บทที่ 217: โจวถิงถิงจากไป
หลี่เจียหมิง ชายหนุ่มผู้สวมแว่นตากรอบใสดูภูมิฐาน ขยับกรอบแว่นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงโวยวายของภรรยา เขาเผยรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นและใจดีออกมาอย่างเคย
“ถิงถิง พูดอะไรอย่างนั้นล่ะ ผมจะไปทำร้ายคุณได้ยังไง อย่าพูดอะไรที่ไม่มีมูลความจริงสิ”
เขาพูดจบก็หันไปยิ้มให้กับโจวเยว่เซิน แต่ใบหน้าที่เรียบเฉยและสายตาคมกริบของพี่ชายภรรยาก็ทำให้เขารู้สึกเกรงขามอยู่ไม่น้อย เขาจึงรีบอธิบายสถานการณ์ทันที “พี่ชายภรรยาครับ คือช่วงสองสามวันนี้ถิงถิงยังมีอาการมึนงงจากพิษของเนื้อตุ๋นพะโล้ที่กินเข้าไปอยู่เลย ผมเลยตั้งใจจะพาเธอกลับไปให้หมอตรวจดูอาการอีกที”
โจวถิงถิงพอได้ฟังเหตุผลของสามี สีหน้าก็ซีดเผือด เธอรีบกระชากคอเสื้อตัวเองเพื่อจะเปิดให้ทุกคนเห็นร่องรอยบางอย่าง “ไม่จริงนะ ฉันไม่ได้สับสน เขาโกหก เขาซ้อมฉัน! ทั้งตัวฉันมีแต่รอยแผล เดี๋ยวฉันจะให้พวกคุณดูเอง!”
เธอยังไม่ทันได้เปิดเสื้อผ้าให้ใครดู หลี่เจียหมิงก็ปรี่เข้ามาใช้แขนรวบตัวเธอจากด้านหลัง ปากก็พูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเหนื่อยใจออกมา “ถิงถิง คุณนี่เอาอีกแล้วนะ พูดจาไม่รู้เรื่องอีกแล้ว ผมจะไปตีคุณตอนไหนกัน การที่คุณงอนมันก็เป็นเรื่องปกติ แต่ก็ควรจะรู้ลิมิตของตัวเองบ้างสิ นี่เราอยู่ข้างนอกนะ ไม่ใช่อยู่ในบ้าน จะมาแก้ผ้าต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ได้ยังไง มันน่าอาย”
เสียงของเขายังคงนุ่มนวลชวนฝัน เป็นเสียงเดียวกับที่เคยทำให้โจวถิงถิงตกหลุมรักในความเป็นสุภาพบุรุษของเขาเมื่อวันวาน ถึงขนาดที่เธอยอมแตกหักกับโจวเยว่เซิน พี่ชายแท้ๆ ของตัวเองเพื่อจะได้แต่งงานกับเขา แต่ใครจะไปคาดคิดว่าวันหนึ่ง เสียงที่เคยทำให้หัวใจเธอพองโต จะกลับกลายเป็นเสียงที่ทำให้เธอรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว
เสียงกรีดร้องโวยวายของโจวถิงถิงดังไปทั่วบริเวณ จนชาวบ้านที่กำลังทำงานอยู่ใกล้ๆ ต้องพากันหยุดมือแล้วเดินเข้ามามุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“เอ๊ะ นั่นมันเรื่องอะไรกัน ทำไมเสียงดังขนาดนั้น”
“อ้าวนั่นมันนังหนูถิงถิงกับสามีของเธอนี่”
ชาวบ้านแถบนี้ยังพอจำเรื่องราวของโจวถิงถิงกับสามีของเธอได้ แต่ภาพจำที่มีต่อเธอกลับไม่ใช่เรื่องดีนัก ด้วยนิสัยหยิ่งผยองของโจวถิงถิง ทำให้เธอมีเรื่องกระทบกระทั่งกับคนอื่นไปทั่ว จนคนในหมู่บ้านพากันเอือมระอา แต่เพราะเห็นว่าเธอเป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่มาตั้งแต่เล็ก พวกเขาจึงเลือกที่จะไม่ถือสาหาความอะไรมาก
หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็สร้างเรื่องใหญ่โตอีกครั้งเพียงเพื่อจะได้แต่งงานกับผู้ชายจากในเมือง แม้ชาวบ้านจะไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปเพราะเห็นว่าเป็นความต้องการของเธอเอง
แต่เรื่องที่ทำให้ทุกคนโกรธจนแทบจะทนไม่ไหวก็คือ การที่โจวถิงถิงกล้าพาครอบครัวของสามีมาหาเรื่องซือเนี่ยนกับเด็กๆ ถึงที่หมู่บ้านซิ่งฝู การกระทำนั้นไม่ต่างอะไรกับการหยามหน้าคนทั้งหมู่บ้าน พวกเขาจึงพากันเกลียดชังเธอ รู้สึกว่าพอได้แต่งงานกับคนมีฐานะแล้วก็ลืมหัวนอนปลายเท้าของตัวเอง
แล้วดูตอนนี้สิ กลับมาร้องห่มร้องไห้ตีโพยตีพายอยู่ตรงนี้ ทำตัวไม่ต่างจากพวกแม่ค้าในตลาด ไม่รู้ว่าคราวนี้จะก่อเรื่องวุ่นวายอะไรขึ้นมาอีก
โจวถิงถิงเมื่อเห็นว่ามีคนเข้ามามุงดูมากขึ้น ก็ราวกับเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ เธอรีบตะโกนขอความช่วยเหลือทันที “ป้าหวัง ป้าหลี่ ช่วยฉันด้วยค่ะ! หลี่เจียหมิงจะทำร้ายฉัน!”
