บทที่ 428: คู่ดูตัวจอมซื่อบื้อ
อันที่จริงซือเนี่ยนไม่อยากจะยื่นจมูกเข้าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของใครนักหรอก แต่ในเมื่ออวี๋ตงถึงกับออกปากอ้อนวอนไหว้วานมาขนาดนี้ ไม่ว่าเรื่องที่เขาได้ยินมามันจะจริงหรือแค่ลือ เธอก็ควรจะช่วยไขข้อข้องใจให้กระจ่าง ให้มันรู้ดำรู้แดงกันไปเลยว่าเขายังมีหวัง หรือควรจะถอดใจตั้งแต่ตอนนี้
ฟู่เชียนเชียนทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก "เฮ้อ มัน... มันพูดยากน่ะ"
เธอยังอธิบายไม่ทันจบประโยคดี ก็มีร่างของหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งแทรกพรวดเข้ามาขัดจังหวะ "อ้าว เชียนเชียน ไม่เป็นไรนะจ๊ะ โอ๊ยๆ ตายจริง รีบตามป้าเข้ามาข้างในเร็ว"
ว่าจบก็หันไปถลึงตาใส่ลูกชายแท้ๆ ที่ยืนทำหน้าเหลอหลาอยู่ข้างๆ อย่างเกรี้ยวกราด "แกจะยืนบื้ออยู่ทำไมอีก รีบพยุงน้องเขาเข้าไปสิ"
แต่เมื่อเห็นว่าลูกชายตัวดีไม่ได้สนใจคำสั่งของตัวเองแม้แต่น้อย สายตาเขากลับจดจ่อไปที่อื่น หญิงคนนั้นจึงเพิ่งสังเกตเห็นการมีอยู่ของซือเนี่ยน เธอชะงักไปนิด ก่อนจะหรี่ตาลงพร้อมขมวดคิ้วเป็นปม "อ้าว ไหงเป็นเธอได้ล่ะ"
ซือเนี่ยนรับรู้ได้ถึงรังสีอำมหิตที่ไม่เป็นมิตรอย่างแรงซึ่งส่งมาจากสายตาคู่นั้น เธอมองกลับอย่างงุนงง พยายามนึกทบทวนความทรงจำ "ขอโทษนะคะ คุณป้าคือ..."
อีกฝ่ายแค่นหัวเราะในลำคอเสียงดัง "เหอะ! พอดังแล้วนี่ ลืมหัวนอนปลายเท้าหมดเลยนะ ลืมแม้กระทั่งคนในบ้านพักทหารที่เคยเห็นหน้ากันอยู่ทุกวี่ทุกวัน สมแล้วที่เป็นพวกผู้ดีตีนแดง"
ฟู่เชียนเชียนเห็นท่าไม่ดี รีบขยับเข้ามากระซิบกระซาบที่ข้างหู "นั่นแม่ของอู๋เหรินอ้ายไง คนที่เขม่นเธอมาตั้งแต่เด็กนั่นแหละ"
ซือเนี่ยนนิ่งไป
ความทรงจำมันเลือนรางขนาดนั้น ขนาดเจ้าของร่างเดิมยังแทบจะลืมเลือนไปหมดสิ้น แล้วเธอยุคปัจจุบันที่เพิ่งโผล่มา จะไปตรัสรู้เรื่องเก่าเก็บพวกนี้ได้ยังไงกัน
ฟู่เชียนเชียนเห็นเพื่อนยังตีหน้ามึนไม่หาย ก็เลยต้องรับบทเป็นผู้บรรยายเหตุการณ์ในอดีตฉบับย่อให้ฟังต่อ
สรุปใจความสำคัญได้ว่า สมัยละอ่อน อู๋เหรินอ้ายคนนี้หลงรักซือเนี่ยนหัวปักหัวปำ ชนิดที่ว่ายอมเป็นลูกไล่วิ่งตามต้อยๆ แต่ฝ่ายซือเนี่ยนในตอนนั้นกลับไม่เคยชายตาแลแม้แต่น้อย มัวแต่ไปวิ่งตามฟู่หยางผู้ไม่เคยสนใจเธอเหมือนกัน
