ตอนกลับเข้าหมู่บ้าน เสิ่นหวายชูตั้งใจอุ้มเสี่ยวเป่าเดินอ้อมไปทางปากทางหมู่บ้านโดยเฉพาะ
แม่ลูกคู่หนึ่ง คนหนึ่งรูปร่างบอบบางจนดูราวกับลมแรงนิดเดียวก็ปลิวหาย อีกคนมีรอยช้ำม่วงเต็มผิวเนื้อนุ่มนิ่ม แก้มขาวราวหยกแดงเถือกอยู่ข้างหนึ่ง ดูน่าเวทนาเสียจนใครเห็นก็อดสงสารไม่ได้
“หวายชู นี่พวกเธอเป็นอะไรกัน?”
ชาวบ้านที่เพิ่งเลิกงานเห็นสภาพทั้งคู่ก็อดถามไม่ได้ สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสาร
ได้ยินเช่นนั้น เสิ่นหวายชูถอนหายใจเบาๆ แววตาเอ่อล้นด้วยความปวดใจ กำลังจะอ้าปากพูด ก็ถูกเสียงผู้หญิงที่แหลมสูงด้วยความโมโหขัดขึ้นเสียก่อน
“เสิ่นหวายชู! ใครอนุญาตให้แกพาไอ้เด็กเวร… เอ๊ย เสี่ยวเป่ากลับมา!”
ทุกคนหันไปตามเสียง เห็นแม่ลู่กำลังเดินพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าดุดัน มุมปากที่ตกลงต่ำบิดเบี้ยวราวกับอยากฉีกเสิ่นหวายชูออกเป็นชิ้นๆ
เสิ่นหวายชูสบตาอำมหิตของแม่ลู่ตรงๆ ก่อนหัวเราะเย็นในใจ
ละครฉากนี้… ถ้าขาดหล่อนไปก็คงเล่นต่อไม่ได้
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ วันนี้ก็ชำระทั้งหนี้เก่าและแค้นใหม่ไปพร้อมกันเสียเลย
“แม่ ตอนแรกแม่บอกว่าหลานสะใภ้บ้านหวังไม่มีลูกมาหลายปี อยากให้เสี่ยวเป่าไปอยู่ด้วยสักพักเพื่อรับโชคเด็ก
แต่คนบ้านหวังจิตใจโหดร้าย ทั้งตีทั้งด่าลูกฉัน
ถ้าวันนี้ฉันไม่ได้ไปรับเสี่ยวเป่ากลับมา เกรงว่าเขาคงถูกขายไปแล้ว!”
เสิ่นหวายชูแฉเรื่องชั่วๆ ของบ้านหวังออกมาหมด ไม่เหลือหน้าสักนิดให้แม่ลู่
แม่ลู่ถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างแรง
“พูดบ้าอะไร! บ้านหวังคือญาติฉัน พวกเขารักเสี่ยวเป่ายังไม่ทันเลย จะขายเด็กได้ยังไง
รอยพวกนี้อาจเป็นเพราะมันซนแล้วไปชนเอาเองก็ได้!”
หล่อนไม่คิดเลยว่าเสิ่นหวายชูจะไปรับเสี่ยวเป่ากลับมา จนแผนที่วางไว้พังไม่เป็นท่า
พูดจบ แม่ลู่ก็เปลี่ยนสีหน้ารวดเร็วราวฟ้าเดือนหก พลางตบต้นขาฉาดใหญ่
“หวายชูเอ๊ย คนเราต้องรู้คุณคน ตอนแกโง่อยู่หลายปี แม่ก็เลี้ยงแกเหมือนลูกแท้ๆ จะมาโกรธแม่เพราะเรื่องสหายเย่ไม่ได้สิ”
“ทุกอย่างที่แม่ทำกับฉัน ฉันจำได้หมด”
เสิ่นหวายชูยิ้มบาง ก่อนพูดต่ออย่างช้าๆ
“ในเมื่อฉันหายโง่แล้ว งั้นแม่ก็คืนเงินเบี้ยเลี้ยงที่อวิ๋นเชินส่งกลับมาตลอดสามปีให้ฉันเถอะ
ค่ารักษาเสี่ยวเป่า ฉันยังต้องไปยืมผู้ใหญ่บ้านมาเลย
ตอนนี้น้องเล็กก็ได้งานกินเงินเดือนรัฐแล้ว คงไม่หน้าด้านใช้เงินเก็บทั้งชีวิตของเราแม่ลูกไปแต่งเมียหรอกนะ?”
