บทที่ 328: ต้าหวงป่วย
ฟู่เชียนเชียนมองหน้าพี่ชายที่บูดบึ้งจนแทบจะผูกกันเป็นโบ "ถ้ามันเลือกไม่ได้นัก พี่ก็ไปหาอะไรอร่อยๆ กินย้อมใจไปเถอะ"
หญิงสาวแอบเบ้ปากในใจ อะไรกันนักหนา ทั้งยัยหลินซือซือ ทั้งยัยหลิวตงตง แต่ละคนนี่...สุดๆ ไปเลย ไม่รู้พี่ชายไปทำอีท่าไหนถึงไปดึงดูดคนแบบนี้มาได้
คนอื่นเขามีเสน่ห์ดึงดูดผึ้งดึงดูดผีเสื้อ แต่พี่ชายนี่อะไร ดึงดูดแต่ตัวประหลาดกับคนสติไม่เต็ม สงสัยเป็นเวรกรรม!
ฟู่เชียนเชียนปักใจเชื่ออย่างนั้น ก็เมื่อก่อนซือเนี่ยนดีกับพี่จะตาย แต่พี่กลับไม่เคยเห็นค่าเลยสักนิด ตอนนี้กรรมเลยสนองคืนแบบติดจรวด
ที่เขาว่า 'คนน่าสงสารมักมีเรื่องน่าตบ' เอ๊ย 'น่าชัง' มันคงจะจริง!
ถึงจะสงสารพี่หรอกนะ แต่ก็ต้องยอมรับ...ว่าตอนนั้นพี่ทำกับซือเนี่ยนไว้เจ็บแสบกว่านี้เยอะ
คำพูดที่เหมือนจะปลอบแต่แฝงไปด้วยหนามคมกริบของน้องสาวแทงใจฟู่หยางเข้าอย่างจัง หน้าเขาที่ดำอยู่แล้วยิ่งมืดทะมึนเข้าไปอีก
…
บ้านพักทหารที่นี่กว้างขวางใหญ่โตมาก ไม่ได้มีแค่ที่พัก แต่ยังมีโรงเรียนและสถานรับเลี้ยงเด็กครบครัน อาคารส่วนใหญ่เป็นตึกสูงราว 3-4 ชั้น ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย
ตอนแรกโจวเยว่เซินมาที่นี่คนเดียว ห้องพักที่เขาได้รับจึงมีขนาดไม่ใหญ่นัก ประกอบไปด้วยหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องนั่งเล่น และมีมุมเล็กๆ ไว้สำหรับทำครัว
สภาพห้องค่อนข้างเก่า แถมยังไม่มีคนอยู่นาน กลิ่นอับกับฝุ่นผงเลยคละคลุ้งไปหมด โชคดีที่ทั้งโจวเยว่เซินและซือเนี่ยนไม่ได้ขนของอะไรมามากมาย แถมยังได้อวี๋ตงมาช่วยจัดการให้ ทุกอย่างเลยเบาแรงไปเยอะ แทบไม่ต้องลงมือหิ้วอะไรเองเลย
พอคนในบ้านพักรู้ข่าวว่าโจวเยว่เซินออกจากโรงพยาบาลแล้ว ทุกคนต่างก็อยากจะเลี้ยงข้าวต้อนรับเขาซักมื้อ เพื่อเป็นการขอบคุณที่เขาเคยช่วยชีวิตพวกเขาไว้ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากชวน พวกเขาก็ต้องพากันตะลึงเมื่อได้ยินข่าวใหม่...โจวเยว่เซินลาออกจากกองทัพแล้ว!
