บทที่ 347: ดูหนังด้วยกัน
พอกลับมาถึงบ้านพัก ป๋อเหวินถึงกล้าเอ่ยปากถามผู้เป็นแม่ “แม่ครับ เราจะห่อบ๊ะจ่างกันไหมครับ”
ฟางฮุ่ยตอบกลับด้วยท่าทีไม่ยี่หระ “จะห่อไปทำไม ไร้สาระจะตาย ของแบบนี้มีอะไรน่าห่อกัน มีแต่พวกคนจนเท่านั้นแหละที่ยอมเสียเวลามานั่งทำเรื่องแบบนี้ ถ้าลูกอยากกินจริงๆ พรุ่งนี้แม่ไปซื้อมาให้ก็ได้”
ป๋อเหวินเม้มริมฝีปากแน่น ส่ายหน้าเบาๆ “ไม่เป็นไรครับ”
ทางด้านบ้านโจว เมื่อกลับมาถึง เจ้าตัวเล็กคนรองก็รีบปรี่เข้าไปหาซือเนี่ยน
“คุณแม่ครับ วันเกิดนี่ต้องมีเค้กกินด้วยเหรอครับ”
เขาคงกลัวว่าคุณแม่จะคิดว่าเขายังละโมบอยากกินเค้กของคนอื่น จึงรีบอธิบายเสริม “คุณแม่ครับ ถ้าถึงวันเกิดผม ผมไม่เอาเค้กแพงๆ แบบนั้นก็ได้นะ”
ซือเนี่ยนไม่คาดคิดว่าลูกชายจะยังเก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ พอเห็นแววตาที่เจือความอิจฉาเล็กๆ นั้น เธอก็ลูบศีรษะเขาอย่างอ่อนโยน “เสี่ยวหานอยากจัดงานวันเกิดเหรอจ๊ะ”
เจ้าตัวเล็กพยักหน้าหงึกๆ “อยากครับ!”
เขาเคยเห็นเพื่อนๆ ที่โรงเรียนจัดงานวันเกิด แล้วก็มีคนเอาของขวัญมาให้ ถ้าเขาได้จัดงานวันเกิดบ้าง ก็คงจะมีคนเอาของขวัญมาให้เขาเหมือนกันแน่ๆ
เขาเล่าต่อ “วันเกิดผมกับพี่ชายเป็นวันเดียวกันเลยครับ แต่พวกเราไม่เคยจัดงานวันเกิดกันเลย”
แม้ว่าโจวเจ๋อหานจะอายุห่างจากพี่ชายถึง 3 ปี แต่ทั้งคู่ก็เกิดในวันเดียวกันคือวันที่ 1 เดือน 6 ตามปฏิทินจันทรคติ ซือเนี่ยนเองก็เคยเห็นวันเกิดของเด็กทั้งสามในทะเบียนบ้านแล้ว ทั้งสองคนเกิดวันเดียวกัน ส่วนเหยาเหยาจะเกิดในเดือนถัดไปคือเดือน 7
หากดูจากนิสัยของโจวเยว่เซิน ก็คงไม่ใช่คนที่จะมาใส่ใจเรื่องพิธีรีตองอย่างการจัดงานวันเกิด อีกอย่าง ในแถบชนบทก็มีเพียงไม่กี่ครอบครัวที่จะให้ความสำคัญกับเรื่องแบบนี้ มิน่าเล่าเสี่ยวหานถึงได้ดูอยากมีงานของตัวเองขนาดนี้
เธอจึงปลอบโยนลูกชาย “ไว้รอถึงวันเกิดลูกนะ แม่จะทำเค้กให้ลูกกับพี่ชายเอง”
“ถึงวันนั้น ลูกชวนเพื่อนๆ มาเล่นที่บ้านเรา มาฉลองวันเกิดด้วยกันก็ได้นะ เสี่ยวหานมีเพื่อนที่อยากชวนมาไหม”
อะไรนะครับ คุณแม่ทำเค้กเป็นด้วย!
