“ฉิงเหอ”
โจว เจิ้งหัว รีบวิ่งตามมา เขาตกใจจริงๆ เพราะสายตาที่ เกาฉิงเหอ มองเขาก่อนหน้านี้เย็นชาเสียจนทำให้ใจเขาหวั่นไหว
เกาฉิงเหอ เป็นคนที่ขี้หึงมาก และก็ไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ เธอจะพูดประโยคอย่าง “ขอให้เธอโชคดี” ได้อย่างไร?
ต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแน่ๆ ระหว่างที่เขาไปเรียนที่โรงเรียนการปกครองในเขต
ไม่อย่างนั้นเธอไม่มีทางมองเขาด้วยสายตาที่เย็นชาแบบนั้น
แรกเริ่ม เขาแค่ไม่อยากเปิดเผยความสัมพันธ์กับเกาฉิงเหอ กลัวว่า โอวหยางเหยียน จะนำไปพูดให้คนอื่นเข้าใจผิด
แต่เขาไม่เคยคิดจะตัดสัมพันธ์กับเกาฉิงเหอ เลยสักครั้ง
เขาไม่คาดคิดด้วยซ้ำว่า เกาฉิงเหอ จะใส่ใจกับเรื่องนี้ขนาดนั้น
ถ้าเขารู้มาก่อน เขาจะต้องประกาศความสัมพันธ์ของทั้งคู่ให้ชัดเจน
ตอนนี้ โจว เจิ้งหัว ร้อนรนจนลืมไปเลยว่า โอวหยางเหยียน ยังอยู่ข้างกาย เขาวิ่งตามไปโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น
“พี่หลี่ รีบไปเร็ว”
เกาฉิงเหอ เร่งเสียง ติดๆ ราวกับกลัวว่าตัวเองจะถูกสิ่งไม่ดีเกาะติด
หลี่ เจี้ยนเซ่อ มองโจว เจิ้งหัว ที่วิ่งไล่ตามมา แล้วหันไปมองเกาฉิงเหอ อย่างลังเล
ถามขึ้นว่า “เอาจริงๆ จะไปเลยเหรอ?”
แน่ใจแล้วใช่ไหมว่าไม่ใช่การงอนกันเล่นๆ ของคู่รัก?
เกาฉิงเหอ ตอบสั้นๆ ว่า “ไป!”
หลี่ เจี้ยนเซ่อ เบิกตากว้าง “ถึงขั้นเลิกกันจริงๆ?”
เกา ชงอี้ เห็นสีหน้าลูกสาวไม่พอใจ ก็ตวาดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ว่า
“จะชักช้าอะไรนักหนา บอกให้ไปก็ไปสิ!”
ในฐานะหลานชาย หลี่ เจี้ยนเซ่อ ไม่กล้าเถียง รีบสตาร์ทรถ “ครืด” ทิ้งควันใส่หน้าโจว เจิ้งหัว
โจว เจิ้งหัว ไม่สนฝุ่นควัน รีบวิ่งไล่ไปอีกสองสามก้าว
แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่ยืนหอบ หันมองสามล้อที่ขับออกไปอย่างรวดเร็วเหมือนเครื่องบิน
เขาเต็มไปด้วยความเสียใจที่เพียงเพราะเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่ง กลับทำให้ผู้หญิงที่ดีที่สุด และที่เขารักที่สุด โกรธจนต้องจากไป
เกาฉิงเหอ แม้จะเป็นคนอารมณ์ร้อน เอาแต่ใจ แต่เธอดีกับเขาจากใจจริง
ยอมอ่อนลงบ้าง ยอมหวานบ้างต่อหน้าเขา
แค่เธอยืนอยู่ข้างเขาด้วยใบหน้าที่งดงาม ก็ดึงดูดสายตาอิจฉาของคนรอบข้างได้มากมาย
พูดตรงๆ มีผู้หญิงแบบนี้อยู่เคียงข้าง มันทำให้เขามีหน้ามีตา
ช่วยเติมเต็มความภาคภูมิใจที่ซ่อนความด้อยค่าจากการเกิดในครอบครัวชนบท ยากจน
และก็มีเพียงผู้หญิงแบบเกาฉิงเหอ เท่านั้น ที่คู่ควรจะยืนอยู่เคียงข้างเขา
ตรงข้ามกับ โอวหยางเหยียน ที่ตอนนี้กำลังถามเขาด้วยน้ำเสียงหึงหวงว่า
“ก็แค่เพื่อนบ้านผู้หญิงธรรมดา ทำไมพี่ถึงต้องตามเธอขนาดนั้น?”
