บทที่ 189: เดิมพันด้วยความจริง
สวี่อินที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้แสดงสีหน้าตื่นตระหนกทันทีเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เธอมองหน้าอีกฝ่ายด้วยแววตาไม่อยากจะเชื่อพร้อมกับเอ่ยขึ้นเสียงดัง “อะไรนะคะ พวกคุณจะทำแบบนี้ได้ยังไงกัน นี่มันเกินไปแล้วนะ”
สวี่หนานเกอทำเพียงแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชาขณะกวาดสายตามองไปที่สวี่อิน “ทำไม ร้อนตัวหรือไง”
คำถามที่ตรงไปตรงมานั้นทำให้ทั้งฮั่วจื่อเฉินและหลิวเม่ยเจินหันขวับมามองสวี่อินเป็นตาเดียว สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยคำถามและความสงสัยใคร่รู้
สวี่อินเห็นท่าไม่ดีจึงรีบปรับสีหน้าและน้ำเสียงทันควัน “ฉันจะไปร้อนตัวเรื่องอะไร ฉันมีแค่พี่จื่อเฉินคนเดียวในชีวิต หรือพวกคุณจะหาว่าฉันไปมั่วกับผู้ชายคนอื่นจนท้องหรือไง ฉันก็แค่รู้สึกว่าพวกคุณใจร้ายเกินไปแล้ว ทำร้ายลูกของฉันจนต้องแท้งไปยังไม่พอ ยังจะมาทำเรื่องหยามเกียรติศพเด็กแบบนี้อีก”
หญิงสาวบนเตียงยกมือขึ้นกุมหน้าท้องแบนราบของตนเอง น้ำตาเม็ดโตไหลอาบสองแก้มอย่างน่าสงสาร “ลูกจ๋า แม่ขอโทษนะลูก แม่มันไร้ความสามารถเองที่ปกป้องหนูเอาไว้ไม่ได้ ทำให้หนูไม่มีโอกาสได้ลืมตาดูโลก แล้วยังต้องมาโดนคนพวกนี้รังแกซ้ำซากอีก หนูจะเจ็บมากไหมลูก แม่ขอโทษ...”
ฮั่วจื่อเฉินมองภาพนั้นด้วยความปวดร้าว ขอบตาของเขาแดงก่ำ มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนด้วยความโกรธแค้น เขาตวัดสายตามองสวี่หนานเกอและฮั่วเป่ยเยี่ยนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
สวี่หนานเกอเห็นละครฉากใหญ่ตรงหน้าก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปากอย่างเอือมระอา “ตัวอ่อนอายุครรภ์แค่เดือนกว่า มันก็เป็นแค่ก้อนเซลล์ที่กำลังแบ่งตัว ระบบประสาทรับความรู้สึกยังไม่สร้างเลยด้วยซ้ำ สวี่อิน พอเถอะ เลิกเล่นละครตบตาคนอื่นได้แล้ว”
สวี่อินชะงักไปชั่วครู่เมื่อได้ยินข้อมูลทางการแพทย์ที่ตอกกลับมา แต่เพียงเสี้ยววินาทีเธอก็กัดริมฝีปากแน่น นัยน์ตาฉายแววอาฆาตมาดร้ายจ้องกลับไปที่สวี่หนานเกอ
ความเกลียดชังในใจของเธอพุ่งสูงจนแทบระเบิด
