เฉียวชิงเหยียนกำหมัดแน่นเงียบ ๆ
ในใจเธอไม่ได้โกรธจนแทบคลั่ง
แต่กลับรู้สึกทั้งเหลือเชื่อและน่าขัน
หรือว่าเฉินเสี่ยวเมิ่งยอมเอาความบริสุทธิ์ของตัวเองเข้าแลก เพียงเพื่อแย่งของของเธอ เพียงเพื่อทำให้เธอเจ็บใจ?
“ยัยลูกไม่รักดี! แกทำเรื่องขายหน้าคนแบบนี้ได้ยังไง!”
เฉินซิ่วอิงพุ่งเข้าไป ตบแผ่นหลังลูกสาวอย่างแรงหลายที
“ฉันไม่สน ตอนนี้ฉันเป็นคนของพี่รุ่นเซิงแล้ว”
เฉินเสี่ยวเมิ่งกอดแขนเจียงรุ่นเซิงไว้แน่น
เจียงรุ่นเซิงรีบสะบัดมือเธอออก
“เสี่ยวเมิ่ง อย่าพูดมั่ว พวกเรายังไม่ได้…ถึงขั้นนั้น”
ก็แค่ลูบคลำเธอไม่กี่ครั้ง ยังไม่ทันเกิดอะไรขึ้นก็ถูกคนจับได้เสียก่อน
ตอนนี้เขาเสียใจเหลือเกินที่ดื่มเหล้ามากไป พอถูกยั่วยวนไม่กี่คำก็หลงกลเสียแล้ว
“พี่รุ่นเซิง…”
เฉินเสี่ยวเมิ่งเงยหน้ามองเขาทั้งน้ำตา
“พี่ไม่คิดจะรับผิดชอบฉันหรือ”
“ไม่ใช่…คือ…”
เจียงรุ่นเซิงสีหน้าลำบากใจ ก่อนเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อโดยไม่รู้ตัว
ใบหน้าของเจียงเต๋อเฉิงดำทะมึนราวกับก้นหม้อ
ในฝูงชนยังมีคนคอยยุแหย่ไม่หยุด ตะโกนว่าพฤติกรรมเสื่อมเสียศีลธรรม ต้องรายงานต่อคอมมูน
หลังเงียบไปครู่หนึ่ง เจียงเต๋อเฉิงมองเฉียวชิงเหยียนอยู่สองวินาที ก่อนพูดกับลูกชายด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“รุ่นเซิง…แต่งงานกับเสี่ยวเมิ่งเสีย”
แต่งกับเฉินเสี่ยวเมิ่ง?
ขาของเจียงรุ่นเซิงอ่อนยวบ ทรุดนั่งลงกับพื้นทันที
เขาหันไปมองเฉียวชิงเหยียน ริมฝีปากขยับอยู่หลายครั้ง แต่กลับพูดอะไรไม่ออก
เฉียวชิงเหยียนใช้นิ้วบีบปลายนิ้วตัวเองแน่น ก่อนเบือนหน้าหนี ไม่ยอมมองเขา
เธอกับเจียงรุ่นเซิงเติบโตมาด้วยกัน
ทั้งคู่เป็นเพื่อนร่วมชั้นตั้งแต่ประถม จนถึงมัธยมปลาย
หลังเรียนจบ เธอได้เป็นครูโรงเรียนประถม ส่วนเขาเข้าไปทำงานเป็นผู้ประกาศข่าวที่สถานีวิทยุกระจายเสียงประจำตำบล
ต่อมา เขาให้แม่สื่อมาสู่ขอเธอ
คงไม่มีหญิงสาวคนไหนปฏิเสธผู้ชายที่เพียบพร้อมเช่นนี้
เธอเองก็เช่นกัน
ตลอดมาเธอรู้สึกว่าเจียงรุ่นเซิงหน้าตาดี อุปนิสัยอ่อนโยน ทำงานหน่วยงานของรัฐ ถือชามข้าวเหล็ก [หมายเหตุ: สำนวนจีน หมายถึงงานราชการหรือรัฐวิสาหกิจที่มั่นคง] เป็นคนที่น่าไว้วางใจดุจสายลมเย็นและแสงจันทร์กระจ่าง
แม้ในใจเธอจะมองเขาเป็นเพียงพี่ชายคนหนึ่ง
แต่ก็คิดว่าความรักสามารถค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นได้ จึงตอบตกลงการแต่งงานครั้งนี้
แต่ตอนนี้…
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า
กระดุมเสื้อของเจียงรุ่นเซิงที่ติดผิดเม็ดเพราะความลนลาน
รอยแดงบนลำคอของเฉินเสี่ยวเมิ่งที่สะดุดตา…
เฉียวชิงเหยียนยกยิ้มเยาะ
เจียงรุ่นเซิง…
ความรักที่คุณพูดถึง ก็มีค่าแค่นี้เอง
ผู้ชายสกปรกแบบนี้…
เธอไม่เอา!
