บทที่ 376: ขายขี้หน้า
ซือเนี่ยนเพิ่งจะก้าวเท้าออกจากประตูโรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 ก็ดันจามออกมา เธอขยี้จมูกตัวเองเบาๆ พลางนึกสงสัยว่าใครกำลังคิดถึงเธออยู่กันแน่
ระหว่างนั้นเธอก็เหลือบสายตาขึ้นมองไปยังฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เจตนา แต่แล้วก็ต้องชะงักงัน เมื่อภาพที่เห็นคือหลินซือซือซึ่งเพิ่งพ้นโทษออกจากคุก กำลังเดินสวนออกมาจากด้านใน โดยที่ข้างกายของอีกฝ่ายยังมีชายวัยกลางคนท่าทางคล้ายคุณครูเดินตามมาด้วย
ซือเนี่ยนรีบเบือนหน้าหนีทันที การไม่เห็นเสียย่อมสบายใจกว่า เธอจึงแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นอีกฝ่าย
ฝ่ายหลินซือซือเองนั้นไม่ได้สังเกตเห็นเธอ ทว่าชายที่ดูเหมือนครูซึ่งอยู่ข้างๆ กลับมองเห็นซือเนี่ยนเข้าพอดี เขาขมวดคิ้วขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เหตุเพราะก่อนหน้านี้ซือเนี่ยนเคยโทรศัพท์ติดต่อไปที่โรงเรียน เพื่อแจ้งความประสงค์ว่าอยากจะกลับมาเรียนซ้ำชั้นสำหรับเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย แต่ตัวเขานั้นไม่เต็มใจที่จะรับ
และในเมื่อเขาไม่รับ ก็ย่อมไม่มีครูคนไหนกล้ารับเธอเช่นกัน แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือ การที่จะต้องมาเจอซือเนี่ยนที่หน้าประตูโรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 แห่งนี้
โรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 กับโรงเรียนมัธยมหมายเลข 1 ของพวกเขานั้นไม่กินเส้นกันมาโดยตลอด ทั้งที่ตั้งอยู่ใกล้กันๆ แถมยังเป็นคู่แข่งทางการศึกษามานาน ทว่าโรงเรียนมัธยมหมายเลข 1 ของพวกเขาก็มักจะเป็นฝ่ายที่เหนือกว่าอยู่ร่ำไป
ที่ผ่านมาจึงมีเพียงนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 ที่พยายามกันแทบเป็นแทบตายเพื่อจะสอบเข้าโรงเรียนของพวกเขา แต่ไม่เคยมีนักเรียนคนไหนจากโรงเรียนของเขายอมลดตัวไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 เลยสักครั้ง เพราะนั่นถือเป็นเรื่องที่น่าอับอายและจะถูกคนอื่นหัวเราะเยาะเอาได้
ทว่าซือเนี่ยนกลับเลือกไปโรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 เรื่องนี้จึงทำให้ครูประจำชั้นอย่างเขารู้สึกว่าตนเองเสียหน้าไปด้วย
อุตส่าห์แต่งงานไปเป็นแม่เลี้ยงให้คนอื่นแล้ว ยังจะมีหน้ากลับมาที่โรงเรียนอีกทำไม อยู่บ้านปรนนิบัติสามีเลี้ยงลูกไปไม่ดีกว่าหรือไร ถ้าหากเป็นการแต่งงานแบบธรรมดาก็คงพอว่า แต่นี่กลับไปเป็นแม่เลี้ยงให้เขา ช่างไม่กลัวว่าจะเป็นที่ครหานินทาของชาวบ้านเอาเสียเลย
เขาไม่อาจทนได้อีกต่อไปจึงตะโกนเรียกไว้ "ซือเนี่ยน เธอหยุดเดี๋ยวนี้นะ"