ความจริงแล้วเด็กในท้องคนนี้ไม่ได้หลุดเพราะอุบัติเหตุ แต่เป็นเธอเองที่จงใจทำให้แท้ง เพื่อตัดปัญหาเรื่องการเจาะน้ำคร่ำตรวจดีเอ็นเอที่ฮั่วจื่อเฉินกำลังจะบังคับให้ทำ
ในเมื่อตอนนี้คนของตระกูลสวี่สายหลักจากเมืองหลวงเดินทางมาถึงที่นี่แล้ว และแสดงเจตจำนงชัดเจนว่าจะหนุนหลังเธอที่เป็นลูกสาว(ปลอมๆ)ของคุณนายสวี่ เธอจึงต้องฉวยโอกาสทองนี้จัดการสวี่หนานเกอให้จมดิน
หากสามารถใช้เรื่องนี้เขี่ยสวี่หนานเกอออกไปจากตระกูลฮั่วได้ หรือถึงขั้นช่วยให้บ้านใหญ่ทวงคืนอำนาจการบริหารฮั่วซื่อกรุ๊ปกลับมาจากมือของฮั่วเป่ยเยี่ยนได้ นั่นนับเป็นกำไรมหาศาล
แต่สิ่งที่เธอคาดไม่ถึงคือฮั่วเป่ยเยี่ยน ผู้ชายที่เย็นชาคนนั้นจะยอมออกหน้าปกป้องนังแพศยาสวี่หนานเกอถึงขนาดนี้
สถานการณ์ภายในห้องพักฟื้นเริ่มเอนเอียงไปทางฮั่วเป่ยเยี่ยน เขาคุมเกมไว้ได้เกือบทั้งหมด บรรยากาศกดดันจนฝ่ายตรงข้ามแทบขยับตัวไม่ได้
ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงเย้ยหยันทรงอำนาจก็ดังขึ้นมาจากหน้าประตูห้อง “ฮั่วเป่ยเยี่ยน นายทำอะไรหัดไว้หน้าคนอื่นบ้าง นายควบคุมห้องของคุณนายสวี่ไว้คนเดียวฉันไม่ว่า แต่กับสวี่อินนายก็จะใช้อำนาจบาตรใหญ่ควบคุมด้วยงั้นเหรอ นายเห็นนายท่านสามสวี่เป็นหัวหลักหัวตอหรือไง”
สิ้นเสียงนั้น สวี่ฉือมั่วก็เดินเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างามแต่แฝงไปด้วยความคุกคาม ด้านหลังของเขามีบอดี้การ์ดฝีมือดีติดตามมาเป็นขบวน และเข้าประจันหน้ากับบอดี้การ์ดของฮั่วเป่ยเยี่ยนทันที ทำให้บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้ง
สวี่อินเห็นผู้มาใหม่ดวงตาก็ลุกวาวด้วยความหวัง เธอรีบร้องเรียกเสียงดัง “คุณชายสวี่! คุณมาได้จังหวะพอดีเลยค่ะ คุณต้องช่วยฉันด้วยนะคะ คุณต้องให้ความเป็นธรรมกับฉัน!”
เธอไม่รอช้า รีบบีบน้ำตาเล่าความเท็จด้วยความคับแค้นใจ “สวี่หนานเกอจิตใจโหดเหี้ยมอำมหิตเกินคนไปแล้วค่ะ เธอจงใจยั่วโมโหแม่ของฉันจนท่านล้มป่วยลุกไม่ขึ้น แล้วยังมาผลักฉันจนแท้งลูกอีก เธอตั้งใจกลับมาแก้แค้นพวกเราชัดๆ คงเห็นว่าฉันกับแม่ไม่มีใครคอยหนุนหลัง ก็เลยทำตัวกร่างรังแกพวกเราสารพัดแบบนี้”
เสียงสะอึกสะอื้นของเธอฟังดูน่าเวทนาจนคนฟังต้องใจอ่อน
สวี่ฉือมั่วฟังความข้างเดียวจบก็ออกคำสั่งเสียงเข้ม “ใครก็ได้ ลากตัวสวี่หนานเกอไปขังไว้!”
