ในตำบลจิ่งหนิงช่วงเดือนสิบสองตามปฏิทินจันทรคติ ถูกประดับประดาไปด้วยโคมไฟสีแดงระยิบระยับ อบอวลไปด้วยบรรยากาศของเทศกาลตรุษจีน ชาวบ้านในตำบลต่างพากันออกมาจับจ่ายซื้อของเตรียมฉลองปีใหม่ ร้านค้าสองข้างทางเนืองแน่นไปด้วยผู้คน มีเพียงร้านขายเครื่องเซ่นไหว้ที่ตั้งอยู่ท้ายถนนเท่านั้นที่เพิ่งจะส่งแขกกลุ่มสุดท้ายออกไป บรรยากาศจึงค่อยๆ กลับสู่ความเงียบสงบ ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายในฤดูหนาว ภายในร้านขายเครื่องเซ่นไหว้ เสวี่ยมู่อิ่ง กำลังนั่งตรวจนับยอดเงินจากการขาย ร้านแห่งนี้เดิมทีปู่ของเธอเป็นคนดูแล จนกระทั่งท่านเสียชีวิตไปเมื่อครึ่งปีก่อน ประจวบเหมาะกับที่เธอเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยพอดี จึงตัดสินใจกลับมาบ้านเกิดเพื่อสืบทอดกิจการดั้งเดิมของครอบครัว
“สวัสดีค่ะ ขอโทษนะคะ ที่นี่คือ... เอ๊ะ ร้านขายเครื่องเซ่นไหว้เหรอ?”
เสียงหญิงสาววัยรุ่นดังขึ้นกะทันหัน เสวี่ยมู่อิ่งเงยหน้าขึ้นมอง เห็นหญิงสาวสองคนยืนเก้ๆ กังๆ อยู่หน้าร้าน หน้าตาดูแปลกถิ่น ไม่น่าใช่คนในตำบลจิ่งหนิง
“ใช่ค่ะ ร้านขายเครื่องเซ่นไหว้” เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“พวกคุณมาเที่ยวกันเหรอคะ? หลงทางหรือเปล่า?”
ตำบลจิ่งหนิงเป็นเมืองโบราณที่มีชื่อเสียงในท้องถิ่น ช่วงสุดสัปดาห์มักจะมีนักท่องเที่ยวจากในมณฑลมาเที่ยวชมมากมาย วันนี้ตรงกับวันเสาร์พอดี แม้อากาศจะหนาวเหน็บและมีฝนตก แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวไม่น้อย ทว่าโดยปกติแล้ว นักท่องเที่ยวจะรวมตัวกันอยู่ในย่านถนนด้านหน้าที่คึกคัก น้อยนักที่จะเดินมาถึงท้ายถนน และยิ่งน้อยลงไปอีกที่จะเดินเข้ามาในร้านขายเครื่องเซ่นไหว้ เสวี่ยมู่อิ่งจึงเดาว่าพวกเธอน่าจะหลงทางมา ขงอวี่ และ สวี่เหวินจือ สบตากันด้วยความตกตะลึง พวกเธอคือผู้เล่นใน "โลกไร้ขีดจำกัด" (Infinite World) และเพิ่งจะเข้าสู่ด่านที่มีชื่อว่า "โรงเรียนประถมกวงหมิง" ก่อนจะเข้ามาในด่านนี้ พวกเธอรู้มาว่าผู้เล่นไม่สามารถออกจากโรงเรียนได้ แต่ในขณะที่พวกเธอกำลังหาเบาะแสอยู่ในแคมปัส กลับพบว่าที่หน้าประตูโรงเรียนมีร้านค้าแห่งหนึ่งเปิดอยู่ แสงไฟอันอบอุ่นข้างในนั้นช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บรอบกาย และดึงดูดให้พวกเธอเดินเข้าไปหาอย่างไม่รู้ตัว ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าคือ พวกเธอสามารถเดินออกจากเขตโรงเรียนและก้าวเข้าไปในร้านนี้ได้จริงๆ!