ดวงอาทิตย์ค่อย ๆ ลับขอบฟ้า
แต่ค่ำฤดูร้อนยังอบอ้าวจนแทบหายใจไม่ออก
จู่ ๆ เจียงรุ่นเซิงก็กำหมัดแน่น ฝืนลุกขึ้นยืน พยายามดิ้นรนเป็นครั้งสุดท้าย
“พ่อ…ผมแต่งกับเสี่ยวเมิ่งไม่ได้”
ฝูงชนฮือฮาทันที
แม้แต่เฉียวชิงเหยียนยังชะงักไปเล็กน้อย
เฉินเสี่ยวเมิ่งหันไปมองชายหนุ่มอย่างไม่อยากเชื่อ กัดริมฝีปากจนแทบแตก สีหน้าบิดเบี้ยวแทบควบคุมไม่อยู่
【เจียงรุ่นเซิง คุณชอบยัยสารเลวเฉียวชิงเหยียนคนนั้นมากขนาดนั้นเลยหรือ】
ยัยสารเลว…
ที่แท้ในใจของเฉินเสี่ยวเมิ่ง เธอถูกเรียกแบบนี้มาตลอด
เฉียวชิงเหยียนรู้สึกขำเหลือเกิน
สถานการณ์ตอนนี้…
ใครกันแน่ที่ต่ำช้า?
เฉินซิ่วอิงเดือดทันที เอามือเท้าเอวชี้หน้าเจียงรุ่นเซิง
“ยังไง? เพราะแกเป็นลูกผู้ใหญ่บ้าน เลยคิดจะทำตัวเหมือนฮ่องเต้สมัยเก่าที่มีเมียหลายคนหรือไง! ทำลูกสาวคนโตเสียหาย แล้วยังจะไปแต่งกับลูกสาวคนเล็กอีก? ลูกสาวบ้านฉันทั้งสองคนต้องหมุนรอบแกคนเดียวหรือ!”
เธอดึงเฉินเสี่ยวเมิ่งลุกขึ้นมา แล้วลากมาไว้ข้างหลังตัวเอง ก่อนพูดอย่างเอาเรื่อง
“ผู้ใหญ่บ้าน! ถ้าวันนี้ไม่ให้คำอธิบายกับฉัน เรื่องนี้ไม่มีวันจบ! แม้ต้องไปถึงคอมมูนฉันก็ไม่กลัว! ฉันจะบอกว่าลูกชายคุณข่มขืนลูกสาวฉัน!”
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเจียงเต๋อเฉิงกระตุกไม่หยุด มือเหี่ยวย่นลูบก้านกล้องยาสูบไปมา ก่อนเอ่ยปลอบ
“ซิ่วอิง ใจเย็นก่อน”
เขาหันไปมองลูกชาย สีหน้าเคร่งขรึม
“รุ่นเซิง ลูกผู้ชายต้องกล้าทำกล้ารับ ในเมื่อแกลงเอยกับเสี่ยวเมิ่ง ก็ต้องอธิบายกับชิงเหยียนให้ชัด แล้วรีบจัดการแต่งงานกับเสี่ยวเมิ่งเสีย”
“กว่าจะมีงานมั่นคงได้ก็ไม่ง่าย ตอนนี้ทั้งงานก็ดีแล้ว เหลือแค่สร้างครอบครัว ฉันกับแม่แกก็จะได้หมดห่วง”
คำพูดเหมือนเกลี้ยกล่อม
แต่แท้จริงคือคำเตือน
หากยังดื้อดึงต่อไป งานที่สถานีวิทยุกระจายเสียงก็คงรักษาไว้ไม่ได้
“พ่อ…”
เจียงรุ่นเซิงยังอยากพูดต่อ
แต่ถูกสายตาเย็นเยียบของผู้เป็นพ่อหยุดไว้
เจียงเต๋อเฉิงกระแอมเบา ๆ
“วันนี้ทุกคนอยู่พร้อมหน้า ก็ขอให้เป็นพยาน”
“ลูกชายของฉัน เจียงรุ่นเซิง จะรับเฉินเสี่ยวเมิ่งเป็นภรรยาแน่นอน”
“หนุ่มสาวเลือดร้อน พลั้งเผลอไปบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา พอถึงวันแต่งงาน จะเชิญทุกคนมาร่วมดื่มเหล้ามงคลกัน”
จากนั้นจึงหันไปพูดกับเฉินซิ่วอิง
“ซิ่วอิง เดิมทีสองบ้านเราก็จะเป็นดองกันอยู่แล้ว สินสอดที่เคยให้ไว้ ถือว่าเป็นของเสี่ยวเมิ่งก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันจะเพิ่มให้อีก รับรองว่ารุ่นเซิงจะจัดงานแต่งอย่างสมเกียรติ”
ชาวบ้านต่างซุบซิบกันเบา ๆ
ในเมื่อฝ่ายชายรับผิดชอบ ยอมแต่งงานแล้ว พ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายก็ไม่มีใครติดใจ พวกเขาจะไปยุ่งทำไม
เจียงเต๋อเฉิงไม่อยากอยู่ต่อ
จัดการเรื่องอัปยศนี้เสร็จ เขาก็ปรายตามองลูกชายอย่างเย็นชา ก่อนเดินจากไปโดยไพล่มือไว้ด้านหลัง
สีหน้าของเฉินซิ่วอิงที่ตึงเครียดมาตลอด ในที่สุดก็ผ่อนคลายลง
ในใจเริ่มคิดคำนวณ
ยังไงซะ เจียงรุ่นเซิงก็เป็นคนมีอนาคต
ลูกสาวคนไหนได้แต่งก็เหมือนกัน
ตอนนี้ลูกสาวแท้ ๆ ของเธอได้ปีนขึ้นกิ่งทองใบหยกแล้ว เธอย่อมเต็มใจเป็นที่สุด
ตอนที่ตระกูลเจียงมาสู่ขอ เธอก็หวังมาตลอดว่าคนที่จะได้แต่งคือเฉินเสี่ยวเมิ่ง
ใครจะคิดว่าอีกฝ่ายกลับเลือกเฉียวชิงเหยียน
แม้วันนี้จะขายหน้าคนทั้งหมู่บ้าน
แต่สุดท้ายผลลัพธ์ก็เป็นไปอย่างที่เธอต้องการ
ส่วนเฉินเสี่ยวเมิ่ง…
รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งชัดขึ้นเรื่อย ๆ
มุมปากที่เชิดขึ้น กดอย่างไรก็กดไม่ลง
เธอหันไปมองเฉียวชิงเหยียน ก่อนเปลี่ยนเป็นสีหน้าไร้เดียงสาทันที
“น้อง อย่าโกรธเลย เรื่องความรักต้องอาศัยใจตรงกัน ระหว่างเธอกับพี่รุ่นเซิงคงไม่มีวาสนาต่อกัน”
“ต่อไปเขาก็คือพี่เขยของเธอแล้ว จำไว้ด้วยว่าต้องรักษาระยะห่าง”
“ชิงเหยียน…”
เจียงรุ่นเซิงเรียกชื่อเธอ เสียงติดอยู่ในลำคอ ไม่รู้จะพูดอะไร
“พวกคุณจัดการเรื่องสกปรกของตัวเองเสร็จแล้วหรือ”
เฉียวชิงเหยียนยืนอยู่ตรงหน้าทั้งคู่ สีหน้าไร้อารมณ์
จู่ ๆ เธอก็ยกมือขึ้น
เพียะ!
ฝ่ามือฟาดลงบนใบหน้าของเจียงรุ่นเซิงอย่างแรง
บนใบหน้าขาวสะอาดของชายหนุ่มปรากฏรอยฝ่ามือสีแดงเด่นชัด
“เธอทำอะไร!”
เฉินเสี่ยวเมิ่งร้องเสียงแหลม รีบเข้าไปลูบแก้มของเจียงรุ่นเซิงอย่างเป็นห่วง
เฉียวชิงเหยียนไม่ได้สนใจคนทั้งสอง
แต่เธอก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน
คู่หมั้นของตัวเองกลับไปมีความสัมพันธ์กับพี่สาวต่างแม่
คิดอย่างไรก็เหมือนถูกสวมเขา
เฉินเสี่ยวเมิ่งน้ำตาคลอ
“ชิงเหยียน ถ้าเธอจะโกรธ ก็มาตบฉันเถอะ อย่าตบพี่รุ่นเซิง…”
ยังพูดไม่ทันจบ
เพียะ!
เสียงตบดังขึ้นอีกครั้ง
เฉินเสี่ยวเมิ่งรู้สึกแสบแก้มจนชา
เธอเอามือกุมแก้ม จ้องเฉียวชิงเหยียนเขม็ง
【นังสารเลว! แกกล้าตบฉันจริง ๆ เหรอ!】
“เฉียวชิงเหยียน! แกกล้าตบลูกสาวฉันเหรอ!”
เฉินซิ่วอิงพุ่งเข้ามาทันที ยกมือตบหน้าเฉียวชิงเหยียน
แต่ก่อนฝ่ามือจะฟาดลง
แขนของเจียงรุ่นเซิงก็ยื่นมาขวางไว้
เฉียวชิงเหยียนมองเฉินซิ่วอิงอย่างเย็นชา
สุดท้ายฝ่ามือนั้นจึงตกลงบนแขนของเจียงรุ่นเซิงแทน
เสียงดังเพียะ แค่ฟังก็รู้ว่าออกแรงเต็มที่
ปกติเฉินซิ่วอิงก็ตีเธอเป็นประจำ
ทั้งหยิกทั้งบิดจนร่างกายเขียวช้ำไปหมด
ทุกครั้งที่ตี
เฉินเสี่ยวเมิ่งก็คอยทำทีเข้าไปห้าม
แต่ความจริงกลับเป็นการช่วยแม่จับตัวเฉียวชิงเหยียนไว้ ให้ยืนรับการทุบตี หนีไปไหนไม่ได้
ตราบใดที่เฉียวเหนียนซานไม่อยู่บ้าน
ฝ่ามืออันโหดร้ายก็มักตกลงบนใบหน้าและร่างกายของเธออยู่เสมอ
พร้อมกับคำด่าหยาบคาย
“นังลูกไม่มีแม่อบรม! นังตัวเสนียด ไม่รู้จักกฎระเบียบ!”
“อายุแค่นี้ก็ใจไม่ซื่อแล้ว เหมือนแม่อายุสั้นของแกไม่มีผิด!”
วันแล้ววันเล่า
ความเกลียดชังที่เฉียวชิงเหยียนมีต่อแม่ลูกคู่นี้ มีแต่เพิ่มขึ้นไม่เคยลดลง
“พี่รุ่นเซิง พี่ยังปกป้องเธออีกหรือ? รู้ไหมว่าฉันต่างหากคือคนที่พี่จะแต่งงานด้วย”
เฉินเสี่ยวเมิ่งทำหน้าแสนจะน่าสงสาร
“พวกเราต่างหากที่ทำผิดต่อชิงเหยียน…”
เจียงรุ่นเซิงพูดด้วยความละอาย
เฉียวชิงเหยียนกอดอก มองชายหญิงตรงหน้าอย่างเย็นชา
“เมื่อกี้ฉันไม่โวยวาย ไม่ใช่เพราะฉันอ่อนแอ”
“แต่เพราะฉันไม่สนใจ”
“ของที่ถูกแย่งไปได้ง่าย ๆ มันก็ไม่มีค่าพอให้ฉันอาลัย”
“ตบสองครั้งนี้ คือหนี้ที่พวกคุณติดฉัน”
“ตบเสร็จแล้ว เราไม่ติดค้างกันอีก”
“ส่วนเธอ…เฉินเสี่ยวเมิ่ง ฉันสงสารเธอนะ”
“ตั้งแต่เด็กจนโต เธอเหมือนหมาที่คอยแย่งอาหาร เอาแต่จ้องของในชามของคนอื่น”
นับตั้งแต่ได้ยินเสียงในใจของเฉินเสี่ยวเมิ่ง
สายใยพี่น้องเส้นสุดท้ายในใจของเฉียวชิงเหยียนก็ขาดสะบั้นลงโดยสิ้นเชิง
“ชิงเหยียน ฟังผมอธิบาย…”
เจียงรุ่นเซิงรีบก้าวเข้ามา จับแขนของเธอไว้
เฉินเสี่ยวเมิ่งขมวดคิ้วทันที สายตาคมกริบราวกับมีด จ้องไปยังบริเวณที่ผิวของทั้งสองสัมผัสกัน
เฉียวชิงเหยียนสะบัดมือเขาออกอย่างสงบนิ่ง
“พี่รุ่นเซิง เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว พี่ไม่ต้องอธิบายอะไร”
“ฉันไม่เคยมีความรู้สึกแบบชายหญิงกับพี่เลย ตลอดมาฉันเห็นพี่เป็นเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง”
