บทที่ 314: คุณแม่ไปไหน พวกผมก็จะไปที่นั่น
โจวเจ๋อตงไม่ได้สนใจคำอธิบายที่ยิ่งใหญ่นั้น เขามองหน้าเจี่ยงเหวินชิงนิ่งๆ แล้วยิงคำถามที่ตรงประเด็นที่สุด “งานนั้นหาเงินได้เยอะไหมครับ”
เจี่ยงเหวินชิงถึงกับชะงักไปอีกรอบ เขาไม่คิดว่าเด็กตัวแค่นี้จะถามเรื่องเงินเดือนก่อนเป็นอันดับแรก แต่ก็หัวเราะออกมา “แน่นอนสิ... อย่างฉัน เงินเดือนก็ประมาณ 300 หยวนต่อเดือน”
เขาพูดด้วยความภาคภูมิใจ นี่คือเงินเดือนที่สูงลิ่วในยุคสมัยนี้
ทว่า โจวเจ๋อตงกลับย่นจมูกทันที สีหน้าแสดงความผิดหวังอย่างชัดเจน “นึกว่าจะเยอะกว่านี้ ถ้าอย่างนั้นผมไปชำแหละหมูดีกว่า พ่อของผมหาเงินได้เยอะกว่านั้นในวันเดียวเสียอีก”
ซือเนี่ยนที่กำลังปวดหัวเรื่องเขตไร้มนุษย์อยู่ ถึงกับสำลักน้ำลาย “แค่กๆ...”
เธออยากจะจับลูกคนโตมาตีจริงๆ ไปเรียนรู้เรื่องไม่ดีแบบนี้มาจากใคร ถ้าไม่ใช่จากพ่อของเขา!
คนหนึ่งก็จะไปทำนาปลูกผัก อีกคนก็จะไปชำแหละหมูขาย... นี่มันอะไรกัน
ซือเนี่ยนอยากจะตะโกนใส่หน้าลูกชายว่า เจ้าหนู ความทะเยอทะยานอันแรงกล้าที่จะเป็นตัวร้ายในอนาคตของลูก มันหายไปไหนหมดแล้ว ทำไมมันถึงเหลือแค่นี้
เจี่ยงเหวินชิงเองก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน เขาพยายามอธิบายตะกุกตะกัก “เอ่อ... คือ ลักษณะงานมันไม่เหมือนกันน่ะ... งานวิจัยเป็นงานที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทาง คนทั่วไปทำไม่ได้หรอกนะ”
“พ่อของผมก็ไม่ใช่คนทั่วไป” โจวเจ๋อตงสวนกลับทันควัน
เจี่ยงเหวินชิงจนปัญญา “...ครับ ขอโทษครับ”
อวี๋ตงที่ยืนเงียบอยู่นานถึงกับเบ้ปาก คุณจะไปขอโทษมันทำไม ไอ้เด็กนี่มันกวนประสาทชัดๆ
ซือเนี่ยนยกมือกุมขมับ เธอรีบตัดบท “เอาอย่างนี้ดีไหมคะ สหายเจี่ยง เสี่ยวตงเขายังเด็กมาก เรื่องอนาคตยังไกลตัวเกินไป ขอบคุณสำหรับข้อเสนอจริงๆ ค่ะ แต่ไว้ให้เขาโตกว่านี้แล้วค่อยว่ากันอีกทีดีกว่า”
เจี่ยงเหวินชิงพยักหน้าอย่างโล่งอก เขาก็รู้สึกว่าการมาทาบทามเด็ก ป.1 มันอาจจะเร็วเกินไปจริงๆ “จริงด้วยครับ ผมผลีผลามไปหน่อย”
เขาหันไปจูงมือเจี่ยงจิวที่ยังคงเกาะขาโจวเจ๋อหานแน่น “เสี่ยวจิว กลับบ้านเราเถอะ”
เจี่ยงจิวหันมามองพี่ชายคนรองด้วยสายตาอิดออด แต่ก็ยอมเดินตามพ่อกลับไปแต่โดยดี
เมื่อแขกทั้งสองกลับไปแล้ว อวี๋ตงก็ไม่ได้อยู่ต่อ เขามองซ้ายมองขวา เมื่อแน่ใจแล้วว่าเพื่อนบ้านคนใหม่นี้ไม่ได้มีท่าทีคุกคามหรือคิดจะมาแทนที่พี่ใหญ่ของเขา เขาก็รีบร้อนขอตัวกลับไปทันที ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้ให้ซือเนี่ยนกังวลใจอยู่คนเดียว
ค่ำวันนั้น บนโต๊ะอาหาร บรรยากาศดูจะเงียบเหงากว่าปกติ เด็กๆ ตักข้าวเข้าปากเงียบๆ