เรื่องราวรักสามเส้า... หรือสี่เส้าอันยุ่งเหยิงนี้ ทำให้ครอบครัวอู๋ โดยเฉพาะคุณแม่ของเขา รู้สึกว่าซือเนี่ยนเป็นเด็กผู้หญิงที่ทะเยอทะยานและใฝ่สูง
แต่ปัญหาคือลูกชายตัวดีดันรักจริงหวังแต่ง ต่อให้ลากวัวมาสิบตัวก็ฉุดความคลั่งรักของเขาไม่อยู่ ที่บ้านจนปัญญาเลยต้องถีบส่งไปเรียนต่อเมืองนอกเมืองนาให้ไกลหูไกลตา แต่ไหงพอกลับมา เจ้าตัวก็ยังไม่เลิกอาลัยอาวรณ์ซือเนี่ยน กลายเป็นหนุ่มโสดวัย 25 ย่าง 26 ที่ไม่ยอมแต่งงาน เหมือนกับฟู่หยางไม่มีผิดเพี้ยน
สถานการณ์แบบนี้ ป้าอู๋เลยยิ่งเกลียดขี้หน้าซือเนี่ยนเข้าไปใหญ่
คือถ้าเป็นซือเนี่ยนเวอร์ชันเก่า เธอก็ดูถูกจะแย่อยู่แล้ว แม้ว่าคนอื่นจะมองว่าซือเนี่ยนฉลาดที่สุดในย่านบ้านพักทหาร แต่ในสายตาเธอ ลูกชายสุดที่รักคืออัจฉริยะตัวจริงเสียงจริง ชื่อเสียงโด่งดังมาคู่กับฟู่หยาง แถมตอนนี้ยังพ่วงดีกรีด็อกเตอร์กลับมาอีก ต่อให้ซือเนี่ยนจะสอบได้ที่หนึ่งของประเทศก็เทียบไม่ติดฝุ่นละออง
ยิ่งตอนนี้ซือเนี่ยนกลายเป็นแม่เลี้ยงลูกติดสามคนไปแล้ว แต่ลูกชายเธอก็ยังไม่ตัดใจ ป้าอู๋เลยยิ่งหัวเสียหนักกว่าเดิม
เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ช่วงนี้ฟู่หยางดันชิ่งหนีไปอีกคน แรงกดดันเรื่องการหาคู่เลยถาโถมมาที่ฟู่เชียนเชียนเต็มๆ
สาวน้อยอายุ 19 ก็ถือว่าเข้าวัยพร้อมออกเรือนแล้ว ครอบครัวอู๋ที่กำลังเร่งหาลูกสะใภ้พอดี เมื่อเห็นว่าเงื่อนไขของตระกูลฟู่เหมาะสมกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก เลยพยายามจะจับคู่เธอกับลูกชายตัวเอง ก็ไหนๆ ทั้งสองคนก็รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กแล้วด้วย
ป้าอู๋เลยกำลังเห่อว่าที่ลูกสะใภ้คนใหม่ ปฏิบัติกับฟู่เชียนเชียนดีสุดๆ ราวกับเป็นลูกในไส้
แต่ใครจะไปนึกว่า จังหวะนรกจะมีจริง ดันมาป๊ะกับซือเนี่ยนที่นี่ แถมลูกชายตัวดียังเอาแต่จ้องศัตรูหัวใจของเธอตาไม่กะพริบ ป้าอู๋จะอารมณ์ดีได้ยังไงไหว
ซือเนี่ยนเองก็ได้แต่ยืนนิ่ง... ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดเลยจริงๆ
อู๋เหรินอ้ายหน้าเจื่อนสนิท เขาอึกอักจนลืมทักทายคนที่ตัวเองแอบชอบไปเลย รีบหันไปดึงแขนแม่ "แม่ครับ! แม่พูดอะไรมั่วซั่ว ซือเนี่ยนเขาไม่ใช่คนแบบนั้นซะหน่อย"
ซือเนี่ยนกลับสวนขึ้นมาเรียบๆ "คุณแม่ของคุณพูดถูกเป๊ะเลยค่ะ ฉันลืมคุณป้าไปแล้วจริงๆ"
ป้าอู๋: "..."
คราวนี้มือไม้สั่นไปหมด ชี้หน้าซือเนี่ยนอย่างเกรี้ยวกราด "แก! แกดูมันพูดสิ!"
อู๋เหรินอ้ายหน้าเหยเก "พอเถอะครับแม่! รีบพาเชียนเชียนเข้าไปข้างในก่อนเถอะ"
ซือเนี่ยนฉวยโอกาสนี้ดึงฟู่เชียนเชียนออกมาคุยกันตามลำพัง เพื่อซักฟอกสถานการณ์ของทั้งคู่ให้แน่ชัด
เธอมองยังไงก็มองไม่เห็นเคมีคู่รักระหว่างสองคนนี้เลยแม้แต่น้อย ดูไม่เข้ากันสักนิด
ฟู่เชียนเชียนตอบเสียงใส "เปล่านี่ เราไม่ได้คบกัน"
ซือเนี่ยนหรี่ตามองอย่างไม่เชื่อ "ไม่คบกัน? แล้วออกมากินข้าวด้วยกันเนี่ยนะ"
ฟู่เชียนเชียนยักไหล่ ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ "ก็เขาเลี้ยง ไม่กินก็โง่สิ"
ซือเนี่ยน: "....เออ ฉันยอมเธอเลยจริงๆ"
ยัยนี่รู้ตัวบ้างไหมว่าไอ้การที่เธอมานั่งกินของฟรีหน้าตาเฉยเนี่ย ทำเอาอวี๋ตงกลุ้มใจจนผมแทบจะร่วงหมดหัวอยู่แล้ว!
โถ พ่อคุณเอ๊ย ชาติที่แล้วไปทำกรรมอะไรไว้ ถึงต้องมาหลงรักยัยทึ่มบื้อที่ไม่รู้อะไรเลยแบบนี้
แต่พอได้ยินว่าไม่ได้คิดอะไรกัน ซือเนี่ยนก็เบาใจไปเปลาะหนึ่ง อย่างน้อยก็คงไม่มีปัญหาอะไรซับซ้อน ดูทรงแล้วอู๋เหรินอ้ายก็ไม่น่าจะใช่พวกที่ริเริ่มความสัมพันธ์เก่งกาจอะไรด้วย
ซือเนี่ยนถอนหายใจยาวๆ แล้วโบกมือลา เดินจากไป
ฟากฟู่เชียนเชียนที่กำลังโดนความกระตือรือร้นโอเวอร์แอคติ้งของป้าอู๋จู่โจมจนแทบสำลัก พอเห็นซือเนี่ยนชิ่งหนีไป เธอก็รู้สึกว่าอาหารในท้องเริ่มย่อยพอดีแล้วเหมือนกัน เลยรีบแจ้นหนีตามไปติดๆ
ป้าอู๋มองตามแล้วก็ได้แต่คิดว่าฟู่เชียนเชียนคงจะงอน ซึ่งก็ไม่แปลกหรอก คู่ดูตัวที่แม่พยายามเชียร์ดันเอาแต่มองผู้หญิงคนอื่น แถมยังไม่สนใจไยดีตอนที่เธอบอกว่าไม่สบายอีก เป็นใครก็ต้องไม่พอใจทั้งนั้น
ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น เธอหันกลับมาบิดหูอู๋เหรินอ้ายจนสุดแรง "ไอ้ลูกหัวทึบ! เขาก็แต่งงานมีลูกมีผัวไปแล้ว แกยังจะไปอาลัยอาวรณ์อะไรมันอีกหา! แล้วเชียนเชียนไม่ดีตรงไหน ตอนนี้เป็นถึงผู้ประกาศข่าว การงานก็มั่นคง มันสู้ซือเนี่ยนคนนั้นไม่ได้ตรงไหน!"
