บทที่ 44: ร่วมเตียงเคียงหมอน
ภาพชายหนุ่มตรงหน้าทำให้ซือเนี่ยนประหลาดใจไปชั่วขณะ เธอไม่เคยจินตนาการมาก่อนเลยว่าเขาจะเคยเป็นทหาร
ในความคิดของเธอ ผู้ชายที่ดูเข้าถึงยากและมีแววตาดุดันอย่างโจวเยว่เซิน น่าจะเคยเป็นพวกหัวโจกในสมัยหนุ่มๆ ที่ผ่านการมีเรื่องชกต่อยมานับครั้งไม่ถ้วนเสียมากกว่า
มิน่าล่ะ... รอยแผลเป็นบนแผ่นหลังของเขาถึงได้ดูคล้ายกับรอยกระสุนปืนขนาดนั้น มันคงเป็นเครื่องยืนยันถึงภารกิจเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายที่เขาเคยผ่านมา
เพียงแค่คิดตาม ความรู้สึกนับถือและยำเกรงก็ก่อตัวขึ้นในใจของซือเนี่ยนอย่างเงียบๆ
“แล้ว... ในใจของคุณตอนนี้ ยังมีใครที่คิดถึงอยู่รึเปล่าคะ” เธอตัดสินใจถามออกไปในที่สุด ความอยากรู้มันท่วมท้นจนเก็บไว้ไม่ไหว
“ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะครับ” โจวเยว่เซินดูจะแปลกใจกับคำถามของเธออยู่ไม่น้อย
“ก็... ฉันจำได้ว่าคุณเคยมีภรรยามาก่อน”
แค่เพียงเอ่ยถึงภรรยาเก่า คิ้วเข้มของโจวเยว่เซินก็ขมวดเข้าหากันทันที
ซือเนี่ยนใจหายวาบ เธออาจจะเผลอไปสะกิดเรื่องที่ไม่ควรพูดเข้าให้แล้วก็ได้ เพราะในความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง การเอ่ยถึงคนรักเก่าถือเป็นเรื่องต้องห้ามที่สุด
แต่แล้วเธอก็ต้องประหลาดใจ เมื่อเขาเลือกที่จะตอบคำถามนั้น “ผมกับเธอเจอกันผ่านการดูตัวน่ะครับ เราไม่ค่อยได้ใช้เวลาร่วมกันเท่าไหร่ เลยไม่ได้มีความรู้สึกผูกพันอะไรเป็นพิเศษ”
เขายังเสริมต่ออีกว่า “แล้วนอกจากเธอ ผมก็ไม่เคยคบหาหรือใกล้ชิดกับผู้หญิงคนไหนอีกเลย”
คำตอบนั้นทำให้หัวใจของซือเนี่ยนพองฟูขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ความกังวลที่เคยมีจางหายไปจนเกือบหมดสิ้น แต่แล้ว... ความกังวลระลอกใหม่ก็ซัดเข้ามาแทนที่ ผู้ชายคนนี้อายุใกล้จะแตะเลขสามแล้วนะ ทั้งหน้าตาดี ฐานะก็มั่นคง แต่กลับไม่สนใจเรื่องผู้หญิงเลยเนี่ยนะ?
ในหัวของเธอมีสมมติฐานผุดขึ้นมาสองข้อ
หนึ่ง...เขาอาจจะไม่ได้ชอบผู้หญิง หรือสอง...เขามีปัญหาบางอย่างที่ไม่สามารถบอกใครได้ ความคิดนั้นทำให้ซือเนี่ยนเผลอจ้องมองไปยังจุดยุทธศาสตร์ของชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว...
สายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้นั้น ทำให้ใบหน้าของโจวเยว่เซินเข้มขึ้นหลายส่วน บรรยากาศเริ่มอึดอัดขึ้นมาทันที
“...”