ซือเนี่ยนซึ่งกำลังจะเดินไปเบียดเสียดผู้คนเพื่อขึ้นรถบัสถึงกับชะงัก เมื่อถูกเรียกให้หยุดเธอก็ยังคงยืนงงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมอง แล้วก็พบว่าเป็นครูผู้ชายคนที่เดินมาข้างๆ หลินซือซือนั่นเอง
เมื่อหลินซือซือได้ยินเสียงเรียกนั้น เธอก็ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหันขวับกลับมามอง และนี่ถือเป็นการพบกันครั้งแรกของทั้งสองคนหลังจากที่หลินซือซือออกจากคุก
ในแววตาของหลินซือซือปรากฏอารมณ์ที่หลากหลายแปรเปลี่ยนไปมาในชั่วพริบตา ซึ่งมันช่างดูซับซ้อนยิ่งนัก สายตาของเธอกวาดมองไปทั่วเรือนร่างของซือเนี่ยน ตั้งแต่ใบหน้าที่งดงามอย่างไร้ที่ติ รูปร่างอันอรชรอ้อนแอ้น ไปจนถึงผมยาวสลวยสีดำขลับ
ทุกสัดส่วนล้วนเป็นสิ่งที่เธอรู้สึกริษยา
หลังจากที่เธอเข้าคุกก็ถูกกล้อนผมจนสั้น แม้ว่าในตอนนี้มันจะเริ่มยาวขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังคงเป็นผมสั้นกุดที่ดูน่าเกลียดจนแทบไม่อยากมอง ราวกับเด็กผู้ชายไม่มีผิดเพี้ยน
ด้วยเหตุนี้เอง เธอจึงจำเป็นต้องสวมหมวกปิดบังไว้ทุกวัน กระทั่งไม่กล้าแม้แต่จะไปพบหน้าฟู่หยางและครอบครัวตระกูลฟู่ เพราะกลัวว่าสภาพเช่นนี้ของตนจะทำให้พวกเขาเกิดความรังเกียจ
ทว่าการที่ต้องมาเห็นซือเนี่ยนในสภาพที่ยังคงสดใสและเจิดจ้าถึงเพียงนี้ ปราการหัวใจที่เธออุตส่าห์ก่อมันขึ้นมาก็พลันพังทลายลง ทำไมซือเนี่ยนถึงยังมีชีวิตที่ดีอยู่ได้
แต่เพียงครู่เดียว หลินซือซือก็กลับมาเชิดคางขึ้นอีกครั้ง เธอยืนกรานกับตัวเองว่าจะไม่ยอมก้มหัวให้กับซือเนี่ยนเป็นอันขาด เธอจึงแสร้งทำเป็นประหลาดใจ
"พี่ซือเนี่ยน ทำไมพี่มาอยู่ที่นี่ล่ะคะ" จากนั้นเธอก็แสร้งทำเป็นเหลือบตามองไปยังป้ายโรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 ที่อยู่ด้านหลังซือเนี่ยน พร้อมกับพูดด้วยความประหลาดใจ "นี่... หรือว่าพี่เรียนอยู่ที่โรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 เหรอคะ ทำไมพี่ไม่มาที่โรงเรียนมัธยมหมายเลข 1 ล่ะ ฉันได้ยินมาว่าพี่ก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีนี้เหมือนกัน นึกว่าเราจะได้เรียนเตรียมสอบด้วยกันซะอีก"
และก็เป็นไปตามคาด สีหน้าของครูเฉินที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ยิ่งดูย่ำแย่ลงไปอีกหนึ่งส่วน
"ซือเนี่ยน นี่เธอไปเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 จริงๆ เหรอ" แต่เดิมเขาก็เป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น เพราะจากนิสัยของซือเนี่ยนที่เขาเคยรู้จักสมัยที่ยังเรียนอยู่ในชั้นเรียนนั้น เธอเป็นคนหยิ่งผยองและมีทิฐิสูงมาก ตามหลักเหตุผลแล้วเธอไม่น่าจะยอมลดตัวไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 ได้ นี่มันไม่ต่างอะไรกับการจงใจทำให้ตัวเองต้องขายหน้า
