บทที่ 306: ชักปืนมองไปรอบทิศด้วยใจสับสน
ไม่ว่าจะมองมุมไหน โจวเจ๋อหานก็ไม่แน่ใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ตกลงเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของตัวเองกันแน่
หลังจากจัดการมัดพวกค้ามนุษย์เสร็จ ผู้ใหญ่บ้านฮั่วก็สั่งงานอย่างเร่งรีบ เขาให้คนหนึ่งวิ่งไปแจ้งตำรวจที่สถานี ขณะที่ตัวเขาก็รีบไปหมุนโทรศัพท์โทรเข้าเมืองเพื่อแจ้งข่าวที่ฟาร์มหมู
เรื่องนี้ใหญ่หลวงนัก ยิ่งนับตั้งแต่โจวเยว่เซินยกฟาร์มให้เขาช่วยดูแลก่อนจากไป ความรับผิดชอบทุกอย่างก็ยิ่งผูกติดกัน ทั้งสองฝ่ายจึงต้องติดต่อรายงานความเคลื่อนไหวกันอยู่เป็นระยะ
ที่ในเมือง อวี๋ตงกำลังหัวหมุนเป็นลูกข่าง ทันทีที่รู้ข่าวว่าโจวเจ๋อหานหายตัวไปแถมอาจถูกลักพาตัว เขาก็ระดมกำลังคนเป็นการใหญ่ ทั้งเพื่อนฝูงที่รู้จัก ทั้งเส้นสายที่พอจะมี
เขากำลังวางแผนเตรียมกระจายคนออกตามหาในทุกเส้นทางที่เป็นไปได้ แต่ยังไม่ทันจะได้เริ่มแผน เสียงโทรศัพท์ที่สำนักงานก็ดังขึ้น ปลายสายคือผู้ใหญ่บ้านฮั่วที่แจ้งข่าวว่าเจอตัวเด็กแล้ว และเด็กปลอดภัยดีอยู่ที่หมู่บ้านซิ่งฝู
ตัดภาพมาที่หมู่บ้านซิ่งฝู ในขณะที่พวกผู้ใหญ่กำลังวิ่งวุ่นจัดการเรื่องราว โจวเจ๋อหานกลับไม่สนใจความโกลาหลภายนอกเลยแม้แต่น้อย เขากลับทำตัวเป็นเจ้าบ้านตัวน้อย พาเจี่ยงจิวเดินทัวร์ฟาร์มหมูของพ่อตัวเองอย่างภาคภูมิใจ
เด็กชายสองคนพากันไปยืนดูคอกลูกหมู ส่งเสียงเรียกพวกมัน แล้วยังช่วยกันตักอาหารโปรยให้ลูกหมูตัวเล็กๆ อย่างสนุกสนาน เมื่อเล่นกันจนเหนื่อย ทั้งคู่ก็พากันเดินกลับไปที่ห้องทำงานของโจวเยว่เซิน ล้มตัวลงบนเตียงที่คุ้นเคยแล้วพากันหลับปุ๋ยไป
ส่วนเด็กคนอื่นๆ ที่ยังไม่ได้สติเพราะฤทธิ์ยา ชาวบ้านก็ช่วยกันอุ้มไปดูแล จัดแจงหาที่นอนให้ตามบ้านของแต่ละคน
เช้าวันรุ่งขึ้น หมู่บ้านซิ่งฝูที่ปกติเงียบสงบก็ตื่นตัวครั้งใหญ่ เมื่อขบวนรถยนต์กว่าสิบคัน ทั้งรถจี๊ปทหารและรถของทางการ วิ่งเรียงแถวกันเข้ามาฝุ่นตลบ เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มไปทั่ว
หายนะที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ ทำให้ซือเนี่ยน ผู้กองหลี่ รวมถึงเจ้าหน้าที่จากโรงเรียนและฝ่ายทหารต้องรีบรุดกันมาทันทีที่รู้ข่าว
ชาวบ้านที่กำลังจะออกไปทำงานตอนเช้าต่างพากันหยุดชะงักยืนอ้าปากค้าง พวกเขาเกิดมาจนอายุเท่านี้ก็ไม่เคยเห็นขบวนรถมากมายและเต็มไปด้วยคนในเครื่องแบบขนาดนี้มาก่อน ไม่นานทุกคนก็พากันเดินตามขบวนรถไปมุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เมื่อหัวหน้าทีมหวังและเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มแรกลงจากรถมาถึงลานหน้าหมู่บ้าน พวกเขาก็ต้องพบกับภาพที่ชวนให้สับสน
พวกค้ามนุษย์สองคนที่พวกเขาตามล่าตัวอยู่ ถูกจับมัดเชือกติดกับตอไม้ สภาพของทั้งคู่ดูสะบักสะบอมปางตาย ใบหน้าบวมปูดเปรอะเปื้อนไปด้วยดิน
