บทที่ 425: กุหลาบแสนรักของฉัน
โจวเยว่เซินถึงกับไปไม่เป็น เขาใช้ปลายนิ้วนวดขมับเบาๆ
ให้ตายเถอะ เจ้าลูกชายคนนี้มันไปได้นิสัยช่างยียวนกวนประสาทแบบนี้มาจากไหนกัน ปราบยากยิ่งกว่าแม่ของตัวเองอีก นี่ถึงขั้นกล้ามาแขวะเขาต่อหน้าแล้ว ดูท่าเขาคงจะตามใจเจ้าตัวแสบนี่มากเกินไปจริงๆ
ซือเนี่ยนหรี่ตามองสามีด้วยรอยยิ้มขบขัน ก่อนจะหันไปสมทบกับลูกชาย “เสี่ยวหานพูดถูกเผงเลย พ่อของลูกน่ะซุ่มซ่ามตัวจริง ต่อไปนี้ กุหลาบของคุณแม่ทั้งหมด จะเป็นหน้าที่ของเสี่ยวหานดูแลแต่เพียงผู้เดียว”
โจวเยว่เซินจุกด้วยคำพูดรอบสอง
ไหนเมื่อกี้เพิ่งบอกว่าจะไม่โกรธแล้วยังไงล่ะ
อ้อ ที่แท้นิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้น ช่างจดช่างจำของเสี่ยวหาน ก็ถอดแบบมาจากซือเนี่ยนนี่เอง ไม่ผิดเพี้ยน
พอได้ยินคุณแม่เข้าข้างเท่านั้นแหละ เจ้าตัวเล็กหมายเลขสองก็เบิกบานใจขึ้นมาเป็นเท่าตัว บรรยากาศกดดันจากใบหน้าเรียบตึงของพ่อก็ทำอะไรเขาไม่ได้อีกต่อไป
เจ้าตัวสวาปามข้าวสวยเพิ่มอย่างอารมณ์ดีไปถึงสองถ้วยเต็มๆ และหลังจากจัดการพ่อตัวเองไปแล้ว ดูเหมือนจะยังไม่สาแก่ใจ เขายังหันเป้าหมายไปถล่มพี่ชายต่ออีกด้วย
“พี่ใหญ่ครับ ข้าวที่พี่หุงมันไม่หอมเท่าที่คุณแม่หุงเลย คุณแม่หุงอร่อยกว่าตั้งเยอะ”
โจวเจ๋อตงตวัดสายตาคมกริบมองน้องชายแวบหนึ่ง
ก่อนจะรีบหันไปปรับโหมดถ่อมตัวกับซือเนี่ยนทันควัน “คุณแม่ครับ ผมจะพยายามเรียนรู้ให้ดีกว่านี้ครับ”
ซือเนี่ยนลูบหัวลูกชายคนโตอย่างอ่อนโยน พลางบอกว่าค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปก็ได้ เธอมองเจ้ารองที่กำลังยืดอกเชิดจมูกอย่างลิงโลดแล้วก็ได้แต่ส่ายหัว
นี่เธอตามใจจนลูกเสียคนไปแล้วหรือเปล่านะ แค่กวนประสาทพ่อยังไม่พอ ยังจะมาหาเรื่องพี่ชายต่ออีก
เมื่อนึกได้ดังนั้น ซือเนี่ยนจึงแกล้งปรับสีหน้าเป็นจริงจัง “โจวเจ๋อหาน ลูกเป็นน้องนะ ห้ามวิจารณ์พี่ชายแบบนี้ พี่เขาทำได้ดีมากแล้วต่างหาก”
“แม่ขอยึดดอกไม้แดงหนึ่งดอกเพื่อเป็นการลงโทษ ห้ามทำแบบนี้อีกเป็นอันขาด เข้าใจไหมคะ”
รอยยิ้มกระหยิ่มย่องของโจวเจ๋อหานหุบฉับลงในบัดดล
ยังไม่ทันที่เจ้าตัวจะได้เบะปากแสร้งทำตัวน่าสงสาร ซือเนี่ยนก็ร่ายยาวต่อทันที
“บ้านเราต้องมีกฎระเบียบ ต่อไปนี้ไม่ว่าใครก็ตาม ถ้าพูดจาไม่ดีหรือทำตัวไม่น่ารัก ก็ต้องถูกลงโทษ ในทางกลับกัน ถ้าทำดี แม่ก็จะให้รางวัลเป็นดอกไม้แดง แต่ถ้าทำผิด แม่ก็จะยึดดอกไม้แดงคืนเหมือนกัน ชัดเจนนะ”