ซือเนี่ยนแทบไม่มีความทรงจำใดๆ เกี่ยวกับชายคนนี้หลงเหลืออยู่เลย แต่เมื่อได้ฟังน้ำเสียงและพิจารณาการแต่งกายของเขา เธอก็พอจะเดาได้ว่าเขาเป็นใคร หญิงสาวยืนนิ่งๆ ก่อนจะเอ่ยถาม "ฉันไปโรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 แล้วมันทำไมเหรอคะ... ครู"
เป็นดังคาด สีหน้าของครูเฉินยิ่งดูเลวร้ายลงไปอีก เขาระเบิดอารมณ์ออกมา "ทำไมเธอถึงได้ทำตัวไม่รักดีแบบนี้ จะไปเรียนที่ไหนก็ได้ไม่ดีกว่าหรือยังไง ทำไมถึงต้องเจาะจงเลือกไปที่โรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 ด้วย โรงเรียนของเรากับโรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 เขาเป็นคู่แข่งกันมาตลอด เธอทำแบบนี้หมายความว่าอยากจะทำให้ฉันต้องเสียชื่อเสียงใช่ไหม"
ครู่ต่อมาเขาก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ น้ำเสียงจึงยิ่งดูมืดมนลง "เธอคงไม่ได้กำลังคิดจะแก้แค้นที่ฉันไม่ยอมรับเธอเข้าเรียน เลยจงใจไปสมัครเรียนที่โรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 เพื่อยั่วโมโหฉันอยู่ใช่ไหม"
ซือเนี่ยนถึงกับไปไม่เป็น แต่เธอก็แน่ใจในตัวตนของครูที่อยู่ตรงหน้าแล้วว่า ที่แท้เขาก็คือครูประจำชั้นคนเดิมของเจ้าของร่างเดิม ซึ่งเธอเคยโทรศัพท์ไปหาเพื่อขอเข้าเรียนต่อนั่นเอง เพียงแต่ว่าในตอนนั้นอีกฝ่ายได้ปฏิเสธเธอกลับมาอย่างชัดเจนแล้วว่าไม่ขอรับ
ในเมื่อเขาเป็นคนไม่รับเธอเข้าเรียนเอง แล้วตอนนี้จะมาตำหนิโทษว่าเธอไปเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 ได้อย่างไรกัน
"ครูเฉินคะ ครูอย่าเพิ่งโมโหไปเลยค่ะ พี่ซือเนี่ยนอาจจะหาที่เรียนที่อื่นไม่ได้จริงๆ ก็เลยจำเป็นต้องมาเรียนที่โรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 น่ะค่ะ"
ครูเฉินแค่นเสียงอย่างเย็นชา "เธอย้ายโรงเรียนไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ปีนี้สนามสอบเข้ามหาวิทยาลัยของเราจัดที่โรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 เธอจะย้ายไปเรียนที่โรงเรียนไหนก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ที่โรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 แห่งนี้ ไม่อย่างนั้นถ้าหากครูคนอื่นๆ มาเห็นเธออยู่ที่นี่เข้า ฉันที่เป็นครูประจำชั้นเก่าของเธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนได้"
หากเป็นนักเรียนคนอื่นก็คงแล้วกันไป แต่นี่กลับเป็นซือเนี่ยน เด็กที่เมื่อก่อนทั้งมีหน้าตาสวยหยาดเยิ้ม ทั้งเรียนเก่ง เป็นถึงตัวแทนวิชาภาษาอังกฤษ แถมยังเป็นหน้าเป็นตาให้กับโรงเรียน เพราะด้วยความที่เธอมีหน้าตาสะสวยจนเกินไป จึงมักจะได้รับเลือกให้เป็นพิธีกรในงานต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง
เรียกได้ว่าในสมัยที่เรียนอยู่มัธยมปลายนั้น เธอเป็นจุดสนใจที่โดดเด่นเหนือใครมาโดยตลอด ครูในโรงเรียน... อย่าว่าแต่ครูด้วยกันเลย แม้กระทั่งอาจารย์ใหญ่ก็ยังรู้จักซือเนี่ยนเป็นอย่างดี
ครูเฉินเองก็เคยรู้สึกภาคภูมิใจในตัวลูกศิษย์คนนี้อยู่ไม่น้อย แต่ใครจะไปคาดคิดว่าเธอจะยอมทิ้งอนาคตที่สามารถคว้ามาได้อย่างง่ายดายเพียงเพื่อความรัก แค่นั้นเขาก็โกรธมากพออยู่แล้ว แต่ต่อมาซือเนี่ยนยังตกต่ำถึงขั้นไปเป็นแม่เลี้ยงให้กับชายแก่ในชนบทห่างไกล เขาก็ยิ่งรู้สึกว่านี่มันเป็นเรื่องอัปยศอดสู
ครูเฉินเป็นคนประเภทที่รักษาหน้าตาของตัวเองยิ่งชีพ เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้วที่เขาจะไม่ยอมให้เธอมาสร้างเรื่องขายขี้หน้าให้กับเขาที่โรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 แห่งนี้
ซือเนี่ยนจ้องมองครูเฉินด้วยสายตาที่ราวกับกำลังมองดูคนประหลาด ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมาว่า "คุณเป็นใครคะ"
ครูเฉินถึงกับโกรธจัด "ฉันเป็นครูประจำชั้นคนเก่าของเธอน่ะสิ นี่เธอจำฉันไม่ได้แล้วหรือไง"
ซือเนี่ยนร้อง "อ๋อ" ออกมาคำหนึ่ง "ที่แท้ก็เป็นครูประจำชั้น 'คนเก่า' ของฉันนี่เองสินะคะ"
เธอจงใจเน้นย้ำคำว่า 'คนเก่า' อย่างชัดถ้อยชัดคำเป็นพิเศษ "น้ำเสียงของคุณเมื่อกี้ ทำเอาฉันเผลอนึกว่าคุณเป็นพ่อแม่แท้ๆ ของฉันซะอีกนะคะนี่ นี่ฉันจะไปที่ไหน ฉันก็ต้องคอยรายงานให้คุณทราบด้วยเหรอคะ"
ความหมายที่แฝงอยู่นั้นก็คือ ไม่ว่าฉันจะไปเรียนที่ไหนหรือจะอยู่ที่ไหน มันก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะเข้ามายุ่งเกี่ยวได้
ครูเฉินถึงกับหน้าเขียวคล้ำ นิ้วมือของเขาสั่นระริกขณะชี้ไปยังประตูโรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 "เธอรู้หรือเปล่าว่าที่นี่มันที่ไหน"
ซือเนี่ยนตอบกลับ "ก็โรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 ไงคะ"
ครูเฉินตะคอก "ฉันถามเธอว่า ในเมื่อเธอก็รู้ทั้งรู้ว่าที่นี่คือโรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 แล้วทำไมเธอยังจะเข้าไปเรียนที่นี่อีก เธอไม่รู้หรือยังไงว่าโรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 น่ะเป็นคู่แข่งของโรงเรียนเรา"
ซือเนี่ยนเหลือบสายตามองบนใส่เขาเล็กน้อย "นั่นมันคู่แข่งของ 'พวกคุณ' นี่คะ ไม่ใช่คู่แข่งของฉันสักหน่อย แล้วมันจะเกี่ยวอะไรกับฉันด้วยล่ะคะ"
ครูเฉินชี้หน้า "เธอ... เธอมัน... เหลวไหล เหลวไหลสิ้นดี"
หลินซือซือรีบเอ่ยปากห้าม "พี่ซือเนี่ยน พี่อย่าพูดแบบนั้นสิคะ พี่อยากจะยั่วโมโหให้ครูเฉินโกรธตายเลยหรือไง"
ซือเนี่ยนสวนกลับ "ถ้าฉันมีความสามารถขนาดนั้นจริงๆ ล่ะก็ คนแรกที่ฉันอยากจะทำให้โกรธตายก็คือเธอต่างหากล่ะ"
หลินซือซือ: "..."
—
หลินซือซือ: เอาเลย เอาเลย เธอไม่คิดจะไว้หน้าฉันเลยใช่ไหม
[จบบท]