ฮั่วเป่ยเยี่ยนก้าวเท้าเข้ามาขวางหน้าสวี่หนานเกอไว้ทันที แววตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ “ฉันดูซิว่าใครหน้าไหนจะกล้าแตะต้องเธอ”
สวี่ฉือมั่วจ้องตาฮั่วเป่ยเยี่ยนกลับอย่างไม่เกรงกลัว “นายท่านสามสวี่ฝากคำพูดมาว่า ลูกสาวของคุณนายสวี่ท่านจะปกป้องด้วยชีวิต นายแน่ใจนะว่าจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับท่านเพื่อผู้หญิงคนเดียว”
ฮั่วเป่ยเยี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อของบุคคลที่มีอิทธิพลคนนั้น
ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ชัดเจน “ฝากไปบอกนายท่านสามสวี่ด้วยว่าฉันไม่ได้สนใจในตัวสวี่อิน ฉันแค่พูดตามความจริง ผลตรวจดีเอ็นเออย่างเร็วที่สุดสามชั่วโมงก็รู้ผล หวังว่าถึงเวลานั้นความจริงปรากฏ เขาคงไม่หน้ามืดตามัวเข้าข้างคนผิดหรอกนะ”
กล่าวจบ ฮั่วเป่ยเยี่ยนก็คว้ามือสวี่หนานเกอกุมไว้แน่นแล้วพาเธอเดินฝ่าวงล้อมออกไป
ฮั่วเป่าเจียงเห็นลูกชายทำท่าอวดดีก็ตะโกนไล่หลังเสียงดังลั่น “แกหยุดเดี๋ยวนี้นะ ไสหัวกลับมาคุยให้รู้เรื่อง!”
แต่ฮั่วเป่ยเยี่ยนทำราวกับเสียงของพ่อบังเกิดเกล้าเป็นเพียงธาตุอากาศ เขาไม่แม้แต่จะชะลอฝีเท้าลง
ฮั่วเป่าเจียงโกรธจนหน้าดำหน้าแดง ตัวสั่นเทิ้มด้วยความโมโห “ไอ้ลูกทรพี! มันจะกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว แกมันเลวเกินเยียวยา เรื่องนี้ฟ้าดินไม่ให้อภัยแกแน่!”
เมื่อเห็นว่าคำสั่งใช้ไม่ได้ผล สวี่ฉือมั่วจึงขยับตัวไปขวางทางประตูไว้ “ฮั่วเป่ยเยี่ยน นายจะไปก็ได้ฉันไม่ห้าม แต่ผู้หญิงคนนี้ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ลูกนอกสมรสคนนี้รังแกสวี่อินจนแท้งลูก วันนี้เธอต้องให้คำตอบกับตระกูลสวี่!”
เขาตวัดมือส่งสัญญาณ บอดี้การ์ดชุดดำด้านหลังก็พุ่งตัวเข้ามาหมายจะจับกุมสวี่หนานเกอ แต่บอดี้การ์ดของฮั่วเป่ยเยี่ยนไวกว่า พวกเขาเข้าขวางและผลักดันกันจนเกิดความชุลมุนย่อมๆ
ทั้งสองฝ่ายต่างจ้องหน้ากันเขม็ง พร้อมที่จะเปิดศึกนองเลือดได้ทุกเมื่อ
สวี่ฉือมั่วมองประเมินสถานการณ์แล้วเอ่ยเสียงเย็น “ฮั่วเป่ยเยี่ยน นายแน่ใจเหรอว่าจะให้มีการปะทะกันที่นี่”
สถานที่แห่งนี้คือโรงพยาบาล และที่สำคัญห้องพักฟื้นของคุณนายสวี่ก็อยู่ห่างไปเพียงไม่กี่ก้าว
บอดี้การ์ดของทั้งสองฝ่ายล้วนเป็นมืออาชีพ หากเกิดการต่อสู้ขึ้นจริง ย่อมต้องเกิดความเสียหายรุนแรง และเสียงดังโครมครามนั้นจะต้องรบกวนการพักผ่อนของคุณนายสวี่อย่างแน่นอน
