื้อผ้าให้เธอตั้งหลายชุด เธอก็คงคิดว่าตัวเองโดนหลอกมาเดตกับคนแก่คราวพ่อแล้ว
แต่ถึงจะดูแก่ไปหน่อย อย่างน้อยเขาก็มีเงิน ไม่เหมือนโจวเยว่เซินที่เอาแต่หล่อไปวันๆ
เดิมทีอารมณ์ของเธอกำลังดี แต่พอมาเจอสองแม่ลูกนี่พูดจาไม่เข้าหู ความรู้สึกดีๆ ก็หายไปหมดสิ้น แถมยังทำให้เธอรู้สึกว่าผู้ชายข้างๆ นี่มันแก่จริงๆ ด้วย แต่ถึงจะแก่ยังไงก็ไม่น่าจะเรียกว่าปู่ไม่ใช่หรือ มันจะเกินไปหน่อยแล้วนะ
"พี่เฉิงคะ อย่าไปโกรธเลยค่ะ เขาเห็นฉันได้ดีก็เลยอิจฉา คุณไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงคนนี้น่าสงสารจะตาย อุตส่าห์มาจากในเมืองแต่กลับต้องมาแต่งงานกับคนเลี้ยงหมูในหมู่บ้านของเรา แถมยังต้องมาเป็นแม่เลี้ยงให้ลูกติดเขาอีกตั้งสามคน ตอนนี้พอเห็นฉันควงอยู่กับคุณก็เลยตาร้อนจนทนไม่ไหว" จางเชี่ยนรีบแก้ตัวพร้อมกับป้ายสีซือเนี่ยนไปในตัว
เธอเชื่อว่าเหตุผลนี้ฟังขึ้นที่สุดแล้ว เพราะถึงพี่เฉิงจะแก่ แต่ก็ยังดีกว่าโจวเยว่เซินตั้งเยอะ อย่างน้อยเขาก็ไม่มีลูกติดเป็นภาระ แถมยังมีบ้านเป็นของตัวเองในเมืองอีกด้วย โจวเยว่เซินมีดีแค่หน้าตา แต่ชีวิตต้องมาแบกรับภาระเลี้ยงดูลูกอีกสามคน ใครจะอยากได้กัน
ชายที่ชื่อพี่เฉิงพอได้ฟังก็หันไปมองซือเนี่ยนด้วยสายตาประหลาดใจ ตอนแรกที่เห็นว่าเธอทั้งสวยทั้งสาว เขาก็ถึงกับตะลึงไปพักใหญ่ ไม่คิดเลยว่าคนสวยๆ แบบนี้จะคิดสั้น ยอมลดตัวไปเป็นแม่เลี้ยงให้คนบ้านนอก บ้าไปแล้วหรือเปล่า ยิ่งเห็นเด็กข้างๆ ที่ตัวสูงเกือบจะเท่าเธอแล้ว เขาก็ยิ่งรู้สึกสงสารและเห็นใจขึ้นมา
ด้วยความที่คิดว่าตัวเองเป็นสุภาพบุรุษ เขาจึงตัดสินใจว่าจะไม่ถือสาหาความเรื่องที่โดนเรียกว่าปู่ สายตาของเขาไล่มองซือเนี่ยนตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่ปิดบัง ใบหน้าสวยหยาดเยิ้ม รูปร่างก็อวบอิ่มมีน้ำมีนวล ดูแล้วเป็นแม่พันธุ์ชั้นดี ต่างจากภรรยาเก่าของเขาที่พยายามเท่าไหร่ก็มีลูกชายให้ไม่ได้สักที นี่เขาก็อายุจะสี่สิบแล้วยังไม่มีทายาทสืบสกุล คิดแล้วก็กลุ้มใจ
นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขายอมคบกับจางเชี่ยน ถึงเธอจะเป็นแค่สาวบ้านนอกการศึกษาต่ำ แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกมากนัก ผู้หญิงในเมืองสมัยนี้เรื่องมากจะตาย ต้องทั้งรวยทั้งหล่อ ซึ่งเขาไม่มีคุณสมบัติข้อหลัง
แต่ผู้หญิงตรงหน้านี่สิ สวยก็สวย หุ่นก็ดี แต่รสนิยมกลับแย่สิ้นดี ขนาดคนบ้านนอกยังยอมแต่งด้วย ถ้าอย่างนั้นมาคบกับเขาไม่ดีกว่าหรือ อย่างน้อยเขาก็เป็นคนในเมือง ดูยังไงเธอก็เด็กกว่าจางเชี่ยนตั้งเยอะ แต่งไปเป็นเมียเก็บไว้เชยชมก็ยังคุ้ม
พี่เฉิงมั่นใจในตัวเองเต็มเปี่ยม เขาค่อยๆ ขยับตัวออกห่างจากจางเชี่ยน แล้วเชิดหน้าพูดกับซือเนี่ยน "ถ้าเป็นอย่างที่ว่า สหายคนนี้ก็น่าเห็นใจอยู่เหมือนกัน น่าเสียดายจริงๆ เอาเป็นว่าเห็นแก่ที่รู้จักกับเชี่ยนเชี่ยน ผมพอจะช่วยคุณได้นะ ผมเป็นหัวหน้ากลุ่มอยู่ที่โรงงานทอผ้า ถ้าคุณอยากทำงาน ผมจะช่วยฝากงานให้ รับรองว่าได้เงินเดือนตั้งสามสิบหยวน แถมผมยังช่วยดูแลคุณได้ด้วย"
[จบบท]