วันนี้หลีชิงจื้อไม่ได้ไปหาเซี่ยนลิ่งโก่ว แต่ไปหาจูเฉียน เมื่อวานจูเฉียนค่อนข้างยุ่ง ทั้งสองจึงแทบไม่มีโอกาสพูดคุยกัน
ส่วนเหตุผลที่วันนี้เขาไปหาจูเฉียน ก็เพราะอยากให้จูเฉียนช่วยจับตาดูพวกแรงงานที่ถูกเกณฑ์ให้มากขึ้น
“ท่านอาจู เรื่องที่หงฮุยสั่งให้อู๋ไป๋ชวนเล่นงานภรรยาของข้า ท่านก็ทราบดี ครั้งนี้เซี่ยนลิ่งโก่วสร้างท่าเรือ เขากับบัณฑิตซุนคงต้องก่อเรื่องบางอย่างเป็นแน่ พวกเราต้องระวังให้มาก”
จูเฉียนพยักหน้า “ข้าจัดคนไปเฝ้าที่ท่าเรือไว้ไม่น้อย อีกทั้งโรงครัวก็เป็นคนของข้าดูแล ไม่น่าจะเกิดปัญหา”
“ท่านอาจู ถึงอย่างนั้นก็ยังต้องระวังไว้... เอาอย่างนี้เถอะ ตอนกินข้าว ท่านจัดคนอ่านเรื่องราวของเซี่ยนลิ่งโก่วให้แรงงานพวกนั้นฟัง แล้วก็บอกพวกเขาด้วยว่าท่าเรือแห่งนี้เมื่อสร้างเสร็จจะเป็นประโยชน์ต่ออำเภอฉงเฉิงอย่างไร ทำให้พวกเขารู้สึกว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นเป็นเรื่องดี...”
หลีชิงจื้อค่อย ๆ อธิบาย ชาวบ้านธรรมดาในยุคนี้ต่างใช้ชีวิตไปวัน ๆ หากจัดกิจกรรมบันเทิงเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้พวกเขา ให้พวกเขาได้กินดีขึ้น แล้วบอกพวกเขาว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นเป็นงานที่สำคัญยิ่ง...
เมื่อเป็นเช่นนี้ คนเหล่านี้ย่อมไม่ต่อต้านการสร้างท่าเรืออีก
และเมื่อทุกคนยืนอยู่ข้างเซี่ยนลิ่งโก่ว หงฮุยกับบัณฑิตซุนก็ยิ่งหาคนแทรกเข้ามาได้ยาก ยิ่งไปกว่านั้น หากจูเฉียนทำเช่นนี้จริง พวกแรงงานที่ถูกเกณฑ์ย่อมมีความสุขมากอย่างแน่นอน นับเป็นการช่วยเรียกร้องสวัสดิการให้พวกเขาด้วย
หลีชิงจื้อปรึกษากับจูเฉียนอยู่นาน กว่าจะกินอาหารกลางวันเสร็จแล้วจึงออกมา ตอนจากไปยังนำหนังสือที่เขายังไม่เคยอ่านจากบ้านสกุลจูติดมือมาหลายเล่ม
เมื่อออกจากบ้านสกุลจูแล้ว หลีชิงจื้อก็ไปหาจินเสี่ยวเยี่ยที่บ้านพี่หวัง
จินเสี่ยวเยี่ยรับงานชุดใหม่มา ทำให้บ้านพี่หวังคึกคักมาก มีสตรีจำนวนไม่น้อยมารอรับงาน ต่างกำลังรอให้จินเสี่ยวเยี่ยกับพี่หวังตัดผ้าให้เสร็จ สายตาของฟางจิ่นเหนียงไม่ค่อยดี ความเร็วในการตัดผ้าจึงช้า นางจึงไม่ได้เข้าไปช่วย แต่ทำงานเย็บผ้าอยู่ด้านข้าง หลีชิงจื้อมองอยู่ครู่หนึ่งก็พบว่า สิ่งที่นางกำลังเย็บไม่ใช่สินค้าของร้านเย็บปักจินเยี่ย หากแต่เป็นเสื้อผ้าธรรมดาชุดหนึ่ง
ดูจากสีของผ้าแล้ว น่าจะตัดเย็บให้จินต้าเจียงสองสามีภรรยา
เมื่อวานเขาสังเกตดูแล้ว จินต้าเจียงสองสามีภรรยาไม่มีเสื้อผ้าดี ๆ สักชุดจริง ๆ
“งานของท่านเสร็จเร็วเช่นนี้เลยหรือ?” จินเสี่ยวเยี่ยเห็นหลีชิงจื้อก็ถามขึ้น
“ใช่” หลีชิงจื้อตอบ
จินเสี่ยวเยี่ยกล่าวว่า “ที่บ้านต้องซื้อของเพิ่มหลายอย่าง ท่านไปซื้อให้หน่อย!”
