บทที่ 58 : จับนายแขวนรับลมบนรถเปิดประทุนเป็นว่าวซะเลย
เสิ่นเจาอี้จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความสงสัย ก่อนจะกดเข้าแอปพลิเคชันวีแชตแล้วเลื่อนหาช่องแชทของเพ่ยเยี่ยน
ผู้ชายคนนี้ตื่นตั้งแต่สองชั่วโมงที่แล้ว แถมยังส่งข้อความมาถามเธอว่าสะดวกให้เอารถไปคืนตอนไหน
ถ้าเป็นเมื่อคืน เธอคงตอบกลับไปทันทีว่าให้เอามาคืนเดี๋ยวนี้เลย
แต่สถานการณ์ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว
ในเมื่อยังสืบหาความจริงไม่กระจ่าง ไม่ว่าจะเอามาคืนตอนไหนก็ไม่สะดวกทั้งนั้นแหละ
แต่ถ้าถามออกไปตรงๆ อีกฝ่ายก็คงปิดปากเงียบไม่ยอมพูดอะไรอยู่ดี
หญิงสาวกลอกตาคิดแผนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะจงใจพิมพ์ข้อความเปลี่ยนเรื่องสนทนาแทน
"กินข้าวหรือยัง"
"ยังไม่ได้กิน"
ยังไม่ได้กินก็ดีแล้ว...
เสิ่นเจาอี้พิมพ์ถามต่อว่าตอนนี้ชิวเจ๋ออยู่กับเขาหรือเปล่า
เพ่ยเยี่ยนเห็นข้อความก็เลิกคิ้วขึ้นมาด้วยความแปลกใจ ทำไมจู่ๆ ถึงไปถามหาคนอื่นได้ล่ะ
แต่ตอนนี้ชิวเจ๋อก็ยังไม่ได้แวะมาหาเขาสักหน่อย ตั้งแต่แยกย้ายกันกลับไปเมื่อเช้าก็เงียบหายไปเลย สงสัยจะยังไม่ตื่น
เด็กวัยกำลังกินกำลังนอนแบบนั้น จะนอนตื่นสายหน่อยก็คงไม่แปลกอะไร
"งั้นนายช่วยติดต่อน้องหน่อยสิ"
"เย็นนี้เรียกเขามาด้วย พวกเราไปกินข้าวกัน"
"เมื่อคืนตอนออกมาจากสถานีตำรวจ ฉันลืมพานายสองคนไปกินของอร่อยปัดเป่าความซวยซะสนิทเลย"
ชายหนุ่มจ้องมองข้อความทั้งสามบรรทัดบนหน้าจอด้วยความลังเล ลำพังเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ไม่เห็นจะต้องทำถึงขนาดนั้นเลย
แต่เสิ่นเจาอี้กลับไม่ยอมแพ้
"ทีตอนอยากให้ฉันไปประกันตัวล่ะทำมาเป็นขอร้อง พอหมดประโยชน์ก็กะจะเขี่ยทิ้งไม่สนใจกันเลยหรือไง"
"ทำแบบนี้มันไม่น่ารักเลยนะ ที่รัก"
พอสายตาปะทะเข้ากับคำว่า 'ที่รัก' ในตอนท้ายประโยค ภาพเหตุการณ์น่าอายเมื่อคืนก็ผุดขึ้นมาในหัวของเพ่ยเยี่ยนอีกครั้ง
เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนั้นตัวเองผีเข้าหรือสมองกลับกันแน่ ถึงได้หลุดปากพูดคำพรรค์นั้นออกไปได้
แต่สิ่งที่เสิ่นเจาอี้พูดมามันก็ถูก เมื่อคืนถ้าไม่ได้เธอช่วยไว้ก็คงแย่
ถ้าจะเลี้ยงขอบคุณ มื้อนี้ก็ควรจะเป็นเขาที่เป็นคนจ่ายถึงจะถูก
หญิงสาวไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ปฏิเสธ เธอพิมพ์ข้อความสวนกลับไปทันที
"พอเถอะ เงินเก็บอันน้อยนิดของนายก็เก็บเอาไว้ใช้เองเถอะ ฉันมีเงินน่า"
ไม่รอให้อีกฝ่ายได้พิมพ์เถียงอะไรกลับมา เธอก็พิมพ์ประโยคปิดท้ายส่งไป
"อย่าลืมติดต่อชิวเจ๋อล่ะ เดี๋ยวฉันเข้าไปหาพวกนายเอง"
เพ่ยเยี่ยนเบิกตากว้างจ้องมองข้อความบนหน้าจอ
เข้ามาหา?
มาหาที่โรงแรมเนี่ยนะ!