ซือเนี่ยนมองลูกทั้งสามคน แล้วในที่สุดเธอก็ตัดสินใจรวบรวมความกล้า เอ่ยถึงผู้ชายที่เกือบจะไม่มีตัวตนในบ้านหลังนี้ขึ้นมา
“เสี่ยวตง เสี่ยวหาน... พวกหนูคิดถึงพ่อไหมลูก”
เด็กทั้งสองคนชะงักไปพร้อมกัน โจวเจ๋อหานถึงกับหยุดเคี้ยวข้าวคำโต ทั้งคู่หันมาสบตากันแววตาเต็มไปด้วยคำถาม
โจวเจ๋อตงวางตะเกียบลงเป็นคนแรก เขามองหน้าแม่นิ่ง “คุณแม่ครับ พ่อเป็นอะไรเหรอครับ”
เมื่อตอนบ่าย พวกเขาเห็นคุณอาอวี๋วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในบ้าน ตะโกนว่า "เกิดเรื่องแล้ว" เสียงดังลั่น
หรือว่า... พ่อจะเกิดเรื่องจริงๆ
แววตาของเด็กน้อยทั้งสองฉายความกังวลออกมาอย่างปิดไม่มิด แม้แต่โจวซีเหยาที่ยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรมากนัก ก็ยังรับรู้ได้ถึงความตึงเครียด เธอหยุดหัวเราะเอิ๊กอ๊ากแล้วหันมาจ้องหน้าแม่ตาแป๋ว
“พ่อจะไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับคุณแม่” โจวเจ๋อหานถามเสียงแผ่ว
ซือเนี่ยนฝืนยิ้ม ส่ายหน้าเบาๆ “พ่อไม่เป็นอะไรจ้ะ... ก็แค่ พ่อของลูกออกไปทำงานนานมากแล้ว แม่ก็เลย... คิดถึงเขาน่ะ”
ลูกคนรองรีบพูดขึ้นมาทันที “ผมก็คิดถึงพ่อครับ! คุณแม่ พ่อจะกลับมาเมื่อไหร่ครับ”
อันที่จริง เพราะเมื่อก่อนโจวเยว่เซินไม่ค่อยได้อยู่บ้าน กลับมาทีก็อยู่ไม่นาน เด็กทั้งสองจึงค่อนข้างคุ้นชินกับการไม่มีพ่ออยู่ แต่พอซือเนี่ยนพูดขึ้นมาแบบนี้ พวกเขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ครั้งนี้พ่อหายไปนานกว่าปกติจริงๆ นานจนพวกเขาเกือบลืมไปแล้ว
ซือเนี่ยนส่ายหน้าช้าๆ “แม่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันจ้ะ... แต่แม่มีเรื่องอยากจะถามพวกหนู”
เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ “ถ้า... แม่หมายถึงแค่ถ้านะ... ถ้าพ่อเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาจริงๆ พวกหนูจะยอมพักการเรียนชั่วคราว แล้วไปเยี่ยมเขาพร้อมกับแม่ได้ไหม”
ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากไป ไม่ใช่ว่าเธอไม่เป็นห่วงเขา แต่ตอนนี้ในความดูแลของเธอยังมีลูกเล็กๆ ถึงสามคน การเดินทางไกลในยุคนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ไม่ใช่ว่านึกอยากจะไปก็เก็บกระเป๋าไปได้เลย
ยังไม่ทันที่ซือเนี่ยนจะอธิบายจบ โจวเจ๋อตงก็ลุกพรวดจากเก้าอี้ เขาเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดข้างๆ เธอ แล้วยื่นมือเล็กๆ ของเขามากุมมือแม่ไว้
“คุณแม่ครับ ผมจะไป”
เด็กชายพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นเกินวัย “ผมจะไปกับคุณแม่ คุณแม่ไปที่ไหน ผมก็จะไปที่นั่นครับ”
โจวเจ๋อหานรีบพยักหน้าหงึกๆ เสริมพี่ชาย “ใช่ครับ! คุณแม่ไปไหน พวกเราก็จะไปที่นั่น!”
