หลังจากจัดสวนหลังบ้านเรียบร้อย จับไก่ทุกตัวเข้าเล้าเสร็จ กู้ฉางเหอก็ยังไม่ยอมหยุดพัก
เขาหยิบไม้กับเชือก เดินไปซ่อมรั้วที่พังต่อทันที
หลินเจียวเจียวถือน้ำเดินตามออกมา
“ฉางเหอ ดื่มน้ำก่อนสิ”
“พักบ้างเถอะ งานแบบนี้ทำวันเดียวก็ไม่เสร็จหรอก”
กู้ฉางเหอเงยหน้าขึ้น แล้วก็เห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในดวงตาของเธอ
หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นทันที ความเหนื่อยที่สะสมมาตลอดทั้งวันหายเป็นปลิดทิ้ง
“ฉันไม่เหนื่อยหรอก”
เขารีบตอบทันที
“งานแค่นี้สบายมาก”
“ฉันจะรีบซ่อมรั้วให้เสร็จ จะได้ไม่มีใครแอบเข้ามาก่อเรื่องอีก”
หลินเจียวเจียวพยักหน้า พลางกลั้นหัวเราะ
เธอแค่ยื่นน้ำให้เท่านั้น ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงหน้าแดงได้ขนาดนี้นะ
ทั้งที่เธอยังไม่ได้พูดอะไรหวาน ๆ เลย ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาซื่อจนน่าเอ็นดู
กู้ฉางเหอทำงานเร็วมาก ไม่นานรั้วก็ถูกซ่อมจนแน่นหนา
ในใจเขายังคิดว่า หลังฤดูเก็บเกี่ยวจะหาเวลาต่อรั้วให้สูงขึ้นอีก
คราวนี้จะได้ไม่มีใครปีนข้ามมาได้ง่าย ๆ
เมื่อหันกลับมา เขาก็เห็นหลินเจียวเจียวยืนจ้องเล้าไก่อย่างตั้งใจ
“มองอะไรอยู่?”
หลินเจียวเจียวหันมาทันที ดวงตาเป็นประกาย
“ไก่ออกไข่แล้ว!”
เธอรีบวิ่งเข้าไปเก็บไข่ด้วยความดีใจ ไข่ยังอุ่นอยู่เลย
กู้ฉางเหอมองแล้วอดหัวเราะไม่ได้
“ดีใจขนาดนั้นเลยหรือ?”
ในความคิดของเขา คนตระกูลหลินคงตามใจเธอมาก
ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้กินไข่จนโตมาอวบอ้วนแบบนี้
หลินเจียวเจียวถือไข่ไว้แน่น ก่อนหันมาพูดอย่างตื่นเต้น
“ฉางเหอ ไปจับไก่ตัวผู้มาสองตัวสิ”
“คืนนี้เราทำไก่ตุ๋นกินกัน!”
กู้ฉางเหอสะดุ้ง รีบส่ายหน้ารัว
“ไม่ได้!”
“วันนี้ได้กินอิ่มแล้วก็พอ”
“ไว้ปีใหม่ค่อยฆ่าไก่”
หลินเจียวเจียวเบะปากทันที
“แต่เราเพิ่งแต่งงานกันนะ”
“อย่างน้อยก็ควรมีไก่ฉลองสักตัวสิ”
เธอมองเขาตาปริบ ๆ อย่างออดอ้อน สุดท้ายกู้ฉางเหอก็ใจอ่อน
“งั้น... ฆ่าแค่ตัวเดียวนะ”
เขารีบต่อรอง
“เอาตัวผู้ตัวใหญ่นั่นแหละ เสียดายตัวอื่น”
หลินเจียวเจียวพยักหน้าอย่างพอใจ
แค่ได้กินเนื้อ เธอก็ไม่เรื่องมากแล้ว
กู้ฉางเหอจัดการเชือดไก่อยู่หน้าบ้าน ส่วนหลินเจียวเจียวก็เริ่มเตรียมอาหาร
เธอตักแป้งข้าวโพดออกมา เตรียมทำขนมปังข้าวโพด แล้วตั้งใจจะตุ๋นไก่ใส่วุ้นเส้น
แต่พอเปิดดูเสบียงจริง ๆ เธอก็เงียบลง นอกจากข้าวสารกับแป้งขาวที่เพิ่งได้มาแล้ว ธัญพืชส่วนใหญ่มีแต่ข้าวโพดกับข้าวฟ่าง
ถ้ากินแบบนี้ต่อไป คงอยู่ไม่ถึงฤดูเก็บเกี่ยวแน่
กู้ฉางเหอเห็นสีหน้าเธอเปลี่ยน ก็รีบปลอบ
“ไม่ต้องกังวล”
“เดี๋ยวฉันหาทางเอง”
“ตอนเข้าเมือง ฉันจะหาของกลับมาเพิ่ม คุณไม่มีทางอดหรอก”
หลินเจียวเจียวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนพยักหน้า
“งั้นเราค่อยคิดหาทางด้วยกันนะ”
คำว่า “เรา” ทำให้หัวใจของกู้ฉางเหอร้อนวูบขึ้นมาอีกครั้ง
ตอนนี้...เขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกแล้ว
หลินเจียวเจียวเดินไปขอยืมเครื่องปรุงจากบ้านข้าง ๆ
สุดท้ายได้ซีอิ๊วกลับมาเพียงชามเล็ก ๆ แม้จะน้อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย
ในครัว ทั้งสองช่วยกันทำอาหาร
กู้ฉางเหอนั่งก่อไฟ ส่วนหลินเจียวเจียวเป็นคนลงมือปรุง
ไม่นาน กลิ่นหอมของไก่ตุ๋นก็ลอยฟุ้งออกมาจากหม้อ
หอมจนหลินเจียวเจียวแทบน้ำลายไหล ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังฝืนใจพูดออกมา
“เดี๋ยวตักไปให้พ่อชามหนึ่งด้วยนะ”
เธอเตือนตัวเองอยู่เสมอว่า ในยุคนี้อาหารเป็นของมีค่า แต่ถ้าหวงทุกอย่างจนเกินไป การใช้ชีวิตก็จะยิ่งลำบาก
กู้ฉางเหอได้ยินก็หัวเราะเบา ๆ
“ไม่ต้องหรอก”
“พ่อฉัน...”
เขายังพูดไม่ทันจบ ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากหน้าบ้าน
“ฉางเหอ! ฉันได้กลิ่นอะไรหอม ๆ ลอยออกมาน่ะ!”