เจียงรุ่นเซิงเมาจนแทบไม่ได้สติ ถูกชายสองคนประคองคนละข้าง พาเซถลาเข้าไปในห้องหอ
เฉินเสี่ยวเมิ่งอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว แสงจากหลอดไฟสีเหลืองสลัวในห้องยิ่งขับให้ผิวของเธอดูหม่นคล้ำกว่าเดิม
เมื่อเห็นเจียงรุ่นเซิงถูกพยุงเข้ามา แก้มของเธอก็แดงระเรื่อ รีบเดินเข้าไปรับตัวชายหนุ่มที่กำลังเมามายทันที
ชายทั้งสองที่มาส่งหัวเราะหยอกล้ออยู่สองสามประโยค ก่อนรู้หน้าที่ ปิดประตูแล้วจากไป
เฉินเสี่ยวเมิ่งพยุงเขาไปนั่งบนเตียง ก้มลงถอดรองเท้ากับถุงเท้าให้
“พี่รุ่นเซิง เป็นยังไงบ้างคะ ไม่สบายหรือเปล่า?”
“พี่รุ่นเซิง…”
ในสภาพที่สติเลือนราง เจียงรุ่นเซิงกลับจินตนาการว่าเสียงนั้นเป็นเสียงหวานนุ่มที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอด
เขาหรี่ตามอง ยกมือขึ้นลูบแก้มของเฉินเสี่ยวเมิ่ง พึมพำเสียงเบา
“เธอสวยจริง ๆ…”
เฉินเสี่ยวเมิ่งหน้าแดงจนถึงใบหู ค้อนเขาอย่างเขินอาย
แต่ประโยคถัดมาที่หลุดออกจากปากเขา กลับเหมือนน้ำเย็นจัดสาดใส่เธอทั้งตัว
“ชิงเหยียน… เธอสวยจริง ๆ”
เฉินเสี่ยวเมิ่งตัวแข็งทื่อ
เธอตบหน้าเจียงรุ่นเซิงเบา ๆ อย่างขุ่นเคือง
“พี่รุ่นเซิง ฉันไม่ใช่เฉียวชิงเหยียน มองให้ดีสิ ฉันคือเฉินเสี่ยวเมิ่ง ฉันต่างหากคือภรรยาของพี่”
“ชิงเหยียน…”
เจียงรุ่นเซิงยังไม่รู้เรื่องรู้ราว มือใหญ่โอบเอวเธอไว้
“ชิงเหยียน… ฉันชอบเธอมาก…”
เฉินเสี่ยวเมิ่งสะบัดมือเขาออก กัดริมฝีปากแน่น มองอากาศด้วยสายตาอาฆาต
“เฉียวชิงเหยียน นังสารเลว ฉันเกลียดแกที่สุด!”
หน้าอกของเธอกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง มือกำหมัดแน่น
ผ่านไปนาน เธอจึงเก็บซ่อนความอาฆาตในแววตา แล้วหันกลับไปมองใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยฤทธิ์สุราของชายบนเตียง
พี่รุ่นเซิง…
พี่ต้องเป็นของฉันคนเดียว
ตราบใดที่พวกเราได้เป็นสามีภรรยากันจริง ๆ
สักวันหนึ่งพี่จะรู้เองว่าฉันดีกว่านังเฉียวชิงเหยียนนั่นเป็นพันเป็นหมื่นเท่า
เฉินเสี่ยวเมิ่งถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก แล้วดับไฟ
ในความมึนเมา เจียงรุ่นเซิงรู้สึกว่ามีร่างนุ่มนิ่มแนบเข้ามา
ชิงเหยียน…
คนที่เขารักที่สุด
เขาจับข้อมือของเธอ พลิกตัวขึ้นคร่อม
“ชิงเหยียน… ขอโทษ… ฉันผิดไปแล้ว… ยกโทษ… ให้ฉัน… ได้ไหม?”
เฉินเสี่ยวเมิ่งอดกลั้นความอัปยศที่สามีกำลังมองเธอเป็นผู้หญิงอีกคนไว้ เธอโอบคอเขา พลางเรียกอย่างเหนียมอาย
“พี่รุ่นเซิง…”
คืนนี้คือคืนเข้าหอของพวกเขา
ไม่ว่าอย่างไร คนที่เจียงรุ่นเซิงกำลังกอดอยู่ตอนนี้ก็คือเธอ
พวกเขาจะมีลูกด้วยกัน
ในอนาคตเขาจะได้เลื่อนตำแหน่ง เงินเดือนสูงขึ้น หน้าที่การงานก้าวหน้า
และเธอ… จะเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ยืนอยู่ข้างกายเขา
เฉินเสี่ยวเมิ่งวาดฝันถึงชีวิตอันงดงามในอนาคต พร้อมสะกดจิตตัวเองไปด้วย
ค่ำคืนเงียบสงัด
มีเพียงเสียงลมหายใจและเรือนร่างของคนทั้งสองที่แนบชิดกัน
ทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น…
แต่แล้ว…
ในความมืด ชายหนุ่มสบถคำหยาบออกมาเบา ๆ จากนั้นร่างทั้งร่างก็อ่อนแรง ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างหมดสภาพ
เฉินเสี่ยวเมิ่งถึงกับชะงักงัน
นั่งนิ่งอยู่กับที่ สมองว่างเปล่า ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ก่อนหน้านี้เธอเคยแอบฟังแม่พูดเรื่องอย่างว่าของผู้หญิงผู้ชาย
จึงพอรู้ว่าผู้ชายเวลามีอารมณ์จะเป็นอย่างไร
แต่…
เธอยังไม่ทันรู้สึกอะไรเลย
ทำไมทุกอย่างถึงจบลงง่าย ๆ แบบนี้?
เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
แถมกางเกงชั้นในของเธอก็ยังใส่อยู่ดี
เฉินเสี่ยวเมิ่งลุกไปเปิดไฟ
ห้องสว่างขึ้นในทันที
เธอนั่งจ้องไปที่กางเกงของเจียงรุ่นเซิง…
มันเหี่ยวเฉาราวกับแตงกวาดองที่หมดสภาพ
หรือว่า…
ไม่มีทาง!
เฉินเสี่ยวเมิ่งขมวดคิ้ว ส่ายหน้ารัว ๆ พยายามกดความคิดอันเหลือเชื่อนั้นลงไป
ชาติที่แล้วพี่รุ่นเซิงแต่งงานกับเฉียวชิงเหยียน ทั้งคู่ยังใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
จะเป็นแบบนั้นได้อย่างไรกัน?
เฉินเสี่ยวเมิ่งไม่ยอมคิดไปในทางร้าย
พี่รุ่นเซิงของเธอ…
คงแค่เมาเกินไปเท่านั้นเอง
—
เช้าวันรุ่งขึ้น
สายหมอกบางราวผ้าโปร่งลอยอ้อยอิ่งอยู่กลางอากาศ
ปล่องไฟของแต่ละบ้านในหมู่บ้านเริ่มมีควันสีขาวลอยขึ้น
เฉียวชิงเหยียนรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างมาเกาคันที่แก้มเบา ๆ ระหว่างหลับ
“อย่าแกล้งสิ…”
เธอพึมพำงัวเงีย พลางยกมือปัดออก
แต่เจ้าสิ่งนั้นก็ยังคงกวนไม่เลิก
สุดท้ายเธอลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย
ก็เห็นตั่วตั่วยืนหัวเราะอยู่ข้างเตียง ใช้ขนนกเส้นเล็กเขี่ยแก้มของเธออยู่
เฉียวชิงเหยียนคว้ามือน้อยอวบอ้วนของเด็กไว้ได้ทัน ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์
“จับได้แล้วนะ ตัวแสบ…”
สาวน้อยตัวอ้วนหัวเราะคิกคัก ก่อนชี้ออกไปนอกหน้าต่าง พูดไม่ชัดว่า
“พี่ชาย… พี่ชาย…”
ความง่วงของเฉียวชิงเหยียนหายเป็นปลิดทิ้ง
เธอลุกขึ้นนั่งทันที
“พี่ชายของเธอกลับมาแล้วหรือ?”
ตั่วตั่วไม่ตอบ
ผลักประตูห้องด้านใน แล้ววิ่งดุ๊กดิ๊กไปเล่นตุ๊กตาดินของตัวเอง
เฉียวชิงเหยียนรีบแต่งตัว จัดผมให้เรียบร้อย
จากนั้นก็ย่องลงจากเตียง เดินไปที่ห้องโถง แอบยืนหลังประตูแล้วชะโงกหน้าออกไปมอง
กลางลานบ้าน
แม่สามี เจิ้งอวี้เหมย กำลังยืนอยู่
ตรงหน้าเธอคือชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กำยำคนหนึ่ง
มองจากด้านข้าง…
ใบหน้าของเขาหล่อเหลาคมคาย โครงหน้าชัดเจน สันจมูกโด่ง ดวงตาลึกคม สีผิวแทนน้ำผึ้ง ดูทั้งดิบเถื่อนและแข็งแกร่ง
นี่คือ… เซียวจิ้นเย่หรือ?
