บทที่ 74 การควบคุมที่เสียไป
โจวเยว่เซินก้าวออกมาจากวงสนทนาเพื่อสูดอากาศด้านนอก เขากำลังจะจุดบุหรี่มวนใหม่ แต่แล้วสายตาก็พลันไปสะดุดกับร่างของใครบางคนที่ยืนพิงกำแพงอยู่อย่างหมิ่นเหม่ เขาหรี่ตามอง ก่อนจะพบว่าเป็นซือเนี่ยน
หญิงสาวใช้หลังพิงกำแพงเย็นเฉียบ มือข้างหนึ่งยกขึ้นนวดขมับเบาๆ ส่วนมืออีกข้างก็ใช้ยันกำแพงเพื่อทรงตัว ขาของเธอสั่นน้อยๆ จนแทบจะยืนไม่ไหว เห็นได้ชัดว่าเธอเมาแอ๋ไปเรียบร้อยแล้ว
โจวเยว่เซินขมวดคิ้วแน่น บุหรี่ที่คาบไว้ในปากแทบจะร่วงหล่น เขารีบก้าวเท้ายาวๆ เข้าไปหาแล้วคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้ทันที "คุณเมาแล้ว"
เมื่อกี้ยังเห็นดื่มเก่งอยู่เลย ไหงกลายเป็นแบบนี้ไปได้
ซือเนี่ยนที่กำลังมึนงงพยายามเพ่งมองเงาร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับลงมา ในหัวหมุนติ้วจนแยกไม่ออกว่าผู้ชายตรงหน้ามีกี่คนกันแน่ เธอพยายามจะคว้าตัวเขาไว้แต่ก็คว้าได้เพียงอากาศ ภาพทุกอย่างมันพร่าเลือนไปหมด
เธอเพิ่งจะนึกออก...ใช่แล้ว ร่างเดิมของซือเนี่ยนเป็นพวกคออ่อนโดยสิ้นเชิง!
หญิงสาวส่ายหัวแรงๆ เพื่อเรียกสติ แต่ในดวงตากลับยิ่งฉ่ำเยิ้มไปด้วยไอของความมึนเมา ควันบุหรี่จางๆ ที่ลอยมาจากตัวเขายิ่งทำให้ทุกอย่างพร่ามัวเข้าไปใหญ่
โจวเยว่เซินมองใบหน้าแดงก่ำของเธอนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเรียก "ซือเนี่ยน"
"อืม..." เธอครางรับในลำคอ เสียงที่เล็ดลอดออกมานั้นทั้งแผ่วเบาและอ่อนระทวย
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเบาๆ เขาหยิบบุหรี่ออกจากปากมาคีบไว้ที่ปลายนิ้ว
"ผมจะพาไปพัก" พูดจบเขาก็เตรียมจะประคองร่างที่โอนเอนของเธอ
แต่ซือเนี่ยนกลับสัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวของเขาเสียก่อน นิ้วเรียวสวยที่เคยใช้พยุงกำแพงก็เปลี่ยนเป้าหมาย พุ่งเข้ามากระชากคอเสื้อของเขาอย่างแรง แล้วออกแรงดึงร่างสูงให้โน้มลงมาหาเธอ
โจวเยว่เซินเสียหลักเล็กน้อย เขาโน้มตัวลงไปตามแรงดึงนั้นอย่างช่วยไม่ได้ กลิ่นเหล้าหอมหวานที่เคล้ากับกลิ่นกายอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอโชยเข้ามากระทบประสาทรับกลิ่นเต็มๆ
จังหวะการเต้นของหัวใจพลันสะดุดไปชั่วขณะ
เขาก้าวเข้าไปใกล้อีกนิดจนแทบจะชิดร่างเธอ ก่อนจะตัดสินใจทิ้งบุหรี่ลงพื้นแล้วใช้ปลายรองเท้าขยี้ไฟให้ดับสนิท
ช่องว่างระหว่างคนทั้งสองหายไปในบัดดล
ซือเนี่ยนแหงนหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาที่เคยสดใสบัดนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยไอพิษของแอลกอฮอล์ ใบหน้าแดงระเรื่อน่ามอง ริมฝีปากอิ่มที่ยังคงมีกลิ่นเหล้าติดอยู่เผยอขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจอุ่นๆ ของเธอเป่ารดใบหน้าของเขา