โอวหยางเหยียน เป็นแค่ผู้หญิงที่ถูกภาพลักษณ์อันดีงามและเคร่งขรึมที่เขาสร้างขึ้นมาหลอกเอาไว้เท่านั้น
แต่เกาฉิงเหอ เธอเคยเห็นเขาในวันที่ลำบากที่สุด
และเคยอยู่เคียงข้างผ่านช่วงเวลาที่น่าอับอายของวัยหนุ่มด้วยกันมา
“พี่โจว ไม่เป็นไรนะคะ?”
โอวหยางเหยียน มองสีหน้ามืดหม่นของเขาแล้วถามด้วยความกังวล
โจว เจิ้งหัว หันกลับไปมองเธอด้วยสายตาเย็นชา
ถ้าไม่เพราะผู้หญิงคนนี้ต้องตามเขามา เขาคงไม่ทำให้เกาฉิงเหอ โกรธขนาดนี้
แม้เขาจะรีบเก็บซ่อนความเย็นชานั้น แต่โอวหยางเหยียน ก็ยังสะดุ้ง
อยู่ๆ ก็รู้สึกว่าผู้ชายตรงหน้าดูน่ากลัว และเธออ่านใจเขาไม่ออกเลย
โจว เจิ้งหัว เอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“คุณครูโอวหยาง ผมมีธุระต้องกลับบ้าน วันนี้คงไปห้องสมุดกับคุณไม่ได้แล้ว คุณไปเองก่อนนะ”
พูดจบ เขาไม่รอให้อีกฝ่ายตอบ รีบก้าวเดินเร็วๆ มุ่งไปยังสถานีรถโดยสารในเขตเมือง
เวลานั้นก็ค่ำแล้ว
จากหมู่บ้านซั่งเหอกลับเข้าตัวอำเภอ มีรถโดยสารเพียงสองเที่ยว
เที่ยวเช้าออกหกโมงเช้า เที่ยวบ่ายกลับสามโมงครึ่ง
โจว เจิ้งหัว ที่มัวแต่คิดจะรีบกลับไปอธิบายกับเกาฉิงเหอ
ไม่ได้สนเลยว่า โอวหยางเหยียน กำลังยืนอยู่ริมถนน น้ำตาคลอด้วยความน้อยใจ
ปี ค.ศ. 1989 ถนนจากอำเภอชิ่งไปยังหมู่บ้านซั่งเหอ ยังไม่ได้ลาดยาง
ตลอดทางเป็นถนนดิน ฝุ่นตลบ และรถก็สั่นกระแทกไปตลอดทาง
เกาฉิงเหอ นอนห่มผ้าบางที่พ่อแม่เอามาให้ กลับไม่รู้สึกหนาว
เธอหลับตาพริ้ม หลับมาตลอดทางจนถึงหน้าบ้าน
สองวันที่ผ่านมา เธอเจอเรื่องเหลือเชื่ออย่างการฟื้นคืนชีวิต และยังต้องต่อสู้กับระบบอยู่ตลอด
สมองเธอเครียดตึงมานาน
ตอนนี้ได้ตัดขาดกับโจว เจิ้งหัว ชีวิตใหม่ที่สดใสกำลังรออยู่ตรงหน้า
ในที่สุด เธอก็วางใจได้และพักผ่อนได้จริงๆ
โชคดีที่ระบบไม่ออกมาก่อกวน
แต่กลับกลายเป็นว่าคนในบ้านอึดอัดแทน
หวง อิง กับ เกา ชงอี้ มองตากัน ส่งสัญญาณจะถามแต่ก็ไม่กล้า
เกาฉิงเหมียว กับ เกาฉิงหยา ก็เช่นกัน ทำตาโตๆ แต่ไม่กล้าพูดออกมา
สุดท้าย เกาฉิงหยา อดไม่ได้ ก่อนเข้าบ้านเลยถามออกมาตรงๆ
“พี่... พี่ไม่ได้คบกับพี่โจวแล้วเหรอ?”
สี่คู่ตาจ้องเกาฉิงเหอ พร้อมกัน
เกาฉิงเหอ รีบแก้คำพูดน้องสาวทันที
“จำไว้นะ ฉันไม่เคยคบเขา เราไม่เคยเป็นอะไรกันเลย แม้แต่มือยังไม่เคยจับ เขาก็เป็นแค่เพื่อนบ้านเราเท่านั้น”
เกาฉิงหยา กับ เกาฉิงเหมียว อ้าปากค้างด้วยความตกใจ
แต่เกา ชงอี้ กับ หวง อิง กลับถอนหายใจอย่าง โล่ง อก
หวง อิง รีบจ้องตาลูกสาวเล็ก “ก็จริงอยู่นั่นแหละ เสี่ยวหย่า อย่าพูดอะไรส่งเดชให้เสียชื่อพี่สาว!”