ชายหนุ่มสปริงตัวลุกพรวดขึ้นจากเตียง ก่อนจะพุ่งเข้าห้องน้ำทั้งที่ยังใส่กางเกงขาสั้นตัวเดียว
ทางด้านของเสิ่นเจาอี้ หลังจากจัดการนัดแนะเสร็จสรรพ เธอก็เดินออกจากห้องนอนไปขวางสวี่เมิ่งที่กำลังจะเข้าไปอุ่นกับข้าวในห้องครัว
"เย็นนี้ฉันไม่อยู่กินข้าวนะ วันนี้เธอเลิกงานได้เลย"
"อ้อ... แล้วก็รถคันนั้น วันนี้ฉันขอเอาไปขับสักวันนะ"
สวี่เมิ่งพยักหน้ารับคำ ก่อนจะเดินไปสวมรองเท้าเตรียมตัวกลับบ้าน หญิงสาวเห็นดังนั้นจึงพูดรั้งไว้
"เดี๋ยวก่อน รอฉันแต่งตัวแป๊บหนึ่ง เดี๋ยวฉันขับรถไปส่ง"
"ไม่เป็นไรค่ะเจาอี้ หนูนั่งรถไฟใต้ดินกลับเองได้สบายมาก"
เห็นอีกฝ่ายโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน เสิ่นเจาอี้ก็ไม่อยากบังคับจิตใจ เธอกดเข้าแอปพลิเคชันวีแชตแล้วโอนอั่งเปาไปให้หนึ่งพันหยวน
"งั้นเธอเรียกแท็กซี่กลับก็แล้วกัน พรุ่งนี้เช้าก็เหมือนกันนะ ส่วนเงินที่เหลือ เย็นนี้ก็แวะซื้ออะไรอร่อยๆ กลับไปกินที่บ้าน ถือซะว่าให้รางวัลตัวเอง สองวันมานี้ลำบากเธอแล้วนะ"
เมื่อต้องมาเจอกับเจ้านายที่แสนดีและเข้าใจลูกจ้างขนาดนี้ สวี่เมิ่งก็ซาบซึ้งใจจนแทบอยากจะคุกเข่ากราบงามๆ สักที
เงินจำนวนนี้ อย่าว่าแต่นั่งแท็กซี่กลับบ้านเลย นั่งยาวไปจนถึงบ้านเกิดก็ยังเหลือเฟือ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา หลังจากเสิ่นเจาอี้เดินออกมาจากห้องแต่งตัว สวี่เมิ่งก็กลับไปเรียบร้อยแล้ว
หญิงสาวคว้ากระเป๋าใบเล็กก้าวเดินลงบันไดไปชั้นล่าง
เมื่อขึ้นมานั่งประจำที่คนขับและกดเปิดระบบนำทางเรียบร้อยแล้ว เธอก็ส่งข้อความเสียงไปหาเพ่ยเยี่ยน
"เรียกชิวเจ๋อหรือยัง"
เพ่ยเยี่ยนตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว แต่น้ำเสียงของเขาฟังดูแปลกชอบกล
"เรียกแล้ว กำลังมา"
เสิ่นเจาอี้ถึงได้พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
มื้อเย็นวันนี้ การชวนเพ่ยเยี่ยนก็แค่ข้ออ้าง เป้าหมายที่แท้จริงของเธอคือชิวเจ๋อต่างหากล่ะ เด็กคนนั้นน่ะเป็นพวกเก็บความลับไม่อยู่
เรื่องราวหลายอย่างของเพ่ยเยี่ยน ขอแค่เธอตะล่อมถามนิดหน่อย หมอนั่นก็คงคายออกมาจนหมดเปลือกแน่
ใช้เวลาขับรถอยู่ราวๆ สี่สิบนาที เธอก็เดินทางมาถึงหน้าโรงแรม
เสิ่นเจาอี้ดับเครื่องยนต์ นั่งอยู่บนรถแล้วกดโทรศัพท์โทรหาเพ่ยเยี่ยน
ปลายสายกดรับอย่างรวดเร็ว
เสียงโวยวายของชิวเจ๋อดังแทรกเข้ามาในสาย
ตอนนี้เขากำลังถูกเพ่ยเยี่ยนใช้เท้าถีบสกัดให้อยู่ห่างออกไปหนึ่งเมตร เพื่อตัดความคิดที่จะแอบฟังบทสนทนาทางโทรศัพท์
หลังจากกะระยะแล้วว่าอีกฝ่ายไม่มีทางได้ยินแน่ ชายหนุ่มถึงได้เอ่ยปาก
"ฮัลโหล"
"ทำอะไรกันอยู่เนี่ยสองคนนี้"
"เปล่า ไม่มีอะไร"
"งั้นก็ลงมาได้แล้ว ฉันถึงแล้ว"
"โอเค"
ทันทีที่วางสาย เพ่ยเยี่ยนก็ชักเท้ากลับ ลุกขึ้นยืนแล้วสาวเท้าเดินตรงดิ่งออกไปนอกประตู
ชิวเจ๋อเห็นดังนั้นก็รีบสับเท้าระริกระรี้วิ่งตามหลังไปติดๆ
"พี่สะใภ้โทรมาใช่ไหม พี่เขาว่าไงบ้าง"
"ถ้าแกยังไม่เลิกเรียกซี้ซั้ว ฉันจะเย็บปากแกซะ!"
เพ่ยเยี่ยนหันขวับไปแจกมะเหงกให้หนึ่งที
"เมื่อคืนมันสถานการณ์บังคับ แกอย่ามาทำเป็นได้คืบจะเอาศอกนะ"
เด็กหนุ่มยกมือขึ้นลูบหัวไหล่ป้อยๆ แต่สีหน้ากลับไม่ได้สลดลงเลยสักนิด
"ทำไมเล่า แค่นี้เอง"
"ยังไงซะผมก็ดูออกน่าว่าพวกพี่สองคนน่ะมีซัมติงกันแน่ๆ อีกอย่างพี่สะใภ้ทั้งสวยแถมยังรวยขนาดนั้น พี่ต่างหากล่ะที่โชคดีได้ของดีไปครองน่ะ"
"รอให้ผมโตก่อนเถอะ ผมก็จะหาแฟนให้ได้มาตรฐานแบบนี้เหมือนกัน!"
เพ่ยเยี่ยนแค่นเสียงในลำคอ สวนกลับไปด้วยคำพูดแทงใจดำแบบไม่ไว้หน้า
"ขนยังไม่ทันขึ้นครบทุกเส้นก็ริอ่านจะมีความรักแล้วหรือไง"
สองคนเดินเถียงกันกระปอดกระแปดออกมาจนถึงหน้าประตูโรงแรม
เสิ่นเจาอี้ที่มองเห็นทั้งคู่แต่ไกล บีบแตรส่งสัญญาณเรียกไปสองที
เพ่ยเยี่ยนเงยหน้าขึ้นมอง เพียงแค่ปราดตามองแวบเดียว เขาก็จำได้ทันทีว่านั่นคือรถที่เขาเป็นคนจัดการซื้อให้เธอ
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปคว้าตัวเจ้าลิงป่าที่กำลังกระโดดโลดเต้นอยู่ข้างๆ แล้วลากตัวเดินตรงดิ่งเข้าไปหาทันที
ทันทีที่ประตูรถเปิดออก ชิวเจ๋อก็มุดตัวพุ่งพรวดขึ้นไปนั่งบนเบาะ ก้นยังไม่ทันจะแตะเบาะดี ปากก็พ่นคำถามออกมาเป็นชุด
"พี่สะใภ้ แล้วปอร์เช่ของพี่ล่ะ ทำไมวันนี้ไม่ขับมาล่ะ"
หญิงสาวปรายตามองภาพสะท้อนของเด็กหนุ่มผ่านกระจกมองหลัง
"ถ้าฉันขับคันนั้นมา จะจับเธอแขวนรับลมบนรถเปิดประทุนเป็นว่าวซะเลยดีไหม"
ชิวเจ๋อถึงกับสะอึกไปชั่วขณะ ยกมือขึ้นลูบจมูกแก้เก้อแล้วหดคอกลับไปนั่งจุมปุ๊กอยู่ที่เบาะหลังตามเดิม
แต่ความสงบสุขก็อยู่ได้ไม่ถึงสองนาที เด็กหนุ่มก็ชะโงกหน้าเกาะพนักพิงเบาะคนขับ ไฟแห่งความสอดรู้สอดเห็นลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง
"พี่สะใภ้ พี่ไปรู้จักกับพี่ชายผมได้ยังไงอะ"
"นั่งดีๆ"
เพ่ยเยี่ยนคว้าคอเสื้อแล้วกระชากตัวเด็กหนุ่มให้กลับไปนั่งที่เดิม ก่อนจะขมวดคิ้วพูดดุ
"อย่ากวนคนกำลังขับรถ"
ชิวเจ๋อเบ้ปาก บีบเสียงเล็กเสียงน้อยล้อเลียนคำพูดของอีกฝ่าย
"อย่ากวนคนกำลังขับรถ"
เสิ่นเจาอี้ที่นั่งฟังสองคู่หูคู่ฮาตีกันอยู่ด้านหลัง เผลอหลุดยิ้มออกมาจนมุมปากยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
เธอค่อยๆ เหยียบคันเร่ง หมุนพวงมาลัยมุ่งหน้าไปยังร้านอาหารที่เล็งเอาไว้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ร้านนี้ได้คะแนนรีวิวสูงปรี๊ด แถมยังมีความเป็นส่วนตัวสูง ซึ่งตอบโจทย์แผนการหลอกถามข้อมูลของเธอในวันนี้ได้เป็นอย่างดี
เมื่อถึงจุดหมายและจัดการจอดรถเรียบร้อย ชิวเจ๋อก็จงใจเดินแทรกกลางระหว่างทั้งสองคนเพื่อเว้นระยะห่าง พร้อมกับส่งสายตาท้าทายไปให้
พฤติกรรมกวนประสาทของเด็กหนุ่มตกอยู่ในสายตาของเพ่ยเยี่ยนทั้งหมด เขาแอบด่าความเด็กไร้เดียงสาของอีกฝ่ายอยู่ในใจ แต่ก็ขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงด้วย
เมื่อเดินเข้ามาในห้องอาหารส่วนตัว ทั้งสามคนก็จัดการสั่งอาหารตามคำแนะนำของพนักงานไปคนละสองสามอย่าง
หลังจากพนักงานรับออเดอร์และเดินออกจากห้องไป เสิ่นเจาอี้ก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แสร้งทำเป็นถามเพ่ยเยี่ยนด้วยน้ำเสียงเรื่อยเปื่อยเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก
"เรื่องแข่งรถเมื่อคืนน่ะ ตกลงยังจะจัดต่อไหม"
"ช่วงนี้ตำรวจคุมเข้ม คงต้องงดไปก่อนสักพัก"
เพ่ยเยี่ยนยกแก้วชาขึ้นจิบ สีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
"แล้วนี่นายจะกลับบ้านตอนไหนล่ะ"
ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้อ้าปากตอบ ชิวเจ๋อก็ชิงพูดแทรกขึ้นมาซะก่อน
"พี่สะใภ้ พี่ชายผมยังอยากอยู่เที่ยวต่ออีกสักสองสามวันน่ะ ยังไม่รีบกลับหรอก!"
พูดจบก็ใช้เท้าเขี่ยขาเพ่ยเยี่ยนอยู่ใต้โต๊ะ เป็นการส่งซิกให้อีกฝ่ายรับมุกตามน้ำไป
แต่เพ่ยเยี่ยนกลับไม่สนใจคำใบ้นั้นเลยสักนิด
"ไฟลต์บินมะรืนนี้ตอนเช้า"
"เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ"
หญิงสาวแอบถอนหายใจด้วยความเสียดายลึกๆ แต่สีหน้าภายนอกยังคงสงบนิ่ง ก่อนจะถามซักไซ้ต่อ
"แล้วการแข่งขันซูเปอร์แชมเปียนชิปที่เมือง S เดือนหน้า นายจะยังลงแข่งอยู่ไหม"
มือที่กำลังถือแก้วชาของเพ่ยเยี่ยนชะงักกึกไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบกลับไป
"ลงแข่งสิ"
"เดี๋ยวพอกลับไปก็คงต้องลองหาสนามซ้อมแถวๆ นั้นดูอีกที"
"นี่ยังคิดจะแข่งอีกเหรอ"
เสิ่นเจาอี้ไม่ค่อยเห็นด้วยกับเรื่องพรรค์นี้สักเท่าไหร่ แต่ก็แกล้งพูดหยอกล้อ
"ระวังเถอะ เกิดโดนรวบตัวขึ้นมาอีก จะลำบากให้ชิวเจ๋อต้องไปหาพี่สะใภ้คนใหม่มาคอยประกันตัวนายอีกนะ"
เด็กหนุ่มที่ถูกพาดพิงรีบพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยทันที
"ใช่ๆ! ใครจะไปใจดีเหมือนพี่สะใภ้ของผมกันล่ะ ถ้าให้ผมพูดนะ พี่เลิกแข่งไปเถอะ อยู่เที่ยวเล่นเป็นเพื่อนกันอยู่ที่นี่แหละ เดี๋ยวค่าที่จอดรถผมออกให้พี่เอง!"
เสิ่นเจาอี้ปรายตามองเด็กหนุ่ม ยิ่งรู้สึกสงสัยในความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ขึ้นมาตงิดๆ
ส่วนคำว่า 'พี่สะใภ้' ที่อีกฝ่ายเรียกจนติดปากนั้น ฟังไปฟังมาเธอก็เริ่มจะชินซะแล้วสิ ปล่อยให้เด็กมันเรียกไปแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ถือโอกาสเอาไว้แกล้งแหย่เพ่ยเยี่ยนเล่นด้วย
[จบบท]