จินเสี่ยวเยี่ยบอกของที่ต้องซื้อรวดเดียวหลายอย่าง ทั้งของกินและของใช้ เมื่อพูดจบ หลีชิงจื้อจึงกล่าวว่า “ข้าจะไปซื้อเดี๋ยวนี้”
จินเสี่ยวเยี่ยรู้ว่าความจำของหลีชิงจื้อดี ไม่มีทางลืมสิ่งที่นางกำชับ จึงก้มหน้าทำงานต่อ
หลีชิงจื้อหิ้วตะกร้า ซื้อทั้งน้ำมัน เกลือ ซีอิ๊ว น้ำส้มสายชูและของใช้อีกหลายอย่าง พอซื้อเกือบครบแล้ว ก็เห็นจินเสี่ยวซู่กำลังหามไม้จำนวนหนึ่งออกมาจากร้านช่างไม้
หลีชิงจื้อสอบถามจึงได้รู้ว่า ช่วงสองสามวันนี้จินเสี่ยวซู่กับฟางจิ่นเหนียงตั้งใจจะพักจากการหาเงินก่อน
จินเสี่ยวซู่เตรียมจัดบ้านให้เรียบร้อย ซื้อของใช้เพิ่มอีกหลายอย่าง ส่วนฟางจิ่นเหนียงตั้งใจจะตัดเสื้อผ้าใหม่ให้จินต้าเจียงสองสามีภรรยาคนละสองชุด
เสื้อกันหนาวผ้าฝ้ายของจินต้าเจียงสองสามีภรรยาไม่อุ่นแล้ว ตอนนี้แยกครอบครัวและมีเงินแล้ว ย่อมต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้พวกท่าน
“ข้าซื้อเตียงให้ท่านพ่อกับท่านแม่แล้ว ของในบ้านที่ยังขาดก็จะซื้อเพิ่ม พรุ่งนี้ข้าจะจ้างคนมาสร้างบ้าน ข้าตั้งใจจะสร้างเพิ่มอีกสองห้อง อย่างนี้บ้านของพวกเราก็จะกว้างขวางมาก...” จินเสี่ยวซู่พูดอย่างกระตือรือร้น เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังต่ออนาคต “พี่เขย ข้ายังสั่งต่อเรือไว้ลำหนึ่งด้วย ต่อไปข้าก็จะมีเรือเป็นของตัวเองแล้ว!”
เมื่อก่อนยังไม่แยกครอบครัว ย่าจินก็ขี้เหนียว จะทำอะไรก็ไม่ยอม จินเสี่ยวซู่จึงไม่เคยคิดจะปรับปรุงความเป็นอยู่ของตนเลย แต่ตอนนี้เขาสร้างบ้านใหม่แล้ว แต่งงานแล้ว แยกครอบครัวแล้ว และในบ้านหลังนี้เขาก็เป็นเสาหลักของครอบครัว...จินเสี่ยวซู่จึงเต็มไปด้วยความสนใจที่จะจัดบ้านของตนเอง อีกทั้งยังขยันทำงานอย่างเต็มที่
หลีชิงจื้อรู้สึกว่าเช่นนี้ก็ดีมาก เพียงแต่ของที่พวกเขาซื้อมีมากเกินไป เกรงว่าคงต้องขนกลับไปก่อนส่วนหนึ่ง แล้วค่อยกลับเข้าตัวอำเภอมาขนของที่เหลืออีกครั้ง
............................................................................................
