หลังจากนั้น หยุนเฉาติดการพนันจนหมดตัว เมื่อไม่สามารถใช้หนี้เจ้าหนี้ได้ เขาจึงมัดรวนเหมิงจุนแล้วอุ้มเธอขึ้นไปบนเตียงของเจ้าหนี้ ใช้ร่างกายของเธอเป็นหลักประกันหนี้
สุดท้าย รวนเหมิงจุนทนต่อความอัปยศไม่ไหว จึงกัดลิ้นฆ่าตัวตาย
เมื่อนึกถึงอดีตชาติ ความเจ็บปวดในวาระสุดท้ายยังคงชัดเจนราวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
สิ้นหวัง... ไร้ทางหนี... และไร้ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ความทรงจำเหล่านั้นหล่อเลี้ยงความแค้นให้ฝังลึกถึงกระดูก และไม่มีวันจางหาย
ชาตินี้ เธอจะทำให้ทุกคนที่เคยรังแกเธอต้องชดใช้ด้วยเลือด
เหตุการณ์ในคืนนั้นทำให้ผู้เฒ่าทั้งสองแห่งตระกูลหยุนรีบกลับจากบ้านลูกสาวทันที หลังทราบว่าหยุนเฉาถูกแทง
ไม่นาน คนรับใช้ก็ถีบประตูห้องเปิดออก หยุนฉางเจียวยืนอยู่หน้าประตู จ้องรวนเหมิงจุนด้วยแววตาอาฆาต
ราวกับมีพิษสุมอยู่ในใจ
เพียงเห็นใบหน้าของอีกฝ่าย รวนเหมิงจุนก็นึกถึงอดีตชาติ
หยุนฉางเจียวรู้มาตลอดว่าหยุนเฉาตั้งใจล่วงละเมิดเธอ แต่ทันทีที่รู้เรื่อง กลับตบหน้าเธอสองฉาด
ด่าทอว่าเป็น "นังสารเลว" และ "อีตัว"
ส่วนหยุนเฉาซึ่งกำลังหวาดกลัว ก็รีบโยนความผิดทั้งหมดมาให้เธอ
คำใส่ร้ายเหล่านั้นทำให้ชื่อเสียงของรวนเหมิงจุนพังยับเยิน สุดท้ายตระกูลหยุนบังคับให้เธอแต่งงานกับนักพนันแก่ ๆ คนนั้น และนั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะที่ไม่มีวันสิ้นสุด
เมื่อหยุนฉางเจียวเปิดไฟ เห็นเลือดของหยุนเฉาไหลนองเต็มพื้น เธอก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพุ่งเข้ามาคว้าผมรวนเหมิงจุนแล้วลากออกไป
“นังเด็กใจร้าย! โชคดีที่เสี่ยวเฉาไม่ตาย แกตั้งใจจะฆ่าเขาใช่ไหม”
รวนเหมิงจุนสะบัดมือของอีกฝ่ายออก ดวงตาเย็นเฉียบ
“ไม่ต้องจับ ฉันเดินเองได้”
หยุนเฉาจะตายได้อย่างไร
เมื่อคืน ตอนหยุนมู่โจวคุยกับหมอ หมอบอกชัดว่ากรรไกรแทงไม่โดนจุดสำคัญ ไม่ถึงกระดูก
มีเพียงบาดแผลฉีกขาดเล็กน้อย ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต
ถึงอย่างนั้น คนทั้งตระกูลหยุนก็ยังแตกตื่นกันหมด
แม่เฒ่าหยุนจ้องเธอด้วยสายตาเย็นชา
“รวนเหมิงจุน แกกล้าทำร้ายพี่ชายได้ยังไง แม่ของแกตายไปแล้ว พวกเราสงสารถึงได้รับแกมาเลี้ยง นี่หรือคือการตอบแทนของแก”
หยุนฉางเจียวรีบเสริม
“ไม่ต้องพูดมากแล้ว! แจ้งตำรวจจับนังนี่เข้าคุกดีกว่า”
