บทที่ 118: แผนการลับของคุณย่า
สวี่หนานเกอรับรู้มาตลอดว่าบ้านเดิมของคุณนายสวี่ตั้งอยู่ที่เมืองหลวงอันยิ่งใหญ่ ทว่าตลอดหลายปีที่เธอเติบโตมาในเมืองไห่เฉิง เธอไม่เคยเห็นคุณนายสวี่ติดต่อกลับไปทางนั้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว ยิ่งไปกว่านั้นก็ไม่เคยมีญาติพี่น้องฝ่ายหญิงจากเมืองหลวงเดินทางมาเยี่ยมเยียนคุณนายสวี่ที่นี่เลยสักคนเดียว
ความเงียบงันของความสัมพันธ์นี้ช่างน่าสงสัย
แต่แล้วการปรากฏตัวของคุณนายสวี่เมื่อครั้งก่อน กลับทำให้ตระกูลซ่งผู้ทรงอิทธิพลยังต้องเกรงอกเกรงใจถึงเพียงนั้น...
และในวันนี้ ไม่รู้ว่าคุณนายสวี่ไปกระซิบบอกอะไรกับหลิวเม่ยเจิน ถึงทำให้ป้าสะใภ้ใหญ่ผู้แสนเย่อหยิ่งเปลี่ยนท่าทีจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ในพริบตา สวี่หนานเกอเริ่มอยากรู้ขึ้นมาจริงๆ แล้วว่า ตระกูลที่สามารถเลี้ยงดูและบ่มเพาะคนอย่างคุณนายสวี่ออกมาได้ จะเป็นตระกูลที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหนกันแน่
คุณย่าส่ายหน้าช้าๆ พลางทำสีหน้าครุ่นคิด "ย่าก็ไม่รู้เหมือนกัน แม่ของหนูมีที่มาที่ไปเป็นยังไงหรือ?"
หลิวเม่ยเจินได้ยินดังนั้นจึงหัวเราะออกมาอย่างมีจริต "เธอไม่ได้บอกรายละเอียดเจาะจงหรอกค่ะคุณแม่ แต่เธอบอกว่าเธอรู้จักมักคุ้นกับตระกูลมหาเศรษฐีเก่าแก่ในเมืองหลวงหลายตระกูล และสามารถแนะนำเส้นสายพวกนั้นให้กับจื่อเฉินได้ ตระกูลฮั่วของเราติดปัญหาเรื่องของตาหนูเป่ยเยี่ยน ทำให้ความสัมพันธ์กับทางเมืองหลวงค่อนข้างเปราะบาง ถ้าหากจื่อเฉินสามารถเจาะตลาดและเปิดเส้นทางที่เมืองหลวงได้ วันข้างหน้าเขาจะต้องพาตระกูลฮั่วของเราพุ่งทะยานไปได้สูงและไกลกว่านี้แน่นอน จริงไหมคะคุณแม่?"
เมื่อได้ยินประโยคนี้ สวี่หนานเกอก็เข้าใจแจ่มแจ้งทันทีว่าทำไมหลิวเม่ยเจินถึงยอมกลืนน้ำลายตัวเอง รับสวี่อินเข้าบ้านทั้งที่ไม่ได้ส่วนแบ่งหุ้นเลยแม้แต่น้อย
เพราะตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงส่วนมากล้วนมีอำนาจล้นฟ้า
ในอดีต ตระกูลฮั่วพยายามอย่างหนักที่จะเชื่อมสัมพันธ์กับขั้วอำนาจเหล่านั้น ถึงได้เกิดการแต่งงานทางการเมืองของพ่อแม่ฮั่วเป่ยเยี่ยนขึ้น แต่น่าเสียดายที่ผลลัพธ์กลับตาลปัตร การแต่งงานครั้งนั้นไม่เพียงล้มเหลวในการเปิดตลาด แต่ยังทำให้ตระกูลฮั่วกลายเป็นศัตรูที่น่ารังเกียจในสายตาของคนทางเมืองหลวงไปเสียอย่างนั้น
สถานการณ์ตอนนี้ หากฮั่วจื่อเฉินสามารถกอบกู้เส้นทางสายนี้ได้ สถานะของเขาในฮั่วซื่อกรุ๊ปย่อมต้องพุ่งสูงขึ้นจนฉุดไม่อยู่!
หากเขาสร้างผลประโยชน์มหาศาลให้กับตระกูลฮั่วได้ ต่อให้เสียเปรียบเรื่องจำนวนหุ้น เขาก็ยังมีสิทธิ์ที่จะเบียดฮั่วเป่ยเยี่ยนตกเก้าอี้ และก้าวขึ้นมาเป็น CEO ผู้กุมอำนาจคนต่อไป!