เกาฉิงหยา รีบพยักหน้าหงึกๆ “รู้แล้วจ้ะ”
แม้จะตกใจที่พี่สาวตัดขาดแบบเด็ดขาด แต่ทั้งบ้านกลับยิ้มออกมาในที่สุด
เลิกกันก็ดีแล้ว!
โจว เจิ้งหัว แม้จะดูดี แต่แม่หม้ายที่บ้านเขาไม่ใช่คนง่ายๆ
เกาฉิงเหอ ตั้งแต่เด็กมีอะไรก็ดีๆ คอยแบ่งไปบ้านนั้น
ตอนครอบครัวตัวเองยังลำบากกินไม่อิ่ม เธอกลับเลี้ยงโจว เจิ้งหัว จนตัวอ้วนกลมเหมือนเด็กในภาพวาด
พอทั้งคู่โตขึ้น โจว เจิ้งหัว ก็เรียนเก่ง สอบติดมหาวิทยาลัยในเมืองหลวง
กลายเป็นนักศึกษาคนแรกของหมู่บ้าน
ครอบครัวเกาก็ลุ้นในใจ แทบจะยอมรับเขาเป็นลูกเขยไปแล้ว
แม่หม้ายบ้านโจวก็พูดนักพูดหนาว่า เกาฉิงเหอ เป็นหญิงที่มีวาสนา จะนำโชคให้สามี
ทั้งสองบ้านก็เหมือนจะตกลงกันโดยไม่ต้องพูดออกมา
แต่พอโจว เจิ้งหัว เรียนจบ กลับมาทำงานที่หมู่บ้าน เรื่องราวก็เปลี่ยนไป
เขากลับมาเกือบครึ่งปี ไม่เคยเอ่ยปากเรื่องแต่งงานเลย
ต่อหน้าคนอื่นก็ไม่เคยพูดว่ากำลังคบกับเกาฉิงเหอ
แม่หม้ายบ้านโจวก็เปลี่ยนไป
จากที่เคยเอาไข่มาให้ บอกให้บำรุงลูกสาวบ้านเกา
พอเกาฉิงเหอ จบมัธยมปลายแล้วไม่ได้งานทำ ก็บอกให้รออยู่บ้านไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยแต่งกับโจว เจิ้งหัว
แต่พอโจว เจิ้งหัว ได้ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ในหมู่บ้าน
แม่หม้ายบ้านนั้นกลับไม่เคยมาที่บ้านเกาอีกเลย
ไม่พูดถึงไข่สักฟอง แถมเจอเกาฉิงเหอ ก็เอาแต่ถามว่าหางานได้หรือยัง
ยังติเรื่องการแต่งตัวของเธออีก
เสื้อผ้าแดงเกินไป เดรสโป๊เกินไป รองเท้าแตะก็ต้องใส่ถุงเท้า
งานบ้านต้องทำให้เป็น ไม่งั้นแต่งไปแล้วจะให้สามีกับลูกกินลมแทนหรือ?
พูดอย่างไร ก็เหมือนจะบอกว่า เกาฉิงเหอ ไม่ทำงาน ไม่ทำการบ้านบ้าน แต่งตัวจัดจ้าน
ไม่เหมาะจะเป็นภรรยาของลูกชายเธออีกแล้ว
เกา ชงอี้ กับ หวง อิง เห็นลูกสาวไม่เอะใจอะไร ก็กังวลแทบแย่ กลัวเธอจะฝืนดันทุรังไปแต่งจริงๆ แล้วต้องทนทุกข์
แต่ตอนนี้ดีแล้ว โจว เจิ้งหัว แสดงธาตุแท้ออกมาเอง ตัดสัมพันธ์ชัดเจน
นี่มันเรื่องที่น่ายินดีของทั้งบ้านจริงๆ!
คืนนี้ต้องจุดธูปสามดอกไหว้บรรพบุรุษ ขอบคุณที่คุ้มครองให้ลูกสาวกลับมามีชีวิตใหม่
หวง อิง เปิดประตูบ้านด้วยรอยยิ้ม
เกา ชงอี้ ตะโกนเสียงดัง
“แม่! เรากลับมาแล้ว!”
เกาฉิงเหมียว กับ เกาฉิงหยา ก็ช่วยกันพูด
“ย่า เราพาพี่สาวกลับมาแล้ว!”
ภายใต้การดูแลที่เกินจริงไปหน่อยของพ่อแม่และน้องๆ
เกาฉิงเหอ เดินเข้าบ้านด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความหวัง