ปี ค.ศ. 1983 หมู่บ้านสือเตี้ยนจื่อ
ยามค่ำคืนมืดสนิท ข้างกองฟางข้าวสาลี มีเงาร่างสองร่างกำลังแนบชิดพันเกี่ยวกันแน่น
“เสี่ยวเมิ่ง…ตรงนั้นอยู่ไหน ทำไมพี่หาไม่เจอ”
“โอ๊ย…พี่นี่น่าเกลียดจริง…”
“รีบช่วยพี่ปลดหน่อย กางเกงมันรัดจะตายอยู่แล้ว”
เสียงหอบหายใจของชายหนุ่มดังหนักปนกลิ่นสุราร้อนผ่าว มือใหญ่ลูบไล้ควานหาอย่างสะเปะสะปะ
หญิงสาวครางแผ่วเบา ทั้งขัดขืนทั้งยินยอม
“พี่รุ่นเซิง…ระหว่างชิงเหยียนกับฉัน ใครทำให้พี่ติดใจกว่ากัน”
“หล่อน…ไม่ยั่วเหมือนเธอ…”
ไม่นานนัก หมู่บ้านอันเงียบสงบก็แตกตื่นขึ้นในพริบตา
“เร็วเข้า! ไปดูกัน! เฉินเสี่ยวเมิ่งแอบได้เสียกับรุ่นเซิง ลูกชายผู้ใหญ่บ้านแล้ว!”
หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นมาถึงสะพานเล็กตรงปากทางเข้าหมู่บ้าน ก่อนจะตะโกนบอกชาวบ้านที่กำลังจับกลุ่มคุยกันเสียงดัง
“จริงหรือเปล่า?” หญิงร่างท้วมที่กำลังเคี้ยวถั่วเหลืองรีบถุยเศษถั่วในปากออก สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
“จริงยิ่งกว่าจริง!”
หญิงคนนั้นก้มตัวหอบหายใจ ก่อนพูดต่อ
“สองคนนั้นกำลังจู๋จี๋กันอยู่ในกองฟ่อนข้าวที่ลานนวดข้าว เสื้อผ้าถอดเกือบหมดแล้ว แม่ของซานซุ่นเดินไปเจอเข้าพอดี!”
“ว่าใครนะ”
คนที่เอ่ยถามคือเฉินซิ่วอิง มารดาแท้ ๆ ของเฉินเสี่ยวเมิ่ง
หลายปีก่อน เธอพาลูกสาวตัวน้อยอย่างเฉินเสี่ยวเมิ่งแต่งงานใหม่เข้าตระกูลเฉียว ใช้ชีวิตคู่กับเฉียวเหนียนซาน พ่อม่ายที่มีลูกสาวติดมาหนึ่งคนเช่นกัน
เวลานี้เธอลุกพรวดขึ้นจากตอม่อสะพาน น้ำเสียงสั่นเครือ
“รุ่นเซิง? กับใคร”
“เจียงรุ่นเซิง ลูกชายผู้ใหญ่บ้าน กับลูกสาวเธอ เฉินเสี่ยวเมิ่ง! อยู่ในกองฟ่อนข้าว เสื้อผ้าถอดจนไม่เหลือ…”
อีกฟากของสะพาน เฉียวชิงเหยียนกำลังอุ้มหนังสือเดินมาอย่างช้า ๆ คำพูดทุกคำลอยเข้าหูเธออย่างชัดเจน
หนังสือหลายเล่มในอ้อมแขนร่วงลงพื้นเสียงดังโครม
แสงอาทิตย์ยามเย็นย้อมท้องฟ้าครึ่งหนึ่งเป็นสีแดง ลำธารใต้สะพานไหลเอื่อย ผู้คนหันมามองเธอพร้อมกัน จนบรรยากาศเงียบกริบ
“ครูเฉียว…”
มีคนเรียกเธอด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน
หัวใจของเฉียวชิงเหยียนจมวูบ
คู่หมั้นของเธอ…เจียงรุ่นเซิง…
กำลังอยู่กับพี่สาวต่างแม่ของเธอในกองฟ่อนข้าว…
“เป็นไปไม่ได้! ลูกสาวฉันไม่มีทางทำเรื่องแบบนี้!” เฉินซิ่วอิงรีบแก้ต่างแทนลูกสาว
เฉียวชิงเหยียนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงเย็น
“จะเข้าใจผิดหรือไม่ ไปดูก็รู้เอง”
ตอนนั้นตระกูลเจียงให้แม่สื่อมาสู่ขอ ระบุชัดเจนว่าคนที่เจียงรุ่นเซิงชอบคือเธอ
แล้วเขากับเฉินเสี่ยวเมิ่ง…
มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน
ไม่นาน ลานนวดข้าวก็แน่นขนัดไปด้วยชาวบ้าน
เฉียวชิงเหยียนเบียดฝูงชนเข้าไปข้างหน้า เพียงมองแวบเดียวก็เห็นเฉินเสี่ยวเมิ่งยืนอยู่ข้างกองฟ่อนข้าว เสื้อผ้าหลุดลุ่ยไม่เรียบร้อย
ดวงตาแดงก่ำ มือหนึ่งกำชายเสื้อของเจียงรุ่นเซิงไว้แน่น
ส่วนเจียงรุ่นเซิงก้มหน้าตลอด เสื้อเชิ้ตสีขาวเปื้อนเศษฟางสีทอง ยับย่นไปทั้งตัว
【สำเร็จแล้ว】
จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นในสมองของเฉียวชิงเหยียน ราวกับมีคนกระซิบชิดข้างหู
เธอเบิกตากว้าง รีบมองไปทางเฉินเสี่ยวเมิ่ง
ริมฝีปากของอีกฝ่ายไม่ได้ขยับเลยสักนิด แต่เสียงนั้นกลับชัดเจนเหลือเกิน
【คราวนี้ต่อให้เจียงรุ่นเซิงไม่อยากแต่งกับฉัน ก็ต้องแต่งแล้ว เฉียวชิงเหยียน ยัยสารเลวนั่น จะเอาอะไรมาแย่งฉันได้】
รูม่านตาของเฉียวชิงเหยียนหดเล็กลงทันที
เสียงนี้…
เป็นเสียงของพี่สาว?
หรือว่า…เป็นความคิดในใจของอีกฝ่าย?
กลางฝูงชน แม่ของซานซุ่นยังเล่าเหตุการณ์อย่างออกรสออกชาติ
“ฉันพาลูกเดินมาจากทางตะวันตก เห็นกองฟ่อนข้าวมันไหวไม่หยุด แถมยังได้ยินเสียงผู้หญิงครางเบา ๆ ฉันอายแทบแย่ เลยเดินเข้าไปดู ที่ไหนได้ เป็นไอ้หนุ่มสาวคู่นี้!”
“ไม่ได้มีแค่ฉันนะ พี่สะใภ้เฉี่ยวก็เห็นเหมือนกัน”
เธอดึงหญิงอีกคนออกมา
“ใช่ไหมล่ะ”
พี่สะใภ้เฉี่ยวหัวเราะแห้ง ๆ อย่างกระอักกระอ่วน
“ฉันกินข้าวเย็นเสร็จก็ว่าจะมาเก็บฟางกลับไปเป็นเชื้อไฟ เลยบังเอิญเจอ ตอนแรกยังนึกว่าเป็นผัวเมียบ้านไหนแอบมาหาความสุขกันข้างนอก…”
เธอไม่คิดเลยว่าจะจับได้ว่าเป็นลูกชายผู้ใหญ่บ้าน ตอนนี้เสียใจแทบไส้ขาดแล้ว
“แม่…น้อง…”
เฉินเสี่ยวเมิ่งเห็นมารดากับเฉียวชิงเหยียน ก็รีบทำสีหน้าตกใจและน้อยใจ สองมือกอดเสื้อที่อกแน่น
แต่เฉียวชิงเหยียนกลับเห็นชัดเจน
มุมปากของอีกฝ่ายซ่อนรอยยิ้มเอาไว้ไม่มิด
รอยยิ้มแห่งชัยชนะ…
เหมือนทุกครั้งที่เฉินเสี่ยวเมิ่งใช้เล่ห์เหลี่ยมใส่ร้ายเธอ จนพ่อแม่เข้าข้างและลงโทษเธอไม่มีผิด
หรือว่า…
เรื่องทั้งหมดในวันนี้ เป็นแผนที่เฉินเสี่ยวเมิ่งจัดฉากขึ้นเอง?
