บทที่ 9: สหกรณ์การค้าและการตลาด
ซือเนี่ยนถึงกับหลงใหลเรือนผมของตัวเองในชาตินี้ ผมที่ทั้งดกดำและเงางามสุขภาพดีจนเธออดใจไม่ไหว ต้องยกมือขึ้นลูบไล้สัมผัสความนุ่มสลวยของมันอยู่บ่อยครั้ง
ไม่เพียงเท่านั้น ใบหน้าของเจ้าของร่างเดิมยังสวยคมคายดูโดดเด่นในแบบฉบับของสาวงามสะคราญโฉม ที่แม้ไม่ได้แต่งแต้มเครื่องสำอางใดๆ ก็ยังคงความงดงามไว้ได้อย่างน่าทึ่ง
ไม่ใช่แค่ผมเท่านั้น แต่คิ้วเข้มได้รูปและขนตาที่ทั้งหนาทั้งยาวงอนงามก็น่าอิจฉาเสียจริง
ยิ่งไปกว่านั้นคือเธออายุแค่ 18 ปี แต่กลับมีรูปร่างอวบอิ่มสมส่วน ผิวพรรณเนียนละเอียดราวกับน้ำนม ด้วยความสูงเกือบ 167 เซนติเมตร เธอไม่ได้ดูผอมบาง แต่มีความงามแบบอิ่มเอิบกลมกลึง
ผู้หญิงลักษณะนี้มักจะมีผิวกายที่นุ่มนิ่มไปทั้งตัว เรียกได้ว่าเป็นรูปลักษณ์ที่สามารถมัดใจชายหนุ่มได้อยู่หมัด
แน่นอนว่ามัดใจชายได้หรือไม่นั้นเธอยังไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ คือเธอเองก็ตกหลุมรักรูปลักษณ์นี้เข้าเต็มเปา อยากจะกอดตัวเองให้สมใจ
สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจคือเค้าโครงใบหน้านี้กลับมีความคล้ายคลึงกับใบหน้าในชาติที่แล้วของเธอถึงเจ็ดส่วน
แต่ถึงอย่างนั้น คนที่เคยผ่านความเหนื่อยล้าจากการตื่นไปเรียนตอนแปดโมงเช้ามาตลอดอย่างเธอย่อมไม่มีทางมีประกายความสดใสมีชีวิตชีวาแบบนี้ได้ เจ้าของร่างเดิมคนนี้คือสาวงามแห่งยุคสมัยอย่างไม่ต้องสงสัย
หลังจากยืนชื่นชมตัวเองหน้ากระจกจนพอใจ ซือเนี่ยนจึงตัดสินใจเดินลงไปชั้นล่าง
ซาลาเปาบนโต๊ะพร่องไปเพียงเล็กน้อยและตอนนี้ก็เย็นชืดหมดแล้ว โจวเยว่ตงกำลังใช้ไม้กวาดจัดการกับพื้นบ้าน ส่วนโจวเยว่หานใช้ผ้าขี้ริ้วเช็ดทำความสะอาดโต๊ะและโซฟา แต่สายตาของเขากลับเหม่อมองไปยังซาลาเปาบนโต๊ะไม่วางตา
ซือเนี่ยนกะว่าจะลงมาทำความสะอาดบ้านเสียหน่อย เพราะการมาอยู่บ้านคนอื่นวันแรกก็ควรจะทำตัวให้ขยันขันแข็งเข้าไว้ อีกอย่างเธอก็เป็นคนรักความสะอาดอยู่เล็กน้อย ทนเห็นอะไรรกรุงรังไม่ค่อยได้ แต่กลับพบว่าเด็กชายทั้งสองคนทำงานกันอย่างแข็งขัน ซึ่งช่วยให้เธอสะดวกขึ้นมาก
พอเห็นเธอเดินลงมา ทั้งสองก็ก้มหน้าลง ไม่พูดไม่จา แถมเสียงกวาดพื้นก็ยังเบาลงอีก ราวกับกลัวว่าเธอจะไม่พอใจ
ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวของซือเนี่ยน เธอจึงเอ่ยขึ้น "ไหนๆ ก็ทำแล้ว ช่วยกวาดห้องนอนของน้าด้วยแล้วกันนะ น้าจะออกไปข้างนอกสักครู่"
