บทที่ 218: ฉลองปีใหม่
ใกล้ถึงวันปีใหม่เข้ามาทุกที บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองเริ่มคึกคักขึ้นเรื่อยๆ และเนื่องจากพ่อแม่ของโจวเยว่เซินจากไปนานแล้ว ประกอบกับปีนี้เป็นปีแรกที่ซือเนี่ยนได้กลับมาอยู่กับครอบครัวอย่างเป็นทางการ ครอบครัวหลินจึงมีความคิดอยากจะชวนลูกสาวกับลูกเขยมาฉลองปีใหม่ด้วยกันให้พร้อมหน้าพร้อมตา
หน้าที่สำคัญนี้ตกเป็นของหลินเซียว ซึ่งตอนนี้สอบใบขับขี่รถบรรทุกได้เรียบร้อยแล้ว เขาจึงขับรถมาที่ฟาร์มหมูแต่เช้าตรู่ เดิมทีเขาตั้งใจจะไปบอกข่าวดีนี้กับน้องสาวโดยตรง แต่แม่ของเขากลับให้แง่คิดว่าลูกเขยคือหัวหน้าครอบครัว การทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาเขาไปคุยกับลูกสาวก่อนเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมเท่าไหร่ หากข่าวนี้แพร่ออกไปให้ชาวบ้านได้ยินเข้าคงจะดูไม่ดีนัก
แม้ว่าการที่โจวเยว่เซินจะไปฉลองปีใหม่ที่บ้านพ่อตาแม่ยายจะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรในเมื่อพ่อแม่ของเขาไม่อยู่แล้ว แต่การให้เกียรติและถามความเห็นของเขาก่อนย่อมเป็นสิ่งที่สมควรทำที่สุด ดังนั้นหลินเซียวจึงอาศัยจังหวะที่มาส่งของในตอนเช้าเพื่อพูดคุยเรื่องนี้กับโจวเยว่เซินโดยตรง
เอาเข้าจริง หลินเซียวนั้นรู้สึกขอบคุณน้องเขยคนนี้จากใจจริง ถ้าไม่ได้เขา ป่านนี้ตัวเองก็คงยังเป็นกรรมกรหาเช้ากินค่ำอยู่ในเมือง ไม่มีทางได้ทำงานสบายๆ แค่ขับรถส่งของอย่างทุกวันนี้แน่นอน ถึงอีกฝ่ายจะเป็นน้องเขย แต่ทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าโจวเยว่เซิน หลินเซียวกลับรู้สึกได้ถึงพลังอำนาจบางอย่างที่แผ่ออกมาจนน่าเกรงขาม ทำให้คนรอบข้างยอมทำตามแต่โดยดีโดยไม่รู้ตัว
บรรยากาศในที่ทำงานก็เต็มไปด้วยความสามัคคี แตกต่างจากที่ทำงานเก่าของเขาราวฟ้ากับเหว ที่ซึ่งทุกคนคอยแก่งแย่งชิงดีและหาโอกาสแทงข้างหลังกันอยู่ตลอดเวลา
ตอนที่พบกับโจวเยว่เซินครั้งแรก เขายังอดเป็นห่วงน้องสาวไม่ได้ เพราะแค่โจวเยว่เซินทำหน้านิ่งๆ ผู้ชายตัวโตอย่างเขาก็ยังรู้สึกเสียวสันหลังวาบ แต่เมื่อได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้น เขาก็ได้รู้ว่าแท้จริงแล้วโจวเยว่เซินเป็นเพียงคนหน้านิ่งเท่านั้น แต่เนื้อแท้กลับเป็นคนที่เข้ากับผู้อื่นได้ง่ายและปฏิบัติต่อน้องสาวของเขาเป็นอย่างดี ความกังวลที่แม่ของเขาเคยมีนั้นช่างเป็นเรื่องที่คิดไปเองทั้งสิ้น
หลังจากอธิบายเรื่องทั้งหมดจบ หลินเซียวก็รีบพูดเสริม "แม่ผมบอกว่าปีนี้เนี่ยนเพิ่งกลับมาบ้าน ยังไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้เวลากับครอบครัวเท่าไหร่ เลยอยากให้ทุกคนมาฉลองปีใหม่ด้วยกัน จะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นครับ"
โจวเยว่เซินซึ่งนั่งฟังอยู่เงียบๆ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ตลอดหลายปีที่ผ่านมา วันปีใหม่ของเขากับลูกๆ ก็ไม่ต่างอะไรจากวันธรรมดา ถึงจะเรียกว่าฉลอง แต่เขาก็ยังคงทำงานหามรุ่งหามค่ำ ที่บ้านมีเพียงความเงียบเหงาจับใจ เขาทำได้เพียงแค่กลับไปกินข้าวเย็นกับลูกๆ แล้วก็ออกมาทำงานต่อ ไม่เคยมีความรู้สึกคาดหวังหรือตื่นเต้นกับเทศกาลนี้เลยแม้แต่น้อย
