เขาแค่ยืนดูอยู่ห่าง ๆ อย่างเย็นชา คอยดูว่าพวกนั้นจะพาตัวเองไปตายอย่างไร เท่านั้นก็พอ
“แต่พ่อก็เก็บอาการหน่อยเถอะคะ ฉันยังโตไม่เต็มที่เลย พ่อไม่กลัวว่าจะมีคนจับตามองหรือไง”
“อืม ลูกพูดถูก งั้นเพื่อความปลอดภัยของลูกสาว พ่อจะยอมถ่อมตัวลงสักหน่อยก็แล้วกัน”
อย่างมากก็แค่รอหัวเราะกับภรรยาที่บ้านก็พอ
“ถ้างั้นพ่อ ฉันไปทำงานต่อนะคะ”
หยางหลินมองซ้ายมองขวา ก่อนพูดตามว่า “ท่านประธาน ถ้างั้นผมขอตัวด้วยครับ”
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เขาจะเดินตามคุณหนูให้ติด นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเงินเดือนเพิ่มเป็นสองเท่าอีกต่อไปแล้ว
ถ้าสถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไป สักวันหนึ่งทั้งกลุ่มบริษัทต้องตกอยู่ในมือองค์รัชทายาทหญิงแน่ ๆ ถ้าอยู่ในสมัยโบราณ เขาก็คืออาจารย์ของจักรพรรดินีเลยนะ
ถ้าแค่นี้ยังเลือกไม่เป็น ก็สมควรเกิดมาเพื่อกินรำแล้ว
หลังออกจากห้องมา หยางหลินอาศัยจังหวะที่คุณหนูอารมณ์ดีจากชัยชนะ ค่อย ๆ ถามอย่างระมัดระวัง “ผู้ช่วยเว่ย ท่านประธานเว่ยให้ผมเริ่มแนะนำรายละเอียดของบริษัททั้งหมดแก่คุณหลังตรุษจีน คุณคิดว่าเริ่มเมื่อไรดีครับ”
“อ๋อ ฉันตกลงกับพ่อไว้แล้ว หลังเปิดเรียน เวลาเลิกเรียนกับวันหยุดสุดสัปดาห์จะเป็นเวลาที่ฉันเรียนรู้งานบริหาร แต่ว่าถ้าคุณมาเป็นอาจารย์ให้ฉัน แบบนี้จะรบกวนเวลาพักของคุณหรือเปล่า”
หยางหลินแทบยิ้มไม่ออก ข่าวดีคือ เขาจะเริ่มสอนหลังจากขึ้นเงินเดือนแล้วจริง ๆ
แต่ข่าวร้ายคือ จากเดิมทำงานแบบ 996 ต่อไปคงกลายเป็น 007 เสียแล้ว สมกับที่ว่าเงินเดือนสองเท่าของนายทุน ไม่ได้หามาง่าย ๆ
ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังต้องรักษารอยยิ้มไว้ “ไม่หรอกครับ ผมยังรู้สึกเลยว่าปกติมีเวลาว่างเยอะเกินไป น่าเบื่อจะตาย”
“หา ขยันขนาดนั้นเลยเหรอ คุณยังไม่มีแฟนหรือ”
“แฟนไม่ใช่ผักกาดขาวนะครับ อยากมีแล้วเดินเข้าตลาดก็หาเจอคนที่ถูกใจได้เสียเมื่อไร”
ฮือ...ถ้าเขามีแฟนจริง ๆ จะรู้สึกว่าเวลาเลิกงานน่าเบื่อได้อย่างไร
“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องลำบากคุณแล้ว ไว้ฉันให้อั่งเปาคุณดีไหม”