เสียงหวานนุ่มแบบสาวเจียงหนานฟังไพเราะจับใจ แต่ทุกคำกลับแหลมคมเสียจนแม่ลู่แทบกระอักเลือด
คนที่หล่อนรักที่สุดก็คือลูกชายคนเล็กผู้มีอนาคตไกล ตอนนี้กำลังคบสาวในเมืองอยู่ จะให้ชื่อเสียงมัวหมองไม่ได้เด็ดขาด
“พูดเหลวไหลอะไร เงินนั่นแม่เก็บไว้ให้แกตลอด ก็กลัวแกใช้สุรุ่ยสุร่าย ยิ่งมีเรื่องสหายเย่แบบนี้ เงินก็ให้แม่เก็บไว้ก่อนเถอะ ส่วนเสี่ยวเป่า ดูก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก ไม่จำเป็นต้องเสียเงินเปล่าๆ”
แม่ลู่ฝืนยิ้ม แต่ในใจแทบกัดฟันจนฟันแตก
ของที่เข้ากระเป๋าหล่อนแล้ว ไม่มีทางควักออกมาอีก
แต่เสิ่นหวายชูไม่กินมุกนี้อีกต่อไป
เธอหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้ออย่างเนิบช้า
“ปากคนโกหกได้ แต่ใบรับรองบาดเจ็บจากหมอคงโกหกไม่ได้หรอกค่ะ”
บนกระดาษสีขาวมีตราประทับของโรงพยาบาลประจำอำเภอเด่นชัดอยู่ตรงนั้น
“โอ๊ย นี่มันตราโรงพยาบาลจริงๆ ด้วย บ้านหวังนี่ไม่ใช่คนแล้ว ทำกับเด็กได้ลงคอ!”
“ฉันว่าแล้ว แม่เลี้ยงก็คือแม่เลี้ยง ไม่มีทางดีกับลูกติดจริงๆ หรอก”
“ใช่สิ แล้วจะไปดีกับเมียกับลูกของอวิ๋นเชินได้ยังไง”
“…”
เสียงซุบซิบนินทาและถากถางดังไม่ขาดสาย จนแม่ลู่หน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธ หล่อนจ้องเสิ่นหวายชูเขม็ง
“ก็แค่รอยหยิกไม่กี่รอย เด็กผิวบาง ชนโน่นชนนี่ก็เรื่องปกติ เด็กโดนตีบ้างมันแปลกตรงไหน ใครโตมาไม่เคยโดนตีบ้าง เด็กไม่เชื่อฟัง ผู้ใหญ่จะสั่งสอนหน่อยไม่ได้หรือไง แค่แผลนิดเดียวถึงกับไปโรงพยาบาล ขอใบรับรองบาดเจ็บอีก บ้านลู่เรานี่รับบรรพบุรุษเข้าบ้านจริงๆ!”
เสิ่นหวายชูหัวเราะออกมาด้วยความโมโห
จากนั้นเธอก็เอื้อมมือไปกระชากเด็กอ้วนที่แอบขว้างก้อนหินใส่เธอจากหลังฝูงชนออกมา ก่อนคว้าไม้ฟืนหนานิ้วโป้งฟาดใส่ก้นเด็กดังเพียะๆ
“ฉันว่าแม่พูดถูกนะ เด็กไม่เชื่อฟังก็สมควรโดนตี
ในเมื่อแม่สั่งสอนหลานไม่เป็น งั้นฉันช่วยสอนให้เอง
ก็แค่แผลนิดเดียว แม่คงไม่ถึงกับปวดใจแทนหลานรักหรอกใช่ไหม?”
เธอยิ้มละมุน น้ำเสียงนุ่มนวล แต่แรงในมือกลับไม่ออมแม้แต่น้อย
“โอ๊ย! ยายโง่นี่กล้าตีฉันเหรอ! ฉันจะให้ย่าขายแก แล้วก็จับไอ้เสี่ยวเป่านังลูกชู้ไปถ่วงน้ำ!”
เด็กอ้วนร้องโวยวาย ตัวกลมดิ้นพล่านอยู่ในมือเสิ่นหวายชู ปากก็ยังด่าไม่หยุด
แววเย็นเยียบในดวงตาเสิ่นหวายชูยิ่งเข้มขึ้น
ไอ้เด็กอ้วนคนนี้เป็นเภทภัยมาตั้งแต่เกิด อาศัยว่าแม่ลู่คอยหนุนหลัง จึงรังแกเสี่ยวเป่ามาตลอด ครั้งหนึ่งยังเคยผลักเสี่ยวเป่าตกน้ำ ถ้าไม่มีชาวบ้านผ่านมาเห็น เด็กคงตายไปแล้ว
“เสิ่นหวายชู! แกกล้าตีหลานฉัน กลับหัวกลับหางแล้วจริงๆ!”
แม่ลู่ปวดใจแทบขาดสติ ลืมภาพแม่ผัวแสนดีที่พยายามสร้างไปหมดสิ้น ด่าทอสองประโยคก็พุ่งเข้ามาหมายจะสั่งสอนเสิ่นหวายชู
ต่อให้หายโง่แล้วอย่างไร บ้านลู่ก็ยังเป็นหล่อนที่มีอำนาจสูงสุด ไม่มีใครคิดปีนหัวหล่อนได้!