อู๋เหรินอ้ายร้องโอดโอย เขาลูบหูตัวเองป้อยๆ พลางขมวดคิ้ว "ผมก็ไม่ได้ว่าเธอไม่ดีนี่ครับ แค่รู้สึกว่าเธอ... ดูซื่อบื้อไปหน่อย"
ป้าอู๋: "..."
ฟู่เชียนเชียนกลับถึงบ้านในสภาพตัวคนเดียว คุณนายเจิ้งที่รออยู่เห็นดังนั้นก็อารมณ์ขึ้นทันที "อ้าว ยังไงกันล่ะ ทำไมกลับมาคนเดียว แล้วเสี่ยวอู๋ไปไหน"
ฟู่เชียนเชียนทิ้งตัวลงบนโซฟา ยักไหล่แบบไม่ยี่หระ "ไม่เวิร์กค่ะ"
คุณนายเจิ้งเท้าสะเอว "หมายความว่าไง! ไหนว่าไปกินข้าวด้วยกันแล้วไง เขาอุตส่าห์เป็นคนดี ซื่อสัตย์ ฉลาด แถมยังเป็นครูอีก แกยังจะไม่พอใจอะไรตรงไหนอีก!"
ฟู่เชียนเชียนตอบแบบเนือยๆ "ก็ไม่ได้ไม่พอใจอะไรหรอกค่ะแม่ แค่รู้สึกว่าเขาดู... เรียกร้องความสนใจแปลกๆ เหมือนคนขาดความอบอุ่น..."
คุณนายเจิ้ง: "..."
***
พอกลับมาถึงบ้าน ซือเนี่ยนก็วางซองรายงานผลตรวจร่างกายของตัวเองไว้บนโต๊ะ
เด็กๆ ทั้งสามกรูเข้ามามุงดูกันทันที บนกระดาษมีแต่ตัวหนังสือที่ระบุว่าค่าต่างๆ ของร่างกายปกติดีทุกอย่าง
โจวเจ๋อหานฉวยโอกาสนี้อวดความรู้เรื่องตัวอักษรจีนที่เพิ่งเรียนมาไม่กี่คำ เขาก้มลงสอนโจวซีเหยาให้อ่านตามอย่างจริงจัง
หลังจากที่โจวเยว่เซินจับไปฝึกหนักมาหนึ่งเดือนเต็ม เจ้าตัวเล็กก็ดูผอมเพรียวลง แถมยังผิวคล้ำขึ้นอีกเป็นกอง
แต่เพราะช่วงนี้โรงเรียนเริ่มให้การบ้านแล้ว ตารางการฝึกพิเศษเลยต้องลดน้อยลงตามไปด้วย
นี่จึงเป็นโอกาสทองที่เขาจะได้อวดภูมิความรู้ของตัวเองเสียที
ซือเนี่ยนเดินไปยกหูโทรศัพท์โทรหาอวี๋ตง เพื่อรายงานสถานการณ์ล่าสุดของฟู่เชียนเชียนกับอู๋เหรินอ้าย
พออวี๋ตงได้ยินว่าตัวเองยังไม่ได้ถูกสวมเขา(?) หรืออกหักอย่างที่เป็นทางการ เขาก็ถึงกับถอนหายใจออกมาดังเฮือกใหญ่ ราวกับเพิ่งยกภูเขาออกจากอก
ซือเนี่ยนเลยต้องพูดดักคอไว้ก่อน "แต่คุณอย่าเพิ่งดีใจไป ถึงไม่มีอู๋เหรินอ้าย เดี๋ยวก็ต้องมีคนอื่นโผล่มาอีกอยู่ดี อย่าลืมสิว่าฟู่เชียนเชียนก็อายุไม่น้อยแล้ว ถึงวัยที่ต้องแต่งงานสร้างครอบครัว ถ้าคุณยังไม่เริ่มจีบเธออย่างจริงจัง คราวหน้าถ้าเธอไปกินข้าวกับผู้ชายคนอื่นอีก ฉันไม่ไปตามสืบให้แล้วนะ"
