“นี่มันเกินไปแล้วจริง ๆ!”
หวังต้าฮัวยืนด่าอยู่หน้าประตู เสียงดังจนคนทั้งลานได้ยิน
“ใช้ของคนอื่นหน้าตาเฉย แล้วยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก หน้าด้านจริง ๆ!”
“ผ้าห่มสองผืนนี้ใช้ฝ้ายตั้งสิบแปดจิน แถมยังต้องให้คนในเมืองช่วยซื้อผ้าจากสหกรณ์ กว่าจะได้มาไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ดูสิ พวกคุณทำมันเสียสภาพหมด น่ารังเกียจจริง ๆ!”
“แล้วสรุปว่าตระกูลกู้จะชดใช้ให้ลูกสาวฉันยังไง?”
ตลอดเวลาที่พูด เธอไม่แม้แต่จะชายตามองแม่เฒ่ากู้ แต่จ้องผู้เฒ่ากู้อย่างไม่ลดละ
ผู้เฒ่ากู้หน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย ถึงกับไม่กล้าเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ
จะให้ชดใช้ใหม่อย่างนั้นหรือ? แค่ฝ้ายสิบแปดจินก็แทบเป็นไปไม่ได้แล้ว
ต่อให้ขายบ้าน ก็ยังไม่แน่ว่าจะหามาได้ครบ สุดท้ายเขาจึงได้แต่ฝืนพูด
“อากาศก็ร้อน ผ้าห่มพวกนั้นยังไม่ได้ใช้จริง ๆ หรอก”
“มีแค่ฟูกที่นอนที่ใช้ไปคืนเดียว แยกซักก็น่าจะใช้ได้”
“พวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน จะต้องคิดเล็กคิดน้อยขนาดนั้นทำไม?”
“ครอบครัวเดียวกันงั้นหรือ?”
หวังต้าฮัวหัวเราะเย็นชา
แต่ก่อนที่เธอจะพูดต่อ แม่เฒ่ากู้ก็ชิงเอ่ยขึ้นเสียก่อน
“ก็แค่ผ้าห่มสองผืนไม่ใช่หรือ? เดี๋ยวฉันทำคืนให้ใหม่ก็ได้!”
น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“ของพวกนี้ก็ปล่อยให้ฉางชิงกับเสี่ยวหงใช้ต่อไปเถอะ”
กู้ฉางชิงรีบพูดเสริมทันที
“ใช่แล้ว เจียวเจียว เมื่อก่อนเธอใจกว้างจะตาย”
“ทำไมตอนนี้ถึงคิดเล็กคิดน้อยแบบนี้ล่ะ?”
“พวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกันนะ”
พูดจบ เขาก็ส่งสายตาให้หลินเจียวเจียวเหมือนทุกครั้ง
เมื่อก่อน เพียงเขาพูดดี ๆ ไม่กี่คำ ผู้หญิงคนนี้ก็จะยอมอ่อนข้อให้เสมอ
แต่ครั้งนี้...
“คุณกู้”
หลินเจียวเจียวเอ่ยช้า ๆ สีหน้าเย็นชาลงทันที
“เมื่อกี้คุณเรียกฉันว่าอะไรนะ?”
กู้ฉางชิงชะงัก
“เจียวเจียว...?”
เขายังไม่ทันเข้าใจว่าตัวเองพูดผิดตรงไหน
เพี๊ยะ!
เสียงตบหน้าดังสนั่นไปทั่วลานบ้าน หลินเจียวเจียวตบหน้าเขาเต็มแรง
ทั้งลานตกอยู่ในความเงียบ กู้ฉางชิงยืนนิ่งด้วยความตกตะลึง ใบหน้าร้อนผ่าว
เขา... ถูกผู้หญิงคนนี้ตบต่อหน้าคนมากมายจริง ๆ อย่างนั้นหรือ?
หลินเจียวเจียวสบตาเขาตรง ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ฉันเป็นพี่สะใภ้ของคุณ คุณกู้”
“การที่คุณเรียกชื่อฉันต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ ถือว่าไม่ให้เกียรติฉัน”
“ตบครั้งนี้ถือเป็นบทเรียน”
“ถ้าครั้งหน้ายังเป็นแบบนี้อีก คงไม่จบแค่ตบเดียว จำไว้ให้ดี”
“นังเด็กนี่!”