หมู่บ้านเมี่ยวเฉียน
หลายวันมานี้ หมู่บ้านเมี่ยวเฉียนแทบไม่มีวันขาดหัวข้อสนทนา เรื่องแต่งงานของจินเสี่ยวซู่กับเรื่องที่ทางการเกณฑ์แรงงานไปสร้างท่าเรือยังไม่ทันซาลง ก็มีเรื่องใหม่ ๆ ให้พูดถึงอีกหลายเรื่อง
“รู้หรือไม่ คราวนี้ไปสร้างท่าเรือมีเนื้อให้กิน!”
“รู้สิ! จินเปี่ยนโถวถึงกับเสียดายที่ปล่อยให้หลานชายไปแทน”
“เมื่อวานเซี่ยนไท่เหยาก็ไปที่ท่าเรือด้วย!”
“ที่สำคัญที่สุดคือหลีชิงจื้อกลับรู้จักเซี่ยนไท่เหยา!” (县太爷 – คำเรียกยกย่องเซี่ยนลิ่ง)
..........................................................................
ชาวบ้านหมู่บ้านเมี่ยวเฉียนคิดไม่ออกจริง ๆ ว่า หลีชิงจื้อที่หลังแขนหักแล้วเอาแต่อยู่บ้านมาตลอด จะไปรู้จักเซี่ยนไท่เหยาได้อย่างไร ทุกคนต่างคาดเดากันไปต่าง ๆ นานา แต่ไม่มีคำตอบที่แน่ชัด จึงหันมาพูดถึงเรื่องการแยกครอบครัวของบ้านสกุลจินแทน
“บ้านสกุลจินให้จินต้าเจียงไปสร้างท่าเรือ ไม่เหมาะสมจริง ๆ”
“นั่นสิ! จินต้าเจียงอายุมากแล้ว จินหลิ่วซู่ยังมีหน้าปล่อยให้เขาไปได้อย่างไร?”
“พวกเจ้ารู้หรือไม่ นาสิบสองหมู่ของบ้านสกุลจิน จินต้าเจียงได้มาแค่สามหมู่”
“แม่เฒ่าบ้านนั้นลำเอียงจนเกินไปจริง ๆ”
“ยังดีที่ลูก ๆ ของจินต้าเจียงต่างก็มีอนาคต”
............................................................................................
ยังมีคนจำนวนไม่น้อยไปหามารดาจิน เพื่อถามเรื่องการแยกครอบครัวของบ้านสกุลจิน
อาหญิงเล็กจินก็มาหามารดาจินที่บ้านสกุลหลี่ “พี่สะใภ้รอง ท่านแม่ลำเอียงถึงเพียงนั้น ให้พวกท่านนาน้อยกว่าตั้งหกหมู่ ท่านไม่โกรธเลยหรือ?”
มารดาจินกล่าวว่า “ที่ดินพวกนั้นก็เป็นของท่านพ่อกับท่านแม่...”
