“สหายหลินซู ตอนบ่ายพวกเราไม่มีอะไรทำ พวกเราตามเธอไปเรียนรู้สมุนไพรบ้างดีไหม?” กู้จิ่วพูดขึ้น
สวี่หมิงหันมามองหลินซูด้วยแววตาเป็นประกาย “หลินซู ความคิดดีมากเลยนะ พวกเราตามเธอไป หนึ่งก็คือคอยดูแลความปลอดภัยให้เธอ สองคือช่วยขุดสมุนไพรด้วยกัน สามคือมีเพื่อนคุยแก้เหงา”
เรียกได้ว่าได้ประโยชน์สามต่อ
หลินซูหางตากระตุกเล็กน้อย “เอ่อๆ พวกคุณสองคนเป็นผู้ชาย จะให้ตามหลังฉันแบบนี้ไม่ค่อยเหมาะมั้ง ที่สำคัญคือ พวกคุณเข้าป่ามาเพราะไม่มีอะไรทำจริงเหรอ?”
สวี่หมิงชี้ไปที่ยอดเขา “ทางสถานีไฟฟ้าจะติดตั้งเสาไฟฟ้าบนเขาทางนี้ พวกเราสองคนช่วยอะไรไม่ได้ เลยตามพวกเขาขึ้นมาบนเขาเล่นๆ”
หลินซูมองไปทางยอดเขา ต้นไม้ขึ้นปกคลุมมองไม่เห็นว่ามีคนอยู่หรือเปล่า แต่พอลมภูเขาพัดผ่านมาก็พอได้ยินเสียงคนบ้างเป็นบางครั้ง
“งานของสถานีไฟฟ้าก็ครอบคลุมถึงการขึ้นเขาติดเสาไฟด้วยเหรอ?”
สวี่หมิงหัวเราะแหะๆ “งานติดเสาไฟฟ้าส่วนใหญ่จะจ้างแรงงานชั่วคราว ต้องใช้แรงงานเยอะ ทำงานเร็ว คนอย่างพวกเราไม่เคยทำงานหนักมาตั้งแต่เด็ก ทำงานติดเสาไฟไม่ไหวหรอก”
หลินซูพยักหน้า “อ้อ งานบนเขาเหนื่อยจริงๆ แถมช่วงไม่กี่ปีนี้กำลังลากสายไฟเข้าชนบท น่าจะขาดคนงานชั่วคราวเยอะเลยสินะ”
สวี่หมิงว่า “ใช่ กำลังไฟฟ้าจะเข้าหมู่บ้าน ตอนนี้กำลังติดตั้งที่หมู่บ้านต่างๆ ขาดคนงานเทคนิคพอสมควร งานยกเสาไฟก็สามารถจ้างชาวบ้านในพื้นที่ได้”
หลินซูคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามว่า “ถ้าจะไปเป็นคนงานชั่วคราวของสถานีไฟฟ้า ต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้าง?”
สวี่หมิงกับกู้จิ่วชะงักไปเล็กน้อย
สวี่หมิงถาม “เธออยากเป็นคนงานชั่วคราวเหรอ? แต่เมื่อกี้เธอไม่ใช่บอกว่าไม่อยากทำงานเหรอ? หรือว่าเธอไม่มีเงินซื้อหน้าที่การงานเลยจะสมัครเป็นแรงงานชั่วคราวแทน? แต่งานบนเขามันใช้แรงงานหนัก ผู้หญิงอย่างเธอคงไม่เหมาะหรอก”
“ฉันไม่อยากทำงานหรอก แต่พี่ชายคนโตกับคนรองของฉันมีแรงงานดี เคยทำงานในไร่มาทั้งชีวิต พวกเขาไปเป็นคนงานชั่วคราวได้”
“พี่ชายของเธอ?”
หลินซูยิ้มตาหยี “ใช่”
สวี่หมิงลูบคางครุ่นคิด “คนงานชั่วคราวไม่ต้องการคุณสมบัติสูง แต่ค่าแรงไม่เยอะ มีแค่ไม่กี่หยวนต่อเดือน พี่ชายเธอจะยอมเหรอ?”
“ไม่กี่หยวนก็ไม่น้อยหรอก พวกเขาไม่เลือกงานหรอก แถมคนงานชั่วคราวก็แค่ชั่วคราว ถ้าทำดีอาจได้บรรจุก็ได้นะ ใครจะรู้ใช่ไหมล่ะ?”