แม่เฒ่ากู้โกรธจนแทบคลั่ง รีบพุ่งเข้ามาทันที
“แกกล้าดียังไงมาตีลูกชายฉันต่อหน้าฉัน!”
แต่มือของแม่เฒ่ากู้ยังไม่ทันถึงตัว หลินเจียวเจียวก็จับข้อมือของอีกฝ่ายไว้ได้ก่อน
“แล้วฉันพูดผิดตรงไหนหรือ?”
เธอมองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ
“พี่สะใภ้ก็เหมือนแม่ไม่ใช่หรือ?”
“ลองถามคนอื่นดูก็ได้ ว่ามีน้องสามีที่ไหนเรียกพี่สะใภ้ด้วยชื่อเล่นต่อหน้าคนอื่นแบบนี้บ้าง”
หวังต้าฮัวแอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่ลูกสาวของเธอมีเหตุผล
ไม่อย่างนั้น วันนี้คงถูกคนอื่นหาว่ารังแกผู้อาวุโสแน่
บรรยากาศเงียบงันอยู่พักหนึ่ง ก่อนผู้เฒ่ากู้จะกัดฟันพูด
“ฉางชิง ต่อไปอย่าเรียกแบบนั้นอีก”
“เธอเป็นพี่สะใภ้ของแก”
กู้ฉางชิงกำหมัดแน่น สีหน้าไม่น่าดูอย่างยิ่ง นี่เขาถูกตบฟรี ๆ อย่างนั้นหรือ?
แต่ถึงจะไม่พอใจเพียงใด เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก
หากเรื่องนี้แพร่ออกไป จนคนทั้งหมู่บ้านรู้ว่าเขาเสียมารยาทกับพี่สะใภ้ ชื่อเสียงของเขาคงพังไม่เหลือ
ขณะนั้นเอง หวังเสี่ยวหงก็รีบก้าวออกมาไกล่เกลี่ย
“พี่สะใภ้ อย่าโกรธเลยนะคะ เรื่องนี้เป็นความผิดของพวกเราจริง ๆ”
“พวกเราไม่รู้ว่าของพวกนี้เป็นสินสอดของพี่ ถึงได้เอามาใช้โดยพลการ”
“แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ พวกเราจะไม่ใช้ฟรีแน่นอน รอสะสมคะแนนงานได้มากพอ พวกเราจะชดใช้คืนให้”
หลินเจียวเจียวเหลือบมองเธอ ก่อนหัวเราะเบา ๆ
“เธอกำลังล้อฉันเล่นหรือเปล่า... น้องสะใภ้?”
หวังเสี่ยวหงชะงักทันที เธอเริ่มรู้สึกว่าหลินเจียวเจียวที่ยืนอยู่ตรงหน้า ไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว
แม้แต่น้ำเสียงก็ทำให้เธอเดาไม่ออกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร
หลินเจียวเจียวไม่ได้พูดถึงเรื่องที่อีกฝ่ายตั้งใจยึดสินสอดไว้ใช้เอง
เธอเพียงพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ในเมื่อผ้าห่มยังไม่ได้ใช้ ฉันก็จะเอาคืน”
“ต่อให้เย็บใหม่อีกสิบผืน ก็ไม่มีทางเหมือนผืนที่แม่กับพี่สะใภ้ของฉันเย็บด้วยมือตัวเอง”
จากนั้นเธอก็ชี้ไปที่ฟูกบนเตียง
“ส่วนฟูกสองผืนนั้น แกะออก ซักให้สะอาด แล้วค่อยส่งคืนมาให้ฉัน”
หวังเสี่ยวหงเม้มริมฝีปากแน่น ความเสียดายแทบเขียนอยู่เต็มใบหน้า
เมื่อคืน เธอชอบผ้าห่มสองผืนนั้นมากจริง ๆ
มันทั้งใหม่ ทั้งนุ่ม ทั้งอุ่น ตั้งแต่เกิดมา เธอไม่เคยใช้ของดีแบบนี้มาก่อนเลย
ยิ่งคิด เธอก็ยิ่งรู้สึกคับข้องใจ
ทำไมคนอื่นแต่งงานแล้วมีสินสอดเป็นของตัวเอง แต่เธอกลับไม่มีอะไรเลย?