บทที่ 8: ความลับเรื่องเงินทอง
ซูเสี่ยวมู่ค่อยๆ เก็บเหรียญทองแดงใส่ถุงผ้าอย่างใจเย็น เธอเงยหน้าขึ้นพร้อมส่งรอยยิ้มอ่อนโยนให้กับอินซื่อ “พี่สะใภ้ วันนี้ขายหมดไวมากเลยนะคะ”
“ถ้าขายไม่ไว จะรู้ได้ยังไงว่าทางฝั่งเธอขายแพงกว่าฉันตั้งสองอีแปะ” สีหน้าของอินซื่อดูแย่ลงเรื่อยๆ
“ฉันกับแม่เชื่อใจเธอมากขนาดนี้ เธอทำเรื่องแบบนี้ลับหลังพวกเราได้อย่างไร”
ซูเสี่ยวมู่กะพริบตาปริบๆ ปกติอินซื่อขายของช้ามาก ทำไมวันนี้ถึงเหมือนจู่ๆ ก็ทะลวงจุดชีพจรได้ถึงได้ขายของหมดก่อนเธอได้ ถึงจะรู้สึกอึดอัดใจแค่ไหน บนใบหน้าของเธอก็ไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกออกมาเลยแม้แต่น้อย
เธอนำเกลือพริกไทยที่เหลืออยู่เอาออกมาให้อินซื่อดู “นี่คือเครื่องปรุงที่ฉันบังเอิญทำขึ้นมาเมื่อวานค่ะ ใช้ผลไม้ชนิดหนึ่งบนภูเขาของพวกเราทำ ก่อนหน้านี้ฉันเคยเห็นในหนังสือบอกว่าเป็นของขึ้นชื่อของดินแดนสู่ ฉันก็เลยลองทำดูนิดหน่อย พอเอามาทาบนขนมแป้งทอดแล้วมันหอมมากจริงๆ ค่ะ ทำแบบนี้ขนมแป้งทอดของพวกเราก็จะขายได้ราคาแพงขึ้นแล้วนะคะ”
เธอเปิดตะกร้าออก อินซื่อมองเห็นว่าบนขนมแป้งทอดทาเครื่องปรุงนี้ไว้จริงๆ สีหน้าของเธอก็เริ่มดูดีขึ้นมาบ้าง “วันนี้เธอขายแพงขึ้นแค่สองอีแปะเองเหรอ”
ถึงเธอจะไม่เคยเรียนหนังสือ แต่ถ้าขนมแป้งทอดทุกชิ้นขายแพงขึ้นสองอีแปะ จะหาเงินเพิ่มได้เท่าไหร่ในใจเธอก็คำนวณได้ อินซื่อเริ่มรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาอีกครั้ง
“พี่สะใภ้ เมื่อเช้านี้ฉันเพิ่งบอกให้กู้รั่วถงไปเก็บผลไม้ชนิดนี้บนภูเขามาค่ะ ถ้าไม่เชื่อพี่ไปถามดูได้เลย ห้าชั่งฉันให้เงินเด็กคนนั้นหนึ่งอีแปะ ถึงจะไม่มากแต่ก็สามารถสะสมไปได้ทุกวัน รอจนถึงตอนที่กู้รั่วถงแต่งงานออกไป บางทีอาจจะซื้อผ้าห่มฝ้ายเพิ่มได้อีกสักผืนนะคะ”
“ของพวกนี้คนอื่นไม่เคยเห็นมาก่อน ที่ฉันขายแพงขึ้นอีกนิดก็เพราะอยากจะเก็บเงินเป็นค่าเดินทางไปสอบให้สามีมากขึ้นอีกหน่อยค่ะ ฉันเป็นภรรยา ลำบากมากขึ้นอีกนิดก็ไม่เป็นไร สิ่งสำคัญคือเขาจะได้ไม่เสียเวลาเรียนหนังสือ”
เรื่องที่น้องสามีไปสอบนั้นสำคัญ เรื่องที่ลูกสาวของเธอจะแต่งงานก็สำคัญเหมือนกัน “ตกลง” อินซื่อลองคิดดู เธอก็ขี้เกียจจะเอาเรื่องนี้มาพูดให้มากความอีก “แล้วถ้าเธอขายแพงขึ้น พวกเขากลับมาหาเรื่องจะทำยังไงล่ะ”