ตอนแรกพวกเธอนึกว่าเป็นร้านขายของชำ แต่ใครจะไปคิดว่าเป็นร้านขายเครื่องเซ่นไหว้... มันดูประหลาดเกินไปแล้ว! ทำไมถึงมีร้านขายเครื่องเซ่นไหว้มาเปิดอยู่หน้าโรงเรียนประถมกันล่ะ?!
“พวกเรา... พวกเราแค่เดินเล่นไปเรื่อยๆ น่ะค่ะ...”
ขงอวี่ลอบสังเกตเสวี่ยมู่อิ่งด้วยความระแวดระวัง เจ้าของร้านตรงหน้าดูยังสาวและดูใจดีมาก แต่เป็นที่รู้กันดีว่า NPC ในโลกไร้ขีดจำกัดนั้นน่ากลัวยิ่งนัก ยิ่งภายนอกดูสงบเท่าไหร่ ค่าความอันตรายอาจจะยิ่งสูงเท่านั้น เธอจึงเตรียมพร้อมรับมือกับการต่อสู้โดยสัญชาตญาณ เสวี่ยมู่อิ่งได้ยินดังนั้นก็ยิ่งมั่นใจว่าพวกเธอเป็นนักท่องเที่ยว จึงหัวเราะเบาๆ
“ร้านเครื่องเซ่นไหว้มีอะไรน่าเดินเล่นกันคะ พวกคุณไปที่ถนนด้านหน้าเถอะ ที่นั่นคึกคักมาก ตอนกลางคืนมีล้อมวงกองไฟเต้นระบำกันด้วยนะ”
เมื่อเห็นเจ้าของร้านยอมปล่อยพวกเธอไป ขงอวี่ ก็ดีใจรีบจูงมือ สวี่เหวินจือ เตรียมวิ่งออกไปทันที ทว่าพอเดินไปถึงประตู แผงหน้าจอระบบของทั้งคู่กลับปรากฏข้อความเตือนสีแดงตัวหนาขนาดใหญ่ติดต่อกันสามครั้ง
[ทำการซื้อขายกับร้านเครื่องเซ่นไหว้เดี๋ยวนี้!]
[ทำการซื้อขายกับร้านเครื่องเซ่นไหว้เดี๋ยวนี้!]
[ทำการซื้อขายกับร้านเครื่องเซ่นไหว้เดี๋ยวนี้!]
ขงอวี่: !
สวี่เหวินจือ: !
ทั้งคู่ยืนอึ้งอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปมองเสวี่ยมู่อิ่งที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ด้วยท่าทางแข็งทื่อ
“มีอะไรเหรอคะ? ให้ฉันช่วยบอกทางไหม?” เสวี่ยมู่อิ่งถามด้วยความหวังดี
ใบหน้าที่ดูอ่อนหวานสวยงามและน้ำเสียงที่นุ่มนวลนั้น กลับทำให้ขงอวี่และสวี่เหวินจือรู้สึกหวาดกลัวสุดขีด โดยเฉพาะดวงตาสีดำสนิทของเจ้าของร้าน ที่ดูลึกลับและกดดันไม่ต่างจากตัวหนังสือสีแดงบนหน้าจอระบบเลย
“พวกเรา... พวกเราอยากซื้อธูปกับกระดาษเงินกระดาษทองหน่อยค่ะ...”
ขงอวี่กัดริมฝีปาก พยายามควบคุมความตื่นตระหนกภายในใจและแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง เสวี่ยมู่อิ่งเข้าใจทันที
“อ๋อ จะไปไหว้ศาลเจ้าที่ตรงถนนด้านหน้าใช่ไหมคะ?”