โจวเจ๋อหานตื่นเต้นดีใจจนเนื้อเต้น รีบยกนิ้วขึ้นมานับรายชื่อแขก “คนแรกต้องเป็นสือโถวครับ! แล้วก็เสี่ยวเจี่ยง แล้วก็เพื่อนๆ ที่ห้องผม... อ้อ ใช่ๆ ยังมีพวกเสี่ยวจูที่ตึกพักทหารด้วยครับ”
เจี่ยงจิวที่ยืนฟังอยู่ใกล้ๆ ถึงกับหูผึ่ง คนแรกคือสือโถว ไม่ใช่เขางั้นเหรอ
ชื่อสือโถวนี้ เขาได้ยินจากปากพี่รองบ่อยครั้งเหลือเกิน พอพี่รองนึกถึงบ้านเกิดทีไร ก็ต้องมีเรื่องของสือโถวทุกที เล่าว่าเคยไปตัดฟืนบนภูเขาด้วยกัน ไปหาหญ้ามาเลี้ยงหมู ไปจับปลาในโคลน จับปูตัวเล็ก...
แถมสือโถวยังช่วยพี่รองดูแลน้องสาวอีกต่างหาก น้องสาวก็ชอบสือโถวมาก สรุปคือทั้งบ้านนี้ชอบสือโถวกันหมด
เจี่ยงจิวรู้สึกเปรี้ยวจี๊ดขึ้นมาในใจ สือโถวคงจะเป็นที่รักมากกว่าเขาสินะ
รายชื่อคนอื่นยังพอไหว แต่สือโถวอยู่ไกลกันเกินไปจริงๆ คงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้เด็กน้อยเดินทางไกลมาเพื่องานวันเกิด ซือเนี่ยนนึกจนใจอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่อยากขัดความตื่นเต้นของลูกชาย
ว่าไปแล้ว เธอก็ไม่ได้เจอเจ้าตัวเล็กนั่นนานมากแล้วเหมือนกัน ชักจะคิดถึงขึ้นมานิดๆ ครอบครัวของป้าจางเคยช่วยเหลือเธอไว้มาก ซือเนี่ยนจึงตั้งใจว่าจะแบ่งบ๊ะจ่างให้พวกเขาติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง พรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดพอดี เธอตั้งใจจะไปซื้อเสื้อผ้าและของเล่นใหม่ๆ ให้สือโถวกับน้องชายฝาแฝดของเธอด้วย แล้วค่อยหาทางฝากคนส่งกลับไปให้ทีหลัง
ซือเนี่ยนหันไปหาลูกชายคนโตบ้าง “แล้วเสี่ยวตงล่ะจ๊ะ ลูกอยากชวนใครมางานวันเกิดบ้าง”
เธอเองก็อยากรู้ว่าเจ้าตัวโตพอจะมีเพื่อนกับเขาบ้างหรือยัง จากที่เคยกังวลว่าลูกชายคนโตจะยังเข้ากับใครไม่ได้ แต่เธอกลับได้ยินคำตอบที่น่าประหลาดใจ “คุณแม่ครับ ผมชวนพี่เฉินกับเฟยเปียวมาได้ไหมครับ”
น้องชายมีแต่เพื่อนนักเรียน แต่เขาไม่มีเพื่อนที่โรงเรียนเลย เขารู้สึกสนิทสนมกับพวกพี่เฉินมากกว่านิดหน่อย แต่ปัญหาคือ... พวกพี่เฉินเป็นกลุ่มเด็กเกเร เขาเลยกลัวว่าซือเนี่ยนจะไม่พอใจ
ซือเนี่ยนกลับยิ้มกว้าง “แน่นอนจ้ะ ได้อยู่แล้ว!” เธอพูดพร้อมกับลูบศีรษะเด็กชายทั้งสอง ก่อนจะปล่อยให้พวกเขาไปวิ่งเล่นกันตามประสา
ซือเนี่ยนเริ่มเตรียมของ โดยนำใบจ่างไปล้างให้สะอาดแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ ตามด้วยการแช่ข้าวเหนียว ซึ่งต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง เธอจัดการแช่ข้าวให้เรียบร้อยแล้วจึงไปเตรียมมื้อเย็น
พอเห็นว่าใกล้ถึงวันเทศกาลแล้ว ซือเนี่ยนก็บอกให้เด็กๆ ไปอาบน้ำอาบท่า พรุ่งนี้จะได้ใส่เสื้อผ้าชุดใหม่กัน
