ลู่เต๋อเซิ่ง โม่ชิวเฟิง และลู่เหยา ต่างยืนดูอยู่เฉยๆ ไม่มีใครเข้าไปห้ามหรือแยก เพราะพวกเขามองออกตั้งแต่แรกแล้วว่า หร่วนชีชีไม่ได้ลงมือถึงตาย แถมยังจงใจหลบจุดสำคัญของร่างกายอีกด้วย
ในเมื่อเด็กสาวคนนี้ยังรู้จักยับยั้งชั่งใจ ก็ปล่อยให้เธอระบายความโกรธเสียก่อน
ลู่เต๋อเซิ่งขมวดคิ้วแน่น สายตาเต็มไปด้วยความรังเกียจ
ถึงหร่วนชีชีจะเป็นฝ่ายลงมือแบบไม่ทันตั้งตัว แต่เหอเจี้ยนจวินก็มีโอกาสโต้กลับตั้งหลายครั้ง
ถ้าเป็นลู่เหยา อย่างมากสามกระบวนท่าก็สามารถจับหร่วนชีชีได้แล้ว
แต่เหอเจี้ยนจวินกลับถูกเด็กสาวคนหนึ่งตีเสียจนไม่มีแม้แต่แรงจะตอบโต้ ทำให้กองทัพของเขาเสียหน้าอย่างสิ้นเชิง!
เขาจำได้ว่าเหอเจี้ยนจวินได้เลื่อนตำแหน่ง เพราะเคยสร้างผลงานได้รับเหรียญกล้าหาญขั้นสาม ระหว่างปฏิบัติภารกิจเขาแสดงความกล้าหาญเป็นอย่างมาก และทำภารกิจสำเร็จอย่างสมบูรณ์
ส่วนด้านล่างก็ส่งเรื่องขอเลื่อนตำแหน่งให้ลูกชายของเขา ลู่เหยา เข้ามาเช่นกัน
ลู่เหยาได้รับเหรียญกล้าหาญขั้นสองถึงสองครั้ง ตามระเบียบแล้วสามารถเลื่อนตำแหน่งได้จริง
แต่เขาไม่อนุมัติ
ปีที่แล้วลู่เหยาเพิ่งได้เลื่อนตำแหน่ง ตอนนี้อายุเพียงยี่สิบห้าปีก็เป็นรองผู้บังคับกองพันแล้ว
หากปีนี้เลื่อนอีก ความก้าวหน้าจะเร็วเกินไป คนอื่นย่อมมีความเห็น
ยิ่งลู่เหยาเป็นลูกชายของเขา ก็ยิ่งต้องใช้มาตรฐานที่สูงกว่าคนอื่น ต้องกดความหยิ่งของเจ้าหนุ่มคนนี้ไว้สักหน่อย เรื่องเลื่อนตำแหน่งค่อยว่ากันอีกสองปี
ลู่เต๋อเซิ่งขมวดคิ้วยิ่งกว่าเดิม ความสงสัยผุดขึ้นในใจ
ฝีมือของเหอเจี้ยนจวินอ่อนแอเกินไป
แล้วเหรียญกล้าหาญขั้นสามของเขา...ได้มายังไงกัน?
“เธอเป็นบ้าอะไร หยุดเดี๋ยวนี้!”
ในที่สุดหลิวหงหลิงก็ได้สติ
เมื่อเห็นชายคนรักถูกตีจนเลือดอาบ เธอก็กรีดร้องพลางพุ่งเข้ามา หมายจะสั่งสอนหร่วนชีชี
“ชายโฉดหญิงชั่ว...ถุย! คู่ชั่วชายหญิง!”
หร่วนชีชีคว้าผมของหลิวหงหลิงไว้ทันที ก่อนจะยกเท้าถีบเข้าที่ท้องน้อยอย่างแรง
“ยัยขี้เหร่ ดูหน้าที่เต็มไปด้วยหลุมสิวของเธอสิ เธอเป็นคางคกกลับชาติมาเกิดหรือไง? ถึงได้ต้องมาแย่งผู้ชายของคนอื่น!”
“มีคุณตาเป็นผู้บัญชาการแล้วจะยิ่งใหญ่แค่ไหนกัน ยังกล้าโทรมาขู่ฉันอีก คิดว่าคุณตาของตัวเองเป็นฮ่องเต้ ส่วนตัวเองเป็นเจ้าหญิงหรือไง!”
หร่วนชีชีด่าอย่างสะใจ
แต่สีหน้าของลู่เต๋อเซิ่งกลับเปลี่ยนไปทันที เขารีบเดินเข้ามาแยกทั้งสองออกจากกัน
“นังสารเลว ฉันจะฆ่าแก!”