แต่ปีนี้กลับไม่เหมือนเดิม ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่หัวใจของเขาเริ่มเปลี่ยนไป มันกลับมีความรู้สึกตั้งตารอคอยผุดขึ้นมาอย่างน่าประหลาดใจ เด็กๆ เองก็ดูจะรักและผูกพันกับครอบครัวหลินมาก ยิ่งปีนี้มีแม่อยู่ด้วย พวกเขาคงจะมีความสุขมากกว่าทุกปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน ซือเนี่ยนไม่ได้เข้ามาเปลี่ยนแค่ชีวิตของเด็กๆ แต่เธอได้เปลี่ยนโลกทั้งใบของเขาไปด้วย
เมื่อความคิดตกผลึก โจวเยว่เซินก็พยักหน้าตอบตกลงโดยไม่ลังเล การไปฉลองปีใหม่ที่บ้านพ่อตาแม่ยายครั้งแรกทั้งที ก็คงต้องเตรียมของขวัญไปให้สมฐานะหน่อย
พอเห็นน้องเขยตอบตกลง หลินเซียวก็ยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ
"เยี่ยมไปเลย ปีนี้เราจะได้ฉลองปีใหม่กันพร้อมหน้าพร้อมตาสักที"
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้ชีวิตจะไม่ได้ลำบากนัก แต่ครอบครัวก็ต้องทุ่มเงินทั้งหมดที่มีเพื่อส่งเสียหลินซือซือให้ได้เรียนหนังสือ แม้กระทั่งวันปีใหม่ก็ยังต้องประหยัดจนไม่กล้าซื้อเนื้อมาฉลองกัน เขาเองก็ต้องระเห็จไปทำงานไกลบ้านในช่วงเทศกาล เพราะค่าแรงมันสูงเป็นสองเท่าของปกติ นานเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ที่เขาไม่ได้ฉลองปีใหม่ดีๆ แบบนี้
แต่พอซือเนี่ยนกลับมา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เงินสามพันหยวนที่หายไปก็ได้คืนมา ทำให้ครอบครัวไม่ต้องดิ้นรนเรื่องเงินอีกต่อไป ตัวเขาเองก็ได้งานที่มั่นคง แถมยังสอบใบขับขี่รถบรรทุกได้เพราะความช่วยเหลือของน้องเขย
ส่วนแม่กับภรรยาก็มีรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการทำของกินขายทุกวัน ชีวิตของพวกเขากำลังจะดีขึ้นเรื่อยๆ แม่ของเขาบอกว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป อีกไม่นานคงมีเงินพอส่งน้องชายทั้งสองคนเข้ามหาวิทยาลัยได้แน่
แววตาของหลินเซียวเปล่งประกายไปด้วยความหวัง โจวเยว่เซินเหลือบมองภาพนั้นเพียงครู่เดียวก่อนจะละสายตาไป ดูเหมือนว่าผู้หญิงที่ชื่อซือเนี่ยนจะไม่ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงแค่ครอบครัวของเขาเท่านั้นจริงๆ
***
"ไปฉลองปีใหม่บ้านคุณยายเหรอครับ จริงเหรอพ่อ"
"ถ้าไปบ้านคุณยาย เราก็ต้องได้อั่งเปาเยอะๆ เลยใช่ไหมครับ"
ทันทีที่ได้ยินข่าวดีจากปากผู้เป็นพ่อ โจวเจ๋อหานก็ตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ ทุกปีหลังเปิดเทอม เขาต้องทนฟังเพื่อนๆ อวดเรื่องอั่งเปาที่ได้จากปู่ย่าตายายด้วยความอิจฉา เพราะตัวเขาไม่มีทั้งปู่ย่าและตายาย มีเพียงพ่อคนเดียวเท่านั้นที่คอยให้เงินขวัญถุง
แต่ปีนี้มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เขามีทั้งพ่อและแม่ มีคุณตากับคุณยาย แถมยังมีคุณลุงกับคุณป้าสะใภ้ใหญ่ที่ใจดีและเอ็นดูพวกเขามาก เขาอยากจะไปฉลองปีใหม่กับทุกคนใจจะขาด
โจวเยว่เซินพยักหน้าเบาๆ พลางลูบศีรษะลูกชายอย่างอ่อนโยน "ไปถึงที่นั่นก็ต้องเป็นเด็กดีนะ ช่วยคุณตากับคุณยายทำงาน อย่าวิ่งเล่นซนเข้าใจไหม"
"ครับพ่อ ผมเข้าใจแล้วครับ" โจวเจ๋อหานรับคำแข็งขันจนหัวแทบหลุด
ซือเนี่ยนมองภาพสองพ่อลูกแล้วหันไปถามสามี "แล้วงานของคุณล่ะคะ จะไม่เป็นไรเหรอ"
โจวเยว่เซินทำงานหนักตลอด 365 วัน การเดินทางไปกลับบ้านเธอก็ไม่ใช่ใกล้ๆ
"ไม่เป็นไร ผมจัดการทุกอย่างไว้หมดแล้ว" ปีนี้เขามีลูกน้องเพิ่มขึ้นมาก งานจึงไม่หนักเท่าปีก่อนๆ "พวกคุณเตรียมเก็บเสื้อผ้าไว้สักสองสามชุดก็พอ เดี๋ยวผมเสร็จงานแล้วจะรีบมารับ"
"งั้นเดี๋ยวฉันไปหาซื้อของขวัญเตรียมไว้ก่อนดีกว่าค่ะ" ซือเนี่ยนนึกขึ้นได้ กลับบ้านแม่ทั้งทีจะไปมือเปล่าได้ยังไง
โจวเยว่เซินพยักหน้าเห็นด้วย
...