เรื่องนี้ทำเอาหลายคนช็อกไปตามๆ กัน โจวเยว่เซินสร้างผลงานยิ่งใหญ่ขนาดนี้ แถมผู้บังคับบัญชาระดับสูงก็ดูจะชื่นชมเขามาก ถ้าเขายังอยู่ต่อ รับรองว่าตำแหน่งผู้บัญชาการกองพลน้อยแบบหวังเจี้ยนกั๋วคงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม อนาคตสดใสรออยู่เห็นๆ แต่เขากลับเลือกทิ้งทุกอย่างไปในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดแบบนี้ แถมยังมีข่าวลือวงในอีกว่า ผู้บังคับบัญชาตั้งใจจะปั้นเขาหรือไม่ก็หวังเจี้ยนกั๋วให้เป็นทายาทรับช่วงต่อตำแหน่งด้วยซ้ำ
ทุกคนเลยไม่เข้าใจการตัดสินใจนี้อย่างแรง ถึงขั้นต้องมาขอร้องให้ซือเนี่ยนช่วยพูดเกลี้ยกล่อมสามี ว่าอย่าเพิ่งทำอะไรหุนหันพลันแล่นแบบนี้เลย
ซือเนี่ยนทำได้เพียงยิ้มรับและบอกว่าเธอเคารพการตัดสินใจของโจวเยว่เซิน อันที่จริงเธอก็พอจะเดาเหตุผลของเขาได้ลางๆ การอยู่ที่นี่ต่ออาจจะมีข้อดี แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดีเสมอไป ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีฟาร์มหมูที่ต้องดูแล ถ้าเขาไม่กลับไป ฟาร์มหมูที่สร้างมากับมือคงได้เจ๊งกันพอดี
คนอื่นอาจจะมองว่าพวกเขาโง่เง่า คิดตื้นๆ ว่ามันไม่คุ้มค่า แต่ในสายตาของซือเนี่ยน พวกเขาไม่จำเป็นต้องดิ้นรนเพื่อชื่อเสียงเกียรติยศพวกนี้อีกแล้ว
ยิ่งพอคนอื่นๆ ได้เห็นท่าที การแต่งตัว และรัศมีคุณนายของซือเนี่ยน พวกเขาก็ยิ่งมั่นใจว่าเธอไม่ใช่คนที่ต้องลำบากมาก่อนแน่ๆ เผลอๆ บ้านเธออาจจะรวยล้นฟ้า จนโจวเยว่เซินไม่จำเป็นต้องมาทำงานเสี่ยงตายแลกชื่อเสียงแบบนี้แล้วก็ได้ พวกเขาเลยได้แต่อิจฉาตาร้อน...
เฮงจริงๆ พ่อคุณ! ได้ยินมาว่าพื้นเพเป็นคนชนบทแท้ๆ แต่ดูสิ...ตอนนี้กลับมีภรรยาที่ทั้งสวย ทั้งสาว ทั้งดูดีมีสง่าราศีขนาดนี้ นี่มันชีวิตที่คอมพลีทแล้วชัดๆ!
โจวเยว่เซินเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยสุงสิงกับใครอยู่แล้ว ตอนจะไปเขาก็เลยไม่ได้บอกลาใครเป็นพิเศษ เขาแวะไปเยี่ยมแค่หวังเจี้ยนกั๋วที่ยังนอนพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล จากนั้นก็ให้อวี๋ตงไปจัดการเรื่องตั๋วรถไฟสำหรับวันรุ่งขึ้น เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ทั้งครอบครัวก็เก็บสัมภาระเล็กน้อยที่มี แล้วอำลาภาคตะวันตกเฉียงเหนือที่หนาวเหน็บแห่งนี้ทันที
…
อีก 2 วันต่อมา พวกเขาก็เดินทางกลับมาถึงย่านยูนนาน-กุ้ยโจว-เสฉวน แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวเท้าเข้าบ้าน ซือเนี่ยนก็ต้องใจหายวาบ...ต้าหวงหายไปไหน!