ทำไมถึงต่างจากภาพนายพรานเถื่อน ๆ ที่เธอจินตนาการไว้โดยสิ้นเชิง
สีหน้าของเขาเย็นชา สวมรองเท้าบู๊ตสั้น กางเกงขายาวยิ่งขับให้เรียวขายาวตรง ไหล่กว้าง หลังหนา ภายใต้เสื้อสีดำตัวบาง มองเห็นมัดกล้ามแน่นกระชับรำไร ทั้งตัวแผ่พลังแข็งแกร่งดุดันออกมา ให้ความรู้สึกเหมือนต่อยวัวตายได้ในหมัดเดียว
เฉียวชิงเหยียนแอบส่ายหน้า ก้มมองรูปร่างบอบบางของตัวเอง แล้วมองกลับไปที่ชายหนุ่ม สมแล้วที่เป็นนายพราน แค่ยืนเฉย ๆ ก็เหมือนภูเขาลูกหนึ่ง เต็มไปด้วยพละกำลังอันน่าเกรงขาม
รูปร่างแบบนี้… น่ากลัวจริง ๆ
โชคดีที่ได้ยินข่าวลือว่าเขาไม่ค่อยไหวเรื่องนั้น
ไม่อย่างนั้น ด้วยร่างกายแบบนี้…
เธอไม่กล้าคิดต่อเลย
ขณะกำลังคิดเพลิน ๆ เสียงสนทนาในลานบ้านก็ดังเข้ามา
“เจ้าเด็กคนนี้ แม่บอกแล้วว่าวันแต่งงานคือเมื่อวาน ทำไมถึงไม่ยอมกลับมา?”
เซียวจิ้นเย่ขมวดคิ้ว
“แม่ จะจัดการหาภรรยาให้ผมเองทำไม ผมบอกแล้วว่าตอนนี้ยังไม่คิดเรื่องแต่งงาน”
เฉียวชิงเหยียนชะงักไปเล็กน้อย
ที่แท้…
เขาก็เป็นคนที่ถูกบังคับให้แต่งงานเหมือนกัน
“หรือจะให้แม่มองลูกเป็นโสดไปทั้งชีวิต?”
เจิ้งอวี้เหมยตอบอย่างไม่พอใจ
เซียวจิ้นเย่ยกมือขยี้ผมอย่างหงุดหงิด
“อีกเดี๋ยวผมต้องขึ้นเขาอีก สองสามวันนี้คงไม่กลับบ้าน”
“อะไรนะ? จะปล่อยเจ้าสาวอยู่บ้านคนเดียวหรือ? ลูกเป็นอะไรกันแน่?”
“แม่ ผมรู้ว่าแม่หาผู้หญิงตระกูลเฉียวมาให้พูดกันตรง ๆ เลยนะ ผมไม่ได้ชอบเธอ”
เมื่อได้ยินประโยคนั้น
มือของเฉียวชิงเหยียนที่จับขอบประตูอยู่ก็เผลอกำแน่นขึ้น
เซียวจิ้นเย่พูดต่อ
“ผมใช้ชีวิตกับคนที่ตัวเองไม่ได้รักไม่ได้ และก็ไม่มีทางนอนเตียงเดียวกับคนที่ตัวเองไม่ชอบ”
เจิ้งอวี้เหมยฟาดแขนลูกชายเบา ๆ ด้วยความทั้งโกรธทั้งผิดหวัง
“แก… แกจะทำแม่โมโหตายจริง ๆ…”
เห็นแม่เริ่มโกรธ เซียวจิ้นเย่ก็อ่อนลงเล็กน้อย ก้มหน้าพูด
“แม่ อย่าโกรธเลย”
เจิ้งอวี้เหมยลดเสียงลง
“บอกความจริงกับแม่มา ในใจลูกมีผู้หญิงที่ชอบอยู่ก่อนแล้วใช่ไหม?”
เซียวจิ้นเย่เม้มริมฝีปาก เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเพียงคำเดียว
“ใช่”
“ใคร?”
เจิ้งอวี้เหมยถามทันที
เฉียวชิงเหยียนที่แอบอยู่หลังประตูเองก็หูผึ่งขึ้นมาทันทีเช่นกัน…