บทที่ 63 : ปัญหาหัวใจ
เพ่ยเยี่ยนตวัดสายตามองอีกฝ่ายอย่างอดไม่ได้ จริงๆ มันไม่ใช่เรื่องที่ว่าเขาจะสนใจนกหรือไม่ แต่มันเป็นเพราะเขาไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับผมของตัวเองต่างหาก
ทว่าชายหนุ่มก็ขี้เกียจเกินกว่าจะต่อปากต่อคำ จึงดึงความสนใจทั้งหมดกลับมาที่โต๊ะอาหารตรงหน้าแทน
เมื่อเช้าเขาตื่นสายก็เลยยังไม่ได้กินอะไรเลย พอได้กลิ่นหอมกรุ่นของอาหาร ท้องก็เริ่มประท้วงด้วยความหิวโหยขึ้นมาทันที
เขาคีบกับข้าวเข้าปาก เพียงแค่คำแรกก็รับรู้ได้ทันทีว่ามันเป็นรสชาติอาหารจากบ้านเกิดของตัวเอง
ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองเสิ่นเจาอี้ด้วยความประหลาดใจ หญิงสาวเหมือนจะรู้ตัวว่าถูกจ้องมองอยู่ จึงเลิกคิ้วขึ้นแล้วยิ้มบางๆ
"ฉันรู้ตัวนะว่าฉันสวย แต่มองหน้าฉันมันก็ไม่ทำให้อิ่มหรอกนะ"
"หลงตัวเอง"
เพ่ยเยี่ยนแค่นเสียงหยันในลำคอ ก่อนจะรีบหันหน้าหนีไปทางอื่นอย่างรวดเร็ว
หลังจัดการอาหารจนอิ่มหนำสำราญแล้ว เขาก็เอ่ยปากขอตัวกลับไปที่โรงแรม เสิ่นเจาอี้ไม่ได้รั้งเขาเอาไว้ เพราะยังไงเสียเป้าหมายของเธอในวันนี้ก็สำเร็จลุล่วงไปแล้ว
เธอเดินลงมาส่งเขาที่ด้านล่างตึก สายลมเอื่อยๆ ยามเที่ยงพัดโชยมา ช่วยปัดเป่าบรรยากาศแปลกประหลาดระหว่างพวกเขาทั้งสองคนให้จางหายไปจนหมดสิ้น
"ให้ฉันขับรถไปส่งไหม"
"ไม่ต้อง ฉันเรียกแท็กซี่เอาเองได้"
เพ่ยเยี่ยนตอบปฏิเสธกลับไปอย่างตรงไปตรงมา
เสิ่นเจาอี้กวาดสายตามองท่อนแขนแกร่งที่โผล่พ้นเสื้อออกมา ดวงตาคู่สวยทอประกายลึกล้ำยากจะคาดเดา
"พรุ่งนี้บินกี่โมง"
"เก้าโมง"
หลังตอบคำถามเสร็จ เพ่ยเยี่ยนก็หันขวับมามองหญิงสาวด้วยความระแวดระวัง
"เธอคงไม่ได้จะไปส่งฉันหรอกใช่มั้ย"
เสิ่นเจาอี้จงใจเลียนแบบน้ำเสียงของเขาเมื่อครู่นี้ ตอบกลับไปทันควัน
"หลงตัวเอง"
ถึงแม้ว่าใจจริงแล้วเธอจะแอบสนใจอยู่บ้างนิดหน่อยก็เถอะ ถ้าเป็นช่วงบ่ายหรือช่วงเย็น เธอก็อาจจะลองเก็บไปคิดดูอีกที แต่การต้องตื่นแต่เช้าตรู่ในวันนี้มันก็ทำให้เธอเหนื่อยล้ามากพอแล้ว
พอได้ยินคำตอบนั้น เพ่ยเยี่ยนก็รู้สึกหน่วงๆ ในใจอย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มปัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป แล้วโยนความผิดทั้งหมดให้สภาพอากาศของเมือง C ที่อาจจะมีความกดอากาศต่ำเกินไปจนเขาปรับตัวไม่ทัน
เขากล่าวลาหญิงสาวอีกครั้ง ก่อนจะหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวออกไปจากเขตหมู่บ้าน
เสิ่นเจาอี้ยืนนิ่งอยู่กับที่ สายตาของเธอจับจ้องไปยังแผ่นหลังกว้างที่ค่อยๆ ห่างออกไป ปลายนิ้วเรียวเผลอขยับถูเข้าหากันเบาๆ โดยไม่รู้ตัว
ช่างน่าเสียดายจริงๆ อุตส่าห์อยู่ใกล้กันแค่นี้แล้วแท้ๆ แต่เธอกลับไม่ได้ลองสัมผัสกล้ามเนื้อพวกนั้นเลยสักนิด
หลังจากหญิงสาวเดินกลับเข้ามาในบ้านได้ไม่นาน เพ่ยเยี่ยนก็ส่งหมายเลขบัญชีธนาคารมาให้ เสิ่นเจาอี้เดินตรงเข้าไปในห้องนอน แล้วเรียกเปิดระบบขึ้นมาทันที
"การโอนเงินผ่านธนาคารนี่ก็นับว่าเป็นการเปย์นอกรอบด้วยเหมือนกันใช่มั้ย"
[นับครับโฮสต์ แต่โปรดระวังไว้ด้วยนะครับ หากอีกฝ่ายโอนเงินคืนกลับมา ยอดเงินคืนสะสมและจำนวนเงินทั้งหมดก็จะถูกหักออกจากบัญชีธนาคารของคุณด้วยเช่นกัน]
นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมถึงมีบทลงโทษแบบนี้ด้วยล่ะ แล้วทำไมระบบถึงไม่ยอมบอกเธอให้เร็วกว่านี้
เสิ่นเจาอี้แอบนึกโชคดีอยู่ในใจที่ตอนนั้นเธอไม่ได้กดรับเงินค่าของขวัญที่เฉิงอวี่ไป๋โอนคืนมาให้
ดังนั้น สำหรับเงินก้อนนี้ที่เธอกำลังจะโอนไปให้เพ่ยเยี่ยน ไม่ว่ายังไงก็ตาม เธอจะไม่มีทางยอมให้เขาโอนคืนกลับมาได้เป็นอันขาด
เมื่อตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดแล้ว เธอก็กดเข้าแอปพลิเคชันของธนาคารบนมือถือ แล้วจัดการโอนเงินก้อนนั้นไปให้ชายหนุ่มทันที
ทางด้านของเพ่ยเยี่ยน เมื่อข้อความแจ้งเตือนยอดเงินเข้าเด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์ เขาก็แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง
สัญญาจ้างก็ไม่ได้เซ็น หนังสือค้ำประกันอะไรก็ไม่มี นี่มันจะไม่ง่ายดายเกินไปหน่อยหรือ ผู้หญิงคนนั้นไว้ใจเขามากถึงขนาดนี้เชียว
แต่พอมาลองคิดดูดีๆ แล้ว บัญชีโต่วอินเลเวลเจ็ดสิบกว่าของเธอ แค่กดปลายนิ้วส่งของขวัญเล่นๆ ก็ปาเข้าไปหลักแสนแล้ว เงินแค่นี้สำหรับเธออาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเลยก็ได้
เมื่อเหตุผลกลับมาอยู่เหนือความลังเลอีกครั้ง เขาก็พิมพ์ข้อความขอบคุณเสิ่นเจาอี้กลับไปอย่างจริงใจที่สุด จากนั้นก็รีบนำเงินก้อนโตที่เพิ่งได้มาหมาดๆ ไปติดต่อกับผู้จัดการทีมแข่งรถของตัวเองทันที
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เนื่องจากการโอนเงินก้อนใหญ่นี้ ระบบจึงแจ้งเตือนขึ้นมาว่ายอดเงินคืนสะสมของเธอพุ่งทะยานไปแตะระดับสิบห้าล้านหยวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนั่นหมายความว่าเธอสามารถกดรับรางวัลในด่านที่เจ็ดได้แล้ว
และระบบก็ยังคงย้ำประโยคเดิมว่า รางวัลนี้จะขึ้นอยู่กับความต้องการส่วนลึกในจิตใจของเธอ