“วางใจเถอะค่ะพี่สะใภ้ ฉันตั้งราคาบอกไว้ชัดเจนเลยนะคะ อีกอย่างฝีมือของฉันพี่จะไม่ไว้ใจได้ยังไง”
ซูเสี่ยวมู่เกลี้ยกล่อมอินซื่อจนสำเร็จ อารมณ์ของเธอก็ผ่อนคลายลงไปมาก ทางฝั่งของเธอยังมีขนมแป้งทอดเหลืออีกสิบกว่าชิ้นที่ยังขายไม่หมด จึงต้องรออีกสักพักถึงจะพากันกลับบ้านได้
“แม่ค้าออกมาขายขนมแป้งทอดอีกแล้วเหรอครับ” วันนี้โจวหลินออกมาเดินเล่นคนเดียว เขาได้กลิ่นขนมแป้งทอดผักป่ามาแต่ไกล ครั้งที่แล้วไม่ได้กิน ครั้งนี้เขาจึงรู้สึกอยากกินมากๆ
“ใช่ค่ะ ครั้งนี้ลูกค้าต้องการรับกี่ชิ้นดีคะ”
ผู้มาเยือนล้วนเป็นลูกค้า แถมเขายังส่งยิ้มมาให้แบบนี้ ซูเสี่ยวมู่ก็ยินดีที่จะทำธุรกิจด้วย โจวหลินเองก็ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เขาเหมาซื้อขนมแป้งทอดของเธอไปทั้งหมดในคราวเดียว
ซูเสี่ยวมู่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “สิบสองชิ้น รับหมดเลยเหรอคะ”
“ขนมแป้งทอดของคุณกลิ่นหอมมากขนาดนี้ ครั้งที่แล้วผมซื้อไม่ทัน แต่คิดดูแล้วมันจะต้องมีความพิเศษกว่าของคนอื่นแน่นอน ผมเลยจะซื้อกลับไปแบ่งปันให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนได้ลองชิมกันดูครับ”
“ตกลงค่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ขอบคุณลูกค้ามากนะคะ อีกสองวันฉันกำลังจะขายขนมแป้งทอดแบบใหม่ ถึงตอนนั้นลูกค้าอย่าลืมแวะมาอุดหนุนร้านของฉันอีกนะคะ” ซูเสี่ยวมู่ไม่มีทางปล่อยโอกาสที่จะหาเงินหลุดมือไปอย่างแน่นอน
อินซื่อพยักหน้า เธอถือตะกร้าเดินนำหน้าซูเสี่ยวมู่ไป ยังคงเป็นเส้นทางภูเขาเส้นเดิม แต่หลังจากที่เดินมาสองวัน ซูเสี่ยวมู่ก็เริ่มคุ้นชินกับเส้นทางนี้แล้ว
ระหว่างทาง ซูเสี่ยวมู่ก็ชวนคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปเรื่อยเปื่อย “ฉันมีวิธีทำขนมแป้งทอดแบบใหม่แล้วนะคะ รอให้กลับไปถึงบ้านก่อน ฉันจะอธิบายให้พี่สะใภ้ฟังอย่างละเอียดเลยค่ะ”
“ตกลง ยังไงสมองของเธอก็หัวไวอยู่แล้ว เธอว่ายังไงพี่สะใภ้คนนี้ก็จะทำตามที่เธอบอกนั่นแหละ”
หลังจากกลับมาถึงบ้าน หลี่ซื่อไม่อยู่บ้าน เฉินซื่อกำลังยุ่งอยู่กับการทำอาหารเย็นสำหรับทุกคนในครอบครัวอยู่ในห้องครัว กู้รั่วถงชะเง้อคอมองอยู่ที่ประตูเพื่อรอพวกเธอกลับมา พอเด็กน้อยมองเห็นซูเสี่ยวมู่ เธอก็รีบหิ้วถุงผ้าวิ่งตรงเข้ามาหาทันที