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ดึกมากแล้ว เรานอนกันเถอะครับ”
“ถ้าคุณไม่สบายใจ ผมนอนที่พื้นก็ได้นะ”
ปฏิกิริยาของเขายิ่งทำให้ซือเนี่ยนปักใจเชื่อในสมมติฐานของตัวเองมากขึ้นไปอีก
แล้วเธอจะทำยังไงดีล่ะ เธอเป็นผู้หญิงที่มีความต้องการตามธรรมชาตินะ จะให้ชีวิตคู่มันจืดชืดไร้ซึ่งกิจกรรมเข้าจังหวะไปตลอดรอดฝั่งได้ยังไงกัน
ดูเหมือนว่าคำพูดที่ว่า ‘ปลาและอุ้งตีนหมีไม่อาจครอบครองได้พร้อมกัน’ จะเป็นเรื่องจริงสินะ
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ นอนบนเตียงด้วยกันนี่แหละ” ในเมื่อเรื่องมันเป็นแบบนี้แล้ว จะนอนด้วยกันหรือแยกกันนอนมันก็คงไม่ต่างอะไรกันนักหรอก
ซือเนี่ยนปลอบใจตัวเองในใจ
เสียงถอนหายใจแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากของเธอ แต่สำหรับผู้ชายที่ประสาทสัมผัสว่องไวอย่างโจวเยว่เซินแล้ว มันดังเสียยิ่งกว่าเสียงฟ้าร้อง
ภาพสายตาเคลือบแคลงของเธอย้อนกลับเข้ามาในหัวของเขาอีกครั้ง ใบหน้าของชายหนุ่มยิ่งบึ้งตึงเข้าไปใหญ่
โจวเยว่เซินได้แต่เก็บงำความอัดอั้นตันใจไว้ข้างใน บางครั้งเขาก็อยากจะพิสูจน์ให้เธอเห็นถึงความเป็นชายของตัวเอง แต่ก็กลัวเหลือเกินว่าจะทำให้เธอแตกตื่นตกใจไปเสียก่อน
ซือเนี่ยนสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป เธอเลิกผ้าห่มแล้วแทรกตัวเข้าไปนอนใต้ผืนผ้าอุ่นๆ ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ผ้าห่มข้างกายเธอก็ถูกรั้งขึ้น ชายหนุ่มขยับร่างกายสูงใหญ่ของเขาเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมสะอาดสดชื่นราวกับสายน้ำในลำธารบนภูเขาลอยมาแตะจมูกเธอ ทำให้เธอต้องถอนหายใจออกมาอีกรอบอย่างสุดจะกลั้น... ผู้ชายที่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง แต่กลับมาตกม้าตายเรื่องสมรรถภาพทางกาย ช่างน่าเสียดายจริงๆ
ตอนนี้ความสัมพันธ์ของพวกเขายังถือว่าใหม่มาก คงต้องรอให้คุ้นเคยกันมากกว่านี้ก่อน แล้วค่อยหาโอกาสดีๆ พาเขาไปปรึกษาหมอดูสักครั้ง
เสียงถอนหายใจของเธอทำให้การเคลื่อนไหวของโจวเยว่เซินที่กำลังจะล้มตัวลงนอนต้องหยุดชะงักไปอีกครั้ง
เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้น ซือเนี่ยนก็หลับตาลงอย่างแน่วแน่
ถึงแม้ว่าเขาจะมีปัญหา แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกดีๆ ที่เธอมีต่อเขาลดน้อยลงเลย ไม่รู้ว่าทำไม แต่ลึกๆ แล้วเธอรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้จะสามารถมอบความสุขที่แท้จริงให้กับเธอได้
โจวเยว่เซินเอื้อมมือไปดับตะเกียง ความมืดเข้าปกคลุมห้องทั้งห้อง เหลือเพียงแสงจันทร์สลัวๆ ที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามา
เตียงขนาดมาตรฐานที่เคยคิดว่ากว้างขวาง บัดนี้กลับรู้สึกคับแคบไปถนัดตาเมื่อมีร่างสูงใหญ่ของเขาอยู่ข้างๆ ไออุ่นจากผิวกายของเขาสัมผัสได้ในทุกจังหวะการหายใจเข้าออก
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ซือเนี่ยนได้นอนร่วมเตียงกับผู้ชายที่ไม่ใช่คนในครอบครัว หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอรีบพลิกตัวหันหลังให้เขา พยายามข่มความตื่นเต้นและหลับตาลง
ตอนแรกเธอกังวลว่าตัวเองอาจจะนอนไม่หลับไปทั้งคืน แต่ดูเหมือนว่าความเหนื่อยล้าจากการเดินทางจะเอาชนะความตื่นเต้นไปได้ ไม่ถึงสิบนาทีหลังจากนั้น เสียงหายใจสม่ำเสมอก็บ่งบอกว่าเธอได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปเรียบร้อยแล้ว
กลางดึกคืนนั้น...