แต่ที่น่าแปลกคือ รอบๆ ร่างของคนร้าย กลับมีกลุ่มชายฉกรรจ์ร่างกำยำของหมู่บ้านหลายคนยืนคุมเชิงอยู่ พวกเขาแบกมีดพร้าเล่มยาวไว้บนบ่า จ้องมองคนร้ายด้วยสายตาดุดันเหี้ยมเกรียม
บรรยากาศมาคุนี้ทำให้พวกตำรวจมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ชั่วขณะหนึ่งพวกเขาถึงกับแยกไม่ออกว่าตกลงฝ่ายไหนกันแน่ที่เป็นผู้ร้ายตัวจริง
ในเวลาเดียวกันนั้น เด็กคนอื่นๆ ที่ถูกพาไปพักตามบ้านชาวบ้านก็เริ่มทยอยตื่นขึ้นมาแล้ว พอเด็กๆ ลืมตาขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่ในสภาพแวดล้อมแปลกตา ไม่เห็นพ่อแม่ ก็พากันงุนงง บางคนที่ขวัญอ่อนก็เริ่มเบะปากร้องไห้ออกมาเสียงดัง
ชาวบ้านเจ้าของบ้านพยายามช่วยกันปลอบโยนยังไงก็ไม่หยุด จนกระทั่งขบวนรถของพ่อแม่ของเด็กๆมาถึง เมื่อพ่อแม่วิ่งตามหาลูกจนเจอ เด็กๆ ที่กำลังหวาดกลัวก็ราวกับเจอฟางเส้นสุดท้าย พวกเขารีบโผเข้ากอดพ่อแม่แล้วปล่อยโฮออกมาอย่างอัดอั้น
ซือเนี่ยนยืนมองภาพความโกลาหลตรงหน้า เธอมองไปรอบๆ หมู่บ้านซิ่งฝู... สถานที่ที่ลูกชายเธอถูกพาตัวมา แต่กลับเป็นสถานที่ที่เขาได้รับความช่วยเหลือจนปลอดภัย เธอนิ่งเงียบไปนาน ความรู้สึกมันทั้งโล่งอกทั้งเหลือเชื่อปนเปกันไปหมด
แต่เมื่อกวาดตามองหาในกลุ่มเด็กๆ ที่เพิ่งตื่น เธอกลับไม่เห็นลูกชายตัวเอง หัวใจที่เพิ่งจะสงบลงกลับเต้นรัวขึ้นมาอีกครั้ง
ซือเนี่ยนรีบเดินตรงไปหาคนงานที่คุ้นหน้าจากฟาร์มหมู
"เสี่ยวจาง เสี่ยวหลิว หานหานล่ะ"
"นั่นสิ เจี่ยงจิวด้วย หลานชายฉันไปไหน" แม่เฒ่าเจี่ยงกับสามีที่เดินตามมาติดๆ ก็ร้องถามด้วยสีหน้าตื่นตระหนกไม่แพ้กัน
"พี่สะใภ้ ไม่ต้องห่วงครับ" คนงานยิ้มให้ "เจ้ารองกับเพื่อนของเขาสบายดี ตอนนี้พักอยู่ในห้องทำงานของลูกพี่ครับ" ว่าแล้วเขาก็เดินนำทางทุกคนไปยังสำนักงานของฟาร์ม
และก็เป็นจริงดังว่า เมื่อพวกเขาไปถึงห้องทำงานของโจวเยว่เซิน ก็เห็นเด็กชายสองคนนอนกอดกันกลมอยู่บนเตียงนอนพักของพ่อ เด็กทั้งสองหลับสนิท ไม่ได้ยินเสียงความวุ่นวายใดๆ จากข้างนอกเลย ใบหน้าของพวกเขามีเลือดฝาด ดูแดงระเรื่ออย่างคนสุขภาพดี แค่มองแวบเดียวก็รู้ว่าไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย
ซือเนี่ยนกับครอบครัวเจี่ยงมองหน้ากัน ทั้งสองฝ่ายต่างก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกันอย่างโล่งอกที่สุด
ผู้กองหลี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก เขาวางใจลงได้เช่นกัน "พี่สะใภ้ครับ ในเมื่อเด็กๆ ปลอดภัยดีแล้ว ผมขออนุญาตคุมตัวพวกค้ามนุษย์กลับไปที่สถานีตำรวจก่อนเลยนะครับ ถ้าพี่สะใภ้มีเรื่องอะไร หรือต้องการอะไรเพิ่มเติม ติดต่อผมได้ตลอดเวลาเลย"