เธอจัดแจงหยิบของใส่ถุงให้สองชุดอย่างคล่องแคล่ว
“ชุดละ 10 หยวน ทั้งหมด 20 หยวนค่ะ”
นานๆ ทีก็จะมีนักท่องเที่ยวอยากไปไหว้ศาลเจ้าที่ในเมืองและมาซื้อของที่ร้านเธอ ซึ่งเธอก็เห็นจนชินตาแล้ว ขงอวี่เห็น NPC ส่งของให้อย่างชำนาญก็คิดไปว่าคงมีการซื้อขายกับผู้เล่นมาแล้วนับไม่ถ้วน แต่เธอกลับไม่เคยได้ยินผู้เล่นระดับสูงคนไหนพูดถึงเลย ในเว็บบอร์ดผู้เล่นก็ไม่มีข้อมูลเรื่องนี้... หรือว่าผู้เล่นที่รู้เรื่องนี้จะหายสาบสูญไปหมดแล้ว?
ขงอวี่ยิ่งคิดก็ยิ่งหวาดกลัว เธอรับของมาด้วยมือที่สั่นเทา เตรียมจะใช้แต้มคะแนนจ่ายเงิน ในโลกไร้ขีดจำกัดไม่มีสกุลเงินทั่วไป ผู้เล่นส่วนใหญ่จะใช้แต้มในการแลกเปลี่ยน แต่เธอกับสวี่เหวินจือเป็นผู้เล่นใหม่ เพิ่งผ่านมาแค่สองด่าน มีแต้มไม่ถึง 100 คะแนน ของราคา 10 หยวนก็น่าจะเท่ากับ 10 แต้ม ทันใดนั้น หน้าจอระบบก็เด้งคำเตือนขึ้นมาอีก
[ไม่สามารถใช้แต้มคะแนนได้]
[ไอเทม หรือ ทักษะ]
ขงอวี่เบิกตากว้าง นั่นหมายความว่าพวกเธอต้องใช้ไอเทมหรือทักษะในการแลกเปลี่ยนเท่านั้น?!
ในฐานะผู้เล่นใหม่ แต้มคะแนนก็น้อยอยู่แล้ว ไอเทมและทักษะยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่! เธออุตส่าห์ผ่านด่านมาสองด่านอย่างยากลำบากเพื่อแลกไอเทมมาได้แค่สองชิ้น ถ้าต้องเสียไปชิ้นหนึ่งในการซื้อขายครั้งนี้ ก็จะเหลือเพียงชิ้นเดียว! ที่สำคัญคือทักษะและไอเทมในโลกไร้ขีดจำกัดนั้นสำคัญที่สุด เพราะมันสามารถช่วยชีวิตได้ในยามคับขัน ไม่มีผู้เล่นคนไหนยอมเสียมันไปง่ายๆ แน่!
นี่มันคือการบังคับซื้อขายชัดๆ! แต่... NPC หลังเคาน์เตอร์กำลังยิ้มละไมมองมาที่พวกเธอ รอยยิ้มนั้นไม่ว่าจะมองยังไงก็เหมือนเป็นการเตือนว่าให้รีบจ่ายเงินซะ ไม่อย่างนั้นอย่าหวังว่าจะได้เดินออกไปจากร้านนี้อย่างมีชีวิต
ขงอวี่กัดฟันตัดสินใจใช้ไอเทม [การดึงวัตถุจากระยะไกล] ในการแลกเปลี่ยน ไอเทมสองชิ้นของเธอคือ [การดึงวัตถุจากระยะไกล] กับ [สร้อยข้อมือนำโชค] เมื่อเทียบกันแล้ว ไอเทมนำโชคย่อมสำคัญกว่าเพราะช่วยเพิ่มบัฟดวงและโอกาสรอดชีวิต
สวี่เหวินจือเองก็เห็นข้อความบนหน้าจอเช่นกัน เธอมีไอเทม [กริชสั่งทำพิเศษ] หนึ่งเล่มและทักษะ [วิชาเขียนยันต์] หนึ่งอย่าง เธอเขียนยันต์ไม่เป็น สำหรับเธอแล้วทักษะนี้จึงไร้ประโยชน์สิ้นดี การแลกเปลี่ยนมันออกไปจึงไม่รู้สึกเสียดาย เธอจึงรีบเลือกทักษะนี้ทันที สองนาทีต่อมา ขงอวี่และสวี่เหวินจือเดินออกมาจากร้านขายเครื่องเซ่นไหว้ด้วยอาการมึนงง
“ไอ้เจ้านี่...”