เฉียวชิงเหยียนกำหมัดแน่น สายตากวาดมองทั้งสองคนไปมา ความรู้สึกหลากหลายถาโถมอยู่ในอก
“ชิงเหยียน ฟังผมอธิบายก่อน…”
กลิ่นสุราฉุนจากตัวเจียงรุ่นเซิงลอยมาแตะจมูก
เขายื่นมือจะจับมือเธอ แต่เฉียวชิงเหยียนหลบอย่างเย็นชา
เจียงรุ่นเซิงมองเธออย่างหมดแรง แววตาเต็มไปด้วยความเสียใจและละอายใจ
“เสี่ยวเมิ่ง…ลูก…ทำไมถึงไปกับรุ่นเซิงได้…”
เฉินซิ่วอิงทั้งโกรธทั้งอัดอั้น เลือดแทบกระอัก
ลูกสาวที่เธอรักที่สุดยังไม่ได้แต่งงานแท้ ๆ กลับไปลักลอบมีความสัมพันธ์กับผู้ชายในกองฟ่อนข้าว ชื่อเสียงและความบริสุทธิ์พังพินาศหมดแล้ว
ต่อไปเธอจะยังมีหน้าสู้ชาวบ้านได้อย่างไร
หญิงหลายคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ต่างซุบซิบกัน
“เฮ้อ ดูไม่ออกเลยว่ารุ่นเซิงที่ท่าทางสุภาพจะทำเรื่องแบบนี้”
“ใคร ๆ ก็รู้ว่าอีกไม่นานเขาจะได้แต่งกับชิงเหยียน พี่สาวกลับมาแย่งคู่หมั้นของน้อง แบบนี้ยังมีหน้าสู้ชิงเหยียนอีกหรือ”
“ถุย! ไร้ยางอายจริง ๆ”
คำพูดเหล่านั้นเหมือนเข็มเล่มเล็ก ๆ แทงใส่สมองของเจียงรุ่นเซิง
เขาเกลียดตัวเองที่ดื่มเหล้ามากเกินไป จนเผลอใจต้านทานสิ่งยั่วยวนไม่ไหว
เฉินเสี่ยวเมิ่งยกยิ้มมุมปากอย่างลอบพอใจ
【พูดกันเข้าไปเลย ยิ่งเรื่องใหญ่ยิ่งดี】
เฉียวชิงเหยียนขมวดคิ้ว
เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ
ทุกอย่างล้วนเป็นฝีมือของเฉินเสี่ยวเมิ่ง
ชาวบ้านยิ่งมารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
“เรื่องนี้ต้องรายงานคอมมูน! ประพฤติเสื่อมเสียแบบนี้ทำให้ทั้งหมู่บ้านเสียชื่อ!” มีคนตะโกนขึ้นจากกลางฝูงชน “ปกติผู้ใหญ่บ้านก็เข้มงวดเรื่องความประพฤติอยู่แล้ว เรื่องนี้ปล่อยผ่านไม่ได้!”
“ใช่! จะเพราะเป็นลูกชายผู้ใหญ่บ้านก็ลำเอียงไม่ได้!”