“อย่างเสี่ยวตง ตอนนี้เขาพยายามจนสะสมได้สิบดอกแล้ว สามารถแลกของรางวัลได้ งั้นพรุ่งนี้หยุดพักผ่อนหนึ่งวันแล้วกันนะลูก เอาแต่เรียนทั้งวี่ทั้งวันมันก็ไม่ดี”
“ส่วนเสี่ยวหาน เดิมมีห้าดอก ถูกหักไปหนึ่ง ก็เลยเหลือสี่ดอก ต้องพยายามใหม่นะ”
“ตกลงตามนี้นะ มีใครข้องใจอะไรไหม”
เด็กชายทั้งสองคน: “...” พวกเขาจะกล้าข้องใจอะไรได้เล่า
แค่ไม่โดนยึดดอกไม้แดงเพิ่มก็บุญหัวแล้ว
โจวเจ๋อหานแทบอยากจะตบปากตัวเอง ถ้ารู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นแบบนี้ เขาไม่ปากดีพูดว่าข้าวที่พี่ชายหุงสู้แม่ทำไม่ได้หรอก
ฮือๆ ผมผิดไปแล้วครับคุณแม่!
ซือเนี่ยนยังคงประกาศผลงานต่อไป “อ้อ นอกจากพวกหนูสองคน น้องสาวก็มีดอกไม้แดงเหมือนกันนะ เมื่อวานน้องท่องบทกวีได้ตั้งสามบท รับไปหนึ่งดอก วันนี้น้องจำตัวอักษรใหม่ได้ครบหนึ่งร้อยตัว รับไปอีกหนึ่งดอก ตอนนี้น้องสาวมีสองดอกแล้วนะ”
เหยาเหยาที่นั่งฟังเงียบๆ มานาน ชูช้อนขึ้นอย่างร่าเริง “ดอกไม้แดง! ดอกไม้แดง! หนูจะแซงพี่รองคนนิสัยไม่ดี!”
ดูเหมือนเจ้าตัวเล็กจะยังฝังใจเรื่องที่พี่รองเคยขู่ว่าจะแอบหนีไปกับคุณแม่แค่สองคนไม่ยอมพาคนอื่นไปด้วย คราวนั้นเองที่ทำให้เหยาเหยาปักใจเชื่อว่าพี่รองคือตัวร้าย
โจวเจ๋อหานโดนน้องสาวตอกย้ำความผิดจนอับอายหน้าแดงก่ำ
เขาได้แต่ก้มหน้าก้มตาจ้วงข้าวเข้าปากอย่างรวดเร็ว ไม่ได้การแล้ว ดอกไม้แดงที่สูญเสียไป เขาจะต้องทวงมันกลับคืนมาให้จงได้!
โจวเยว่เซินเฝ้ามองอาการหงอเป็นลูกหมาของลูกชายคนเล็ก แล้วมุมปากก็ยกยิ้มขึ้นอย่างขบขัน
แต่ทว่า เขาก็ดีใจได้ไม่นาน เพราะพายุลูกต่อไปกำลังเคลื่อนตัวมาหาเขา
ซือเนี่ยนหันขวับมาจ้องหน้าสามีเป็นเป้าหมายสุดท้าย “ส่วนคุณ โจวเยว่เซิน วันนี้ทำอิฐแตกไปหนึ่งก้อนไม่พอ ยังทำกระถางแสนสวยของฉันแตกอีกใบ แบบนี้มันใช้ไม่ได้เลยนะ ขอประณามคุณดังๆ หนึ่งครั้ง ถ้าครั้งหน้ายังทำข้าวของของฉันพังอีกละก็ คุณเตรียมตัวย้ายไปนอนเบียดกับเสี่ยวหานได้เลย”
รอยยิ้มบนใบหน้าของโจวเยว่เซินแข็งทื่อเป็นหิน เขารับคำสั่งด้วยใบหน้าตายด้าน
ผิดกับเจ้าตัวเล็กคนที่สอง ซึ่งบัดนี้กลับมาดี๊ด๊าร่าเริงได้อีกครั้ง
***
ตกกลางคืน โจวเยว่เซินรับหน้าที่ต้มน้ำอาบให้ซือเนี่ยนเป็นการไถ่โทษโดยอัตโนมัติ
ซือเนี่ยนเป็นคนประเภทที่เวลาโกรธจะไม่โวยวายตีโพยตีพาย แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นคนใจกว้างอะไรนัก เธอมักจะโกรธง่ายหายเร็ว ถ้าอีกฝ่ายรีบเข้ามาง้อให้ถูกจังหวะ เธอก็พร้อมจะให้อภัยในทันที
แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดของผู้หญิง ไม่ใช่ตอนที่กำลังโกรธ แต่คือตอนที่เริ่ม ‘ขุด’ เรื่องเก่าขึ้นมาฟื้นฝอยหาตะเข็บต่างหาก
เดิมทีซือเนี่ยนกำลังฮัมเพลงเตรียมจะลงอ่างอาบน้ำอย่างสบายอารมณ์ แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นน้ำในอ่างไม้ ความทรงจำอันเลวร้ายเมื่อตอนบ่ายก็ย้อนกลับมา
เธอนึกถึงชะตากรรมของดอกกุหลาบแสนรัก แม้ว่าโจวเยว่เซินจะรีบเอามันไปปลูกลงดินเป็นการชดเชยแล้วก็ตาม แต่ใครๆ ก็รู้ว่าการย้ายกระถางดอกไม้บอบบางแบบนั้น ถ้าไม่ระวังให้ดี มันก็พร้อมจะลาโลกได้ทุกเมื่อ
เธอยังอุตส่าห์วาดฝันไว้ว่า ถ้ากุหลาบต้นนี้รอดชีวิต นั่นหมายความว่าเธอมีพรสวรรค์ด้านการปลูกต้นไม้ เผลอๆ ในอนาคตเธออาจจะมีสวนกุหลาบเป็นของตัวเอง แถมยังได้แช่น้ำกุหลาบหอมๆ ทุกวันอีกด้วย
ช่างเป็นจินตนาการที่งดงาม แต่ความเป็นจริงกลับพังไม่เป็นท่า
เมื่อความหงุดหงิดกลับมา เธอจึงเริ่มปฏิบัติการแผลงฤทธิ์ใส่โจวเยว่เซิน
ซือเนี่ยนค่อยๆ หย่อนตัวลงในอ่าง เธอใช้แขนทั้งสองข้างเท้าขอบอ่างไว้ ก่อนจะเอ่ยปากเรียกคนที่อยู่ข้างนอก “โจวเยว่เซิน น้ำมันเย็นไปนิดนึงนะ”
โจวเยว่เซินซึ่งกำลังกล่อมเหยาเหยาให้หลับอยู่ในห้องนอน เมื่อได้ยินเสียงเรียกก็รีบวิ่งลงไปชั้นล่างเพื่อยกถังน้ำร้อนขึ้นมาเติมให้ทันที
ภายในห้องน้ำบัดนี้อบอวลไปด้วยไอร้อนชื้น ยิ่งผสมกับอากาศที่ร้อนระอุของค่ำคืนฤดูร้อน ก็ยิ่งทำให้ร่างกายของชายหนุ่มชุ่มไปด้วยเหงื่อและละอองน้ำ
ในสภาพอากาศที่ร้อนตับแลบขนาดนี้ คงมีแค่ซือเนี่ยนคนเดียวเท่านั้นแหละที่ยังพิศมัยการแช่น้ำร้อน ปกติตัวเขาเองแค่ใช้น้ำเย็นราดตัวโครมๆ ก็จบแล้ว
“เป็นอะไรไปครับ”
เขาก้มลงมองคิ้วเรียวที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยของภรรยา พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
ซือเนี่ยนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “ฉันอยากแช่น้ำกุหลาบ”
ย้อนกลับไปสมัยที่ยังทำงานหนัก เมื่อกลับถึงบ้านทีไร เธอมักจะต้องเตรียมอ่างน้ำร้อนไว้เสมอ และสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือกลีบกุหลาบกับไวน์แดงสักแก้ว
มันคือช่วงเวลาแห่งการดื่มด่ำกับความโดดเดี่ยวและอาการกรึ่มๆ เพียงลำพัง
แต่ตอนนี้ เมื่อหันมามองตาเฒ่าที่ยืนอยู่ตรงหน้า... ความโดดเดี่ยวที่เคยโหยหาก็หายวับไป ไวน์แดงก็ไม่มี ที่สำคัญ บรรยากาศการแช่น้ำในอ่างกุหลาบหอมฟุ้งก็ไม่มีเช่นกัน
โจวเยว่เซิน: "..." เธอยังไม่ลืมเรื่องนั้นอีกหรือนี่