สีหน้าของทุกคนในครอบครัวซีดเผือด พวกเขารีบวิ่งไปติดต่อแม่เฒ่าเจี่ยงอย่างร้อนรน จนได้ความว่าต้าหวงป่วยหนัก! แม่เฒ่าเจี่ยงกลัวว่ามันจะเป็นอะไรไป เลยพยายามตระเวนหาที่รักษาอยู่นาน สุดท้ายไปเจอสถานีปศุสัตว์แห่งหนึ่ง จึงรีบส่งตัวไปที่นั่น
ทั้งครอบครัวไม่รอช้า ไม่แม้แต่จะหยุดพักดื่มน้ำ รีบมุ่งหน้าไปยังสถานีปศุสัตว์ทันที
แม่เฒ่าเจี่ยงรอพวกเขาอยู่แล้วด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
"โธ่เอ๊ย...พวกเธอ" หญิงชราเสียงสั่น "พอยิ่งพวกรู้ว่าพวกเธอไป ต้าหวงมันก็ไม่กินไม่ดื่มเลย วันต่อมาขามันก็เริ่มเดินเป๋...ป้าตกใจแทบตาย รีบพามันไปหาหมอ แต่พอมีคนแปลกหน้าเข้าใกล้มันก็ดุมาก ไม่มีใครกล้าจับตัวมันเลย"
"หมอ...หมอบอกว่า...มันคงไม่รอดแล้ว" แม่เฒ่าเจี่ยงสะอื้น "เขาว่าต้าหวงมัน...มันหมดใจที่จะมีชีวิตอยู่แล้ว...พวกเธอ...พวกเธอทำใจดีๆ ไว้นะ" พูดจบ หญิงชราที่ใจดีก็ปล่อยโฮออกมา เธอก็รักต้าหวงเหมือนกัน ถ้ามันเป็นอะไรไป เธอก็คงรู้สึกผิดไปชั่วชีวิต
คำพูดของแม่เฒ่าเจี่ยงเหมือนค้อนทุบหัวใจซือเนี่ยน หัวใจเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ต้าหวงไม่ใช่หมาธรรมดา มันคือทิเบตันมาสทิฟฟ์ตัวยักษ์ที่โตเต็มวัย ต่อให้ในเมืองนี้จะมีสัตวแพทย์เก่งๆ แต่การจะรับมือกับสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่ทั้งดุทั้งหวงตัวขนาดนี้ มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
โจวเยว่เซินขมวดคิ้วมุ่น ตั้งแต่รับต้าหวงมาเลี้ยง มันไม่เคยป่วยเลยสักครั้ง แต่นี่คือครั้งแรก...และมันก็รุนแรงถึงชีวิต
เด็กๆ ทั้งสามคนพอได้ยินว่าต้าหวงกำลังจะตาย ขอบตาก็แดงก่ำ น้ำตาคลอเบ้า
"แม่ครับ...ต้าหวงจะตายจริงๆ เหรอ"
"ฮือๆ ต้าหวง...อย่าตายนะ..."
แม่เฒ่าเจี่ยงเช็ดน้ำตาป้อยๆ แล้วพาทุกคนเดินไปยังกรงเหล็กด้านใน
ไกลออกไป...พวกเขาเห็นร่างของต้าหวงนอนขดตัวนิ่งอยู่มุมกรง มันดูไร้เรี่ยวแรง สิ้นหวัง เหมือนกับกำลังจะหมดลมหายใจอยู่รอมร่อ ทุกคนใจเสีย รีบวิ่งตรงเข้าไปหา
แต่ยังไม่ทันจะถึงตัว! ต้าหวงที่นอนนิ่งเหมือนไร้วิญญาณ จู่ๆ ก็ลืมตาโพลง!
มันตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนทั้งที่ขาแทบจะยืนไม่ไหว จ้องมองมาทางพวกเขา...และในวินาทีต่อมา ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน หางใหญ่ๆ ของมันก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง! มันเริ่มเดินวนไปมาในกรงอย่างตื่นเต้นดีใจสุดขีด ส่งเสียงร้อง 'อ๊าวๆ' เรียกพวกเขาไม่หยุด
ฟื้นคืนชีพ! จากหมาที่กำลังจะตายเมื่อกี้นี้ กลับมาคึกคักได้ในพริบตา!
เหตุการณ์นี้ทำเอาคุณหมอเฒ่าที่ดูแลอยู่ถึงกับผวา อะไรกันเนี่ย? เขาเพิ่งจะบอกให้คุณย่าคนนั้นไปทำใจแท้ๆ ไหงมันกลับมาวิ่งได้ซะงั้น?