“เดิมทีฉันคิดว่า ในเมื่อพี่มาสู่ขอแล้ว ความรู้สึกคงค่อย ๆ สร้างกันได้ภายหลัง”
“แต่ตอนนี้พี่อยู่กับเฉินเสี่ยวเมิ่งแล้ว”
“ฉันก็ขออวยพรให้พวกคุณครองรักกันจนแก่เฒ่า”
นี่คือความในใจของเธอจริง ๆ
พูดจบ เธอก็กวาดตามองทั้งสองอย่างเย็นชา ก่อนอุ้มหนังสือเดินกลับบ้าน
เฉินเสี่ยวเมิ่งมองแผ่นหลังของเธอ พลางยกยิ้มอย่างผู้ชนะ
ชาติที่แล้ว…
เธอโง่เกินไป
ได้แต่มองเฉียวชิงเหยียนแต่งงานกับเจียงรุ่นเซิงอย่างราบรื่น
หน้าที่การงานของเจียงรุ่นเซิงรุ่งโรจน์ขึ้นเรื่อย ๆ จากสถานีวิทยุกระจายเสียงตำบล ได้ย้ายเข้าไปทำงานที่สหกรณ์เครดิตซึ่งมีอำนาจไม่น้อย
ทั้งคู่ใช้ชีวิตอย่างสง่างาม เป็นที่อิจฉาของผู้คน
เวลาที่เฉียวชิงเหยียนพาสามีกลับบ้านแม่
แม้แต่เฉินซิ่วอิง ผู้เป็นแม่แท้ ๆ ของเธอ ยังต้องยิ้มประจบเอาใจ
ส่วนเฉินเสี่ยวเมิ่ง…
กลับต้องแต่งงานกับเซียวจิ้นเย่ นายพรานไร้การศึกษาจากหมู่บ้านข้าง ๆ
ตอนนั้นเฉินซิ่วอิงเที่ยวสืบข่าวจนรู้ว่าตระกูลเซียวเป็นนายพราน
ทุกคนบอกว่านายพรานมีปืนล่าสัตว์ เนื้อสัตว์ที่ล่ามาเอาไปขายเป็นเงินสดได้ บ้านนี้มีกินเนื้อทุกมื้อ
ตอนแรกเธอยังไม่ค่อยเชื่อ
จึงตั้งใจเรียกสินสอดเสียแพง
คิดไม่ถึงว่าตระกูลเซียวจะยอมจ่ายจริง
เฉินซิ่วอิงจึงเชื่อว่าครอบครัวนี้มีฐานะอยู่บ้าง
รีบจัดการให้เฉินเสี่ยวเมิ่งแต่งเข้าไปอย่างยินดี
แต่พอแต่งเข้าไปแล้วจึงรู้ความจริง
เงินค่าสินสอดก้อนนั้น
เป็นเงินที่แม่ของเซียวจิ้นเย่ควักจนหมดเนื้อหมดตัว แถมยังต้องหยิบยืมจากคนอื่นมารวมกัน เพื่อให้ลูกชายได้แต่งเมีย
ความจริงแล้ว…
บ้านเซียวจนเสียยิ่งกว่าจน
แม่ของเซียวจิ้นเย่สุขภาพไม่ดี ต้องกินยาแทบทุกวัน แถมยังขาพิการ
หลังพ่อเสียชีวิต บ้านก็เป็นหนี้ท่วมหัว
ยังมีน้องสาวปัญญาอ่อนอีกคนที่ต้องคอยดูแลตลอดเวลา
เงินจากการล่าสัตว์ของเซียวจิ้นเย่ ขายแล้วก็แทบพอแค่ประทังชีวิต
เขาต้องซื้อยาให้แม่ ใช้หนี้ และเลี้ยงดูทั้งครอบครัว ชีวิตฝืดเคืองจนแทบไม่พอกิน
ทุกครั้งที่เฉินเสี่ยวเมิ่งมองครอบครัวนี้ ก็ยิ่งโมโหจนแทบกระอัก
แต่เรื่องที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่านั้น… เซียวจิ้นเย่คนนั้นเป็นคนไร้ประโยชน์
เขาทั้งเย็นชาและห่างเหิน แถมไร้ความสามารถบนเตียงอย่างสิ้นเชิง หลังแต่งงานเขาก็ไม่เคยแตะต้องตัวเธอเลย ทำให้ชีวิตของเฉินเสี่ยวเมิ่งแทบจะเหมือนแม่หม้าย
ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงเวลาที่ทรมานและเจ็บปวดสำหรับเธอ
ชาติใหม่นี้…
เธอจะไม่มีวันเดินซ้ำรอยเดิมอีกเด็ดขาด.