“ฮือๆ... ไอ้คนสารเลว! มันแอบไปมีคนอื่นข้างนอก พอกลับมาบ้านก็มาไล่ให้ฉันหย่า แล้วยังจะมาลงไม้ลงมือกับฉันอีก!” เธอบีบน้ำตาร้องไห้ฟูมฟายจนดูน่าสงสารจับใจ
ชาวบ้านพากันตกใจกับคำพูดของเธอ ก่อนจะหันไปมองหลี่เจียหมิงเป็นตาเดียวกัน ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตเรียบกริบ กางเกงสแล็คเข้ารูป และรองเท้าหนังขัดมันวาววับ ทรงผมของเขาก็ถูกจัดแต่งมาอย่างดี แถมยังสวมแว่นตาที่ทำให้เขาดูเป็นปัญญาชนผู้สุภาพอ่อนโยนอีกด้วย เมื่อเทียบกับท่าทีเกรี้ยวกราดของโจวถิงถิงแล้ว พวกเขาก็เทใจเชื่อฝ่ายชายมากกว่า
หลี่เจียหมิงจึงรีบอธิบายสถานการณ์ให้ทุกคนฟัง “คุณป้าครับ คือช่วงนี้ถิงถิงเธอกินของผิดสำแดงเข้าไปจนอาหารเป็นพิษ คุณหมอบอกว่าเธออาจจะมีอาการทางประสาท หวาดระแวงไปเอง ชอบพูดอะไรเลื่อนลอยไม่มีมูลความจริง สองสามวันนี้เราก็เลยทะเลาะกันบ่อยๆ ถ้าผมอยากจะหย่ากับเธอจริงๆ ป่านนี้ผมจะถ่อมาไกลถึงนี่เพื่อรับเธอกลับบ้านทำไมล่ะครับ”
คำอธิบายของเขาฟังดูมีเหตุผลจนชาวบ้านพากันพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะหันไปพูดเกลี้ยกล่อมโจวถิงถิง
“นั่นสิถิงถิง ถึงเมื่อก่อนเธอจะทำตัวไม่ค่อยน่ารักไปบ้าง แต่ยังไงเธอก็เป็นคนของหมู่บ้านเรานะ พวกเราก็อยากเห็นเธอมีความสุข สามีของเธอดูเป็นคนดีขนาดนี้ เขาจะไปทำร้ายเธอได้ยังไงกัน”
“ผัวเมียทะเลาะกันก็เหมือนลิ้นกับฟัน เดี๋ยวก็คืนดีกันเองนั่นแหละ ไม่มีอะไรหรอก กลับบ้านไปเถอะ”
“ใช่ๆ เขาอุตส่าห์ดั้นด้นมาตามเธอถึงที่นี่แล้ว อย่าทำตัวเป็นเด็กๆ ไปหน่อยเลย เลิกโวยวายได้แล้ว”
โจวถิงถิงได้ฟังคำพูดของชาวบ้านก็โกรธจนแทบจะกระอักเลือดออกมา เธอหายใจหอบถี่ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง เธอถูกหลอก ทุกคนในที่นี้กำลังถูกหลอก! หลี่เจียหมิงไม่ใช่คนดีอย่างที่ทุกคนเห็น!
แววตาของหลี่เจียหมิงฉายแววไม่พอใจออกมาวูบหนึ่ง ก่อนที่เขาจะคว้าแขนของโจวถิงถิงแล้วออกแรงกระชากให้เดินตามไป โจวถิงถิงพยายามขัดขืนสุดชีวิต แต่ก็สู้แรงของเขาไม่ไหว ในวินาทีแห่งความสิ้นหวังนั้น เธอจึงหันไปตะโกนขอความช่วยเหลือจากโจวเยว่เซิน พี่ชายคนเดียวของเธอ
“พี่! พี่ต้องเชื่อฉันนะ! เขาจะเอาฉันไปขังไว้จริงๆ! ช่วยฉันด้วย!”
