บทที่ 23: สามีของฉันเด็ดกว่านายเยอะ!
เจียงอิงเฉียวชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินลูกน้องพูดแบบนั้น ก่อนจะหันมาถามด้วยน้ำเสียงเคลือบแคลง “นี่เธออ่านของพวกนี้รู้เรื่องด้วยเหรอ”
สวี่หนานเกอยังไม่ทันจะได้ขยับปากตอบโต้ เพื่อนร่วมงานชายที่ดูเป็นคนเงียบๆ เก็บตัวคนนั้นก็รีบพูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน ราวกับกลัวว่าเธอจะโดนดูถูกไปมากกว่านี้ “หัวหน้าครับ เธออ่านรู้เรื่องจริงๆ นะครับ ผมมั่นใจ”
เจียงอิงเฉียวหันขวับไปตลึงตาใส่ลูกน้องตัวเองทันที “พวกนายรู้จักกันงั้นสิ?”
หนุ่มแว่นยิ้มแห้งๆ อย่างขัดเขิน “เอ่อ... คือผมเป็นนักศึกษาปริญญาโทของศาสตราจารย์เหลียงที่มหาวิทยาลัยไห่เฉิงครับ เมื่อปีที่แล้วตอนที่ผมยังเรียนอยู่ ศาสตราจารย์เหลียงท่านเคยหิ้วเธอไปทำโปรเจกต์ร่วมกับพวกเรามาแล้วรอบหนึ่งครับ...”
สวี่หนานเกอหันไปมองเขาอย่างจริงจัง พยายามขุดคุ้ยความทรงจำในสมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “รุ่นพี่จางเฉา?”
จางเฉาพยักหน้ารัวๆ ด้วยความเขินอายที่จำเขาได้ ก่อนจะหันไปอธิบายสรรพคุณให้เจียงอิงเฉียวฟังต่อ “หัวหน้าครับ น้องเขาเป็นนักศึกษาปริญญาตรีคนเดียวที่ศาสตราจารย์เหลียงยอมให้เข้าร่วมทีมทำโปรเจกต์ด้วยนะครับ เธอเป็นคนอ่านหนังสือเร็วมาก แถมยังเคยสัมผัสกับโครงสร้างพื้นฐานพวกนี้มาหมดแล้วด้วย”
ถึงจะมีคนมายืนยันความสามารถ แต่เจียงอิงเฉียวก็ยังคงมองเธออย่างไม่สบอารมณ์ “ไอ้พวกนี้มันก็แค่ความรู้พื้นฐาน แค่อ่านรู้เรื่องมันจะมีอะไรน่าภูมิใจนักหนา ถ้าเก่งจริงก็ช่วยแก้ปัญหาเทคโนโลยีหลักของโครงการให้ได้สิ! ไม่ใช่ดีแต่ทฤษฎีพื้นๆ”
จางเฉาหน้าถอดสี รีบแย้งขึ้นมาทันที “หัวหน้าครับ นี่มันจะกดดันกันเกินไปแล้วนะครับ ของยากขนาดนั้น...”
เจียงอิงเฉียวแค่นหัวเราะในลำคอ “ถ้าไม่มีปัญญาทำได้ขนาดนั้น ก็ช่วยทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัวอยู่ในกลุ่มไปเงียบๆ ไปค้นข้อมูลพื้นฐานที่สุดในคลังข้อมูลมาอ่านซะ จะได้ไม่ไปทำตัวขายหน้าคนอื่นเขา!”