บางคนตะโกนโห่ร้อง บางคนเลือกเงียบ
คนที่กล้าพูดคือคนที่ไม่กลัวมีเรื่อง ส่วนคนเงียบคือคนที่ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว
ทันใดนั้น ฝูงชนก็แหวกทางออกโดยอัตโนมัติ
ชายชราสวมชุดเจ้าหน้าที่สีกากีอมฟ้าเดินเอามือไพล่หลังเข้ามา
เขาคือผู้ใหญ่บ้าน เจียงเต๋อเฉิง
สายตาหนักอึ้งของเขาหยุดอยู่ที่ชายหญิงซึ่งเสื้อผ้ายังไม่เรียบร้อย ใบหน้าคล้ำกร้านมืดครึ้มจนน่ากลัว
มีหญิงคนหนึ่งเดินเข้าไปพูด
“ผู้ใหญ่บ้าน ดูสิ เด็กสองคนนี้ทำเรื่องน่าอับอายกลางลานนวดข้าว จะจัดการยังไงดี”
เจียงเต๋อเฉิงขมวดคิ้วแน่น
หน้าตาและเกียรติยศที่สั่งสมมาทั้งชีวิต ถูกลูกชายทำพังยับในชั่วพริบตา
แต่เขาจำต้องฝืนใจให้สงบนิ่ง
ห้ามเสียอาการ
เขายังต้องเก็บกวาดเรื่องเละเทะให้ลูกชาย
หากเรื่องนี้ลุกลาม งานที่สถานีวิทยุกระจายเสียงตำบลของลูกชายก็อาจหลุดลอย
ชาวบ้านยังคงซุบซิบกันไม่หยุด
เจียงเต๋อเฉิงค่อย ๆ ยกมือขึ้น
เสียงอึกทึกก็เงียบลงทันที
“รุ่นเซิง…แกพูดมาสิ มันเกิดอะไรขึ้น”
เขาเคาะกล้องยาสูบในมือตัวเองเบา ๆ พลางเหลือบมองเฉินเสี่ยวเมิ่งที่เม้มริมฝีปาก สีหน้ายิ่งหม่นลง
“พ่อ…”
เจียงรุ่นเซิงรีบอธิบาย
“ผมเมา…”
คืนนี้เป็นเฉินเสี่ยวเมิ่งที่เข้ามายั่วยวนเขาก่อน
ความจริงคนที่เขาชอบมาตลอดคือเฉียวชิงเหยียน
เธอสวยกว่าพี่สาวต่างแม่มาก
เพียงแต่ชิงเหยียนเป็นคนเรียบร้อยเกินไป แม้แต่จับมือยังไม่ยอมให้เขาจับ
หลังหมั้นหมายกัน ทั้งคู่ก็แค่เคยเดินเล่นริมแม่น้ำด้วยกันไม่กี่ครั้ง นอกนั้นก็ไม่เคยมีอะไรเกินเลย
เขาเป็นชายหนุ่มวัยคะนอง พอดื่มเหล้าเข้าไปนิดหน่อย ก็เลยอยากลอง…
เมื่อเห็นดวงตายั่วยวนของเฉินเสี่ยวเมิ่ง และเรือนร่างอ่อนนุ่มที่ฝ่ายหญิงเป็นคนเข้ามาแนบชิด เขาจึงเผลอใจควบคุมตัวเองไม่อยู่…
มีคนตะโกนขึ้นอีก
“ต้องรายงานคอมมูน! รุ่นเซิงกินเงินหลวงนะ เรื่องความประพฤติถือเป็นเรื่องใหญ่ จะปล่อยไว้ไม่ได้!”
อีกหลายคนรีบผสมโรง
“ผู้ใหญ่บ้าน จะลำเอียงเพราะเป็นลูกชายตัวเองไม่ได้!”
“พ่อ! ห้ามรายงานคอมมูนเด็ดขาด!”
เจียงรุ่นเซิงรีบก้าวออกมา ก่อนขาทรุดลง คุกเข่าต่อหน้าผู้เป็นพ่อดังตุ้บ
เมื่อเห็นเช่นนั้น เฉินเสี่ยวเมิ่งก็คุกเข่าตาม พลางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแอ
“ผู้ใหญ่บ้าน…ตอนนี้ฉันเป็นคนของพี่รุ่นเซิงแล้ว”
ทันใดนั้นเอง เฉียวชิงเหยียนก็รู้สึกเหมือนมีเสียงอื้อดังขึ้นในหัวอยู่หลายวินาที ก่อนที่เสียงในใจของพี่สาวจะดังขึ้นข้างหูอีกครั้งอย่างชัดเจน
【ดีเหลือเกิน! คราวนี้เจียงรุ่นเซิงไม่มีทางถอยได้ ยังไงก็ต้องแต่งงานกับฉัน!】