รวนเหมิงจุนส่ายหน้า น้ำตาคลอเบ้า
“ฉันไม่ได้ตั้งใจ... พี่ชาย เขาจะข่มขืนฉัน ต่างหาก”
คำพูดนั้นทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ
เหมือนกับชาติที่แล้ว ทุกคนเพียงตกใจชั่วครู่ ก่อนจะเลือกเข้าข้างหยุนเฉาเหมือนเดิม
แม่เฒ่าหยุนพูดทันที
“เป็นไปไม่ได้! หยุนเฉาเป็นเด็กดี เขาเป็นพี่ชายของแก จะคิดแบบนั้นกับแกได้ยังไง”
จากนั้นก็ด่าต่ออย่างเกรี้ยวกราด
“แกนี่มันปีศาจชัด ๆ พยายามฮุบทรัพย์สินของตระกูลหยุน ยังคิดฆ่าเสี่ยวเฉา แล้วยังกล้าใส่ร้ายพวกเราอีก”
หยุนฉางเจียวเองก็เดือดดาล
“เด็กคนนี้คิดชั่วตั้งแต่เล็ก ถ้าโตไปจะขนาดไหน ท่านพ่อ ท่านแม่ เราเลี้ยงเธอไว้ไม่ได้แล้ว รีบแจ้งตำรวจเถอะ”
เสียงของทั้งสามคนดังประสานกัน จนรวนเหมิงจุนแทบไม่มีโอกาสอธิบาย
ขณะนั้นเอง ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามา
เขาสวมเสื้อแจ็กเก็ต มือหนีบกระเป๋าเอกสารไว้ใต้แขน
คนผู้นั้นคือหยุนมู่ลี่ ลุงคนรองของตระกูล
เขามองรวนเหมิงจุนเพียงแวบเดียว ก่อนพูดอย่างเรียบเฉย
“ฉันเพิ่งกลับจากโรงพยาบาล หยุนเฉาปลอดภัยแล้ว”
“ทุกคนก็รู้นิสัยของเด็กคนนั้นดี เรื่องนี้จะโทษเหมิงจุนฝ่ายเดียวไม่ได้ ปล่อยเธอไปเถอะ”
คำพูดของเขาทำให้ทั้งห้องเงียบลง
ทุกคนรู้ดีว่าหยุนเฉาเป็นคนแบบไหน เพียงแต่ไม่มีใครกล้าพูด
แต่หยุนมู่ลี่ต่างออกไป ในฐานะนักการเมือง เขาให้ความสำคัญกับชื่อเสียงและภาพลักษณ์มากกว่าสิ่งอื่น
จึงเลือกพูดตามข้อเท็จจริง
ในชาติที่แล้ว เขาถูกย้ายไปทำงานที่อื่นก่อนเรื่องของหยุนเฉาจะถูกเปิดโปง จึงไม่เคยเข้ามาเกี่ยวข้อง
แต่ชาตินี้ ทุกอย่างเปลี่ยนไป
การที่รวนเหมิงจุนตอบโต้ตั้งแต่แรก ทำให้เขาเข้ามาพัวพันโดยไม่ตั้งใจ
เมื่อมีหยุนมู่ลี่อยู่ เธอก็ไม่กังวลว่าพวกเขาจะแจ้งตำรวจ
เพราะสุดท้าย หยุนเฉายังไม่ได้ลงมือสำเร็จ
หากเรื่องไปถึงตำรวจ คนที่เสียชื่อเสียงที่สุดย่อมเป็นตระกูลหยุน
น่าเสียดาย แผนล้างแค้นครั้งแรกของเธอล้มเหลว
เดิมทีเธอตั้งใจจะฆ่าหยุนเฉาให้ตายเสียก่อน
จากนั้น รอให้หยุนมู่โจวกลับมาในสภาพเมา แล้วฆ่าเขาเป็นคนต่อไป
เมื่อเหลือเพียงผู้เฒ่าทั้งสองซึ่งร่างกายพิการอยู่แล้ว หากจัดการอย่างแนบเนียน ทั้งคู่ก็คงหนีไม่พ้นเช่นกัน
แต่เธอประเมินตัวเองสูงเกินไป ร่างกายของเด็กสาววัยสิบเจ็ดอ่อนแอกว่าที่คิด
แค่แทงหยุนเฉาเพียงครั้งเดียวก็แทบหมดแรง