สวี่เหวินจือมองดูธูปและกระดาษในมือ แล้วมองกลับไปที่ร้านเล็กๆ ที่ยังคงเปิดไฟสว่างไสวด้วยความรู้สึกขวัญผวา เธอส่งสายตาถามขงอวี่ว่าควรจะโยนมันทิ้งไปเลยดีไหม
“ชู่ววววววว!” ขงอวี่กดเสียงต่ำ
“กลับไปค่อยว่ากัน!”
ถึงจะทิ้ง ก็ต้องไปทิ้งให้พ้นหูพ้นตาเจ้าของร้านเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายตามมาเอาเรื่อง สวี่เหวินจือพยักหน้าและเริ่มเร่งฝีเท้ากลับเข้าโรงเรียนโดยไม่รู้ตัว เมื่อทั้งคู่เดินเข้าประตูโรงเรียนก็กวาดสายตามองหาถังขยะเพื่อจะทิ้งของในมือ
“พวกเธอออกไปข้างนอกมางั้นเหรอ?”
เสียงเย็นเยือกของ NPC รปภ. ดังขึ้นเหนือหัว
“ช่วงเวลาพิเศษห้ามออกไปข้างนอก พวกเธอฝ่าฝืนกฎของโรงเรียน ต้องถูกลงโทษ!”
ขงอวี่และสวี่เหวินจือตัวแข็งทื่อ เนื้อเรื่องในด่านโรงเรียนประถมกวงหมิงนี้ คือมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งตกลงมาเสียชีวิตและถูกทำให้ดูเหมือนเป็นการฆ่าตัวตาย ภารกิจของผู้เล่นคือต้องระบุตัวฆาตกรซึ่งอาจจะเป็นเพื่อนร่วมชั้น ครู ผู้อำนวยการหรือแม้แต่รปภ. ประเด็นสำคัญคือการหาหลักฐาน ก่อนหน้านี้ที่ขงอวี่กับสวี่เหวินจือเดินสำรวจโรงเรียน ก็เพื่อแอบสืบความลับของรปภ. แต่คิดไม่ถึงว่าจะมาโดนรปภ. จับได้คาหนังคาเขาแบบนี้
เมื่อสบเข้ากับดวงตาที่ไร้รูม่านตาของรปภ. สวี่เหวินจือก็หวาดกลัวจนแขนขาอ่อนแรงแทบจะล้มลงกับพื้น
ขงอวี่เองก็ตื่นตระหนกไม่แพ้กัน แต่พยายามฝืนใจให้สงบ
“ขอโทษค่ะ พวกเราเพิ่งมาใหม่ ไม่ทราบว่ามีกฎข้อนี้อยู่”
รปภ. ไม่ฟังคำแก้ตัวแม้แต่น้อย เขายังคงย้ำด้วยใบหน้าเย็นชา
“ฝ่าฝืนกฎ ต้องถูกลงโทษ!”