สรุปสุดท้ายแล้ว สาเหตุที่หลิวเม่ยเจินยอมรับสวี่อิน ก็หนีไม่พ้นคำว่า 'ผลประโยชน์' อยู่ดี
และบทสนทนาเมื่อครู่ ก็คือข้อตกลงลับๆ ระหว่างหลิวเม่ยเจินกับคุณย่า
คุณย่าจะไม่ขัดขวางการแต่งงานของสวี่อิน แลกกับการที่หลิวเม่ยเจินจะไม่เรียกร้องหุ้น 5 เปอร์เซ็นต์นั้นอีก
เมื่อเห็นว่าหลิวเม่ยเจินกำลังจะเดินจากไป คุณย่าก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี "การผูกมัดชีวิตคู่ด้วยผลประโยชน์ ท้ายที่สุดแล้วมันก็ไม่ยั่งยืนเท่ากับความจริงใจ การหมั้นครั้งนี้ เธอควรจะไปถามความสมัครใจของเจ้าหนูจื่อเฉินมันดูก่อนนะ"
หลิวเม่ยเจินกลับตีความไปว่าคุณย่ากำลังกีดกันความรุ่งโรจน์ของบ้านใหญ่ เธอหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะสวนกลับด้วยน้ำเสียงประชดประชัน "คุณแม่คะ ฮั่วเป่ยเยี่ยนเขาหาคนที่จริงใจได้แล้ว แล้วผลลัพธ์เป็นยังไงคะ? สามีภรรยาก็ยังแยกห้องกันอยู่ จนป่านนี้แล้วหลานสักคนก็ยังไม่มีให้แม่อุ้ม? ถ้าคุณแม่ว่างนัก ก็ช่วยเอาเวลาไปใส่ใจเรื่องบนเตียงของหลานชายคนโปรดเถอะค่ะ โดยเฉพาะการที่คุณแม่เก็บผู้หญิงแบบนี้ไว้ในบ้านในฐานะมือที่สาม... ระวังจะมีข่าวฉาวเรื่องชู้สาวตามมาทีหลังนะคะ"
หลิวเม่ยเจินปรายตามองสวี่หนานเกอด้วยแววตาดูถูกแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มเยาะที่มุมปากแล้วเดินสะบัดก้นจากไป
คุณย่าทำหน้างุนงง ไม่เข้าใจความนัยที่หลิวเม่ยเจินสื่อ "แยกห้องกันอยู่ตรงไหน? นี่หลานสะใภ้ ตอนนี้หนูกับเจ้าเด็กเหม็นนั่นก็พักอยู่ที่บ้านเดียวกันไม่ใช่เหรอ? เชอะ! ยัยคนนี้พูดจาเพ้อเจ้อจริงๆ!"
สวี่หนานเกอรีบเข้าไปบีบนวดไหล่เอาใจหญิงชรา "คุณย่าคะ เธอคงพูดไปเรื่อยเปื่อยตามประสาคนขี้อิจฉา คุณย่าอย่าเก็บมาใส่ใจให้รกสมองเลยค่ะ"
คุณย่าถอนหายใจยาว แววตาเต็มไปด้วยความกังวล "แต่เขาก็พูดถูกอยู่อย่างหนึ่งนะ หนูกับเจ้าเด็กเหม็นนั่นแต่งงานกันมาตั้งสองปีแล้ว ทำไมถึงยังไม่มีข่าวดีให้ย่าชื่นใจสักที? หลานสะใภ้... หรือว่าเจ้าเด็กเหม็นมันไม่มีน้ำยา?"
สวี่หนานเกอถึงกับสะดุ้งโหยง!
เธอจะไปตรัสรู้ได้ยังไงว่าฮั่วเป่ยเยี่ยนมีน้ำยาหรือเปล่า ในเมื่อเธอกับเขายังไม่เคย... กันสักครั้ง!
หญิงสาวรีบเปลี่ยนเรื่องทันควัน "คุณย่าคะ เย็นนี้พวกเรากินอะไรกันดีคะ?"
"นั่นสิ กินอะไรดีนะ?" คุณย่าทำท่าครุ่นคิด
สวี่หนานเกอลอบถอนหายใจ นึกว่าตัวเองเปลี่ยนหัวข้อสนทนาสำเร็จแล้ว แต่ใครจะไปคาดคิดว่าประโยคถัดมาของคุณย่าจะทำให้เธอแทบสำลักอากาศ "กินอะไรถึงจะช่วยบำรุงปึ๋งปั๋งได้นะ? กุยช่ายดีไหม? หรือจะเป็นหอยนางรมดี?"