ทิ้งท้ายด้วยวาจาเจ็บแสบเสร็จ เขาก็สะบัดหน้าเดินหนีไปทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบ
จางเฉาถอนหายใจเฮือกใหญ่ หันมาทำหน้าเห็นใจใส่สวี่หนานเกอ “น้องอย่าไปถือสาแกเลยนะ ช่วงนี้เทคโนโลยีหลักยังเจาะไม่เข้าสักที หัวหน้าแกเครียดจนนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว อารมณ์เลยแปรปรวนแบบนี้แหละ แต่จริงๆ แกไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรหรอก อย่าเก็บคำพูดแกไปใส่ใจเลยนะ”
สวี่หนานเกอยักไหล่ ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านอะไร
เธอมาทำงานที่ฮั่วซื่อกรุ๊ปเพื่อเป้าหมายของตัวเอง ไม่ได้มาเพื่อผูกมิตรหรือสร้างศัตรูกับใครอยู่แล้ว หลังจากถามพิกัดของห้องคลังข้อมูลเรียบร้อย เธอก็มุ่งหน้าไปที่นั่นทันทีโดยไม่รีรอ
คลังข้อมูลของฮั่วซื่อกรุ๊ปตั้งอยู่ที่ชั้น 60 พื้นที่ทั้งชั้นถูกเนรมิตให้เป็นห้องสมุดส่วนตัวขนาดมหึมา ที่มีสิทธิ์เข้าใช้ได้เฉพาะพนักงานในเครือบริษัทเท่านั้น
ชั้นหนังสือสูงตระหง่านเรียงรายสุดลูกหูลูกตา อัดแน่นไปด้วยองค์ความรู้จากหลากหลายอุตสาหกรรม และที่สำคัญคือมีเอกสารงานวิจัยหายากบางอย่างที่คนนอกไม่มีวันได้เห็น
ดวงตาของสวี่หนานเกอเป็นประกายวาววับด้วยความตื่นเต้น สัญชาตญาณนักวิจัยในตัวบอกเธอว่า สิ่งที่เธอกำลังตามหา ต้องซ่อนอยู่ที่นี่แน่นอน
...
ณ ห้องทำงานชั้นบนสุด
ฮั่วเป่ยเยี่ยนกำลังนั่งเคลียร์กองเอกสารที่วางซ้อนกันเป็นตั้ง จู่ๆ เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เขาเหลือบตามองเห็นข้อความวีแชทจากคุณย่าฮั่วที่ใช้ชื่อบัญชีสุดสิริมงคลว่า “ดอกไม้บานมั่งมีศรีสุข” ส่งมา
[ไอ้เด็กบ้า เที่ยงนี้แกต้องพาหลานสะใภ้ไปกินข้าวนะ แล้วก็อย่าลืมถ่ายรูปตอนพวกแกสวีทหวานแหววกันมาให้ฉันดูด้วยล่ะ]
ฮั่วเป่ยเยี่ยนขมวดคิ้วมุ่นทันที
เขากำลังจะพิมพ์ตอบกลับไปว่ามีประชุมด่วนเพื่อเลี่ยงบาลี แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นชื่อบัญชีของคุณย่าที่กะพริบเปลี่ยนไปต่อหน้าต่อตา จาก “ดอกไม้บานมั่งมีศรีสุข” กลายร่างเป็น “คุณย่าผู้อ่อนแอรับแรงกระแทกไม่ได้”
ฮั่วเป่ยเยี่ยน “...”
ท่านประธานหนุ่มจ้องมองชื่อบัญชีใหม่นั้นอยู่นานสองนาน สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างจนปัญญา นิ้วเรียวยาวกดปุ่มเรียกเลขาที่อยู่บนโต๊ะ
เยี่ยเย่เปิดประตูเข้ามาอย่างรู้รู้งาน “บอสครับ มีอะไรให้รับใช้ครับ”
“เตรียมอาหารกลางวันสองชุด ยกขึ้นมาที่นี่”
“รับทราบครับ”
หลังจากสั่งงานเสร็จ ฮั่วเป่ยเยี่ยนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความหา “ขาดธาตุเหล็ก” อีกครั้ง บอกให้เธอขึ้นมากินข้าวกลางวันที่ห้องทำงานของเขา
ทว่า... จนกระทั่งอาหารหน้าตาน่าทานถูกนำมาวางเรียงรายจนเต็มโต๊ะ หญิงสาวปลายทางก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตอบกลับหรือโผล่หน้ามา
ฮั่วเป่ยเยี่ยนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง น้ำเสียงเริ่มเจือความหงุดหงิดเล็กน้อย “เธออยู่ที่ไหน”
เยี่ยเย่เช็กข้อมูลในแท็บเล็ตแล้วตอบทันที “คุณสวี่เหรอครับ ตอนนี้อยู่ที่ห้องคลังข้อมูลครับ”
ฮั่วเป่ยเยี่ยนไม่รอช้า ลงลิฟต์ตรงดิ่งไปที่ชั้น 60 เขาเดินลัดเลาะไปตามชั้นหนังสือเงียบเชียบเพื่อตามหาภรรยาในนาม
และไม่นานเขาก็เจอเป้าหมาย... แต่ภาพที่เห็นคือ เธอกำลังยืนอยู่กับฮั่วจื่อเฉิน หลานชายตัวดีที่กำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาแปลกๆ
...