อั่งเปาเชียวนะ อั่งเปาจากคุณหนูต้องหนาแน่ ๆ แต่ถ้าอยากเป็นคนสนิทของเจ้านาย เงินบางอย่างก็รับซ้ำซ้อนไม่ได้
หยางหลินดันแว่นเพื่อซ่อนแววเสียดายในดวงตา ก่อนยิ้มตอบ “ไม่เป็นไรครับ ท่านประธานเว่ยให้รางวัลผมแล้ว”
“สมแล้วที่ผู้ช่วยหยางเป็นแขนซ้ายแขนขวาของพ่อฉัน ฉันชื่นชมคุณมาก ตั้งใจทำงานต่อไปนะ”
ตั้งใจทำงานเข้าเถอะ วัวงาน ยิ่งคุณเก่ง ฉันก็ยิ่งหาเงินได้มาก
ลู่เจี๋ยลวี่เห็นเขาเป็นวัวงาน แต่ตอนนี้พ่อของเธอก็ใช้เธอเป็นวัวงานเหมือนกัน
เรื่องสำแดงฝีมือหรือสร้างชื่อจากศึกแรก เธอยังไม่ทันรู้สึกอะไร แต่ความรักอันหนักอึ้งจากพ่อนั้น เธอสัมผัสได้อย่างลึกซึ้ง
“เดี๋ยวนะ ถึงฉันจะใช้งานไม่พัง แต่ก็ใช่ว่าจะใช้จนตายได้นะ โครงการใหม่พวกนี้ พ่อไว้ใจให้ฉันเป็นคนเลือกจริง ๆ เหรอ”
หยางหลินดันแว่นตามความเคยชิน “ท่านประธานเว่ยบอกว่า นี่เรียกว่าเรียนไปสนุกไป อีกอย่างยังบอกด้วยว่า คนสอนคนอาจสอนไม่เข้าใจ แต่เรื่องจริงจะสอนคน แค่ครั้งเดียวก็จำได้”
“นี่เรียกว่าเรียนไปสนุกไปเหรอ ฉันว่าเรียกเร่งให้โตเกินวัยมากกว่า”
“ท่านประธานเว่ยบอกว่า ให้คุณลงมือเต็มที่ ถ้ากำไรก็เป็นของบริษัท ถ้าขาดทุน เดี๋ยวท่านอุดช่องโหว่เอง”
ลู่เจี๋ยลวี่ทั้งขำทั้งจนปัญญา “พ่อฉันไม่เคยได้ยินประโยคหนึ่งหรือไง ไม่กลัวทายาทเศรษฐีใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย แต่กลัวทายาทเศรษฐีมีความทะเยอทะยาน”
“ผมเชื่อว่าสายตาของคุณจะไม่มีทางทำให้เกิดเรื่องแบบนั้น ต่อให้ล้มเหลว หนึ่งครั้งหรือสองครั้ง พอมีประสบการณ์และบทเรียนแล้ว ยังจะมีใครหลอกคุณได้อีกหรือครับ”
“ต้องรู้ไว้นะครับ คนอย่างหลินไห่เฟิงซ่อนตัวได้แนบเนียนมาก ถ้าคุณมองไม่ออก บริษัทคงเสียหายไปอีกไม่น้อย”
ความเก่งของหลินไห่เฟิงอยู่ตรงที่ เขาเล่นเกมผลประโยชน์ใต้โต๊ะได้อย่างช่ำชอง ของเล็ก ๆ อย่างของขวัญงานเลี้ยงประจำปีแบบนี้ แทบไม่มีผู้บริหารคนไหนคอยจับตา
ที่สำคัญ ผู้ชายตัวโต ๆ ก็คงไม่มีใครสนใจส่วนต่างราคาของตุ๊กตาพวกนั้น
ของแบบนั้น ราคา 1,399 หยวน 399 หยวน หรือ 39.9 หยวน ถ้าไม่เคยศึกษามาก่อน มองผ่าน ๆ ก็แทบไม่เห็นความแตกต่าง
“คุณยกย่องฉันเกินไปหรือเปล่า ที่ฉันดูออกว่ามีปัญหา ก็เพราะ...”