"..."
สวี่หนานเกอยืนแข็งทื่อ พูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ!
ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อฮั่วเป่ยเยี่ยนกลับมาถึงบ้านในตอนค่ำ เขาก็ต้องพบกับภาพอาหารเต็มโต๊ะที่ดูแปลกตากว่าทุกวัน เมนูวันนี้ประกอบไปด้วย ผัดกุยช่ายใส่ปลิงทะเล แกงตุ๋นเนื้อแพะรสเข้มข้น เซี่ยงจี้ผัดพริก กุ้งลิ้นจี่... และเมนูบำรุงกำลังอื่นๆ รวมแล้วกว่าสิบอย่าง
ฮั่วเป่ยเยี่ยนยังไม่ทันเอะใจในตอนแรก เขาเดินไปล้างมือและเปลี่ยนเป็นชุดลำลองสบายๆ ก่อนจะมานั่งลงที่หัวโต๊ะ
ทันทีที่เขานั่งลง คุณย่าก็เริ่มปฏิบัติการขุนหลานชาย ใช้ตะเกียบกลางคีบอาหารใส่ชามเขาไม่ยั้ง "เจ้าเด็กเหม็น กินเยอะๆ หน่อยสิ!"
อาหารในชามของฮั่วเป่ยเยี่ยนพูนขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นภูเขาลูกย่อมๆ
ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยห้ามด้วยความเกรงใจ "คุณย่าครับ พอแล้วครับ ผมกินไม่หมดหรอก"
"จะกินไม่หมดได้ยังไง?" คุณย่ามองสำรวจเรือนร่างของหลานชายอย่างจริงจัง สายตาโฟกัสไปที่จุดยุทธศาสตร์ "ดูสิ ผอมแห้งแรงน้อยขนาดนี้ มิน่าล่ะถึงได้ไม่มีน้ำยา ต้องบำรุงเยอะๆ เข้าไว้!"
ฮั่วเป่ยเยี่ยนชะงักตะเกียบในมือ เงยหน้าถามด้วยความงุนงง "อะไรคือไม่มีน้ำยาครับ?"
คุณย่ากำลังจะอ้าปากอธิบาย สวี่หนานเกอก็หน้าตื่น รีบตะโกนแทรกขึ้นมาเสียงดังลั่น "กินข้าวไม่ไหวค่ะ! อ๋อ ใช่ๆ หมายถึงกินข้าวไม่ไหวน่ะค่ะ!"
ฮั่วเป่ยเยี่ยนเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามบนใบหน้า เขาหันไปมองคุณย่าอย่างต้องการคำตอบ
คุณย่าพยักหน้าสนับสนุน "ใช่ แกต้องกินเยอะๆ จะได้มีแรง"
สวี่หนานเกอเพิ่งจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่แล้วประโยคต่อมาของหญิงชราก็ทำให้เธอแทบอยากจะเอาหัวโขกโต๊ะ "ถ้าไม่กินเยอะๆ แล้วจะมีแรงทำเหลนให้ย่าได้ยังไง!"
สวี่หนานเกอ "..."
ฮั่วเป่ยเยี่ยนกวาดสายตามองเมนูอาหารบนโต๊ะอีกครั้ง คราวนี้เขาเข้าใจความหมายแฝงทั้งหมดในทันที
ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหู เขากระแอมไอแก้เก้อ แล้วก้มหน้าก้มตายัดอาหารเหล่านั้นเข้าปากโดยไม่พูดอะไรอีก
หลังจากผ่านสมรภูมิอาหารเย็นมาได้ ทั้งสองคนเตรียมจะนั่งคุยเป็นเพื่อนคุณย่าที่ห้องนั่งเล่นสักพัก
แต่คุณย่ากลับโบกมือไล่ พร้อมชี้ไปที่ห้องนอนของฮั่วเป่ยเยี่ยน "ไม่ต้องมาอยู่เฝ้าคนแก่หรอก พวกเธอเป็นสามีภรรยาข้าวใหม่ปลามัน เวลาเป็นเงินเป็นทอง รีบไปปั๊มลูกกันเถอะ!"
"..."
สวี่หนานเกอทนความกดดันไม่ไหวอีกต่อไป เธอยิ้มเจื่อนๆ พลางเอ่ยว่า "คุณย่าคะ คือหนูกับคุณฮั่ว เรา..."