เนื้อสำหรับทำไส้ซาลาเปายังเหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง น่าจะพอสำหรับทำอาหารได้อีกมื้อ แต่ปัญหาคือในบ้านไม่มีผักเลยแม้แต่น้อย ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว
สำหรับเด็กที่กำลังโต โปรตีนอย่างเดียวคงไม่พอ ร่างกายย่อมต้องการวิตามินที่จำเป็นอื่นๆ ด้วย
การมีเนื้อสัตว์กินไม่ขาดก็นับว่าเป็นโชคดีกว่าผู้คนในยุคนี้ถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์แล้ว
ภาพของขาหมูพะโล้ ขาหมูน้ำแดง หมูสันในเปรี้ยวหวาน หมูตุ๋นซีอิ๊ว ตีนหมูตุ๋น เครื่องในหมู และซุปกระดูกหมูหอมกรุ่นวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ แต่ต่อให้เป็นแม่ครัวฝีมือดีแค่ไหน ก็ไม่สามารถรังสรรค์เมนูเลิศรสได้หากปราศจากวัตถุดิบและเครื่องปรุง
เมื่อเดินออกจากประตู เธอก็เห็นสุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์ตัวใหญ่นอนหมอบอยู่ จึงเลือกที่จะเดินอ้อมไปไกลๆ โซ่ที่ล่ามคอมันเส้นหนาขนาดนั้น คงไม่ต้องบอกว่าเจ้าของร่างจะใหญ่โตและแข็งแรงเพียงใด เธอชอบสัตว์น่ารักๆ แต่สำหรับเจ้าตัวที่ดูดุร้ายขนาดนี้ เธอก็อดกลัวไม่ได้เหมือนกัน
เจ้าทิเบตันมาสทิฟฟ์ขนสีเหลืองเพียงแค่ปรือตาขึ้นมองแวบหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเป็นผู้หญิงท่าทางไม่มีพิษมีภัยคนเดิม มันก็พลิกตัวหันไปอีกทางแล้วหลับต่อ
ซือเนี่ยน: “…”
นี่มันหมาเฝ้าบ้านได้จริงๆ เหรอ ใครบอกกันว่าโจรจะต้องดูน่ากลัวเสมอไปเล่า
เมื่อเห็นว่ามันไม่สนใจ ซือเนี่ยนก็ใจกล้าขึ้น เธอยืดตัวตรงแล้วเดินเชิดหน้าออกไปอย่างมั่นใจ
ซือเนี่ยนไม่รู้เลยว่าภายในบ้าน โจวเยว่ตงกำลังลอบมองเธอผ่านทางหางตาอยู่ตลอดเวลา เขาเห็นปฏิกิริยาของเธอตอนที่เจอกับสุนัขอย่างชัดเจน ดวงตาของเด็กชายหม่นแสงลงเล็กน้อย ขณะที่ในใจได้ข้อสรุปบางอย่าง
เธอกลัวหมา
พอซือเนี่ยนเดินพ้นไปแล้ว โจวเยว่ตงก็รีบวิ่งขึ้นไปบนชั้นสองทันที เขาเป็นห่วงน้องสาวมาก เพราะไม่ได้ยินเสียงเธอมาสักพักแล้ว
แต่ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป โจวเยว่ตงก็ถึงกับยืนนิ่งตะลึง