โจวเยว่เซินก้มลงมองภาพนั้นนิ่งนาน และในวินาทีที่เธอยังคงพยายามเบียดกายเข้าหา เขาก็ตัดสินใจก้มหน้าลงไปบดขยี้ริมฝีปากอิ่มแดงคู่นั้นอย่างไม่อาจห้ามใจ
"อื้อ!" เสียงหวานของซือเนี่ยนถูกกลืนหายไปในลำคอ มือที่กำคอเสื้อของเขาอยู่ยิ่งกำแน่นขึ้นไปอีกจนข้อนิ้วกลายเป็นสีขาว
การรุกคืบอย่างหนักหน่วงของเขาบีบบังคับให้เธอต้องถอยหลังจนแผ่นหลังแนบสนิทไปกับกำแพง ศีรษะถูกบังคับให้แหงนเงยขึ้น เผชิญหน้ากับเงาร่างสูงใหญ่ราวภูผาที่กำลังแผ่ไอแห่งการครอบครองเข้าใส่เธออย่างเอาแต่ใจ
ลำคอขาวระหงที่ปรากฏแก่สายตาโค้งมนสวยงามอย่างสมบูรณ์แบบ มันดูบอบบางและน่าทะนุถนอมเหลือเกิน
ซือเนี่ยนรู้สึกราวกับกำลังล่องลอยอยู่ในความฝัน เธอรับรู้ได้ถึงเพียงสัมผัสร้อนชื้นที่กำลังพัวพันอยู่บนริมฝีปาก ก่อนที่มันจะถูกเปิดออกอย่างง่ายดายเพื่อเปิดทางให้ผู้รุกรานบุกเข้ามาสำรวจอาณาเขตภายในอย่างถือสิทธิ์
ร่างกายของเธอไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะยืนหยัด มีเพียงมือสองข้างที่กำคอเสื้อของเขาไว้แน่นเท่านั้นที่เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวเดียวในตอนนี้
และแล้วแผ่นหลังของเธอก็สัมผัสได้ถึงความเย็นของกำแพง ขาที่สั่นระริกหมดแรงลงดื้อๆ ร่างของเธอกำลังจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น
โจวเยว่เซินไวกว่า เขาใช้แขนข้างหนึ่งรวบเอวบางของเธอไว้แน่น ตรึงร่างนั้นไว้กับกำแพง ขณะที่เรียวขาของเขาแทรกเข้ามากดทับขาของเธอไว้ เป็นการปิดทางหนีไปโดยปริยาย เขาจะทำให้เธอได้รู้ซึ้งถึงบทเรียนของการเล่นกับไฟ
ซือเนี่ยนรู้สึกเหมือนถูกโขดหินขนาดใหญ่ทับร่างไว้จนขยับไปไหนไม่ได้ เธอลืมตาขึ้นอย่างสับสนงุนงง และภาพที่เห็นคือใบหน้าคมคายที่เคยเย็นชาอยู่เสมอ บัดนี้กำลังกดทับลงมาใกล้ชิดจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ใบหน้าของเขาฉายชัดถึงแรงปรารถนาที่กำลังแผดเผา
ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาทำเอาเธอแทบลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ
เพียงเสี้ยววินาทีที่สติกลับคืนมา เธอก็สัมผัสได้ถึงร่างกายแข็งแกร่งของเขาที่กำลังเบียดชิดกับเรือนร่างของเธออย่างแนบแน่น มือใหญ่ที่โอบรัดเอวเธอไว้นั้นเต็มไปด้วยพลัง ราวกับว่าเขาต้องการจะหลอมรวมร่างเธอให้กลายเป็นหนึ่งเดียวกับเขา
ณ วินาทีนี้ ทั้งสองต่างใช้ภาษาของร่างกายเพื่อสื่อสารความปรารถนาที่อยู่ลึกที่สุดในใจออกมา
ซือเนี่ยนคิดว่าตัวเองต้องฝันไปแน่ๆ
เพราะลึกๆ แล้วเธอเชื่อมาตลอดว่าผู้ชายคนนี้ "ใช้การไม่ได้"
ถึงจะเคยมีความคิดแวบๆ เข้ามาในหัวบ้าง แต่ไม่คิดเลยว่าจะรุนแรงถึงขั้นเก็บเอามาฝันเป็นตุเป็นตะขนาดนี้ นี่ฉันหื่นถึงขั้นเก็บเอามาฝันเลยเหรอ
ชายผู้เงียบขรึมคนนั้นหายไปไหนแล้ว ในความฝันนี้เขาทั้งเอาแต่ใจและไร้ซึ่งการควบคุมโดยสิ้นเชิง
ในจังหวะที่เขากำลังจะผละออกไป สัญชาตญาณดิบของซือเนี่ยนก็ทำงานเร็วกว่าความคิด เธอยกแขนขึ้นโอบรอบลำคอแกร่งของเขาทันที