"โอ๊ย! เจ็บ... เจ็บหน้าอกจังเลย" จู่ๆ คุณย่าก็แสดงอาการเจ็บป่วยกะทันหัน คิ้วขมวดมุ่น มือเหี่ยวย่นกุมที่หน้าอกข้างซ้าย แล้วเงยหน้ามองเธอด้วยสายตาวิงวอน "หลานสะใภ้ เมื่อกี้หนูจะพูดว่าอะไรนะ?"
"..." สวี่หนานเกอหวนนึกถึงเหตุการณ์คราวก่อน ที่เธอบอกกับฮั่วเป่ยเยี่ยนว่าจะขอหย่า แล้วหญิงชราตัวเล็กคนนี้ก็เป็นลมล้มพับจนต้องหามส่งห้องฉุกเฉิน ภาพจำนั้นทำให้เธอต้องรีบกลับคำทันที "ไม่มีอะไรค่ะคุณย่า"
เธอตวัดสายตาพิฆาตไปมองฮั่วเป่ยเยี่ยน หวังให้เขาช่วยพูดอะไรบ้าง แต่กลับเห็นว่ามุมปากของชายหนุ่มยกยิ้มจางๆ และเขาก็ไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธความต้องการของคุณย่าแต่อย่างใด
คุณย่าเกาะแขนป้าฟางเอาไว้แน่น ร้องโอดโอยเบาๆ "ย่าจะนอนพักตรงโซฟานี้สักหน่อย พวกเธอสองคนก็รีบไปเข้านอนเถอะ ไปเร็วๆ เข้า..."
สวี่หนานเกอจำใจต้องเดินไปที่หน้าประตูห้องของฮั่วเป่ยเยี่ยนอย่างกระอักกระอ่วน ภายใต้สายตากดดันแกมลุ้นระทึกของคุณย่า
เมื่อทั้งสองคนหันกลับมามองพร้อมกัน ก็เห็นคุณย่าจ้องมองพวกเขาด้วยดวงตาที่เป็นประกายวาววับ ราวกับมีไฟลุกโชน พร้อมกับกำหมัดแน่นชูขึ้นระดับอก "สู้ๆ นะ สู้ๆ!"
จากนั้นก็แกล้งเอามือกุมหน้าอกอีกครั้ง "โอ๊ย... ไม่สบายตัวเลยจริงๆ"
สวี่หนานเกออ้าปากอยากจะพูดอะไรอีกสักหน่อย แต่ข้อมือบางกลับถูกมือหนาของชายหนุ่มคว้าเอาไว้ ฮั่วเป่ยเยี่ยนหลุบตาลงมองเธอ กระซิบเสียงเบาข้างหูว่า "คุณสวี่ คุณย่ารับแรงกระตุ้นไม่ได้นะครับ ตามใจท่านเถอะ"
"..."
สวี่หนานเกอไม่มีทางเลือก จำต้องเดินเข้าห้องไปพร้อมกับเขา ทันทีที่ประตูห้องนอนปิดลงและเสียงล็อกประตูดังคลิก หญิงชราตัวเล็กที่เมื่อกี้ยังร้องโอดโอยก็ลุกพรวดจากโซฟาทันที ลากป้าฟางย่องมาที่หน้าประตูห้องนอน เอาหูแนบกับบานประตูเพื่อแอบฟังความเคลื่อนไหวข้างใน
"นี่อาฟาง เธอว่าคืนนี้ฉันจะได้อุ้มเหลนไหม?"
"คุณท่านวางแผนมาดีขนาดนี้ ทั้งอาหารทั้งบรรยากาศ ต้องมีแน่ๆ ค่ะ!"
สวี่หนานเกอที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านตาแมวจากด้านใน "..."
เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วเดินกลับเข้ามาในห้อง "สงสัยจะเป็นเพราะข่าวสวี่อินท้อง ก็เลยไปกระตุ้นต่อมอยากมีหลานของคุณย่าเข้า"
ฮั่วเป่ยเยี่ยนเลิกคิ้วเล็กน้อย แววตาคมเข้มลึกล้ำขึ้นกว่าเดิม
เขาเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาปลายเตียง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ของเมนูอาหารมื้อเย็นพวกนั้นจริงๆ หรือว่าเป็นอุปทานไปเอง เขาถึงรู้สึกว่าอากาศในห้องเริ่มร้อนอบอ้าวขึ้นเรื่อยๆ ห้องนอนกว้างขวางที่เคยอยู่คนเดียวอย่างสบาย วันนี้กลับดูคับแคบและน่าอึดอัดอย่างประหลาด
เขาขยับคอเสื้อ ปลดเนกไทให้หลวมลงเพื่อระบายความร้อน พยายามเปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อดึงสติตัวเอง "ได้ยินว่าวันนี้คุณนายสวี่มาที่นี่ มาช่วยรักษางานหมั้นของสวี่อินไว้เหรอ?"