ซือเนี่ยนพยักหน้ารับ ผู้กองหลี่จึงสั่งการลูกน้องให้คุมตัวคนร้ายกลับไป ขณะเดียวกัน พวกชาวบ้านก็พากันไปรุมล้อมให้การกับตำรวจที่เหลืออย่างละเอียดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน แน่นอนว่าตาเฒ่าหวังที่คิดจะซื้อเด็กก็ไม่รอด แม้จะอ้างว่าแค่จะรับเลี้ยง แต่ในยุคนี้การซื้อและขายมนุษย์ถือว่ามีความผิดเท่าเทียมกัน เขาจึงถูกคุมตัวไปด้วย
ทว่าในขณะที่ขบวนรถของผู้กองหลี่กำลังจะเคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้าน ก็มีรถจี๊ปอีกคันหนึ่งแล่นสวนเข้ามาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะจอดขวางหน้าไว้ เจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบหลายคนกระโดดลงจากรถ เมื่อเห็นกลุ่มของผู้กองหลี่ก็ชะงักไป
"เอ๊ะ หัวหน้าครับ" เจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่มาใหม่ร้องทัก เขาชักปืนออกมาถือไว้ในท่าเตรียมพร้อมตามสัญชาตญาณ แล้วกวาดตามองไปรอบๆ อย่างสับสน เขามองเห็นรถจอดอยู่เต็มไปหมด มองเห็นชายสองคนถูกคลุมหัว (ซึ่งก็คือพวกค้ามนุษย์) เขายิ่งงุนงงเข้าไปใหญ่ "พวกคุณมาทำอะไรกันที่นี่ครับ"
"นั่นมันคำถามของฉัน" ผู้กองหลี่ก็สงสัยไม่แพ้กัน "แล้วพวกนายตามมาถึงที่นี่ได้ยังไง"
เจ้าหน้าที่คนนั้นลดปืนลง ก่อนจะล้วงกระเป๋าเสื้อหยิบกระดาษยับยู่ยี่สองสามแผ่นออกมา "พวกเราเจอเบาะแสระหว่างทางครับ ตอนที่กำลังค้นหาตามเส้นทาง เราเจอกระดาษที่เด็กทิ้งไว้ บนกระดาษวาดเส้นทางบอกไว้ พวกเราก็เลยขับตามมาครับ"
ผู้กองหลี่เลิกคิ้ว รับกระดาษแผ่นนั้นมาเปิดดู มันเป็นภาพวาดง่ายๆ ด้วยลายมือเด็ก มีเส้นถนนหนึ่งเส้น และมีภาพภูเขาอยู่ข้างทาง บนภูเขาแต่ละลูกมีตัวเลข 1 2 3 4 กำกับไว้ แม้จะดูเหมือนภาพวาดเล่นๆ แต่เมื่อเขาลองนึกย้อนเส้นทางที่ขับรถผ่านมา มันกลับตรงกับรูปร่างของภูเขาที่พวกเขาผ่านมาจริงๆ! ด้านล่างยังมีข้อความเขียนไว้ว่า "บนรถมีคนค้ามนุษย์ 2 คน"
"เด็กฉลาดมาก" ผู้กองหลี่พึมพำ แต่แล้วเขาก็ขมวดคิ้ว "แต่ทำไมมันมีกลิ่นแปลกๆ" เขายกกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาใกล้จมูก พยายามดมกลิ่นนั้น
ซือเนี่ยนซึ่งจูงมือโจวเจ๋อหานที่เพิ่งตื่นนอนเต็มตาเดินตามออกมาพอดี เห็นตำรวจกำลังมุงดูอะไรกันอยู่จึงเดินเข้ามาถาม "มีอะไรเหรอคะ"
"อ๋อ พอดีทีมค้นหาเจอเบาะแสที่เด็กทิ้งไว้ครับ" ผู้กองหลี่อธิบาย "เป็นแผนที่ที่เด็กวาดทิ้งไว้ตามทาง ทำให้ตามมาถึงนี่ได้ แต่ผมแค่สงสัยว่ามันมีกลิ่นแปลกๆ น่ะครับ"
โจวเจ๋อหานที่ยืนอยู่ข้างๆ ได้ยินดังนั้นก็ชะโงกหน้าขึ้นไปมองกระดาษในมือตำรวจแวบหนึ่ง ก่อนจะร้อง "อ๊ะ" ออกมา
"คุณอาหลี่ครับ นั่นมันกระดาษเช็ดก้นของผมเอง"
สิ้นเสียงเจื้อยแจ้วนั้น...
ผู้กองหลี่ ที่กำลังยกกระดาษขึ้นดม "..."
ซือเนี่ยน ที่กำลังลูบหัวลูกชาย "..."
และเจ้าหน้าที่ทีมค้นหา ที่กำลังภาคภูมิใจกับการแกะรอยเบาะแสสุดอัจฉริยะ "..."
[จบบท]