[โฮสต์ต้องการจะตรวจสอบของรางวัลเลยหรือไม่ครับ]
คราวนี้เสิ่นเจาอี้ขี้เกียจจะมานั่งเดาหรือลุ้นอะไรให้เหนื่อยเปล่าอีกต่อไป เธอสั่งให้มันรีบๆ ประกาศของรางวัลออกมาให้จบๆ ไปเลย
เจ้าลูกบอลระบบตัวน้อยกระเด้งตัวขึ้นลงหนึ่งครั้ง ก่อนจะเริ่มประกาศเสียงดังฟังชัด
[ขอแสดงความยินดีด้วยครับโฮสต์ คุณได้ปลดล็อกสิทธิ์ในการเปย์เงินให้กับเพศเดียวกันแล้วครับ]
เพศเดียวกันอย่างนั้นหรือ นี่ก็แปลว่าเธอสามารถก้าวขึ้นไปเป็นอันดับหนึ่งบนบอร์ดจัดอันดับของพวกสตรีมเมอร์ผู้หญิงได้แล้วน่ะสิ
ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังสามารถใช้เงินเปย์จากระบบมาจ่ายเป็นเงินเดือนให้กับสวี่เมิ่งได้อีกด้วย
ระบบถึงกับนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง มันแอบค่อนขอดความงกของโฮสต์ตัวแสบอยู่ในใจ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคงตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสุภาพนอบน้อมเช่นเคย
[ถูกต้องแล้วครับโฮสต์ แต่อัตราการคืนเงินก็ยังคงอ้างอิงจากระดับหน้าตาของอีกฝ่ายเหมือนเดิมนะครับ]
เสิ่นเจาอี้รู้สึกว่านี่แหละคือสุดยอดของรางวัลที่ตอบโจทย์ชีวิตมนุษย์มากที่สุดแล้ว ในที่สุดเธอก็ไม่ต้องทนอุดอู้อยู่แค่ในวงการสตรีมเมอร์ผู้ชายอีกต่อไป
พอเป็นแบบนี้ ตัวเลือกของคนที่เธอสามารถเปย์เงินเพื่อรับยอดเงินคืนได้ก็จะเพิ่มขึ้นมาอีกเป็นกอง
พอคิดขึ้นมาได้ว่าสวี่เมิ่งยังอยู่ข้างนอก เธอก็ไม่รอช้า รีบกดโอนเงินห้าพันหยวนไปให้หญิงสาวทันที
ทันทีที่ยอดเงินเปย์ถูกหักออกไป เสียงอุทานด้วยความตกใจก็ดังแว่วมาจากด้านนอก
"เจาอี้! ทำไมถึงโอนเงินมาให้หนูอีกแล้วล่ะคะ!"
"ไม่มีอะไรหรอก วันนี้เธอทำกับข้าวอร่อยมาก ฉันก็เลยให้เป็นรางวัลน่ะ"
เสิ่นเจาอี้ตะโกนตอบกลับไป
ถ้าไม่ติดว่ากลัวอีกฝ่ายจะตกใจเสียก่อน เธอคงโอนเพิ่มไปให้อีกเยอะแน่ๆ
ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่พวกเธอใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน มันเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสบายใจ และยังช่วยทลายกำแพงความคิดเดิมๆ ของเธอไปได้ตั้งหลายอย่าง
แต่ก็ช่างมันเถอะ ยังไงพวกเธอก็ยังมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกนาน ดูท่าว่าเธอคงต้องประเมินให้สวี่เมิ่งผ่านช่วงทดลองงานก่อนกำหนดซะแล้ว
หญิงสาวนั่งเช็กข้อความในวีแชตที่คนอื่นๆ ส่งมาให้จนครบ หานจื่อหยางส่งข้อความมาเล่าถึงความคืบหน้าของการแข่งขันว่าน่าจะยุ่งไปจนถึงสิ้นเดือน และพอถึงช่วงวันแรงงาน เขาก็จะได้หยุดพักผ่อนยาวๆ หลายวัน