ใบหน้าของขงอวี่และสวี่เหวินจือถอดสีจนขาวซีด ตามประสบการณ์ที่ผู้เล่นระดับสูงสรุปไว้ NPC ในด่านสืบสวนมักจะมีชุดตรรกะและกฎเกณฑ์ที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ ตราบใดที่ผู้เล่นทำตามกฎ NPC มักจะไม่ทำร้ายผู้เล่นก่อน แต่ถ้า NPC ตัดสินว่าผู้เล่นทำผิดกฎ มันจะทำการ "ลบชีวิต" ผู้เล่นทันที เมื่อถึงตอนนั้นผู้เล่นต้องมีความสามารถมากพอที่จะหลบหนีการตามล่าหรือไม่ก็ต้องฆ่า NPC นั้นทิ้งเสียเอง
“ฉันจะถ่วงเวลาไว้ เธอรีบหนีก่อน!”
ขงอวี่ส่งสัญญาณลับให้สวี่เหวินจือ เธอมีสร้อยข้อมือนำโชคซึ่งใช้ได้หนึ่งครั้งต่อหนึ่งด่าน ทุกครั้งที่ใช้จะเพิ่มค่าโชคดี 20% บางทีครั้งนี้เธออาจจะรอดไปได้ถึงสวี่เหวินจือจะขี้ขลาด แต่เธอก็ทำใจทิ้งเพื่อนเพื่อหนีเอาตัวรอดคนเดียวไม่ได้ เธอจึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่เด็ดเดี่ยว
“หนีไปด้วยกัน!”
พูดจบ เธอก็ขว้างไอเทม [กริชสั่งทำพิเศษ] ออกไป หมายจะปักเข้าที่กลางอกของรปภ. กริชเล่มนี้มีพลังทำลายล้างสูงและมีโอกาสโจมตีทีเดียวจอด แต่น่าเสียดายที่ความสามารถของรปภ. แข็งแกร่งกว่าที่พวกเธอคิด กริชนั้นปักเข้าที่ไหล่ของมันเท่านั้นซึ่งความเสียหายเพียงเท่านี้ถือว่าเล็กน้อยมากสำหรับ รปภ. มันยังสามารถกวัดแกว่งกระบองยางไล่ตามพวกเธอได้อย่างคล่องแคล่ว นี่อาจจะเป็นบอสใหญ่และไม่แน่อาจจะเป็นฆาตกรตัวจริงของด่านนี้ก็ได้!
ขงอวี่และสวี่เหวินจือตาเหลือกด้วยความกลัว พวกเธอเป็นแค่ผู้เล่นใหม่ ประสบการณ์ก็น้อย ไอเทมก็น้อย ใครจะไปคิดว่าจะเจอเข้ากับบอสใหญ่ตั้งแต่วันแรกที่เข้าด่าน ข้างหน้าก็เจอร้านเครื่องเซ่นไหว้ประหลาด ข้างหลังก็เจอว่าที่บอสใหญ่ ชะตากรรมครั้งนี้มันช่างเลวร้ายสิ้นดี!
เมื่อเห็นรปภ. ไล่ตามมาจนเกือบจะทัน ด้วยความลนลาน สวี่เหวินจือจึงเหวี่ยงถุงเครื่องเซ่นไหว้ในมือออกไป มันกระแทกเข้าที่ตัวของรปภ. พอดี และรปภ. ก็คว้ามันไว้ได้ด้วยมือข้างเดียว วินาทีต่อมา รปภ. ที่เคยดุร้ายกลับหยุดกะทันหันอยู่กับที่ จากนั้นก็วางกระบองลงและเริ่มก้มหน้าก้มตาพินิจพิจารณาห่อเครื่องเซ่นไหว้ในมือ
สวี่เหวินจือ: ?
ขงอวี่: ?
ทั้งคู่ตกตะลึงจนพูดไม่ออก แต่นี่คือโอกาสทองในการหนี ทั้งคู่สบตากันแล้วออกวิ่งสุดฝีเท้าทันที
รปภ. ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง มันเพียงแค่ค่อยๆ นำห่อเครื่องเซ่นไหว้นั้นมาจ่อที่จมูก แล้วสูดดมเข้าไปฟอดใหญ่
“หอมจริงๆ เลย...”
จบตอน 1