โจวซีเหยาก็เหมือนจะเข้าใจ เธอพยายามปีนลงจากเก้าอี้เด็กของตัวเอง แล้วยื่นมือมาเกาะขาซือเนี่ยนไว้ “แม่... ไป... ไปด้วย!”
ซือเนี่ยนรู้สึกเหมือนมีก้อนอุ่นๆ มาจุกอยู่ที่คอ แม้ว่าลูกๆ จะยังตัวเล็กนิดเดียว แต่การสนับสนุนเธออย่างไม่มีเงื่อนไขแบบนี้ มันทำให้ความกลัวและความสับสนในใจเธอเมื่อครู่ มลายหายไปเกือบหมด
เธอตัดสินใจแน่วแน่ “ตกลง ถ้างั้นรอแม่ติดต่อลุงอวี๋ ถามข่าวพ่อของลูกให้แน่ใจก่อน แล้วพวกเราจะไปหาพ่อด้วยกัน”
เธอนึกย้อนไป... ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีแต่โจวเยว่เซินที่คอยดูแลพวกเขา คอยจัดเตรียมทุกอย่างให้พวกเขามีชีวิตที่สุขสบาย มีแต่เขาที่พยายามขยับเข้ามาใกล้ พยายามทลายกำแพงในใจเธอ
แต่ครั้งนี้ ซือเนี่ยนตัดสินใจแล้ว เธอจะเป็นฝ่ายเดินทางไปหาเขาเอง
หลังจากวันนั้น ซือเนี่ยนก็เริ่มดำเนินการทันที เธอโทรศัพท์ไปหาอวี๋ตง รบกวนเขาให้ช่วยใช้เส้นสายทั้งหมดที่มีเพื่อสืบข่าวสถานการณ์ที่แท้จริงของโจวเยว่เซินในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ
ระหว่างรอ เธอก็แวะเวียนไปหาแม่เฒ่าเจี่ยงบ่อยขึ้น เพื่อถามไถ่ข่าวคราวของฟู่หยางทางอ้อม ตรรกะของเธอง่ายๆ ถ้าโจวเยว่เซินไปเพื่อช่วยฟู่หยางจริงๆ ทันทีที่ภารกิจช่วยเหลือฟู่หยางสิ้นสุด โจวเยว่เซินก็น่าจะเป็นอิสระแล้ว
และก็เป็นไปตามคาด ไม่กี่วันต่อมา ข่าวจากฝั่งแม่เฒ่าเจี่ยงก็มาถึง ฟู่หยางได้รับการช่วยเหลือแล้ว
แม้จะรอดชีวิตมาได้ แต่ข่าวที่ตามมาก็ไม่น่ายินดีนัก ได้ยินว่าเขาบาดเจ็บสาหัสปางตาย ตอนนี้ยังไม่พ้นขีดอันตราย
แม่เฒ่าเจี่ยงและผู้การเจี่ยงเป็นกังวลอย่างมาก รีบส่งคนของตัวเองล่วงหน้าไปดูแลก่อนแล้ว ผู้การเจี่ยงมีเส้นสายกว้างขวางในกองทัพภาคตะวันตกเฉียงเหนือ เขาจึงได้รับข่าววงในก่อนใคร
น่าแปลกที่ได้ยินว่า แม้แต่ครอบครัวฟู่ที่ปักกิ่งยังไม่รู้เรื่องที่ฟู่หยางประสบเหตุเลยด้วยซ้ำ ซือเนี่ยนเดาว่าผู้บังคับบัญชาระดับสูงฟู่คงรู้เรื่องแล้ว แต่เลือกที่จะปิดข่าวไว้ก่อน เพราะกลัวคนที่บ้าน โดยเฉพาะคุณนายเจิ้งจะตกใจ
