“ตอนเด็กๆ คุณกินผลไม้นี่บ่อยเหรอ?” หร่วนชีชีถาม
“ก็กินเยอะอยู่นะ ทำไมเหรอ?”
ลู่เหยาสังเกตเห็นความผิดปกติของเธอ จึงถามพร้อมรอยยิ้ม
“กินแล้วไม่มีอาการอะไรเลยเหรอ?”
หร่วนชีชีขมวดคิ้วเล็กน้อย ผลไม้นี้เรียกว่า ‘หม่าซัง’ มีลักษณะคล้ายลูกหม่อน เป็นสมุนไพรจีนชนิดหนึ่ง และบางคนก็นำไปดองเหล้า แต่หากกินผลสดเข้าไปจะมีพิษร้ายแรง ถึงขั้นเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ลู่เหยากินเข้าไปตั้งมากมาย แต่กลับไม่เป็นอะไรเลยอย่างนั้นหรือ?
“ตอนแรกก็รู้สึกเวียนหัวนิดหน่อย แล้วก็เหมือนหายใจไม่ค่อยออก แต่หลังจากนั้นก็ไม่เป็นอะไรแล้ว วางใจเถอะ ไม่มีพิษหรอก ฉันกินไปตั้งเยอะยังสบายดีอยู่เลย”
ลู่เหยารับรองด้วยท่าทีสบายๆ ตั้งแต่เด็กเขาก็ขึ้นเขาไปหาเก็บผลไม้ป่ากินอยู่บ่อยๆ จึงคุ้นเคยกับผลไม้ป่าพวกนี้เป็นอย่างดี ผลไหนมีพิษหรือไม่มีพิษ เขารู้ชัดเจนยิ่งกว่าคนทั่วไปเสียอีก
คิ้วของหร่วนชีชีขมวดแน่นขึ้นกว่าเดิม เธอมั่นใจว่าตัวเองจำไม่ผิด ผลหม่าซังชนิดนี้มีพิษจริงๆ
ชาติที่แล้วข้อมูลข่าวสารแพร่หลาย แม้เธอจะอาศัยอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวช แต่ก็ยังรับรู้เรื่องราวต่างๆ มากมายจากโทรศัพท์มือถือ ครั้งหนึ่งเธอเคยเห็นข่าวที่บอกว่า มีเด็กสองคนเผลอกินผลหม่าซังเข้าไปจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด
ในข่าวยังจงใจนำภาพผลหม่าซังมาให้ดูด้วย และมันก็เหมือนกับผลที่อยู่ในมือลู่เหยาทุกประการ
หร่วนชีชีคิดไม่ตก หรือว่าลู่เหยาจะเป็นร่างศักดิ์สิทธิ์โดยกำเนิดที่มีภูมิคุ้มกันต่อพิษทุกชนิด?
ทั้งสองยังคงเดินขึ้นเขาต่อไป ระหว่างทางลู่เหยาจับกระต่ายป่าตัวอ้วนมาได้สองตัว และไก่ป่าอีกหนึ่งตัว
ริมหน้าผาบนยอดเขามีต้นชาป่าขนาดใหญ่ขึ้นอยู่ต้นหนึ่ง ใบอ่อนเต็มกิ่งก้าน หร่วนชีชีจึงชวนลู่เหยาไปเก็บใบชา ใบชาป่ามีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ
เธอยังเด็ดกิ่งอ่อนมาหนึ่งกิ่ง แล้วแอบนำเข้าไปไว้ในมิติ ตั้งใจว่าจะเอาไปปลูกในพื้นที่ว่างภายหลัง
“น้องสาว ขอพลังวิญญาณให้ฉันหน่อยได้ไหม? ฉันจะให้เห็ดหลินจือกับเธอ!”
เสียงของต้นชารุ่นเก่าแก่ฟังดูโบราณมาก เพียงได้ยินก็รู้ทันทีว่ามันมีอายุไม่น้อยแล้ว แก่กว่าต้นการบูรเก่าและต้นแปะก๊วยเก่าแก่ในเมืองถานโจวเสียอีก
“ได้สิ!”