โจวเยว่เซินจำต้องค่อยๆ ขยับร่างของหญิงสาวที่ซุกซบเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเขาออกอย่างจนใจ
**
เช้าวันรุ่งขึ้น ซือเนี่ยนตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นหลังจากที่ได้นอนหลับเต็มอิ่มมาทั้งคืน
ภาพแรกที่เธอเห็นเมื่อลืมตาขึ้นมาคือใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มที่ยังคงหลับสนิทอยู่ข้างๆ ผ้าห่มผืนหนาเลื่อนหลุดลงไปกองอยู่ที่ช่วงเอว เผยให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องที่เรียงตัวสวยงามและรอยแผลเป็นยาวที่พาดผ่านลำตัวของเขา
แม้รอยแผลเป็นนั้นจะดูน่ากลัว แต่มันกลับขับเน้นเสน่ห์ดิบเถื่อนในตัวเขาให้เด่นชัดขึ้นไปอีก
รูปร่างของเขาไม่ได้กำยำล่ำสันจนน่ากลัว แต่เป็นความแข็งแกร่งที่สมส่วน ผิวสีทองแดงที่ได้มาจากการทำงานกลางแจ้งขับให้มัดกล้ามดูเด่นชัด แม้ในยามที่ร่างกายผ่อนคลายก็ยังคงมองเห็นเส้นสายของกล้ามเนื้อได้อย่างสวยงาม และเธอเชื่อว่าหากเขาออกแรงเมื่อไหร่ เส้นเลือดและส่วนโค้งของกล้ามเนื้อเหล่านั้นคงจะปรากฏชัดเจนขึ้นไปอีก
แค่เพียงจินตนาการตาม ลำคอของเธอก็แห้งผากขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
เอื๊อก~
เสียงกลืนน้ำลายของตัวเองดังขึ้นจนน่าอาย
ไม่ต้องห่วงนะพ่อรูปหล่อ ถึงสมรรถภาพของคุณจะไม่เต็มร้อย แต่ฉันก็ไม่มีวันรังเกียจคุณหรอก เชื่อสิว่าในอนาคตวิทยาการทางการแพทย์จะต้องก้าวหน้าไปไกล ปัญหาแค่นี้ต้องแก้ไขได้อย่างแน่นอน
ราวกับรับรู้ได้ถึงสายตาที่จ้องมองอยู่ โจวเยว่เซินก็ขยับตัวเล็กน้อย ก่อนที่เปลือกตาของเขาจะค่อยๆ เปิดขึ้น
ซือเนี่ยนที่กำลังเพลิดเพลินกับการสำรวจร่างกายของเขาอยู่ถึงกับสะดุ้งสุดตัว เมื่อสบเข้ากับดวงตาสีนิลที่ลุ่มลึกราวกับมหาสมุทร ซึ่งกำลังหรี่มองเธออย่างจับผิด!
ด้วยความตกใจและร้อนตัว ซือเนี่ยนเผลอร้อง "อ๊ะ!" ออกมาเสียงดัง พร้อมกับรีบชักมือที่กำลังจะเอื้อมไปสัมผัสเขาโดยไม่รู้ตัวกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว
โจวเยว่เซินเองก็ดูจะตกใจไม่แพ้กัน เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ใช้แขนยันตัวลุกขึ้นนั่ง เมื่อภาพเหตุการณ์เมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาในหัว ใบหน้าของเขาก็เคร่งขรึมขึ้นมาทันที
ความรู้สึกแปลกๆ เมื่อคืนนี้ มันไม่ใช่แค่ความฝันสินะ
ผู้หญิงคนนี้นี่มัน...
คิ้วเข้มของโจวเยว่เซินขมวดมุ่น แต่เมื่อเห็นท่าทีลุกลี้ลุกลนเหมือนเด็กที่ถูกจับได้ว่าทำความผิดของซือเนี่ยน เขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ “ผมลุกก่อนแล้วกัน คุณนอนต่ออีกหน่อยก็ได้นะ” พูดจบเขาก็ก้าวลงจากเตียง
ซือเนี่ยนเพิ่งจะลูบอกตัวเองอย่างโล่งใจ คิดว่าเขาคงไม่ทันได้สังเกตเห็นพฤติกรรมน่าอายของเธอเมื่อครู่ แต่แล้วโจวเยว่เซินก็หันกลับมา เขามองเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “ถ้ามีอะไรสงสัยก็ถามกันตรงๆ ได้เลยนะ ไม่เห็นต้องทำลับๆ ล่อๆ แบบนี้เลย”
ซือเนี่ยนถึงกับไปไม่เป็น “...” เรื่องแบบนี้ใครจะกล้าถามออกไปตรงๆ กันเล่า!
***
เมื่อซือเนี่ยนเดินออกมาจากห้องนอน สมาชิกในครอบครัวก็ตื่นกันหมดแล้ว มื้อเช้าของวันนี้คือบะหมี่ผักกาดดองซึ่งเป็นเมนูเด็ดของแม่หลิน แต่บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลับดูเงียบเหงาผิดปกติ ทุกคนต่างกินกันไปอย่างเสียไม่ได้
เห็นได้ชัดว่าหลังจากที่ได้ลิ้มลองอาหารเลิศรสราวกับอาหารจากภัตตาคารหลวงฝีมือซือเนี่ยนไปเมื่อวานนี้ อาหารที่เคยคิดว่าอร่อยก็พลันดูจืดชืดไปในทันที
ยิ่งคิดว่าในไม่ช้าซือเนี่ยนก็จะแต่งงานย้ายออกไปแล้ว และพวกเขาอาจจะไม่มีโอกาสได้กินของอร่อยๆ แบบนี้อีก ทุกคนก็พากันกลัดกลุ้มจนแทบนอนไม่หลับ
โดยเฉพาะหลินอวี่ที่เมื่อคืนนี้เอาแต่เพ้อฝันถึงรสชาติของแป้งทอดสีขาวนวลที่ได้กินไปเมื่อตอนกลางวันไม่หยุด…
[จบบท]