และนั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ชายหนุ่มก้มหน้าลงมาอีกครั้ง
ในมุมอับหลังห้องทำงาน ความเงียบเข้าปกคลุม มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนสองคนที่ดังประสานกัน ร่างสูงใหญ่กับร่างบอบบางกำลังโอบกอดและจูบกันอย่างดูดดื่ม หากครั้งแรกเป็นการเริ่มต้นของเขา ครั้งนี้กลับเป็นเธอที่เป็นฝ่ายรุก การกระทำที่ไร้เดียงสาแต่ทว่าร้อนแรงของเธอได้จุดประกายไฟในทุ่งกว้างแห่งความปรารถนาในแววตาของโจวเยว่เซินให้ลุกโชนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง มือที่วางอยู่บนเอวของเธอเพิ่มแรงบีบขึ้นโดยไม่รู้ตัวจนทิ้งรอยนิ้วไว้
กลิ่นเหล้าที่ยังคงอบอวลอยู่รอบกายทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นชั้นดี
ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัด หอบสั่นจนน่าสงสาร
เขาดูดดึงริมฝีปากของเธออีกครั้ง ดวงตาสีนิลลุ่มลึกที่จ้องมองมานั้นเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งตัณหา
แม้เสื้อผ้าของทั้งสองจะยังอยู่ครบถ้วน แต่ภาพที่เกิดขึ้นกลับชวนให้จินตนาการเตลิดไปไกล มันเป็นความวาบหวามที่กระแทกเข้ากลางใจอย่างจัง
เสียงหัวเราะและเสียงโห่ร้องของผู้คนที่กำลังสนุกกับการดื่มสังสรรค์ดังแว่วมาจากด้านหน้า ทุกคนต่างหน้าแดงก่ำจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์
ทันใดนั้น อวี๋ตงก็เดินกลับเข้ามาพร้อมกับจูงเด็กน้อยสองคนที่ยังคงมีสีหน้างุนงงมาด้วย
"พี่ใหญ่! ผมไปรับเจ้าใหญ่กับเจ้ารองกลับมาแล้วนะ!"
เขาตะโกนเสียงดังลั่น แต่เมื่อกวาดตามองหาก็ไม่พบโจวเยว่เซินในวงเหล้า
"พี่สะใภ้ล่ะ" เขาเรียกหาซือเนี่ยนอีกครั้งแต่ก็ไร้วี่แวว จึงหันไปถามคนข้างๆ "พี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ไปไหนแล้ว"
คนที่ถูกถามซึ่งเริ่มเมาได้ที่แล้วชี้มือไปทางห้องทำงาน "หัวหน้าพาเหยาเหยาเข้าไปนอนน่ะ ส่วนพี่สะใภ้ก็คงตามเข้าไปด้วย"
อวี๋ตงขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก เขารีบจูงโจวเยว่ตงและโจวเยว่หานเดินตรงไปยังห้องทำงานทันที พร้อมกับส่งเสียงเรียกไปตลอดทาง
เสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆ ทำให้โจวเยว่เซินต้องหยุดการกระทำทั้งหมด เขาใช้นิ้วโป้งลูบไล้ริมฝีปากที่บวมเจ่อของเธอเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ผละตัวออกห่าง ซือเนี่ยนที่เมาอยู่แล้วยิ่งถูกจูบจนสติกระเจิง พอถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ร่างทั้งร่างก็เอนซบลงบนแผงอกกว้างของเขาทันที ในหัวของเธอมีแต่เสียงอื้ออึงไปหมด
โจวเยว่เซินจ้องมองคนในอ้อมแขนอยู่หลายวินาที ก่อนจะช้อนร่างของเธอขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าสาวท่ามกลางเสียงเรียกที่น่ารำคาญใจนั่น
"พี่ใหญ่!"