ในที่สุดวันที่ 29 ซึ่งเป็นวันสิ้นปีก็มาถึง ซือเนี่ยนกับลูกๆ ช่วยกันขนของขวัญที่เธอซื้อเตรียมไว้ล่วงหน้าออกมาวางเรียงราย ทั้งขนมลูกอม ผลไม้นานาชนิด ประทัดสำหรับจุดเฉลิมฉลอง และเสื้อผ้าชุดใหม่สำหรับทุกคน
"คุณแม่ครับ นี่ของขวัญของผมสำหรับน้าเสี่ยวอวี่กับน้าเสี่ยวเฟิง" โจวเจ๋อหานอวดปืนของเล่นในมืออย่างภาคภูมิใจ
ซือเนี่ยนยิ้มกว้าง "น้าๆ ต้องดีใจมากแน่ๆ เลยจ้ะ"
โจวเจ๋อตงเดินออกมายืนข้างหน้าบ้าง เขาทำหน้าจริงจังตามแบบฉบับพี่ชายคนโต "คุณแม่ครับ ผมก็เตรียมของขวัญให้น้าๆ เหมือนกัน" ว่าแล้วเขาก็ค่อยๆ ล้วงเข้าไปในกระเป๋านักเรียน ก่อนจะหยิบแบบฝึกหัดสำหรับปิดเทอมฤดูหนาวออกมาสองเล่ม
ซือเนี่ยนถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
ทันใดนั้น รถของโจวเยว่เซินก็ขับเข้ามาจอดเทียบ เขาคงเพิ่งกลับมาจากธุระที่ไหนสักแห่ง เพราะผมเพ้าถูกตัดแต่งเป็นทรงใหม่เรียบร้อย หนวดเคราก็โกนเกลี้ยงเกลาจนใบหน้าดูสดใส ไม่เหลือเค้าของคนที่ทำงานหนักอดหลับอดนอนเลยสักนิด
ซือเนี่ยนถึงกับเลิกคิ้วมอง ผู้ชายคนนี้ไปเอาเวลาที่ไหนมาดูแลตัวเองได้ขนาดนี้กันนะ ช่างน่าทึ่งจริงๆ สงสัยคนในนิยายจะสร้างมาจากเหล็กกล้าจริงๆ นั่นแหละ
โจวเยว่เซินสังเกตเห็นสายตาชื่นชมของเธอ เขาจึงเผลอยืดตัวตรงขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว เขาจำได้ว่าอวี๋ตงเคยบอกว่าผู้หญิงชอบผู้ชายที่ดูแลตัวเองให้ดูดีสะอาดสะอ้าน จะได้พาไปไหนมาไหนด้วยแล้วไม่ขายหน้า วันนี้ตอนขากลับจากส่งของ เขาบังเอิญผ่านร้านตัดผมพอดี เลยตัดสินใจแวะเข้าไปเปลี่ยนทรงผมดูบ้าง
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของซือเนี่ยน เขาก็อดนึกในใจไม่ได้ว่าอวี๋ตงถึงจะดูไม่ค่อยได้เรื่อง แต่คำแนะนำของเขาก็ใช้ได้ผลดีทีเดียว ดูสิ ขนาดเธอยังมองว่าวันนี้เขาดูแตกต่างไปเลย
โจวเยว่เซินก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าซือเนี่ยน "ซือเนี่ยน วันนี้ผมไปตัดผมมา"
[จบบท]