“อาสะใภ้คะ ผลไม้ที่อาบอก วันนี้ฉันเก็บมาได้ทั้งหมดสามชั่งค่ะ” เด็กน้อยยื่นถุงผ้าให้ซูเสี่ยวมู่ด้วยท่าทีกลัวเกรง “บนภูเขายังมีผลไม้แบบนี้อีกเยอะเลยค่ะ ถ้าพรุ่งนี้อาสะใภ้ยังต้องการอีก ฉันไปเก็บมาเพิ่มให้อีกได้นะคะ”
ซูเสี่ยวมู่ไม่คิดเลยว่ากู้รั่วถงจะทำงานได้รวดเร็วขนาดนี้ เธอรับถุงผ้ามาเปิดดูพริกที่อยู่ด้านใน ลองกะน้ำหนักดูคร่าวๆ ก่อนจะหยิบเหรียญทองแดงสองอีแปะออกจากถุงผ้าแล้วยื่นให้เด็กหญิงด้วยความพึงพอใจ เธอยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย “รับไปสิ เก็บเอาไว้ให้ดีนะ”
“ขอบคุณค่ะอาสะใภ้” พอได้เห็นเงิน ดวงตาของเด็กหญิงก็เป็นประกายขึ้นมา แต่พอเธอมองเห็นอินซื่อที่กำลังเดินตามหลังมา รอยยิ้มบนใบหน้าก็เลือนหายไปกลับกลายเป็นท่าทีหวาดกลัวอีกครั้ง กู้รั่วถงค่อยๆ ยื่นเหรียญทองแดงให้กับอินซื่ออย่างระมัดระวัง เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง “แม่คะ นี่คือเงินค่าเก็บผลไม้ที่อาสะใภ้สามให้ฉัน แม่เก็บเอาไว้เถอะค่ะ”
“ในเมื่ออาสะใภ้สามของเธอเป็นคนให้ เธอเองก็เก็บเอาไว้สิ จะเอามาให้แม่ทำไมกัน” อินซื่อไม่ได้หยิบเงินของลูกสาวมา เธอหันไปดึงแขนซูเสี่ยวมู่แทน “เดี๋ยวเธอช่วยอธิบายให้พี่สะใภ้ฟังดีๆ หน่อยนะ ว่าวิธีใหม่ของเธอมันคืออะไรกันแน่”
พูดจบ อินซื่อก็ลากตัวซูเสี่ยวมู่เข้าไปในห้อง กู้รั่วถงเห็นว่าแม่ไม่ได้เอาเงินของเธอไป เด็กหญิงก็รีบยัดเหรียญทองแดงใส่ถุงผ้าของตัวเองด้วยความดีใจ ก่อนจะวิ่งออกไปหาน้องชายและน้องสาวเพื่อเล่นด้วยกัน
วันนี้เป็นเวรของเฉินซื่อในการทำอาหารเย็น เธอเอากากหมูที่เหลือจากเมื่อวานมาผัดรวมกับผักป่า นึ่งหมั่นโถวผักป่าให้ทุกคนคนละหนึ่งลูก โจ๊กที่ต้มไว้ถึงจะมีเมล็ดข้าวไม่มากนัก แต่ก็ถือว่าดีกว่าการดื่มน้ำเปล่าเพียงอย่างเดียว
อาหารแบบนี้ ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ซูเสี่ยวมู่คงไม่แม้แต่จะชายตามอง แต่ตอนนี้เมื่อมองดูคนในครอบครัวตระกูลกู้แต่ละคนที่กินกันอย่างเอร็ดอร่อย เธอกลับเงียบไปเป็นเวลานาน