"พี่ใหญ่ อยู่ไหนเนี่ย ผมพาเด็กๆ กลับมาแล้ว รีบออกมาดื่มต่อเร็ว!"
อวี๋ตงจูงเด็กทั้งสองเดินมาถึงหน้าห้องทำงานพอดี ขณะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปผลักประตู ร่างของโจวเยว่เซินที่อุ้มซือเนี่ยนซึ่งเมาไม่ได้สติก็เดินออกมาจากมุมทางเดินพอดี
ซือเนี่ยนอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่ง กระดุมเสื้อเม็ดบนๆ คลายออกโดยไม่ทราบสาเหตุ เผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียด ใบหน้าสวยซบอยู่กับแผงอกแกร่งของสามี
รองเท้าหนังคู่สวยห้อยต่องแต่งอยู่ปลายเท้า ชายกระโปรงที่เลิกขึ้นเล็กน้อยจากการถูกอุ้มทำให้เห็นข้อเท้าเรียวบางและผิวขาวผ่องจนน่าตกตะลึง ปลายเท้าที่ห้อยลงอย่างหมดแรงนั้นขับเน้นความงามที่แสนจะบอบบางของเธอให้เด่นชัดขึ้นไปอีก
เสียงตะโกนโหวกเหวกของอวี๋ตงพลันเงียบกริบลงกลางคัน
โจวเยว่ตงและโจวเยว่หานที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ไม่เคยเห็นภาพอะไรแบบนี้มาก่อน ทั้งสองได้แต่ยืนอึ้งมองตาปริบๆ
ใบหน้าของโจวเยว่เซินเรียบตึงและเย็นชา บนลำคอแกร่งของเขามีรอยเล็บข่วนจางๆ เป็นทางยาวอยู่หลายรอย แววตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ
หลังจากเงียบไปนานหลายวินาที อวี๋ตงก็อุทานออกมาเบาๆ อย่างลืมตัว เขารีบดึงเด็กทั้งสองที่กำลังมองอย่างสนอกสนใจให้ถอยออกมาด้วยท่าทีเลิ่กลั่ก "เอ่อ...คือว่า พี่ใหญ่ ผมไม่มีอะไรแล้ว พี่ทำธุระต่อได้เลย...ต่อเลย"
ให้ตายเถอะ! ถึงจะไม่เคยกินเนื้อหมู แต่ก็เคยเห็นหมูวิ่งหรอกน่า!
อวี๋ตงอยากจะตบปากตัวเองนัก เขาช่างโชคร้ายซ้ำซ้อนอะไรขนาดนี้ ดันมาทำเสียเรื่องให้พี่ใหญ่ถึงสองครั้งติด เดือนหน้าเขาควรจะแกล้งป่วยแล้วลาพักร้อนยาวๆ ไปเลยดีไหม
อุตส่าห์จัดงานเลี้ยงนี้ขึ้นมาเพื่อจะขอขมาแท้ๆ
แต่ดูตอนนี้สิ เขาดันมาทำเรื่องให้มันแย่ลงไปอีก!
โจวเยว่เซินเหลือบมองลูกน้องด้วยหางตาเย็นเยียบ ก่อนจะสั่งเสียงเรียบ "ไปหาอะไรให้เด็กๆ กินซะ"
"ครับ! ครับ! ผมจะรีบไปเดี๋ยวนี้เลย!" อวี๋ตงรับคำอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบฉุดกระชากลากถูเด็กน้อยทั้งสองให้วิ่งตามเขาไปทันที
ภาพแบบนี้เด็กดูไม่ได้โว้ย!
โจวเยว่เซินไม่ได้พูดอะไรอีก เขารอจนกระทั่งร่างของทั้งสามลับสายตาไปแล้ว จึงอุ้มคนในอ้อมแขนเดินเข้าไปในห้องทำงาน
[จบบท]