เจ้าตัวเล็กเจ๋อหานได้ยินดังนั้นก็รีบแจ้นตามเจี่ยงจิวกลับบ้านไปทันที เขาจะไปขอใช้อ่างอาบน้ำที่บ้านเพื่อน ได้ยินมาว่าบ้านเจี่ยงจิวมีฝักบัว แถมยังมีน้ำร้อนให้ใช้ด้วย สะดวกสบายกว่ากันเยอะ
ส่วนโจวเจ๋อตงยังคงอยู่ที่บ้าน เขารับหน้าที่อาบน้ำให้น้องสาวตัวเล็กก่อน แล้วจึงอาบน้ำให้ตัวเอง เขาไม่หน้าด้านหน้าทนเหมือนน้องชาย ที่จะไปขออาบน้ำบ้านคนอื่น
หลังจากเด็กๆ จัดการธุระส่วนตัวเสร็จ โจวเยว่เซินก็กลับมาถึงบ้านพอดิบพอดี ในมือของเขาหิ้วถุงใส่เนื้อแพะที่หั่นเตรียมไว้แล้ว เขานำมันไปวางในห้องครัว กลิ่นสาบแพะยังคงติดตัวเขามาจางๆ
“วันนี้ที่ฟาร์มหมูของเราเพิ่งฆ่าแพะน่ะ พรุ่งนี้เราจะได้กินเนื้อแพะกัน”
สมัยที่ยังอยู่ที่หมู่บ้าน พวกเขาแทบไม่มีโอกาสได้กินเนื้อแพะ แต่พอเข้ามาอยู่ในเมือง โจวเยว่เซินก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าผู้คนที่นี่นิยมกินเนื้อแพะในช่วงเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง แค่ช่วงเวลาสั้นๆ นี้ ก็มีแพะนับร้อยตัวถูกส่งมาให้ฆ่าที่ฟาร์มของพวกเขาแล้ว
จากที่เคยเป็นฟาร์มหมู ตอนนี้กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นสาบแพะ เขาเล่าต่อว่า ได้ยินมาว่าโรงฆ่าสัตว์เจ้าประจำฉวยโอกาสช่วงเทศกาลปรับขึ้นราคา จากปกติที่คิดค่าฆ่าตัวละ 10 หยวน ตอนนี้กลับเพิ่มเป็น 20 หยวน
พอดีกับที่ฟาร์มหมูของเขามีอุปกรณ์และคนพร้อม ข่าวนี้คงรั่วไหลไปถึงไหนต่อไหนก็ไม่ทราบได้ ทำให้มีคนแห่มาใช้บริการที่ฟาร์มของเขามากขึ้นเรื่อยๆ
เขาต้องตื่นไปทำงานตั้งแต่ตี 3 เพราะยังเหลือแพะอีก 10 ตัวที่ต้องจัดการ ที่จริงจะเลื่อนไปทำพรุ่งนี้เช้าก็ได้ แต่เพราะทุกคนต่างก็อยากหยุดพักผ่อนในวันเทศกาลเหมือนกัน คืนนี้เลยจำเป็นต้องเร่งมือทำให้เสร็จตั้งแต่เช้ามืด
พอซือเนี่ยนได้ฟัง เธอก็รู้สึกว่าทีมงานของเขาคงเหนื่อยกันน่าดู “ก็ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวฉันจะห่อบ๊ะจ่างเผื่อไปเยอะๆ เลย คุณจะได้เอาไปแบ่งให้ทุกคนที่ฟาร์มกินด้วย”
ในฐานะภรรยาเจ้าของกิจการ เธอก็ควรจะแสดงน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ในวันสำคัญแบบนี้
โจวเยว่เซินเองก็เตรียมเงินโบนัสให้ลูกน้องไว้แล้ว พอได้ยินภรรยาพูดแบบนั้น ตอนแรกเขาก็ไม่อยากรบกวนเธอ แต่พอหันไปเห็นเด็กๆ ที่กำลังตั้งท่าเตรียมห่อบ๊ะจ่างกันอย่างกระตือรือร้น เขาก็เลยไม่ได้ขัดอะไร เพียงแค่พยักหน้ารับเบาๆ
ตกค่ำ หลังมื้ออาหาร ซือเนี่ยนเห็นว่าข้าวเหนียวที่แช่ไว้ได้ที่แล้ว จึงเริ่มลงมือห่อบ๊ะจ่าง