สวี่หมิงได้ยินแบบนั้นก็อดขำไม่ได้ “เธอมองโลกในแง่ดีจังนะ” การได้บรรจุมันไม่ง่ายขนาดนั้น
จริงๆ แล้วเวลาเปิดรับคนงานชั่วคราวที่สถานีไฟฟ้า พนักงานมักจะดึงญาติมาสมัครกันเอง ครอบครัวของเขาเองส่วนใหญ่เป็นคนในเมือง ส่วนญาติห่างๆ ก็ไม่อยากดึงมาเกี่ยวข้องมากนัก
หลินซูถือว่าเป็นเพื่อน พูดคุยกันมาเรื่อยๆ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ช่วยไม่ได้
“เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน เดือนหน้าจะมีการติดตั้งเสาไฟที่ทีมผลิตของพวกเธอ ตอนนั้นจะเปิดรับชาวบ้านช่วยงาน เธอให้พี่ชายของเธอมาสมัครไว้ เดี๋ยวฉันจะดูแลให้”
หลินซูแค่อยากลองดู ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตอบรับง่ายขนาดนี้ จึงพูดขอบคุณด้วยความซาบซึ้ง “งั้นคงต้องรบกวนพี่สวี่แล้วล่ะ”
สวี่หมิงโบกมือ “แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นเอง”
จะจ้างใครก็เหมือนกัน ขอแค่ทำงานได้ ไม่สร้างปัญหาก็พอ
“ยังไงก็ตาม ต้องขอบคุณไว้ก่อน ครั้งหน้าฉันจะเข้าป่า หาอะไรมา ตอนนั้นจะเลี้ยงพวกคุณดื่มกันสักหน่อยดีไหม?” หลินซูคิดในใจว่าถ้าพี่ชายทั้งสองได้เป็นคนงานชั่วคราวจริง คงต้องหาวิธีขอบคุณอย่างเหมาะสม อย่างน้อยต้องเลี้ยงข้าว
“ของป่าเหรอ?” สวี่หมิงตาเป็นประกาย “หลินซู เธอล่าสัตว์ได้ด้วยเหรอ?”
“ไม่ได้หรอก แค่รู้วิธีวางกับดักง่ายๆ พอจะใช้ดักสัตว์ป่าบ้าง แต่จะได้หรือเปล่าก็ไม่แน่ ถ้าได้ตัวหนึ่ง จะไปหาคุณสองคนเอง”
สวี่หมิงดีใจจนชี้ไปที่กู้จิ่ว “ดีเลย งั้นไปที่บ้านเขา เขาอยู่คนเดียว จะจัดเลี้ยงก็สะดวกดี”
หลังจากนั้น เขาก็บอกที่อยู่ของกู้จิ่วให้หลินซู เป็นบ้านหลังเล็กในตรอกเก่า
ก็คือบ้านที่หลินซูเคยไปคราวก่อน ตอนนั้นเธอแปลงโฉมใหม่ พวกเขาสองคนคงยังจำเธอไม่ได้
พักผ่อนพอแล้ว หลินซูเห็นว่าตรงลำธารที่ล้างมือตอนแรกมีหญ้าหินชางผู่ขึ้นอยู่เยอะ
“หลินซู ต้นหญ้านี่คืออะไรเหรอ?” สวี่หมิงยืนอยู่บนก้อนหินริมลำธาร มองต้นหญ้าที่ขึ้นเป็นกอๆ รู้สึกเหมือนเคยเห็นมาก่อน
หลินซูเงยหน้าขึ้นมองพวกเขา เห็นว่ากู้จิ่วกำลังช่วยเธอถอนหญ้าหินชางผู่ “พวกคุณเคยได้ยินไหมว่า หงส์จะไม่อยู่หากไม่มีต้นหวูถง หญ้าชางผู่จะไม่ขึ้นหากไม่มีน้ำใส ที่ไหนมีหญ้าชางผู่ ที่นั่นน้ำต้องใสมาก”
สวี่หมิงมองลำธารใสแจ๋วอย่างเข้าใจ “นี่คือหญ้าชางผู่เหรอ?”
“นี่คือหินชางผู่ ยังมีอีกชนิดหนึ่งเรียกว่าจิ่วเจี่ยชางผู่ แต่ที่นี่ไม่มีจิ่วเจี่ยชางผู่หรอก”
กู้จิ่วถอนขึ้นมาได้หนึ่งกอ “หินชางผู้นี่ใช้แค่เหง้าสินะ”
“ใช่ ใช้เหง้าเป็นยาได้ สหายกู้รู้ได้ยังไง?”