แล้วจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปฆ่าคนอีก
หลังจากคืนนี้ คนในตระกูลหยุนย่อมระแวงเธอมากกว่าเดิม
สถานการณ์ของเธอจะยิ่งลำบากขึ้นเรื่อย ๆ
สุดท้าย หยุนมู่ลี่ก็เกลี้ยกล่อมทุกคนให้ยุติเรื่องนี้ เพื่อรักษาชื่อเสียงของตระกูล จึงไม่มีการแจ้งตำรวจ และตกลงปิดเรื่องทั้งหมดไว้เป็นความลับ
รวนเหมิงจุนนั่งเงียบ ก้มหน้า ดวงตาพร่ามัวราวกับเด็กสาวที่หวาดกลัวจนทำอะไรไม่ถูก
หยุนมู่ลี่เดินเข้ามาหยุดตรงหน้า
“เหมิงจุน พี่ชายของเธอก็ได้รับบทเรียนแล้ว ฉันเชื่อว่าเขาคงไม่กล้าทำแบบนี้อีก”
“คนเราย่อมทำผิดพลาดได้ พวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ถ้าเธอยอมให้อภัยเขาสักครั้ง พวกเราก็จะไม่แจ้งตำรวจ ตกลงไหม”
ฟังเผิน ๆ เหมือนคำปลอบโยน แต่แท้จริงแล้วคือการข่มขู่
รวนเหมิงจุนเงยหน้าขึ้น ก่อนพยักหน้าแรง ๆ
“คุณลุง... ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ”
เธอยกแขนขึ้นปิดดวงตา เพราะกลัวว่าความแค้นที่ซ่อนอยู่จะเผยออกมา
หยุนมู่ลี่คิดว่าเธอสำนึกผิดจริง จึงตบไหล่เธอเบา ๆ
“คืนนี้เธอคงตกใจมาก ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปเถอะ อย่าทรมานตัวเองอีกเลย”
ปล่อยให้ผ่านไปงั้นหรือ
ชาติที่แล้ว... ไม่ใช่พวกคุณหรอกหรือที่ทำให้ฉันตายอย่างทุกข์ทรมาน
ครั้งนี้ ฉันจะไม่มีวันปล่อยพวกคุณไป
รวนเหมิงจุนพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ตอนนี้เธอยังอ่อนแอเกินไป
เพียงคำพูดไม่กี่คำของคนอื่น ก็สามารถกำหนดชะตาชีวิตของเธอได้
“เอาล่ะ ดึกแล้ว แยกย้ายไปพักเถอะ”
หยุนมู่ลี่หันไปมองทุกคน
“หยุนเฉาแค่บาดเจ็บเล็กน้อย ถือว่าเป็นบทเรียนของเขา อย่าทำให้เรื่องใหญ่ไปกว่านี้อีก”
เมื่อเขาพูดเช่นนั้น ทุกคนจึงทยอยแยกย้ายกลับห้อง
รวนเหมิงจุนกลับเข้าห้องของตัวเอง แต่ทั้งคืน เธอไม่ได้นอนแม้แต่น้อย
รุ่งเช้า หยุนมู่โจวพาหยุนเฉากลับมาจากโรงพยาบาล
คนในห้องโถงต่างพากันถามอาการของหยุนเฉา พร้อมทั้งรุมตำหนิรวนเหมิงจุน
หยุนมู่โจวโกรธจนหน้าแดง เขาเดินตรงไปที่ห้องของเธอ ยกขวานฟันแม่กุญแจจนประตูเปิดผาง
“นังสารเลว! พี่ชายของแกต้องเย็บตั้งเก้าเข็มเพราะแก!”
“แต่แกยังนอนหลับสบายได้อีกหรือ”
“วันนี้ฉันจะตีแกให้ตาย!”
สิ้นเสียง เขาก็กระชากเข็มขัดออกจากเอว ก่อนฟาดลงบนร่างของรวนเหมิงจุนอย่างแรง