เขาเอื้อมมือไปดึงผ้าขนหนูผืนเล็กจากชั้นวางใกล้ๆ แล้วพูดเสียงเรียบ “อากาศมันร้อน อย่าแช่นานเกินไป เดี๋ยวจะไม่สบาย”
ซือเนี่ยนเป็นคนชอบน้ำที่ค่อนข้างร้อน ยิ่งอากาศอบอ้าวแบบนี้ ถ้าแช่นานเกินไปอาจจะทำให้หน้ามืดหรืออ่อนเพลียได้
เขาโน้มตัวลง ใช้ผ้าขนหนูซับหยดน้ำบนใบหน้าของเธออย่างแผ่วเบาและอ่อนโยนที่สุด
“รีบแต่งตัวเถอะ เดี๋ยวผมจะพาเหยาเหยากลับไปนอนที่ห้องของตัวเอง”
ซือเนี่ยนทำเสียงอืมอาในลำคออย่างไม่เต็มใจนัก พอเห็นร่างสูงใหญ่ของเขารีบจ้ำอ้าวเดินออกจากห้องน้ำไป เธอก็เผลอหลุดยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา
เมื่อโจวเยว่เซินอุ้มลูกสาวกลับไปส่งที่ห้องนอนจนหลับสนิทแล้วกลับเข้ามาในห้อง ซือเนี่ยนก็นอนหันหลังอยู่บนเตียง ทำทีเป็นว่าหลับลึกไปแล้วเรียบร้อย
ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างจนใจ เขาเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการตัวเองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะค่อยๆ สอดตัวเข้าใต้ผ้าห่ม แล้วรวบร่างนุ่มนิ่มของภรรยาเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน
ซือเนี่ยนหมดความอดทนที่จะแกล้งหลับต่อ เธอพลิกตัวกลับมาแล้วใช้เท้าถีบเขาเบาๆ หนึ่งที “ร้อน! อย่ามากอดฉันนะ”
โจวเยว่เซินแทบจะระเบิดหัวเราะออกมาด้วยความโมโหปนเอ็นดู
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องของเด็กๆ โจวเจ๋อตงยังคงนั่งทำการบ้านอย่างขยันขันแข็ง ส่วนเจ้าตัวเล็กคนรองกลับยังมีพลังงานเหลือเฟือ ลุกขึ้นมากระโดดโลดเต้นออกกำลังกาย
โจวเจ๋อตงจึงอดที่จะทักท้วงไม่ได้ “เสี่ยวหาน คุณแม่เคยบอกว่าถ้าออกกำลังกายตอนกลางคืนจะทำให้ตัวไม่สูงนะ”
ร่างที่กำลังคึกคักของโจวเจ๋อหานหยุดชะงักทันที
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบปีนขึ้นเตียงแล้วมุดเข้าผ้าห่มทันที
เวลาผ่านไปไม่ถึงสองนาที เสียงกรนเบาๆ ก็ดังออกมา
เช้าวันรุ่งขึ้น โดยไม่ต้องรอให้โจวเยว่เซินมาลากลงจากเตียงเหมือนทุกวัน เจ้ารองก็ดีดตัวตื่นขึ้นมาด้วยตัวเอง
ท่าทางกระตือรือร้นและมุ่งมั่นนั้น ทำเอาผู้เป็นพ่อถึงกับต้องเลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจ
“พ่อครับ วันนี้ผมจะวิ่ง 6 กิโลเมตร พ่อห้ามผมไม่ได้นะ!”
เมื่อคืนไม่ได้ฝึกซ้อม ดังนั้นตอนกลางวันเขาจะต้องออกกำลังกายให้หนักขึ้นเป็นสองเท่า!
โจวเยว่เซิน: "..."
“พ่อครับ แล้วผมจะทำท่าม้าต่ออีกครึ่งชั่วโมงด้วย ผมไม่เหนื่อยเลยสักนิดเดียว!”
[จบบท]