หร่วนชีชีตอบตกลงอย่างไม่ลังเล ก่อนถ่ายทอดพลังวิญญาณส่วนหนึ่งให้มัน
ตอนนี้พลังวิญญาณภายในร่างของเธอมีมากขึ้นไม่น้อย เธอสัมผัสได้อย่างชัดเจน ราวกับภายในร่างของเธอมีบ่อน้ำแห่งพลังวิญญาณอยู่ ตอนแรกมันมีเพียงตื้นๆ แต่ตอนนี้ระดับน้ำลึกขึ้นมาอีกเล็กน้อยแล้ว
หลังได้รับพลังวิญญาณ ต้นชาเก่าแก่ก็มีชีวิตชีวาขึ้นทันตา มันสั่นกิ่งก้านที่แผ่เต็มต้น ก่อนเผยให้เห็นเห็ดหลินจือที่ซ่อนอยู่บริเวณโคนต้นหลายดอก
หร่วนชีชีขุดพวกมันขึ้นมาพร้อมดิน แล้วใส่ลงในตะกร้าสะพาย ก่อนจะย้ายเข้าไปไว้ในมิติด้วย
ลู่เหยาหันมามองเธอแวบหนึ่ง แต่ไม่ได้ถามอะไร
เมื่อครู่นี้เขาสัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังงานถึงสองครั้ง แต่ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจเลย เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าชีชีเป็นพวกเดียวกับเขา
“น้องสาว เจ้าหนุ่มคนนี้เป็นผู้ชายของเธอเหรอ? ในร่างกายของเขามีพิษอยู่ไม่น้อยเลยนะ ช่างมีชีวิตรอดมาได้จริงๆ พิษมากมายขนาดนี้ยังไม่ตายอีก เอ๊ะ... ผู้ชายของเธอไม่ใช่มนุษย์นี่”
ต้นชาเก่าแก่เป็นพวกช่างพูดเช่นกัน มันชวนหร่วนชีชีคุยไปเรื่อย พร้อมกับบอกสิ่งที่มันค้นพบออกมา
“เขาไม่ใช่มนุษย์? หรือว่าเป็นภูตพราย?”
หร่วนชีชีสนใจขึ้นมาทันที จินตนาการของเธอเริ่มเตลิดไปไกล หรือว่าจริงๆ แล้วลู่เหยาจะตายตั้งแต่ยังเด็ก แล้วมีภูตพรายเข้าสิงร่าง?
“ไม่ถูกสิ ขอฉันดูให้ละเอียดอีกหน่อย”
ต้นชาเก่าแก่เองก็เริ่มสับสน เจ้าหนุ่มคนนี้ดูเหมือนมนุษย์ แต่ก็เหมือนมังกร หรือว่าจะเป็นลูกผสมระหว่างมังกรกับมนุษย์?
ใช่แล้ว ต้องเป็นแบบนี้แน่นอน!
“น้องสาว ผู้ชายของเธอมีสายเลือดมนุษย์ครึ่งหนึ่งและสายเลือดมังกรอีกครึ่งหนึ่ง เขาเป็นลูกผสม”
“งั้นก็หมายความว่า ผู้ชายของฉันเป็นลูกผสมสินะ?”
หร่วนชีชีกะพริบตาปริบๆ รู้สึกไม่ค่อยอยากเชื่อ
เห็นๆ อยู่ว่าลู่เหยาเป็นลูกของหยวนฮุ่ยหลานกับลู่เต๋อเซิ่ง แล้วจะกลายเป็นลูกที่เกิดจากมนุษย์กับมังกรได้อย่างไร?
“น้องสาว เธอไม่เข้าใจหรอก ผู้ชายของเธอมีสายเลือดมังกรอยู่ในตัว นั่นไม่ธรรมดาเลยนะ ความสามารถของเขามีมากมายทีเดียว!”
น้ำเสียงของต้นชาเก่าแก่เต็มไปด้วยความเคารพ ต่อให้ลู่เหยาจะมีสายเลือดมังกรเพียงครึ่งเดียว แต่นั่นก็ยังเป็นสิ่งที่มันทั้งอิจฉาและริษยาอยู่ดี
“แล้วพิษในร่างกายของผู้ชายฉันล่ะ จะทำยังไง? จะเป็นอะไรไหม?”
หร่วนชีชีไม่ได้สนใจเรื่องมังกรหรือไม่มังกรมากนัก ไม่ว่าลู่เหยาจะเป็นมังกรหรือมนุษย์ อย่างไรเขาก็เป็นเขยที่แต่งเข้าบ้านของเธออยู่ดี และต้องฟังคำพูดของเธอ
สิ่งที่เธอเป็นห่วงมากกว่าคือพิษในร่างกายของลู่เหยา หากสะสมจนถึงระดับหนึ่งแล้วเกิดกำเริบขึ้นมา เธอไม่อยากกลายเป็นม่ายเลยแม้แต่น้อย
“ไม่เป็นไร ผู้ชายของเธอมีสายเลือดมังกรอยู่ครึ่งหนึ่ง พิษพวกนั้นเอาชีวิตเขาไม่ได้หรอก อย่างมากก็ทำให้คลุ้มคลั่ง แต่พลังวิญญาณในร่างกายของเธอสามารถช่วยเขาระบายพิษออกได้” ต้นชาเก่าแก่กล่าว
“ต้องระบายออกยังไง?”