หลังจากกินข้าวเสร็จ ซูเสี่ยวมู่ก็รับหน้าที่ล้างจานไปทำเองทั้งหมด พอล้างจานเสร็จเธอก็ถือโอกาสทำน้ำพริกของเธอต่อในห้องครัว เธอนำพริกที่สับละเอียดมาผัดรวมกับกากหมูจนส่งกลิ่นหอม ใส่เกลือลงไปเพิ่มเพื่อปรุงรส จากนั้นก็นำโถดินเผาปากตื้นมาใส่พริกที่ผัดเสร็จแล้วลงไป เตรียมเอาไว้สำหรับทาบนขนมแป้งทอดในวันพรุ่งนี้
“สะใภ้สาม” ซูเสี่ยวมู่เพิ่งจะทำซอสพริกเสร็จ หลี่ซื่อก็มายืนส่งยิ้มให้เธออยู่ที่หน้าประตูห้องครัว “มานี่สิ แม่มีเรื่องจะคุยกับเธอหน่อย”
หลี่ซื่อกวักมือเรียกเธอด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม จากนั้นก็หยิบเงินห้าอีแปะออกมาแล้วยื่นให้กับซูเสี่ยวมู่
เงินจำนวนนี้ทำให้เธอรู้สึกร้อนรนใจ เธอรีบคืนเงินให้กับหลี่ซื่อ “แม่ทำอะไรคะเนี่ย เงินนี่ฉันรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ”
“พี่สะใภ้ใหญ่ของเธอเล่าให้แม่ฟังหมดแล้ว เรื่องที่เธอหาเงินมาได้เพิ่ม แม่รู้ว่าเธอตั้งใจทำเพื่อครอบครัวของเรามาตลอด ในเมื่อในใจของเธอยังคงนึกถึงเจ้าสามอยู่เสมอแม่ก็เบาใจแล้วล่ะ เงินนี่แม่ให้เธอเก็บเอาไว้เป็นของตัวเองนะ วันข้างหน้าถ้าเข้าไปในเมืองแล้วเจอของที่อยากได้ จะได้มีเงินซื้อเอง”
ยิ่งหลี่ซื่อมองดูก็ยิ่งรู้สึกพอใจ เธอตบหลังมือของลูกสะใภ้เบาๆ “ต่อไปทุกวันที่เธอกลับมาจากการขายของ แม่จะแบ่งเงินให้เธอเก็บไว้ส่วนหนึ่ง แม่ยังคิดอยู่เลยว่ารอให้เจ้าสามกลับมาก่อน จะให้พวกเธอสองคนได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้มากขึ้น ถ้าเป็นไปได้ก่อนช่วงปีใหม่นี้ก็อยากจะให้มีข่าวดีเสียที”
เธอปรายตามองไปที่หน้าท้องของซูเสี่ยวมู่ด้วยสายตามีความหมายแอบแฝง ก่อนจะยิ้มออกมา สายตานั้นทำให้ซูเสี่ยวมู่รู้สึกขนลุกซู่ พอถึงวันรุ่งขึ้นตอนที่เธอออกไปขายขนมแป้งทอดพร้อมกับอินซื่อ เธอก็ยังคงรู้สึกไม่สบายตัวอยู่เลย
แต่ว่าวันนี้ธุรกิจขายดีมาก บังเอิญตรงกับวันที่มีตลาดนัดพอดี ขนมแป้งทอดที่ปกติจะต้องใช้เวลาขายมากกว่าหนึ่งชั่วยาม วันนี้กลับใช้เวลาเพียงแค่สองเค่อก็ขายจนหมดเกลี้ยง ทุกคนต่างก็ชื่นชอบซอสพริกนี้มาก แถมยังมีบางคนเข้ามาถามเธอด้วยซ้ำว่าซอสพริกนี้มีแยกขายด้วยหรือเปล่า
“พี่สะใภ้ นี่คือเงินห้าอีแปะที่แม่ให้ฉันมาเมื่อวานค่ะ พี่เก็บสองอีแปะนี่เอาไว้นะคะ ถือว่าเป็นน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ จากฉัน พี่อย่ารังเกียจว่ามันน้อยเลยนะคะ”
[จบบท]