คำพูดนั้นทำเอาอวี๋ตงที่เพิ่งพองตัวกลับแฟบลงทันที "โธ่ แล้วผมจะทำยังไงดีล่ะ ผม... ผมจีบผู้หญิงไม่เป็น"
ซือเนี่ยนถึงกับกุมขมับ "จีบยัยนั่นน่ะง่ายที่สุดในโลกแล้ว"
เขาต่างหากที่คิดไปเองว่าฟู่เชียนเชียนเป็นคนซับซ้อนซ่อนเงื่อน
"คราวหน้าคุณก็แค่ชวนเธอกินข้าวอีกสิ ฉันรับรองว่าเธอไปแน่ๆ"
อวี๋ตงทำเสียงอ่อย "ผมก็คิดอยู่ครับ แต่จะให้ชวนเธอกินข้าวไปตลอดมันก็ยังไงๆ อยู่นะ"
ซือเนี่ยนเลยต้องสวมบทแม่สื่อจำเป็น "ฉันมีแผนเด็ดจะสอนให้ วันหลังถ้าคุณจะชวนเธออีก อย่าพูดตรงๆ ว่าชวนกินข้าว ให้คุณบอกว่า 'ผมเพิ่งคิดสูตรอาหารใหม่ได้ อยากให้คุณมาช่วยเป็นหนูลองยา... เอ๊ย เป็นคนชิมให้หน่อย'"
"เห็นไหม พอคุณมีเมนูใหม่ คุณก็อ้างเหตุผลนี้เรียกเธอมาได้เรื่อยๆ มันดูเป็นธรรมชาติ ไม่น่าอึดอัดด้วย"
"แล้วถ้าเธอตกลงมาบ่อยๆ คุณก็ค่อยหาจังหวะเนียนๆ ชวนเธอไปดูหนัง หรือไปเที่ยวสวนสนุก อ้างว่าเพื่อขอบคุณที่เธออุตส่าห์มาช่วยชิม แต่ถ้าทำถึงขนาดนี้แล้วยังไม่คืบหน้าอีก ฉันก็จนปัญญาแล้วนะ แสดงว่าพวกคุณดวงไม่สมพงษ์กันจริงๆ คุณก็หาเป้าหมายใหม่เถอะ"
ซือเนี่ยนเพิ่งจะแนะแนวทางสว่างให้อวี๋ตงจบ ก็มีเสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง "อะไรไม่สมพงษ์กัน"
เธอหันขวับกลับไปมองทันที โจวเยว่เซินกลับมาถึงบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ตอนนี้เขากำลังยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเธอ
และในมือของเขาก็กำลังถือซองรายงานผลตรวจร่างกายของเธออยู่ด้วย
ซือเนี่ยนชะงักไปเล็กน้อย พอได้ยินเสียงตื่นเต้นดีใจเหมือนเห็นแสงสว่างของอวี๋ตงดังมาจากในสาย เธอก็รีบพูดตัดบทเขาสองสามคำก่อนวางหู
สายตาของเธอมองเลยไปยังรายงานในมือของโจวเยว่เซินแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขา "คุณกลับมาแล้วเหรอคะ พอดีเลย ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณอยู่พอดี"
[จบบท]