ทั้งครอบครัวรีบพุ่งไปที่กรง ต้าหวงร้องเสียงดังลั่น พยายามยื่นจมูกมาดมกลิ่นพวกเขาซ้ำๆ อย่างคิดถึง เหมือนกับว่าหมาที่ป่วยหนักปางตายเมื่อครู่นี้ไม่ใช่มัน
คุณหมอพอรู้ว่าเป็นเจ้าของก็ถึงบางอ้อ "อ๋อ...มันคงคิดว่าพวกคุณทิ้งมันไปแล้ว" เขาอธิบาย "มันเลยตรอมใจ ไม่ยอมกิน ไม่ยอมอยู่ หมดอาลัยตายอยากไปเอง"
ยุคนี้อาจจะยังไม่มีคำทางการแพทย์ว่า 'โรคซึมเศร้า' แต่ซือเนี่ยนเข้าใจในทันที เธอรู้สึกผิดต่อต้าหวงจนพูดไม่ออก ตอนนั้นเธอแค่คิดว่าไปไม่นาน เลยมองข้ามไปว่าการที่ทุกคนในครอบครัวหายไปพร้อมกัน มันจะทำให้ต้าหวงใจสลายได้ขนาดนี้
"ขอโทษนะ ต้าหวง...ขอโทษจริงๆ" เธอได้แต่ลูบหัวมันผ่านกรง พร่ำบอกขอโทษทั้งน้ำตา
แต่ดูเหมือนต้าหวงจะไม่โกรธเคืองอะไรเลย แค่เพียงเห็นพวกเขากลับมา มันก็พร้อมจะลืมทุกอย่างและให้อภัยทันที โลกของหมามันก็เป็นแบบนี้แหละ บริสุทธิ์และซื่อสัตย์ แค่เพียงคุณหันกลับมา มันก็จะรอคุณอยู่ที่เดิมเสมอ
ทั้งครอบครัวพากลับบ้าน แน่นอนว่าต้องจ่ายค่ารักษาให้คุณหมอ และเพื่อเป็นการไถ่โทษครั้งใหญ่ ซือเนี่ยนถึงกับสั่งกระดูกชิ้นโตๆ จากโรงงาน มาต้มซุปหม้อเบ้อเริ่มให้มันกิน ต้าหวงกลับมาร่าเริง เป็นเจ้าหมาจอมพลังตัวเดิมได้ในเวลาไม่นาน
…
ซือเนี่ยนสังเกตเห็นว่าบ้านข้างๆ ดูเหมือนจะมีคนย้ายเข้ามาอยู่ใหม่ เพราะตอนกลางคืนเธอเห็นไฟเปิดสว่างโร่ แต่เธอก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจนัก
ตอนนี้เธอต้องรีบกลับไปทำงานที่โรงเรียนแล้ว ลาหยุดไปนานขนาดนี้ ถ้าไม่รีบกลับไปสอน เธอเองก็รู้สึกเกรงใจคนอื่นแย่ เด็กๆ ทั้งสองคนก็ต้องกลับไปเข้าเรียนตามปกติเหมือนกัน ส่วนโจวเยว่เซินก็พักฟื้นร่างกายอยู่ที่บ้าน และรับหน้าที่สำคัญในการดูแลปลอบขวัญดวงใจดวงน้อยๆ ที่บอบช้ำของต้าหวง
แต่ทว่า...เรื่องราวของ 'โจวเจ๋อตง' ที่สอบได้ที่ 1 ทั่วประเทศ และ 'โจวเจ๋อหาน' ที่เกือบโดนแก๊งค้ามนุษย์ลักพาตัวไป มันดันแพร่สะพัดออกไปเป็นวงกว้างในช่วงที่พวกเขาไม่อยู่ ไม่รู้ว่าใครช่างสืบช่างค้น ไปขุดคุ้ยมาจนรู้ว่าเด็กเก่งกับเด็กที่เกือบโดนอุ้มเป็นพี่น้องกันแท้ๆ! เรื่องนี้เลยไปเข้าหูนักข่าวจนได้
ซือเนี่ยนเพิ่งกลับไปที่โรงเรียนวันแรก 'รองหัวหน้าแผนกวิชาการ' ที่ตอนนี้ได้เลื่อนขั้นเป็น 'หัวหน้าแผนกวิชาการ' เรียบร้อยแล้ว ก็รีบเข้ามาคุยกับเธอเป็นการส่วนตัว บอกว่ามีนักข่าวอยากจะมาสัมภาษณ์เด็กๆ
ซือเนี่ยนปฏิเสธเสียงแข็งทันที ลูกๆ เธอยังเด็ก เธอไม่ต้องการให้ชีวิตอันเงียบสงบของพวกเขาถูกรบกวนเด็ดขาด หัวหน้าแผนกคนใหม่ก็เห็นด้วย เขารับปากว่าจะช่วยปฏิเสธไปให้ เพราะไม่อยากให้เด็กๆ ถูกรบกวนเหมือนกัน
แต่ซือเนี่ยนคิดไม่ถึงเลยว่า...พวกนักข่าวจะตื๊อไม่เลิก ถึงขั้นบุกมาหาเธอถึงที่บ้าน!
และพวกเขาก็โยนระเบิดลูกใหญ่ใส่หน้าเธอเต็มๆ
"คุณครูซือครับ...โจวเจ๋อตงกับโจวเจ๋อหาน...ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของพวกคุณใช่ไหมครับ"
นักข่าวคนหนึ่งยิงคำถามตรงเผง
"คือ...มีคนติดต่อมาทางเราน่ะครับ เขาอ้างว่าตัวเอง...คือ 'ญาติสายเลือดที่แท้จริง' ของเด็กๆ"
[จบบท]