ณ หน้าประตูบ้านตระกูลโจว โจวเยว่เซินยังคงยืนนิ่งด้วยใบหน้าที่เย็นชาและแววตาที่ว่างเปล่า ไม่ใช่แค่เขา แต่ทุกคนที่อยู่รอบๆ ทั้งเด็กๆ และชาวบ้านที่เธอเคยรู้จัก ต่างก็มองมาที่เธอด้วยสายตาเฉยเมย ราวกับว่าเธอกำลังแสดงละครตบตาเรื่องใหญ่อยู่
โจวถิงถิงมองภาพตรงหน้าแล้วสมองก็พลันกระจ่างแจ้งขึ้นมาในบัดดล ไม่มีใครคิดจะสนใจเธอ และแน่นอนว่าไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเธอด้วยซ้ำ ในเมื่อพี่ชายแท้ๆ ของเธอยังเมินเฉย แล้วจะไปหวังอะไรกับคนอื่นได้อีก เมื่อคิดถึงชะตากรรมอันโหดร้ายที่รอเธออยู่เบื้องหน้า โลกทั้งใบของเธอก็พลันมืดดับลง
“โจวถิงถิง” โจวเยว่เซินเอ่ยถามขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย “ฉันจะถามเธอเป็นครั้งสุดท้าย ตกลงเธอจะหย่ากับเขาไหม”
โจวถิงถิงสะดุ้งเฮือก ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธไปตามสัญชาตญาณ
โจวเยว่เซินเห็นดังนั้นจึงหันหลังกลับเข้าบ้าน “งั้นก็ไปซะ แล้วอย่ากลับมาที่นี่อีก”
รอยยิ้มแห่งชัยชนะกำลังจะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลี่เจียหมิง แต่แล้วเสียงทุ้มต่ำที่เยือกเย็นของโจวเยว่เซินก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง “แต่ในเมื่อเธอยังเป็นคนของตระกูลโจวอยู่ ถ้ามีใครหน้าไหนกล้าแตะต้องเธออีกแม้แต่ปลายเล็บเดียว ฉันรับรองได้เลยว่ามันจะต้องชดใช้เป็นสิบเท่า”
รอยยิ้มบนใบหน้าของหลี่เจียหมิงแข็งค้างในทันที สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นอัปลักษณ์อย่างเห็นได้ชัด
โจวถิงถิงเองก็ตกตะลึงไปเช่นกัน เมื่อตั้งสติได้ หยดน้ำตาแห่งความซาบซึ้งก็ไหลทะลักออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง ที่แท้... ที่แท้พี่ชายของเธอก็รู้มาตลอดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ
แต่เธอก็ไม่อยากหย่าจริงๆ นี่นา เธอไม่สามารถยอมรับชีวิตหลังการหย่าร้างและคำครหานินทาจากคนรอบข้างได้ และที่สำคัญที่สุดคือ เธอไม่สามารถทิ้งลูกของตัวเองไปได้
โจวถิงถิงกัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ขอบตาของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ในตอนนี้เองที่เธอได้ตระหนักรู้อย่างแท้จริงว่า คนเดียวที่จะดีกับเธอโดยไม่มีเงื่อนไข ก็คือคนในครอบครัวที่มีสายเลือดเดียวกันเท่านั้น
เธอผิดไปแล้ว เธอไม่น่าทำเรื่องโง่เง่ามากมายเพื่อเอาใจคนตระกูลหลี่จนต้องมาลงเอยแบบนี้เลย
‘ตุ้บ!’ โจวถิงถิงทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสำนึกผิดอย่างสุดหัวใจ “พี่ใหญ่ พี่สะใภ้... ขอบคุณมากนะคะ”
...
ซือเนี่ยนละสายตาจากภาพตรงหน้า แล้วหันไปมองโจวเยว่เซินที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงยังไงโจวถิงถิงก็เป็นน้องสาวแท้ๆ ของเขา มีหรือที่เขาจะอยากเห็นเธอต้องมีชีวิตที่ตกต่ำแบบนี้ หากเมื่อครู่โจวถิงถิงตัดสินใจที่จะหย่า โจวเยว่เซินก็คงจะยื่นมือเข้ามาจัดการให้ทุกอย่างจบลงด้วยดี อย่างน้อยๆ ตระกูลหลี่ก็คงไม่กล้ามาทำอะไรกับเธออีก
แต่สิ่งที่ทำให้เธอทึ่งที่สุดก็คือ แม้จะต้องเผชิญกับสถานการณ์เลวร้ายขนาดนี้ แต่โจวถิงถิงก็ยังเลือกที่จะไม่หย่า ไม่รู้ว่าต้องมีความคิดแบบไหนกัน ถึงได้ยอมทนถูกทำร้ายร่างกายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพียงเพื่อรักษาสถานภาพการสมรสเอาไว้ ซือเนี่ยนได้เห็นแล้วว่ากรอบความคิดที่ถูกปลูกฝังกันมาในยุคสมัยนี้มันน่ากลัวขนาดไหน
แต่ก็นั่นแหละ... คนที่น่าสงสารก็มักจะมีส่วนที่น่ารังเกียจอยู่ในตัวเสมอ อย่างน้อยที่สุด ในวันนี้โจวถิงถิงก็ได้สติเสียที
[จบบท]