ตอนนี้หลิวหงหลิงผมเผ้ายุ่งเหยิง กรงเล็บกางออกเหมือนคนเสียสติ
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยหลุมสิวของเธอยิ่งดูน่าเกลียดกว่าเดิม
หร่วนชีชีถูกลู่เต๋อเซิ่งจับไว้จนขยับไม่ได้
เธอเชิดหน้าขึ้น สีหน้าราวกับยอมตายแต่ไม่ยอมก้มหัว
“พวกคุณตีฉันให้ตายเลย! วันนี้ถ้าเลือดฉันสาดอยู่ในกองบัญชาการ ทุกคนทั้งประเทศก็จะได้รู้ว่า ตระกูลลู่ใช้อำนาจรังแกชาวบ้าน รังแกลูกหลานชาวนายากจนยังไง!”
“ถ้าเธอตาย ฉันจะเก็บศพให้!”
ลู่เหยาตะโกนเชียร์อย่างไม่กลัวเรื่องจะบานปลาย
“งั้นช่วยสลักความอยุติธรรมที่ฉันได้รับไว้บนหลุมศพของฉันด้วย!”
หร่วนชีชีพูดอย่างจริงจัง
“ได้!”
ลู่เหยารับปากอย่างหนักแน่น
ทั้งสองร้องรับส่งกันราวกับรู้จักกันมาหลายปี ประสานงานกันได้อย่างเข้าขา
ขมับของลู่เต๋อเซิ่งกระตุกไม่หยุด แต่ละคนล้วนกลัวเรื่องไม่ใหญ่พอ
ตอนแรกเขาคิดว่าหร่วนชีชีเป็นเด็กสาวขี้ขลาด อ่อนแอ
ใครจะคิดว่าเขาจะมองผิด
เด็กคนนี้ทั้งใจกล้าและบ้าบิ่น กล้าตีคนต่อหน้าต่อตาเขา แถมยังกล้าชี้หน้าด่าเขาอีกด้วย!
“สหายหร่วน กองทัพกับประชาชนเป็นครอบครัวเดียวกัน เราไม่มีทางรังแกประชาชนเด็ดขาด ทุกวันนี้เป็นสังคมใหม่แล้ว ไม่มีฮ่องเต้หรือเจ้าหญิงอะไรทั้งนั้น เรื่องระหว่างคุณกับเหอเจี้ยนจวิน ทางกองทัพจะต้องให้ความยุติธรรมกับคุณแน่นอน!”
โม่ชิวเฟิงรีบพูดขึ้นในจังหวะเหมาะสม
แม้เขาจะอยากเห็นลู่เต๋อเซิ่งขายหน้าก็ตาม
แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของกองทัพ เขาไม่อาจเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับงานได้
“ถูกต้อง!”
ลู่เต๋อเซิ่งรีบเห็นด้วยเสียงดัง พร้อมถลึงตาใส่ลูกชายอย่างแรง
ลู่เหยาเพียงแค่นเสียงอย่างไม่ใส่ใจ
“คุณตา ดูสิคะ ยัยนั่นตีฉันกับเจี้ยนจวินจนเป็นแบบนี้แล้ว! กล้าทำร้ายทหารด้วย ต้องจับไปใช้แรงงานดัดนิสัยที่ฟาร์ม!”
หลิวหงหลิงประคองคนรักไว้ พลางร้องโวยวายใส่ลู่เต๋อเซิ่งอย่างไม่พอใจ
ทำไมยังต้องให้ความยุติธรรมกับนังผู้หญิงสารเลวนั่นอีก?
“เหอเจี้ยนจวินเป็นคู่หมั้นของหร่วนชีชี เรื่องนี้ถือเป็นความขัดแย้งภายในครอบครัว สำหรับปัญหาภายในครอบครัว ควรใช้การไกล่เกลี่ยเป็นหลัก”
โม่ชิวเฟิงพูดเพียงไม่กี่ประโยค ก็เปลี่ยนคดีทำร้ายร่างกายของหร่วนชีชีให้กลายเป็นข้อพิพาทในครอบครัวทันที
“ใครบอกว่าเธอเป็นคู่หมั้นเขา? ฉันต่างหากคือคู่หมั้นของเจี้ยนจวิน พวกเราส่งรายงานขอแต่งงานแล้ว ยัยสารเลวนี่ต่างหากที่ไม่ยอมเลิกรา คอยตามรังควานเจี้ยนจวิน นังนี่มันผู้หญิงสำส่อน... อ๊าย!”
คำด่าของหลิวหงหลิงหยุดลงทันที
เพราะโดนตบฉาดใหญ่
คนที่ลงมือคือลู่เหยา แถมยังใช้แรงไม่น้อย
แก้มซ้ายของหลิวหงหลิงบวมขึ้นทันที หัวอื้อไปหมด
“หน้าตาของตระกูลลู่ ถูกเธอทำเสียหมดแล้ว!”