แต่ฝ่ามือที่ฟาดลงมานั้นกลับไม่โดนเสิ่นหวายชู
จู่ๆ หัวเข่าของแม่ลู่ก็เจ็บแปลบ ร่างเสียหลัก ก่อนฝ่ามือหนาใหญ่จะฟาดลงบนหน้าหลานรักตัวเองเต็มแรง
เพียะ!
คราวนี้เด็กอ้วนร้องไห้ลั่นกว่าเดิมอีก ครึ่งหน้าบวมแดง น้ำมูกน้ำตาไหลเลอะเทอะ
เสี่ยวเป่าเห็นดังนั้นก็รีบซ่อนมือตัวเองไว้ด้านหลัง ใบหน้าเล็กไร้อารมณ์ ดวงตาดำสนิทจ้องแม่ลู่ที่กำลังโอ๋หลานรักไม่วางตา
“จินเป่าไม่ร้องนะ ย่าจะพาไปสถานีอนามัยเดี๋ยวนี้”
แม่ลู่เพิ่งก้าวออกไปได้สองก้าว ก็ถูกเสิ่นหวายชูขวางไว้
เธอปรายตามองทั้งสองอย่างเฉยเมย ก่อนพูดคืนคำเดิมกลับไปทุกถ้อยคำ
“เด็กโดนตีบ้างก็เรื่องปกติ ใครไม่โตมาแบบนี้บ้าง จะเสียเงินเปล่าๆ ไปทำไมล่ะคะ”
แม่ลู่หน้าเขียวคล้ำ กัดฟันแน่นด้วยความเกลียดชัง
“แล้วแกต้องการอะไรกันแน่!”
“ก็ไม่ได้อยากได้อะไรนี่คะ แค่อยากเอาของที่เป็นของฉันคืนมาเท่านั้นเอง”
เสิ่นหวายชูไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว
“เสิ่นหวายชู อย่าได้คืบจะเอาศอก! แกอย่าลืม ตอนนี้แกยังเป็นลูกสะใภ้ตระกูลลู่อยู่…”
คำพูดของแม่ลู่หยุดไว้แค่นั้น แต่ความหมายข่มขู่ชัดเจนเหลือเกิน
ตราบใดที่เสิ่นหวายชูยังเป็นลูกสะใภ้บ้านลู่ หล่อนก็ยังมีวิธีบีบคออีกฝ่ายได้เสมอ
เสิ่นหวายชูยิ้มหวาน พลางเหลือบมองเงาร่างที่กำลังรีบร้อนวิ่งมาจากไกลๆ
“ถ้าอย่างนั้น… หนี้ก้อนนี้ ฉันคงต้องไปทวงกับคนอื่นแทนแล้วล่ะ”
ก็หวังแค่ว่า… ตอนนั้นแม่จะไม่เสียใจทีหลังก็พอ
แม่ลู่สะดุ้งวาบอย่างไร้สาเหตุ รู้สึกว่าคำพูดของเสิ่นหวายชูมีความหมายซ่อนอยู่
ยังไม่ทันได้ถามให้ชัด ร่างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาหอบหายใจแรง
“ป้าลู่! แย่แล้ว!
ต้าไห่บ้านป้าถูกตำรวจจับไปแล้ว เขาว่ามันเกี่ยวข้องกับแก๊งค้ามนุษย์ ขายเด็กในหมู่บ้านไปตั้งหลายคน
ตอนนี้พวกชาวบ้านที่ลูกหายกำลังถือจอบจะไปพังบ้านตระกูลหวังกันแล้ว!”
แม่ลู่ตาค้าง แม้แต่หลานรักก็ลืมสนใจ รีบวิ่งหน้าตื่นไปทางหมู่บ้านชิงเหอทันที
เสิ่นหวายชูมองแผ่นหลังที่ลนลานของอีกฝ่าย ก่อนเลิกคิ้วอย่างอารมณ์ดี
หลังผ่านวันนี้ไป ชื่อเสียงของตระกูลหวังคงเหม็นโฉ่ไปทั้งพื้นที่
ส่วนแม่ลู่ที่ทำให้หวังต้าไห่ติดคุก… ต่อไปก็คงไม่มีที่ยืนในบ้านแม่ตัวเองอีกเช่นกัน
เสิ่นหวายชูก้มลงจับมือเล็กๆ ของเสี่ยวเป่า ก่อนยิ้มกว้างอย่างเจ้าเล่ห์
“แม่ใช้หนี้ ลูกก็ต้องช่วยใช้ด้วยสิ พอดีเลย เสี่ยวเป่าของเรา… ก็คงไม่ได้เจอคุณอานานแล้วเหมือนกันนะ”