แต่ข้อความที่ดึงดูดความสนใจของเสิ่นเจาอี้ได้มากที่สุด ก็คงจะเป็นข้อความของมู่มู่นี่แหละ
"พี่ ผมว่าผมกำลังเจอปัญหาหัวใจเข้าแล้วล่ะครับ"
พอเห็นว่าเป็นเรื่องแบบนี้ ความอยากรู้อยากเห็นของเธอก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที
"ไหน เล่ามาให้ฟังหน่อยสิ"
ผ่านไปสามนาที มู่มู่ก็ส่งข้อความเสียงกลับมา
"มีผู้หญิงคนหนึ่งเขามาตกหลุมรักผมตั้งแต่แรกเห็นครับ แต่เพื่อนของเธอไม่ยอมท่าเดียว ตอนนี้สองคนนั้นทะเลาะกันใหญ่โตเลย"
น้ำเสียงที่ส่งมาฟังดูเต็มไปด้วยความน้อยอกน้อยใจ
เสิ่นเจาอี้พิมพ์ถามกลับไปทันที
"แล้วที่ว่าทะเลาะกันใหญ่โตนี่มันขนาดไหนกันล่ะ"
"ก็พวกเธอเล่นมาเปิดศึกเถียงกันกลางห้องไลฟ์เลยน่ะสิครับ"
หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ เมื่อคืนเธอก็นั่งดูสตรีมกลุ่มอยู่ตลอดนี่นา หรือว่าเรื่องมันจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งชั่วโมงหลังจากที่เธอออกมาก่อนกันนะ
มู่มู่ยังคงบ่นกระปอดกระแปดส่งมาอีก
"ก็เพราะเรื่องนี้นี่แหละครับ เมื่อคืนพอลงสตรีมปุ๊บ ฝ่ายจัดการก็สั่งย้ายผมไปอยู่ห้องอื่นเลย พวกเขาบอกว่าถ้าผมยังจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ก็ไม่ต้องกลับมา เพราะกลัวว่าจะไปกระทบกับคนอื่นๆ ในทีม"
"แล้วเขาให้ย้ายไปอยู่ห้องไหนล่ะ"
"สตรีมกลุ่มรอบห้าโมงเย็นครับ พวกเขาบอกว่ารอบนั้นไม่ค่อยมีคน ให้ผมไปเคลียร์กันให้จบๆ ก่อนค่อยกลับมา"
มู่มู่ทิ้งท้ายมาด้วยความหงุดหงิดเต็มประดา
"แล้วเรื่องนี้มันไปเกี่ยวอะไรกับผมด้วยล่ะครับ ผมยังไม่ได้คุยกับผู้หญิงคนนั้นเลยสักสองคำด้วยซ้ำ เกิดมาดูดีมีเสน่ห์นี่มันผิดมากนักหรือไง"
ในขณะที่มู่มู่กำลังระบายความอัดอั้นตันใจออกมาอย่างน่าสงสาร สิ่งที่เสิ่นเจาอี้สนใจกลับเป็นเรื่องที่ว่า ผู้หญิงสองคนนั้นรู้เรื่องที่เขาถูกสั่งย้ายห้องไลฟ์แล้วหรือยังต่างหาก
"รู้แล้วครับ ทางซิงเหอชุ่ยช่านถึงกับปล่อยคลิปวิดีโอชี้แจงเรื่องนี้โดยเฉพาะเลยด้วยซ้ำ"
ดูทรงแล้วเรื่องนี้น่าจะส่งผลกระทบวงกว้างพอสมควรเลยทีเดียว เสิ่นเจาอี้รู้สึกว่าสถานการณ์ของมู่มู่ในตอนนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการถูกเนรเทศไปอยู่ตำหนักเย็นเลยสักนิด
แต่ก็เอาเถอะ รอบห้าโมงเย็นอย่างนั้นหรือ เดี๋ยวเธอแวะเข้าไปดูสักหน่อยก็แล้วกัน
ข้อแรกคือเธออยากจะรู้ว่ามู่มู่จะรับมือกับปัญหานี้ยังไง ส่วนข้อที่สอง เธออยากจะรู้ต้นสายปลายเหตุของเรื่องราวทั้งหมด
ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นคนคอยเปย์ของขวัญให้พวกเขาก็ตามที แต่มันก็ไม่มีอะไรมารับประกันได้ว่าบางคนจะไม่ได้แกล้งทำตัวใสซื่อบริสุทธิ์เพื่อหลอกลวงเธอ
ถ้าเกิดว่าคนพวกนั้นมีปัญหาเรื่องนิสัยใจคอหรือความประพฤติ ต่อให้ระบบจะให้ยอดเงินคืนกลับมาเยอะแค่ไหน เธอก็พร้อมที่จะตัดทิ้งทันที
หลังจากจดจำชื่อสตรีมกลุ่มห้องใหม่ได้แล้ว เสิ่นเจาอี้ก็กดติดตามบัญชีนั้นเอาไว้ เพื่อรอเวลาที่จะเข้าไปเผือกตอนห้าโมงเย็น
ทว่าแผนการที่วางเอาไว้ก็มักจะถูกทำลายลงด้วยเรื่องไม่คาดฝันเสมอ
ตั้งแต่เจ้าต้าขว่านเริ่มหัดบินได้ ทุกซอกทุกมุมภายในบ้านก็กลายเป็นลานจอดนกส่วนตัวของมันไปซะหมด
และวันนี้มันก็ดันนึกสนุกบินไปเกาะป่วนอยู่ตรงถังขยะอัจฉริยะ พออุ้งเท้าเล็กๆ ของมันไปเหยียบโดนเซ็นเซอร์ ฝาถังขยะก็เด้งเปิดขึ้นมา และพอผ่านไปสองวินาทีมันก็ปิดพับลงไปเหมือนเดิม
ในระหว่างที่กำลังเล่นสนุกอยู่นั้น ก็ไม่รู้ว่ามันอีท่าไหน เท้าของมันถึงได้ถูกฝาถังขยะหนีบเข้าอย่างจัง
ถึงแม้ว่าเจ้าตัวเล็กจะดิ้นหลุดออกมาได้ทันเวลา แต่พอมันลองลงไปเดินเตาะแตะอยู่บนพื้น ท่าเดินของมันกลับดูกะเผลกๆ พิกล
ภาพนั้นทำเอาเสิ่นเจาอี้ตกใจแทบแย่ เธอรีบพามันออกไปข้างนอกพร้อมกับสวี่เมิ่งทันที
แต่เนื่องจากนกแก้วถูกจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ โรงพยาบาลสัตว์แถวๆ นี้ก็เลยไม่มีที่ไหนรับรักษามันเลยสักที่ สุดท้ายสวี่เมิ่งก็ต้องพึ่งพาแอปเสี่ยวหงชูเพื่อค้นหาโรงพยาบาลสัตว์จนเจอ
หลังจากเช็กที่อยู่จนแน่ใจแล้ว พวกเธอก็ต้องขับรถวนไปมาอยู่พักใหญ่ กว่าจะพาเจ้าต้าขว่านไปลงทะเบียนตรวจรักษาได้สำเร็จ
โชคดีที่อาการของมันไม่ได้รุนแรงอะไรมากนัก สัตวแพทย์ก็เลยสั่งจ่ายยาพ่นอักเสบของคนมาให้ขวดหนึ่ง แล้วบอกให้กลับไปฉีดพ่นให้มันสักสองวันก็หายดีแล้ว
เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เจ้านกจอมเซ่อตัวนี้บินไปชนอะไรจนได้รับบาดเจ็บอีก เสิ่นเจาอี้จึงตัดสินใจเด็ดขาดที่จะตัดขนปีกของมันทิ้งซะเลย
กว่าจะจัดการเรื่องวุ่นวายพวกนี้เสร็จและกลับมาถึงบ้าน เวลาสตรีมก็ล่วงเลยไปกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว
หลังจากจัดการให้เจ้าต้าขว่านเข้าที่เข้าทางเรียบร้อย หญิงสาวก็ล้มตัวลงนอนแผ่หลาอยู่บนโซฟา ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเข้าแอปพลิเคชันไปดู
ทว่าบรรยากาศภายในห้องไลฟ์ห้องใหม่นั้น กลับเต็มไปด้วยช่องแชทที่พูดคุยกันอย่างสงบสุขและราบรื่นสุดๆ
[จบบท]