เจี่ยงจิวยังคงปักหลักอยู่ที่นี่ ร้องว่าจะช่วยห่อบ๊ะจ่าง ไม่ยอมกลับบ้านแต่โดยดี พอคุณย่าเจี่ยงทราบข่าวว่าซือเนี่ยนจะห่อบ๊ะจ่าง ทั้งครอบครัวเจี่ยงจึงพากันยกโขยงมาที่บ้านเธอด้วย
เจี่ยงเหวินชิงกำลังนั่งอยู่ข้างๆ ลูกชาย พยายามเรียนรู้วิธีห่อบ๊ะจ่างจากเจ้าตัวเล็ก แม้จะถูกลูกชายค่อนขอดอยู่เป็นระยะว่า “พ่อทำไม่ได้เรื่องเลย” เขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะโกรธ กลับเอาแต่หัวเราะอย่างอารมณ์ดี
ผิดคาดที่คุณย่าเจี่ยง ซึ่งปกติมีมาดราวกับคุณนายเศรษฐีนี กลับมีฝีมือในการห่อบ๊ะจ่างอย่างคล่องแคล่ว
ซือเนี่ยนมองดูครอบครัวเจี่ยงแล้วก็คิดว่า บ้านนั้นมีเพียงผู้สูงอายุสองคนกับเจี่ยงเหวินชิง ซึ่งดูท่าทางแล้วก็ไม่น่าจะใช่คนที่ถนัดเรื่องทำอาหารสักเท่าไหร่ เธอจึงเอ่ยปากชวน “พรุ่งนี้เช้า มาทานชาบูเนื้อแพะที่บ้านฉันนะคะ มาฉลองเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างด้วยกัน”
คุณย่าเจี่ยงยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากปฏิเสธตามมารยาท เจี่ยงจิวก็ชิงตะโกนตอบรับด้วยความดีใจ “ดีครับ! ดีเลย! จะได้ฉลองเทศกาลกับพี่รองด้วย!”
“คุณน้าครับ คืนนี้ผมขอนอนกับพี่รองนะครับ!”
เจ้าตัวเล็กดูเหมือนจะเตรียมการมาอย่างดี เขากลัวจะถูกส่งกลับบ้านจนถึงขั้นเปลี่ยนชุดนอนมาเรียบร้อย แถมยังสวมหมวกนอนใบน้อยมาด้วย ใบหน้าขาวนวลน่ารักนั้นช่างดูน่าเอ็นดูเสียจริง
ซือเนี่ยนยอมรับว่าตัวเองเป็นพวกแพ้ทางคนหน้าตาดี ทุกครั้งที่เธอมองเจี่ยงจิว เธอมักจะรู้สึกว่าเด็กคนนี้ช่างน่ารักน่าหยิก ถ้าหากเจี่ยงจิวเกิดมาเป็นเด็กผู้หญิงล่ะก็ เธอคงต้องรีบสู่ขอมาเป็นลูกสะใภ้ให้ลูกชายเธอแน่ๆ
โจวเยว่เซินมีธุระต้องออกไปจัดการที่ฟาร์มตอนตี 3 ซือเนี่ยนจึงบอกให้เขาไปพักผ่อนก่อน แต่เขาดูเหมือนจะไม่อยากไปเท่าไหร่ เพราะเห็นว่าทุกคนยังคงง่วนอยู่กับการห่อบ๊ะจ่าง เขาจะปลีกตัวไปนอนคนเดียวได้ยังไง
จนกระทั่งซือเนี่ยนเดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วแอบกระซิบที่ข้างหูเขา “พรุ่งนี้ เราไปดูหนังด้วยกันนะคะ”
คำพูดนั้นทำให้เขาตัดสินใจกลับห้องทันที ดูหนังงั้นเหรอ... เขาไม่เคยไปดูหนังกับซือเนี่ยนมาก่อนเลย เขาเคยได้ยินมาว่า นั่นเป็นกิจกรรมที่พวกคู่รักที่กำลังอินเลิฟเขาชอบทำกัน
โจวเยว่เซินรีบล้มตัวลงนอนแทบจะในทันที
คืนนั้นทุกคนช่วยกันห่อบ๊ะจ่างจนดึกดื่น ได้บ๊ะจ่างกองโตถึงสองหม้อใหญ่ๆ พวกเขาแบ่งส่วนหนึ่งให้ครอบครัวเจี่ยงนำกลับไป
ซือเนี่ยนตักส่วนที่เหลือใส่ถุงผ้าขนาดใหญ่เพื่อให้โจวเยว่เซินนำไปแจกจ่ายที่ฟาร์ม ส่วนที่เหลือจึงเก็บไว้สำหรับครอบครัวตัวเอง
[จบบท]