“เมื่อก่อนเคยกินไข่ต้มกับหินชางผู่ที่บ้าน” กู้จิ่วตอบ
ลำธารเส้นนี้มีหินชางผู่ขึ้นอยู่ไม่น้อย ทั้งสามคนช่วยกันขุดเหง้า พลางพูดคุยหยอกล้อกัน ไม่นานก็เต็มตะกร้า
สวี่หมิงกับกู้จิ่วสองพี่น้องคุยกันไปก็แซวกันไป ทำให้หลินซูได้รู้เรื่องในกลุ่มของพวกเขาอยู่ไม่น้อย
ทั้งสามคนนัดกันไว้ครั้งหน้าจะกินข้าวด้วยกัน หลินซูก็กล่าวลาสองหนุ่มแล้วเดินออกจากป่า ส่วนสวี่หมิงกับกู้จิ่วก็จะปีนขึ้นยอดเขาไปสมทบกับคนงานติดเสาไฟ
หลังจากพ้นสายตาทั้งสองคน หลินซูก็เดินออกไปพลางขายสมุนไพรในตะกร้าหลังให้กับระบบ
หินชางผู่ราคากิโลกรัมละหยวน เธอขุดมาได้ 5 กิโลกรัม ขายได้ 5 หยวน
สมุนไพรอื่นที่เก็บตอนเช้าขายได้อีก 18 หยวน ราคาดีที่สุดยังคงเป็นอูหลิงเสิน เป็นของป่าล้วนๆ คุณภาพดีเยี่ยม กิโลกรัมละ 10 หยวน ตอนเช้าเก็บมาได้สิบกว่าหัว น้ำหนักประมาณ 800 กรัม ขายได้ 8 หยวน
หลินซูขอเงินสดมา 10 หยวน ที่เหลือฝากเข้าระบบ ดูตัวเลขในยอดเงินคงเหลือ ตอนนี้มีถึง 96 หยวน ไม่ถึงเดือนเธอเก็บเงินได้มากขนาดนี้ ถ้าไปทำงานในเมืองได้เงินเดือนประจำ ไม่รู้ต้องเก็บอีกกี่ปีถึงจะได้เท่านี้
หลินซูยิ้มตาหยี มองดูดวงอาทิตย์ที่ห้อยอยู่ตรงเชิงเขา เวลายังพอมีอยู่ เธอก็ยังสังเกตพืชรอบตัวอีก เจอเข้ากับต้นหวงจิงไม่กี่ต้น กับมันป่าบางกอ ขายให้ระบบได้อีก 5 หยวน
จากนั้นก็ซื้อข้าวสารกับแป้งจากระบบอย่างละ 10 กิโลกรัม ไข่อีก 40 ฟอง พอคิดถึงจ้วงจ้วงที่บ้าน ก็ซื้อรองเท้าผ้าคู่หนึ่งให้ แล้วจึงเอาจักรยานออกมาจากระบบ ปั่นกลับบ้าน
ตอนนี้เป็นวันที่ยี่สิบกว่าแล้ว อีกไม่กี่วันจะถึงเดือนหน้า เสาไฟจะมาติดตั้งถึงทีมผลิตของพวกเขา ถึงตอนนั้นให้พี่ชายทั้งสองไปสมัครงาน ครอบครัวเริ่มมีฐานะดีขึ้น เธอจะซื้อจักรยานสักคันก็มีเหตุผลรองรับ แม้ชาวบ้านในหมู่บ้านจะอิจฉา แต่ก็คงไม่กล้าทำอะไรให้มากความ
อย่างน้อยก็เพราะครอบครัวเธอมีคนไปทำงานที่สถานีไฟฟ้า ถึงจะเป็นแค่คนงานชั่วคราว ก็ยังถือว่าเป็นคนงาน
ตอนนี้ฐานะของบ้านยังไม่ดีพอจะขี่จักรยานออกมาชัดเจน ตรงป่าก่อนถึงปากหมู่บ้าน เธอก็ต้องเก็บจักรยานกลับเข้าระบบก่อน
ตะวันเริ่มลับฟ้า ชาวบ้านในหมู่บ้านต่างก็กลับจากไร่นา เป็นช่วงที่หมู่บ้านคึกคักที่สุด ควันไฟลอยจากเตา บางคนก็หาบน้ำ บางคนก็วิ่งเล่น
หลินซูกลับถึงบ้าน บ้านเธอก็วุ่นวาย เด็กๆ หลายคนเล่นกันเสียงดัง ผู้ชายหลายคนนั่งสูบบุหรี่อยู่ใต้ชายคา ในครัวก็มีเสียงเคลื่อนไหว น่าจะเป็นผู้หญิงในบ้านกำลังทำกับข้าวเย็น
“พ่อ พี่ ฉันกลับมาแล้ว”
“น้าสาว! น้ากลับมาแล้ว!”
“อาเล็ก!”
ยังไม่ทันที่ผู้ชายในบ้านจะได้ตอบสนอง เด็กๆ เห็นหลินซูก็พุ่งเข้ามาหา ทำเอาหลินซูต้องรีบรับตัวไว้ด้วยความตกใจ