ทันทีที่ข่าวของฟู่หยางได้รับการยืนยัน ทางฝั่งอวี๋ตงก็ได้รับโทรศัพท์จากสหายร่วมรบของเขาเช่นกัน
“มีข่าวลับหลุดออกมาครับพี่สะใภ้ บอกว่าพบตัวพี่ใหญ่แล้ว... แต่ยังไม่รู้สถานการณ์ที่แน่ชัดครับ” อวี๋ตงรายงานเสียงเครียด “ที่แย่คือ ยังคงติดต่อพี่ใหญ่ไม่ได้เลยครับ”
แค่นี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับซือเนี่ยน เธอรู้ได้ทันทีว่าเขาต้องได้รับบาดเจ็บ หรือเกิดเรื่องขัดข้องอะไรบางอย่างแน่ๆ ถ้าเขาสบายดี คนอย่างโจวเยว่เซินต้องรีบส่งข่าวกลับมาหาเธอเป็นคนแรก
อวี๋ตงเองก็ร้อนใจ เขาตัดสินใจว่าจะต้องเดินทางไปดูด้วยตัวเอง เพราะที่นี่มันอยู่ไกลจากภาคตะวันตกเฉียงเหนือเกินไป รอแต่ข่าวสารคงไม่ทันการ
“ฉันจะไปด้วยค่ะ” ซือเนี่ยนบอกเขา
อวี๋ตงถึงกับร้องออกมาด้วยความดีใจ “จริงเหรอครับสหายซือ! เยี่ยมเลย! ถ้าหัวหน้ารู้ว่าคุณไปหา เขาต้องดีใจมากแน่ๆ”
เขายังพูดติดตลกอีกว่า “เผลอๆ ถ้าคุณพาลูกๆ ทั้งสามคนไปปรากฏตัวที่ฐานทัพ ผู้บังคับบัญชาระดับสูงคนนั้นอาจจะหน้าชา จนไม่กล้าใช้งานหัวหน้าต่อเลยก็ได้!”
เนื่องจากยังกำหนดวันเดินทางที่แน่นอนไม่ได้ ซือเนี่ยนจึงต้องไปลาหยุดกับอาจารย์ใหญ่ที่โรงเรียนก่อน
ตามกฎระเบียบแล้ว การลาหยุดยาวกะทันหันแบบไม่มีกำหนดเช่นนี้ อาจารย์ใหญ่ย่อมไม่อนุมัติ แต่เมื่อนึกถึงว่าซือเนี่ยนต้องเลี้ยงลูกสามคนตามลำพัง แถมยังเคยช่วยเหลือโรงเรียนไว้มาก เขาจึงยื่นข้อเสนอ “คือ... ผมให้ลาได้นะ แต่คุณต้องไปหาครูที่ยินดีจะมาสอนแทนคุณในช่วงนี้ให้ได้ก่อน ถ้าหาได้ ผมก็จะอนุมัติ”
ซือเนี่ยนพยักหน้าทันที เธอตรงไปที่ห้องพักครูและมองหาหลี่เฟิ่งเซียน
“พี่หลี่ พอดีฉันมีธุระด่วนต้องไปต่างถิ่นสักพัก ไม่แน่ใจว่าจะกลับมาเมื่อไหร่... เลยอยากจะรบกวนพี่ ช่วยสอนแทนในชั้นเรียนของฉันหน่อยได้ไหมคะ”
หลี่เฟิ่งเซียนที่กำลังก้มหน้าก้มตาติวหนังสืออย่างหนัก เพื่อให้นักเรียนของเธอแย่งชิงตำแหน่งที่หนึ่งในการสอบปลายภาคให้ได้ เงยหน้าขึ้นมามองซือเนี่ยนตาโต
“...ห๊ะ? ยังมีเรื่องดีๆ แบบนี้ในโลกด้วยเหรอ” การที่คู่แข่งที่เก่งที่สุดจะหายตัวไปช่วงก่อนสอบเนี่ยนะ!