ลู่เหยาด่าอย่างรังเกียจ จากนั้นก็หันไปพูดกับลู่เต๋อเซิ่ง
“ผมช่วยสั่งสอนแทนคุณแล้ว ไม่ต้องขอบคุณ!”
ลู่เต๋อเซิ่งรู้สึกอึดอัดในอก
จริงอยู่ เขาเองก็อยากสั่งสอนหลิวหงหลิง หลานสาวคนนี้ยิ่งโตยิ่งเหลวไหล
แต่ไอ้ลูกชายคนนี้ลงมือหนักเกินไป
เขาสงสัยจริงๆ ว่าลู่เหยากำลังถือโอกาสแก้แค้นส่วนตัว
เพราะลู่เหยากับแม่ของหลิวหงหลิงไม่เคยถูกกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไร
แต่คิดอีกที... ก็ไม่ใช่แค่แม่ของหลิวหงหลิง
เจ้าลูกชายคนนี้ไม่ถูกกับทุกคนในบ้าน
ภรรยาของเขาปลูกดอกไม้ไว้ทีไร ไอ้ลูกชายตัวดีกลับบ้านมาก็ตัดจนเละทุกครั้ง
เหมือนหมาบ้า เห็นใครก็อยากกัดไปหมด!
“คุณมีสิทธิ์อะไรมาตบฉัน... อ๊าย!”
หลิวหงหลิงเอามือกุมหน้า ตะโกนด้วยความโกรธ
แต่ยังไม่ทันพูดจบ ก็โดนอีกหนึ่งฉาด
คราวนี้แก้มขวาก็บวมตามไปด้วย
ใบหน้าทรงเหลี่ยมมาตรฐาน บัดนี้กลายเป็นหน้าซาลาเปาสี่เหลี่ยมโรยงาดำไปแล้ว
หลิวหงหลิงถอดแบบใบหน้าทรงเหลี่ยมกับผิวคล้ำของลู่เต๋อเซิ่งมาเต็มๆ
ประกอบกับตอนเด็กเป็นอีสุกอีใสแล้วรักษาไม่ดี ทำให้ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยหลุมและจุดด่างดำ คล้ายโรยงาดำเอาไว้ทั่วทั้งหน้า
ยิ่งทำให้ความน่าเกลียดยิ่งเพิ่มขึ้นอีก
จนถึงแม้เธอจะเป็นหลานสาวคนโปรดของผู้บัญชาการลู่ ก็ไม่มีผู้ชายคนไหนมาจีบ
ลากยาวมาจนอายุยี่สิบสี่ปี ถึงได้มาเจอกับเหอเจี้ยนจวิน ผู้ชายที่ชอบเกาะผู้หญิงกิน
คนหนึ่งขี้เหร่ อีกคนหนึ่งเลว
จึงเข้ากันได้อย่างรวดเร็ว และคบกันในเวลาไม่นาน
“เพราะฉันเป็นน้าแท้ๆ ของเธอ จะตบเธอแล้วมีปัญหาอะไร?”
ลู่ลู่เหยาสะบัดมือ ก่อนจะเอามือไปถูแรงๆ กับเสื้อของลู่เต๋อเซิ่ง
ตบจนมือตัวเองมันเยิ้ม
มีหลานสาวทั้งขี้เหร่ ทั้งไม่รักษาความสะอาดแบบนี้ บรรพบุรุษตระกูลลู่คงเสียหน้าหมดแล้ว!
“น้าแท้ๆ เหรอ? บ้านคุณนี่คางคกแยกขา หรือว่าม้ามังกรนอกใจกันหรือไง?”
หร่วนชีชีหลุดปากออกมา
“หมายความว่าอะไร?”
ลู่เหยารีบโน้มตัวมากระซิบถามข้างหู เขามีลางสังหรณ์ว่าคำพูดเมื่อกี้ไม่ใช่เรื่องดี
ต้องรู้ให้ได้ ไม่อย่างนั้นคืนนี้คงนอนไม่หลับ
ใครใช้ให้เขาเป็นคนที่อยากรู้อยากเห็นสุดๆ กันล่ะ!
“ก็คือแอบมีชู้ไง!”
หร่วนชีชีเขย่งปลายเท้า กระซิบตอบข้างหูเขา
มุมปากของลู่เหยากระตุก ก่อนจะยกนิ้วโป้งให้เธอ
แม้แต่ผู้บัญชาการลู่ยังกล้าเหน็บแนม
ผู้หญิงคนนี้...ใจกล้าจริง!
เขาชอบ!