เพียงครึ่งวันผ่านไป ห้องนอนที่เคยดูอึมครึมของพ่อกลับเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ บนเตียงมีชุดเครื่องนอนสีชมพูสวยงามปูอยู่เรียบร้อย บนโต๊ะเครื่องแป้งเรียงรายไปด้วยขวดและกระปุกครีมบำรุงผิวดีไซน์สวยงามสลับกับหนังสือสองสามเล่ม ริมหน้าต่างมีชุดเดรสสีสันสดใสแขวนอยู่ พอสายลมพัดโชยเข้ามา กลิ่นหอมสะอาดก็ฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง
โจวเยว่ตงถึงกับจำห้องนี้ไม่ได้ เขาเดินย่องเข้าไปข้างเตียงอย่างแผ่วเบา มองดูน้องสาวที่กำลังหลับสนิท ก่อนจะยื่นมือที่หยาบกร้านเพราะทำงานหนักไปอังที่ปลายจมูกของเธอ เมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจอันสม่ำเสมอ เขาจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าน้องสาวสะอาดสะอ้านขึ้นมาก คราบสกปรกบนใบหน้าถูกเช็ดออกจนหมดจด เผยให้เห็นผิวแก้มที่เนียนนุ่ม แถมยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ เหมือนเพิ่งทาอะไรมา แม้แต่เส้นผมที่เคยพันกันยุ่งเหยิงก็ถูกสางจนเรียบสวย ส่งกลิ่นหอมสดชื่น
โจวเยว่ตงทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง เหม่อมองใบหน้ายามหลับที่ดูบริสุทธิ์ของน้องสาวด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
***
ณ สหกรณ์การค้าและการตลาด ซือเนี่ยนมาถึงในช่วงบ่าย ซึ่งแน่นอนว่าสินค้าดีๆ ส่วนใหญ่ถูกจับจองไปหมดแล้ว
หากใครอยากได้ผักสดๆ ก็ต้องมารอต่อคิวกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ตอนที่เธอมาถึงจึงเหลือของอยู่ไม่มากนัก แต่โชคยังดีที่พวกเครื่องปรุงรสต่างๆ ยังพอหาซื้อได้
เธอซื้อซีอิ๊วสองถุง น้ำส้มสายชู เหล้าขาว และเครื่องเทศจำพวกโป๊ยกั้ก อบเชย และพริกไทยฮวาเจียวอีกเล็กน้อย ส่วนผักสดกับต้นหอมกระเทียมกำใหญ่จ่ายไปเพียง 5 เหมาเท่านั้น
ค่าครองชีพในยุคนี้ช่างถูกแสนถูกจนน่าตกใจ เธอไม่ได้ซื้อเนื้อสัตว์ แต่เลือกซื้อแป้งสาลีคุณภาพดีกับไข่ไก่อีกจำนวนหนึ่งซึ่งจ่ายไป 2 หยวน รวมๆ แล้วค่าใช้จ่ายทั้งหมดไม่ถึง 5 หยวนด้วยซ้ำ ทั้งที่ในชาติก่อน เงิน 5 หยวนยังซื้อซีอิ๊วได้ไม่ถึงขวดเลย
ซือเนี่ยนกำลังอารมณ์ดี แต่ไม่นานรอยยิ้มของเธอก็ต้องหุบลง เมื่อนึกขึ้นได้ว่าน้ำตาลในยุคนี้แพงหูฉี่ ลูกอมนมยี่ห้อต้าไป๋ทู่ที่เธอให้โจวเหยาเหยากินเล่นนั้น ราคาแพงถึง 5 หยวนต่อหนึ่งจิน
ตอนแรกเธอตั้งใจจะซื้อไปฝากเด็กๆ เพิ่มอีกหน่อยเพราะเห็นว่าพวกเขาชอบ แต่เมื่อนึกถึงเงินในกระเป๋าแล้วก็ต้องชะงัก บนตัวเธอนอกจากธนบัตรต้าถวนเจี๋ยสิบใบที่ครอบครัวให้มา ก็มีเพียงเงินค่าขนมส่วนตัวของเจ้าของร่างเดิมอีกแค่ 20 หยวนเท่านั้น