"ใช่ค่ะ" สวี่หนานเกอเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้เขาฟังคร่าวๆ จากนั้นก็เอ่ยถามความเห็น "คุณว่าฉันควรจะเปิดโปงความจริงไหมคะ ว่าเด็กในท้องของสวี่อินไม่ใช่ลูกของฮั่วจื่อเฉิน?"
"ไม่จำเป็น" น้ำเสียงของฮั่วเป่ยเยี่ยนเริ่มแหบพร่า ฟังดูเซ็กซี่อย่างประหลาด "คุณคิดว่าสายเลือดของตระกูลฮั่วจะถูกย้อมแมวได้ง่ายขนาดนั้นเชียวเหรอ?"
สวี่หนานเกอชะงักไปเล็กน้อย
ฮั่วเป่ยเยี่ยนพูดต่อ "สิ่งที่พี่สะใภ้ใหญ่ต้องการจริงๆ ไม่ใช่หลาน แต่คือเส้นสายอำนาจของคุณนายสวี่ต่างหาก"
พูดถึงตรงนี้ เขาก็เงยหน้ามองเธอ แล้วเอ่ยขึ้นเรียบๆ ว่า "จริงสิ วันนี้ผมให้คนไปสืบประวัติเบื้องลึกของคุณนายสวี่มาแล้ว คุณสนใจอยากรู้ไหม?"
แน่นอนว่าเธอต้องสนใจ เรื่องนี้เป็นปมในใจเธอมาตลอด
สวี่หนานเกอเดินเข้าไปนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเขา ทว่าเมื่อสบตากัน เธอกลับรู้สึกว่าสายตาของชายหนุ่มร้อนแรงดั่งเปลวไฟที่กำลังโหมกระหน่ำ ราวกับจะแผดเผาและกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว ความร้อนวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วร่างกายจนใบหน้าของเธอแดงซ่าน
เธอพยายามคุมสติแล้วรีบถาม "สืบเจออะไรบ้างคะ?"
สิ้นเสียงคำถาม กลับไร้ซึ่งคำตอบจากฮั่วเป่ยเยี่ยน
เธอหันหน้าไปมองเขาชัดๆ ก็เห็นว่าชายหนุ่มกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน บนหน้าผากมีเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดซึมออกมาเต็มไปหมด
สวี่หนานเกอตกใจจนทำอะไรไม่ถูก รีบขยับเข้าไปใกล้เพื่อดูอาการ "คุณเป็นอะไรไป? ไม่สบายเหรอ?"
วินาทีต่อมา เอวบางของเธอก็ถูกมือใหญ่ที่ร้อนผ่าวคว้าหมับ เธอกรีดร้องในใจไม่ทันไร โลกทั้งใบก็หมุนคว้าง พอตั้งสติได้ เธอก็ถูกเขากดร่างจมลงไปกับเบาะโซฟานุ่มเสียแล้ว
ลมหายใจของชายหนุ่มร้อนระอุเป่ารดผิวแก้ม นัยน์ตาคมกริบแดงก่ำเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ถูกกดข่มมานาน
สวี่หนานเกอพยายามจะผลักหน้าอกเขาออกไป แต่กลับพบว่าร่างกายของตัวเองอ่อนระทวย ไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน
นี่มัน... อาการแบบนี้...
รูม่านตาของเธอขยายกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนก
สภาพของพวกเขาสองคนตอนนี้ มันไม่ปกติแล้ว!
ต้องเป็นฝีมืออาหารยาโด๊ปของคุณย่าแน่ๆ!
ในใจของเธอกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก พยายามรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อผลักไสผู้ชายอันตรายคนนี้ออกไป แต่ทว่าฮั่วเป่ยเยี่ยนดูเหมือนฟางเส้นสุดท้ายจะขาดผึงลงแล้ว เขาไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ส่งเสียง โน้มใบหน้าลงมาอย่างรวดเร็ว บดขยี้ริมฝีปากของเธอ กลืนกินคำทักท้วงทั้งหมดจนหมดสิ้น...
[จบบท]