ก็เพราะเธอเคยจนมาก่อน เคยเป็นวัวงานมาก่อน ไม่อย่างนั้นจะเข้าใจความรู้สึกของคนทำงานได้อย่างไร
แต่ถ้าจะเอาประสบการณ์ตื้น ๆ แค่นี้มาตัดสินว่าควรลงทุนโครงการไหน มันก็ดูบุ่มบ่ามเกินไป
“ช่างเถอะ คุณเอาเอกสารมาวางบนโต๊ะฉันก่อน รอฉันอ่านทั้งหมดเสร็จแล้วค่อยมาคุยกัน”
“ได้ครับ ถ้ามีคำถามอะไรก็เรียกผมได้ทุกเมื่อ ถ้างั้นผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ”
“ไปเถอะ ยังไงพ่อก็ไม่ได้กำหนดเวลาไว้ รอหลังตรุษจีนฉันเริ่มทำงานอย่างเป็นทางการก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
ลู่เจี๋ยลวี่คิดในใจ จะให้ตัดสินใจอะไรกัน ตอนนี้เธอยังไม่รู้อะไรเลย จะกล้าตัดสินใจได้อย่างไร
“จริงสิ ผู้ช่วยหยาง ช่วยหาหนังสือด้านเศรษฐศาสตร์มาให้ฉันหน่อย เอาแบบพื้นฐานที่สุดก่อน”
ลึกกว่านั้น เธอกลัวว่าจะอ่านไม่เข้าใจ
ดังนั้นหลายวันต่อมา ลู่เจี๋ยลวี่จึงใช้เวลาอยู่กับการอ่านหนังสือ เมื่อโครงสร้างพื้นฐานเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง คำศัพท์เฉพาะทางหลายคำที่เคยไม่เข้าใจก็เริ่มอ่านออกแล้ว อย่างน้อยก็ไม่ถึงกับเหมือนคนไม่รู้อะไร เจอศัพท์หนึ่งคำก็ต้องเปิดหาความหมายหนึ่งครั้ง บางคำต่อให้เปิดดูแล้วก็ยังงงอยู่ดี
เธอจึงข้ามรายละเอียดปลีกย่อย แล้วคัดโครงการที่ใช้เงินลงทุนสูงทั้งหมดออกไป ของแบบนั้นยังไม่ใช่สิ่งที่คนซึ่งเพิ่งเริ่มต้นอย่างเธอควรแตะต้อง ใช้วิธีง่าย ๆ และตรงไปตรงมาแบบนี้คัดออกไป เหลืออยู่ในมือเพียงไม่กี่โครงการ ดีมาก ประสิทธิภาพการทำงานยังรวดเร็วเหมือนเดิม
เมื่อหยางหลินที่หายหน้าไปหลายวันเข้ามาเยี่ยม ก็ทั้งตกใจทั้งทึ่ง “คุณตัดสินใจได้เร็วขนาดนี้เลยหรือครับ ขอถามหน่อยว่าคุณใช้เหตุผลอะไรคัดโครงการเหล่านี้ออกครับ”
“ใช้เงินเยอะเกินไป ฉันอยากให้พ่อควักเงินน้อยลง”
ช่างเป็นเหตุผลที่เรียบง่ายและจริงใจเสียเหลือเกิน ที่แท้คนรวยเวลาใช้เงินก็ยังต้องนับนิ้วคำนวณเหมือนกัน ดูท่าเขาจนก็สมควรแล้ว ทั้งหาเงินไม่เก่ง แถมยังใช้เงินเก่งอีกต่างหาก
“จริงสิ สามโครงการนี้คือโครงการที่ฉันเลือกไว้ คิดว่าน่าลงทุน หลังตรุษจีนคุณช่วยรวบรวมข้อมูลให้ฉันหน่อยได้ไหม”
หยางหลินพยักหน้า “ได้ครับ วางใจได้ ผมจะรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนที่สุด”
“ดี ขอบคุณนะ จริงสิ ช่วงนี้พ่อฉันคงยุ่งมากใช่ไหม”
“ช่วงนี้ท่านประธานเว่ยมีประชุมหลายงาน ค่อนข้างยุ่งจริง ๆ ครับ”
ลู่เจี๋ยลวี่พยักหน้า “เหนื่อยจริง ๆ แค่ฉันมองยังรู้สึกสงสารเลย”
“เพราะฉะนั้นฉันตัดสินใจแล้ว ตั้งแต่พรุ่งนี้ฉันจะไม่มาแล้ว ถ้าพ่อถาม คุณก็บอกว่าฉันออกไปศึกษาข้อมูลภาคสนาม เข้าใจไหม”
ลู่เจี๋ยลวี่ตบไหล่เขาเบา ๆ “ผู้ช่วยหยาง เจอกันหลังตรุษจีนนะ ตอนตรุษจีนฉันจะให้อั่งเปา อย่าลืมแย่งซองใหญ่ ๆ ล่ะ”
พูดจบ ขณะที่เขายังยืนงงอยู่ เธอก็โบกมือแล้วเดินจากไปทันที หลังจากได้สติ หยางหลินก็ได้แต่ทอดถอนใจ
“ช่างเป็นความรักระหว่างพ่อลูกที่น่าซาบซึ้งจริง ๆ”
ตอนนี้เขากลับรู้สึกดีใจที่ตัวเองยังโสด โชคดีที่ยังไม่ได้แต่งงานมีลูก ไม่ต้องกังวลว่าจะมีลูกอกตัญญูมาทำให้ตัวเองปวดหัว ว่าแต่...ถ้าแต่งงานแต่ไม่มีลูก ความเป็นไปได้จะมากแค่ไหนนะ หรือว่าจะลองเสี่ยงพนันกับความกตัญญูของลูกในอนาคตดี คิดดูแล้ว...เหมือนจะไม่กล้าเสี่ยงเลยแฮะ