ลูกอมพวกนั้นเป็นของที่ครอบครัวของเจ้าของร่างเดิมซื้อไว้ให้เธอกินแก้เบื่อเป็นครั้งคราว ซึ่งก็มีอยู่ไม่มากนัก สมัยก่อนต่อให้ใครเอาลูกอมมาประเคนให้ เธอก็ไม่เคยชายตามอง แต่ตอนนี้กลับต้องมาอยู่ในสภาพที่ไม่มีปัญญาจะซื้อกิน
แม้จะบ่นในใจ แต่สุดท้ายซือเนี่ยนก็กัดฟันซื้อมาครึ่งถุงเล็กๆ อยู่ดี
เมื่อเทียบกันแล้ว น้ำตาลทรายขาวกลับมีราคาถูกกว่ามาก เธอจึงชั่งเพิ่มมาอีกในราคา 3 หยวน ตั้งใจว่าจะเอาไปทำซี่โครงหมูเปรี้ยวหวาน
แน่นอนว่าเธอคงไม่ซื้อซี่โครงหมูจากที่นี่ คงต้องไปขอจากสามีของเธอแทน ในเมื่อเขาเป็นเจ้าของฟาร์มหมู การขอซี่โครงหมูสักหน่อยคงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรใช่ไหม
แค่คิดถึงซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานรสชาติกลมกล่อมที่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่ม น้ำลายก็สอขึ้นมาในปากอย่างห้ามไม่อยู่
ชาติที่แล้วเธอเป็นนักชิมตัวยง ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องเข้าครัวคิดค้นเมนูใหม่ๆ แต่เพราะต้องทำงานประจำจึงไม่ค่อยมีเวลาว่างมากนัก การได้ย้อนกลับมาในยุคนี้ก็ดีไปอย่าง เธอมีเวลาเหลือเฟือที่จะทำอาหารอร่อยๆ ให้ตัวเองกิน
เอาเข้าจริง ซือเนี่ยนรู้สึกพอใจกับครอบครัวโจวมาก นี่มันยุค 80 นะ แต่พวกเขากลับมีบ้านสองชั้นเป็นของตัวเองแล้ว เทียบกับเธอที่เกิดในปี 1998 ซึ่งตอนเด็กๆ ยังอาศัยอยู่ในบ้านอิฐธรรมดา สภาพความเป็นอยู่ของที่นี่กลับดีกว่าเสียอีก
เมื่อนึกดูแล้ว เธอก็ไม่มีอะไรต้องกังวลอีก ในยุคที่เธอจากมา พออายุ 25 ก็ถูกที่บ้านเร่งให้แต่งงาน ต้องไปดูตัวนับครั้งไม่ถ้วน แต่ละคนที่เจอไม่ขอให้เธอลาออกจากงานมาเป็นแม่บ้านเต็มตัว ก็เรียกร้องให้มีลูก 2 คนภายใน 3 ปี เรื่องพวกนี้ทำเอาเธอเกือบจะขยาดการแต่งงานไปเลย
แต่พอได้มาอยู่ในยุค 80 ที่ดูเหมือนจะล้าหลังกว่า เธอกลับได้พบกับผู้ชายที่มีลูกติด ไม่เรียกร้องให้เธอต้องมีลูก ขอเพียงแค่เธอดีกับลูกๆ ของเขาก็พอ สมัยนี้ยังมีเรื่องดีๆ แบบนี้อยู่อีกเหรอ
เมื่อความกังวลเรื่องการถูกกดดันให้แต่งงานและมีลูกหมดไป ซือเนี่ยนก็รู้สึกมีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยความหวังกับชีวิตใหม่ เธอถือของพะรุงพะรังเดินกลับบ้านโจวด้วยหัวใจที่พองฟู เวลานั้นเป็นเวลาห้าโมงเย็นพอดี
[จบบท]