สวี่หนานเกอเห็นท่าไม่ดีจึงก้าวเท้าออกมาข้างหน้า เธอขยับปากจะพูดแต่ฮั่วเป่ยเยี่ยนบีบมือเธอเบาๆ แล้วชิงพูดขึ้นก่อน “ฉันบอกแล้วไงว่าอีกแค่สามชั่วโมงความจริงก็จะเปิดเผย สวี่ฉือมั่ว นายรอแค่สามชั่วโมงไม่ได้หรือไง หรือว่ากลัวความจริง”
สวี่ฉือมั่วเหลือบสายตามองเข้าไปในห้องผู้ป่วยแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาเอ่ยช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ “ฮั่วเป่ยเยี่ยน ฉันว่านายกำลังเข้าใจอะไรผิดไปประเด็นหนึ่งนะ ผลลัพธ์ในอีกสามชั่วโมงข้างหน้ามันไม่ได้สลักสำคัญอะไรสำหรับพวกเราเลย คนที่พวกเราตระกูลสวี่ต้องการปกป้องคือทายาทสายตรงของคุณนายสวี่ ไม่ใช่หลานของตระกูลฮั่ว”
ความนัยที่ซ่อนอยู่ในคำพูดนั้นชัดเจนจนน่าขนลุก
ไม่ว่าเด็กที่แท้งไปจะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตระกูลฮั่วหรือไม่ นายท่านสามสวี่ไม่ได้ให้ค่าแม้แต่น้อย
สิ่งที่เขาสนใจมีเพียงเรื่องเดียว คือสวี่หนานเกอกล้าดีอย่างไรรังแกสวี่อินที่เป็น 'ลูกสาว' ของคุณนายสวี่
ฮั่วเป่ยเยี่ยนขมวดคิ้วมุ่น สถานการณ์เริ่มตึงเครียดและซับซ้อนกว่าที่คิด
นายท่านสามสวี่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและเด็ดขาด เป็นคนที่ไม่สนเหตุผลหน้าอินทร์หน้าพรหม ในเมื่อเขาลั่นวาจาว่าจะปกป้องคุณนายสวี่ เขาก็ย่อมปกป้องสวี่อินอย่างถึงที่สุด แม้ว่าผลตรวจจะออกมาว่าสวี่อินโกหกเรื่องลูก เขาก็คงไม่ปล่อยสวี่หนานเกอไปง่ายๆ ข้อหาที่ทำให้ 'หลานสาว' ของเขาต้องเจ็บตัว
ฮั่วเป่ยเยี่ยนหลุบตาลงครุ่นคิดครู่หนึ่ง “แล้วนายท่านสามสวี่ต้องการอะไร”
สวี่ฉือมั่วหันกลับไปจ้องหน้าสวี่หนานเกอ “ในเมื่อลูกของคุณหนูสวี่เสียไปแล้ว สวี่หนานเกอก็ต้องชดใช้เพื่อเป็นการไถ่โทษ... สวี่หนานเกอ นายท่านสามสวี่รอเธออยู่ข้างล่าง เธอกล้าพอที่จะลงไปพบท่านกับฉันไหมล่ะ”
“เป็นไปไม่ได้”
ฮั่วเป่ยเยี่ยนสวนกลับทันควัน “การแท้งลูกของสวี่อินไม่เกี่ยวกับหนานเกอ ฉันไม่มีวันยอมให้พวกนายพาตัวเธอไปเด็ดขาด”
สวี่ฉือมั่วแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ “ฮั่วเป่ยเยี่ยน เรื่องนี้คงไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายหรอกนะ”
บรรยากาศรอบด้านกดดันถึงขีดสุด ราวกับมีประกายไฟที่มองไม่เห็นปะทุอยู่กลางอากาศ การปะทะกันด้วยกำลังดูเหมือนจะเป็นทางออกเดียวที่เหลืออยู่
ในวินาทีวิกฤตนั้นเอง สวี่หนานเกอก็ตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว เธอก้าวมายืนข้างหน้าแล้วหันไปสบตาฮั่วเป่ยเยี่ยน “ฉันจะไปกับเขา”
[จบบท]