“ก็เพราะพี่สะใภ้ใจดีเกินไป ถึงได้ถูกพี่สะใภ้ใหญ่รังแกอยู่เรื่อย!” อาหญิงเล็กจินพูดรัวเป็นชุด
มารดาจินไม่ได้ตอบโต้ นางเองก็รู้ว่าตลอดหลายปีมานี้ตนทำงานมากเกินไปอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เคยใส่ใจเรื่องนั้นเลย
ครอบครัวเดิมของมารดาจินยากจนเป็นอย่างยิ่ง หลังจากบิดามารดาของนางเสียชีวิตตั้งแต่ยังไม่มากอายุ พี่สะใภ้ก็ไม่ชอบหน้านาง ถึงกับให้นางไปนอนอยู่รวมกับฝูงแกะของบ้าน
แต่เมื่อมาอยู่บ้านสกุลจิน แม้จะต้องทำงานหนัก ทว่าก็ได้กินอิ่มสวมอุ่น อีกทั้งจินต้าเจียงยังดีกับนางมาก ความจริงแล้วมารดาจินก็พึงพอใจกับชีวิตของตนแล้ว
เมื่อนึกถึงเรื่องเหล่านี้ มารดาจินก็เงยหน้ามองหลีต้าเหมากับหลีเอ้อร์เหมา เห็นเด็กทั้งสองเล่นกันอย่างมีความสุข นางก็อดยิ้มไม่ได้ เพราะตัวนางเองเคยลำบากมาตั้งแต่เด็ก จึงตามใจลูกอยู่บ้าง ไม่อยากให้ลูกของตนต้องได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจแม้แต่นิดเดียว ก่อนหน้านี้ไข่สองฟองที่นางตั้งใจให้จินเสี่ยวซู่กับฟางจิ่นเหนียงกิน แต่ทั้งสองไม่ยอมรับ นางจึงแอบจ้าวเสี่ยวโต้ว นำไปป้อนให้หลีต้าเหมากับหลีเอ้อร์เหมากินแทน
หลังจากอาหญิงเล็กจินพูดถึงเรื่องของบ้านสกุลจินอยู่พักหนึ่ง ก็เริ่มบ่นเรื่องสามีและลูกชายของตนเอง รวมทั้งบ่นเรื่องครอบครัวของเหยาจู่หมิงอีก มารดาจินฟังอย่างไม่ค่อยใส่ใจ ความสนใจของนางส่วนใหญ่อยู่ที่เด็กทั้งสอง
“พี่สะใภ้รอง หลีชิงจื้อไปรู้จักเซี่ยนไท่เหยาได้อย่างไรหรือ?” อาหญิงเล็กจินถาม
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร” มารดาจินมีสีหน้างุนงง
อาหญิงเล็กจิน “...” พี่สะใภ้รองของนางผู้นี้ถามอะไรก็ไม่รู้สักอย่าง สมควรถูกรังแกแล้วจริง ๆ
ในหมู่บ้าน ข่าวแพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว เรื่องที่หลีชิงจื้อรู้จักเซี่ยนลิ่ง และเรื่องที่บ้านสกุลจินแยกครอบครัว ไม่นานก็ไปถึงหูครอบครัวของนายท้ายเรือเหยา
นายท้ายเรือเหยากับภรรยารู้สึกว่าหลีชิงจื้อเป็นคนมีความสามารถ แต่เหยาเจิ้นฟู่กลับเดือดดาลเป็นฟืนเป็นไฟ หลีชิงจื้อไปรู้จักเซี่ยนไท่เหยาได้อย่างไร? นับตั้งแต่หลีชิงจื้อแขนหัก เขาก็อารมณ์ดีมาโดยตลอด มีเพียงช่วงไม่กี่วันที่รู้ว่าจินเสี่ยวเยี่ยจะส่งหลีชิงจื้อไปเรียนหนังสือเท่านั้นที่รู้สึกไม่สบายใจ
แต่ต่อมาหลีชิงจื้อก็ไม่ได้ไปเรียนไม่ใช่หรือ? เขาจึงคิดว่าจินเสี่ยวเยี่ยเพียงพูดไปอย่างนั้นเอง และวางใจโดยสิ้นเชิง
แต่ผลกลับกลายเป็นว่า... หลีชิงจื้อกลับรู้จักเซี่ยนลิ่งโก่ว?
“ต้องเป็นจินเสี่ยวเยี่ยที่ใช้เงินช่วยเปิดทางให้หลีชิงจื้อแน่ ไม่เช่นนั้นเขาจะไปรู้จักเซี่ยนไท่เหยาได้อย่างไร?” เหยาเจิ้นฟู่โวยวายอยู่ในบ้าน พลางต่อว่าบิดามารดาว่าไม่ยอมให้เงินเขาไปสร้างเส้นสาย
นายท้ายเรือเหยากล่าวว่า “เงินของบ้านเราถูกเจ้าใช้จนหมดแล้ว จะเอาเงินที่ไหนให้อีก?”
เหยาเจิ้นฟู่จึงเงียบไป เหยาเจิ้นฟู่ไม่พอใจมากก็จริง