หร่วนชีชีถามอย่างตั้งใจเรียนรู้
“นอนด้วยกันให้บ่อยๆ ก็พอ”
คำตอบของต้นชาเก่าแก่ตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง และกลับตรงกับความคิดของหร่วนชีชีพอดี เธอจึงวางใจลงได้อย่างสิ้นเชิง
รอให้ทั้งคู่จดทะเบียนสมรสกันก่อน เธอกับลู่เหยาก็แค่ขยันใช้ชีวิตคู่กัน ต่อให้เป็นพิษร้ายแรงเพียงไหนก็คงกำจัดออกจนหมดได้
แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็เข้าใจแล้วว่าเหตุใดชาติที่แล้วลู่เหยาจึงคลุ้มคลั่ง นอกจากอาการบาดเจ็บที่ศีรษะแล้ว ยังมีสาเหตุมาจากพิษที่สะสมอยู่ในร่างกายด้วย กล่าวโดยสรุปแล้ว ทั้งหมดล้วนเป็นความผิดของลู่เต๋อเซิ่งกับหยวนฮุ่ยหลาน
หลังจากเธอกับลู่เหยากลับไปถึงเมืองถานโจวแล้ว คงต้องหาเรื่องสองคนนั้นเป็นระยะๆ จะได้ไม่ต้องหวังว่าจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุข!
ทั้งสองช่วยกันเก็บใบอ่อนจากต้นชาเก่าแก่จนได้ประมาณสิบกว่าจิน ซึ่งสามารถนำไปคั่วเป็นชาแห้งได้ราวสองจิน
เมื่อพวกเขากลับถึงบ้าน หร่วนซวงเจียงก็ทำอาหารเย็นเสร็จแล้ว บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารมากมาย
ปกติพวกเธอจะกินข้าวกันบนโต๊ะตัวเล็กๆ แต่วันนี้หร่วนซวงเจียงกลับยกโต๊ะแปดเซียนออกมา แสดงให้เห็นว่าเธอให้ความสำคัญกับลู่เหยามากเพียงใด
มีทั้งเนื้อหอยผัดพริก ผักดินผัดไข่ ลูกชิ้นหิมะ ผักกาดหอมผัดหมูหมักแห้ง ปลาไหลดินแห้งผัดพริก ซุปไก่หม้อใหญ่ และขนมข้าวเหนียวอินทพาลัมอีกจานใหญ่ อาหารทั้งหมดอุดมสมบูรณ์ยิ่งกว่ากับข้าวที่บ้านหร่วนทำในช่วงตรุษจีนเสียอีก
“พี่เขย พี่จับมาเหรอ?”
เมื่อหร่วนเสี่ยวเสวี่ย เห็นกระต่ายป่ากับไก่ป่า เธอก็ดีใจจนแทบกระโดด
“บังเอิญจับมาได้น่ะ”
ลู่เหยาตอบอย่างไม่ใส่ใจ สำหรับเขาแล้ว การจับสัตว์ตัวเล็กๆ พวกนี้เป็นเรื่องง่ายดายมาก
เมื่อก่อนเขายังเคยต่อสู้กับราชาหมาป่ามาแล้วด้วยซ้ำ และเขาเป็นฝ่ายชนะ หลังจากนั้นราชาหมาป่าก็กลายเป็นลูกสมุนของเขา
“พี่เขยเก่งจริงๆ !”
แววตาของหร่วนเสี่ยวเสวี่ย ยิ่งเต็มไปด้วยความเลื่อมใส ตอนนี้ถึงขั้นรู้สึกขอบคุณเหอเจี้ยนจวินเสียด้วยซ้ำ
ถ้าไอ้สารเลวนั่นไม่ถอนหมั้น พี่รองก็คงไม่มีโอกาสได้รู้จักกับพี่เขยน่ะสิ!