เธอรับปากทันทีโดยไม่ต้องคิด
จากนั้น ซือเนี่ยนก็ไปทำเรื่องลาหยุดให้ลูกทั้งสองคนที่โรงเรียนประถมเช่นกัน สำหรับโจวเจ๋อตง เธอไม่ห่วงอะไรอยู่แล้ว เขาเรียนเก่งเกินชั้นไปมาก ส่วนโจวเจ๋อหาน แม้จะซนไปหน่อย แต่เขาก็เรียนซ้ำชั้น ป.1 มาแล้วรอบหนึ่ง พื้นฐานย่อมแน่นกว่าคนอื่น
เมื่อทุกอย่างพร้อม ซือเนี่ยนจึงโทรบอกให้อวี๋ตงช่วยจัดการเรื่องตั๋วรถไฟ และแวะไปฝากฝังแม่เฒ่าเจี่ยงให้ช่วยให้อาหารต้าหวงระหว่างที่เธอไม่อยู่ จากนั้นเธอก็เริ่มเก็บสัมภาระ เสื้อผ้าหนาๆ ยาที่จำเป็น และของใช้สำหรับเด็กๆ เตรียมพร้อมรอสหายอวี๋ตงมารับ เพื่อออกเดินทางไปเยี่ยมโจวเยว่เซิน
ตอนที่เธอไปฝากต้าหวงนั่นเอง แม่เฒ่าเจี่ยงถึงได้รู้ความจริงว่าสามีของซือเนี่ยนไปปฏิบัติภารกิจที่กองทัพภาคตะวันตกเฉียงเหนือ เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวกับเหตุการณ์ของฟู่หยาง ท่านก็เป็นห่วงอย่างมาก
“หนูรอเดี๋ยวนะ” ท่านรีบไปเรียกผู้การเจี่ยงให้โทรศัพท์ไปสอบถามสถานการณ์ทันที
หลังจากวางสาย ผู้การเจี่ยงก็บอกข่าวดี “ฟู่หยางเริ่มฟื้นตัวแล้ว กำลังพักรักษาตัวอยู่ แสดงว่าสามีของเธอก็ต้องปลอดภัยดีเหมือนกัน ไม่ต้องห่วงไป”
ไม่เพียงเท่านั้น ท่านยังบอกอีกว่า “เดี๋ยวลุงจะให้คนทางโน้นช่วยจัดการเรื่องที่พักและการเดินทางให้ พวกเธอแม่ลูกสี่คนไปกันเองลำบากแย่”
ซือเนี่ยนซาบซึ้งใจจนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ขอบคุณท่านซ้ำๆ
คนที่ดูจะไม่ยินดีกับการเดินทางครั้งนี้ที่สุดคือเจี่ยงจิว เขายืนเกาะขาโจวเจ๋อหานแน่น แม้ว่าพี่รองจะปลอบเขาว่า "เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว" แต่คำพูดนี้กลับทำให้เขายิ่งกลัว เพราะมันคือคำพูดเดียวกับที่พ่อแม่ของเขาใช้พูดก่อนที่จะหายตัวไป
“ไม่เอา! เสี่ยวจิวจะไปด้วย!”
“พ่อของพี่รองก็คือพ่อของเสี่ยวจิว!” เด็กน้อยประกาศกร้าว พยายามจะตามไปด้วยให้ได้
แต่พูดยังไม่ทันขาดคำ แม่เฒ่าเจี่ยงก็อุ้มเขาขึ้นมา แล้วโยนกลับเข้าไปในบ้าน
“พ่อตัวเองอยู่บ้านด้วยแท้ๆ ไม่ยักกะอยากมองหน้า พอเป็นพ่อคนอื่น อยู่ไกลเป็นพันลี้กลับอยากจะตามไปดู... โอ๊ย ช่างกตัญญูเหลือเกินนะเราน่ะ!”
[จบบท]