ลู่เต๋อเซิ่งเหลือบมองทั้งคู่ แม้จะฟังไม่เข้าใจ แต่ทั้งคางคก ทั้งม้ามังกร...
ยังไงเด็กคนนี้ก็ไม่ได้พูดเรื่องดีแน่นอน
เขาหันไปมองเหอเจี้ยนจวินที่กำลังร้องครางด้วยความเจ็บปวด สายตาเต็มไปด้วยความดูแคลน
ผู้ชายแท้ๆ เจ็บแค่นี้ยังทนไม่ได้
อ่อนแอสิ้นดี!
“เหอเจี้ยนจวิน นายมีคู่หมั้นอยู่ที่บ้านเกิดแล้ว ก็ไม่ควรไปคบผู้หญิงคนอื่น เรื่องแต่งงานระหว่างนายกับหงหลิง ยกเลิกเสีย!”
“คุณตา! ผู้หญิงคนนี้ต่างหากที่หน้าด้าน คอยตามรังควานเจี้ยนจวิน ฉันไม่ยอมยกเลิก!”
หลิวหงหลิงจ้องหร่วนชีชีด้วยสายตาเต็มไปด้วยความแค้น
กว่าเธอจะหาผู้ชายหน้าตาดีและเอาใจเก่งแบบเหอเจี้ยนจวินได้ไม่ใช่เรื่องง่าย
ตลอดหกเดือนที่คบกันมา เธอมีความสุขมากกว่าช่วงเวลาไหนในชีวิต
เธอไม่มีวันปล่อยมือเด็ดขาด!
“หุบปาก!”
ลู่เต๋อเซิ่งหน้าบึ้ง ตวาดเสียงดัง
หลิวหงหลิงสะดุ้งตัวสั่น เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าคุณตาเกลียดที่สุดคือการใช้อำนาจรังแกคนอื่น
เมื่อครู่เธอควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ จึงเผลอเผยนิสัยที่แท้จริงออกมา
หร่วนชีชีหัวเราะเยาะ ก่อนพูดอย่างดูแคลน
“ไอ้คนไร้น้ำยาแบบเหอเจี้ยนจวิน ตอนนี้ฉันไม่เอาแล้ว อยากได้ก็เอาไป แต่เอกสารที่เขียนไว้ชัดเจน หากฝ่ายตระกูลเหอผิดสัญญา ต้องคืนค่าสินสอดสามเท่า รวมเป็นเก้าร้อยหยวน เงินก้อนนี้เหอเจี้ยนจวินต้องจ่าย ผู้บัญชาการลู่ กรรมการการเมืองโม่ พวกคุณเห็นว่าอย่างไร?”
“ต้องจ่ายจริง”
โม่ชิวเฟิงพยักหน้า
ลู่เต๋อเซิ่งเองก็ไม่มีความเห็นคัดค้าน
ทั้งลายลักษณ์อักษร ทั้งลายนิ้วมือครบถ้วน
ย่อมต้องทำตาม
“เอกสารอะไร ผมไม่รู้เรื่อง”
เหอเจี้ยนจวินแกล้งทำเป็นไม่รู้
แต่เหงื่อเย็นบนหน้าผากกลับไหลมากขึ้นเรื่อยๆ ปนกับเลือดจนเต็มใบหน้า
หร่วนชีชีมองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนพูดเยาะเย้ย
“ฉันรู้อยู่แล้วว่านายต้องคิดเบี้ยว เลยเอาเอกสารติดตัวมาด้วย ผู้บัญชาการลู่กับกรรมการการเมืองโม่อ่านหมดแล้ว เหอเจี้ยนจวิน นายไม่มีทางปฏิเสธได้ เก้าร้อยหยวน ขาดแม้แต่แดงเดียวก็ไม่ได้!”
ไฟโทสะที่ลู่เต๋อเซิ่งกลั้นไว้ ในที่สุดก็ระเบิดออกมา
เขาเดินเข้าไปเตะเหอเจี้ยนจวินเต็มแรงหนึ่งที พร้อมด่าลั่น
“ฉันอ่านเอกสารแล้ว! บ้านหร่วนจ่ายค่าสินสอดสามร้อยหยวนเพื่อรับแกเป็นลูกเขยอยู่บ้านฝ่ายหญิง พอผิดสัญญาก็ต้องคืนสามเท่า ในเอกสารเขียนไว้ชัดเจน แถมยังมีลายนิ้วมือของไอ้สารเลวอย่างแกประทับไว้ เก้าร้อยหยวน แกต้องจ่ายให้ครบสักแดงเดียวก็ห้ามขาด ไม่อย่างนั้นฉันจะยิงไอ้สารเลวอย่างแกทิ้ง!”