“ก็ธรรมดาๆ พรุ่งนี้ฉันจะจับหมูป่ามาให้เธอสักตัว”
ลู่เหยาถึงกับได้ใจจนแทบหางชี้ เขาชอบความรู้สึกที่มีคน ยก ยอเขาเป็นที่สุด
ท่ามกลางคำชมสารพัดของหร่วนเสี่ยวเสวี่ย เขาค่อยๆ หลงตัวเองจนลืมตัว และถึงขั้นรับปากว่าจะจับหมูป่ามาให้ถึงสิบแปดตัว ทั้งที่รวมหมูป่าบนภูเขาด้านหลังหมู่บ้านหร่วนเจียแล้ว ยังมีไม่ถึงสิบแปดตัวด้วยซ้ำ
ลู่เหยาชื่นชมฝีมือการทำอาหารของหร่วนซวงเจียงอย่างเต็มที่ เขากินอาหารจนหมดทุกอย่าง ทำให้ความประทับใจที่หร่วนซวงเจียงมีต่อเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก และยิ่งไม่มีข้อคัดค้านเรื่องที่พวกเขาจะไปจดทะเบียนสมรสกันในวันรุ่งขึ้น แถมยังบอกด้วยว่าจะจัดงานเลี้ยงให้เอง
เมื่อดึกสงัด ลู่เหยาออกจากบ้านหร่วน ขับรถไปยังหมู่บ้านไป๋หลี่ จากสระน้ำในหมู่บ้าน เขาหาบ้านของหลี่เหล่าอู่ได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็ปีนข้ามกำแพงเข้าไปในบ้าน ลอบเข้าไปในห้องแล้วทำให้หลี่เหล่าอู่หมดสติ ก่อนแบกร่างของเขาขึ้นไปบนภูเขา
บนภูเขาไม่ได้เงียบสงบเลย บางครั้งจะมีเสียงประหลาดดังขึ้น อีกทั้งยังมีเงาร่างต่างๆ ที่บิดเบี้ยวอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์ บรรยากาศมืดมนและน่าหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง
ลู่เหยาโยนคนลงกับพื้น ก่อนเตะเขาจนตื่น
ในตอนแรกแววตาของหลี่เหล่าอู่ยังดูสับสน แต่ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นดุดัน เขาลุกขึ้นแล้วพุ่งเข้าใส่ลู่เหยา ในมือยังมีมีดสั้นเพิ่มขึ้นมาอีกเล่ม
แม้จะอายุเกินห้าสิบแล้ว แต่หลี่เหล่าอู่กลับมีฝีมือว่องไวมาก ดูก็รู้ว่าเป็นคนที่ฝึกฝนวิชาการต่อสู้มา ทว่าโชคร้ายที่เขาดันมาเจอกับลู่เหยา เพียงไม่กี่กระบวนท่าเขาก็ถูกลู่เหยาควบคุมตัวไว้ได้
ลู่เหยาเองก็คร้านจะพูดมาก เขากรอกน้ำแร่จากภูเขาแก้วใหญ่เข้าไปในปากของหลี่เหล่าอู่โดยตรง จากนั้นน้ำก็เริ่มไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย กระจายไปทั่วทุกเซลล์ในร่างของเขา
หลี่เหล่าอู่ยังไม่เข้าใจว่าลู่เหยาต้องการทำอะไรกันแน่ เขาจ้องอีกฝ่ายอย่างระแวดระวัง แววตาดุดันเป็นพิเศษ
ลู่เหยาวางมือลงบนร่างของเขา ไม่นานหลี่เหล่าอู่ก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาภายในร่างกาย ราวกับมีเข็มนับไม่ถ้วนกำลังทิ่มแทง ความเจ็บปวดรุนแรงขึ้นทีละน้อย หลี่เหล่าอู่ในตอนแรกยังพอทนได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ได้แต่กลิ้งไปมาบนพื้น ทว่าแม้แต่เสียงร้องก็ยังเปล่งออกมาไม่ได้ เพราะลู่เหยาถอดขากรรไกรของเขาไว้แล้ว
“พูดมาเถอะ คนที่ติดต่อกับคุณอยู่เบื้องบนคือใคร? พวกพ้องอีกสองคนของคุณเป็นใคร? พวกคุณแฝงตัวอยู่ที่นี่ด้วยภารกิจอะไร?”
ลู่เหยาถามสามคำถามอย่างมั่นใจว่าหลี่เหล่าอู่จะต้องยอมสารภาพ
เพราะไม่มีใครสามารถทนรับการทรมานเฉพาะตัวของเขาได้
เขาควบคุมโมเลกุลน้ำทั้งหมดภายในร่างกายของหลี่เหล่าอู่ ทำให้น้ำที่อ่อนโยนเหล่านั้นเปลี่ยนกลายเป็นคมมีดนับไม่ถ้วน ทิ่มแทงเข้าไปในทุกเซลล์ภายในร่างกายของหลี่เหล่าอู่ ความเจ็บปวดเช่นนี้รุนแรงกว่าความเจ็บปวดจากการคลอดบุตรหลายเท่า แทบไม่มีใครสามารถทนรับมันได้!