สวี่หนานเกอจมดิ่งอยู่ในโลกของตัวหนังสือจนลืมเวลา ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงสั่นครืดคราดของโทรศัพท์ในกระเป๋า
ขุมทรัพย์ทางปัญญาแห่งนี้รวบรวมข้อมูลทางเทคนิคที่ล้ำสมัยที่สุดในยุคปัจจุบันเอาไว้ ทำให้เธอเพลิดเพลินจนแทบไม่อยากจะละสายตา
ขณะที่เธอกำลังเดินถอยหลังเพื่อดูสันหนังสือ จู่ๆ แผ่นหลังบางก็ชนเข้ากับอกแกร่งของใครบางคน
“ขอโทษค่ะ”
สวี่หนานเกอหันขวับไปมอง แต่สิ่งที่พบกลับไม่ใช่พนักงานทั่วไป แต่เป็นคนคุ้นเคยที่ไม่อยากเจอ
ฮั่วจื่อเฉินจ้องมองเธอด้วยสายตาที่อ่านยากและซับซ้อน “สวี่หนานเกอ เธออุตส่าห์ลำบากเอาอกเอาใจคุณทวดขนาดนั้น คงไม่ใช่เพราะหวังจะหาทางเข้าใกล้อาสามหรอกนะ?”
ใบหน้าของสวี่หนานเกอฉาบด้วยความเย็นชาทันที “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนาย”
แต่ฮั่วจื่อเฉินกลับไม่ยอมหยุด “อาสามเขาไม่เคยแตะต้องผู้หญิงมาตั้งหลายปีแล้ว อย่าหลงตัวเองคิดว่าเธอจะใช้หน้าตาสวยๆ นี่ไปยั่วยวนเขาได้ เขาไม่ใช่ผู้ชายตื้นเขินแบบนั้น! ดูสิ ตอนนี้เขาก็แค่โยนงานกากๆ มาให้เธอทำส่งๆ ไปเพื่อตัดรำคาญไม่ใช่หรือไง”
สวี่หนานเกอแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ “ความหมายของนายก็คือ... ที่นายตามจีบฉันแทบตายเมื่อตอนนั้น เป็นเพราะนายน่ะเป็นคนตื้นเขินงั้นสิ?”
เจอสวนกลับแบบนี้ ฮั่วจื่อเฉินถึงกับจุกจนพูดไม่ออก!
สวี่หนานเกอมองดูผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า
ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวในมหาวิทยาลัยของเธอ เป็นคนที่เธอเคยคิดจะเปิดใจให้ ตอนที่เขาบอกว่าจะทำเซอร์ไพรส์ในวันรับปริญญา เธอยังเคยนอนคิดด้วยซ้ำว่าจะตอบตกลงเป็นแฟนกับเขาดีไหม
ไม่คิดเลยว่าสุดท้ายเรื่องราวมันจะพลิกผันจนมาถึงจุดนี้ได้
เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ “ฮั่วจื่อเฉิน พวกเราต่างคนต่างอยู่ จบกันด้วยดีไม่ได้เหรอ”
“ไม่ได้!”
ดวงตาของฮั่วจื่อเฉินแดงก่ำขึ้นมาทันทีด้วยความอัดอั้น “ฉันรู้ว่าเธอเกลียดที่ฉันไปขอสวี่อินแต่งงาน แต่ฉันไม่มีทางเลือก การแต่งงานของตระกูลใหญ่มันมีปัจจัยร้อยแปด! ฉันเคยพยายามเพื่อเธอมาแล้ว แม่ของฉันก็ยอมถอยให้ฉันคบคนธรรมดาได้แล้ว แต่สถานะของเธอ... ไม่ว่าจะยังไงฉันก็แต่งงานกับลูกเมียน้อยไม่ได้! ไม่อย่างนั้นต่อไปฉันจะมีหน้าไปยืนในตระกูลฮั่วได้ยังไง ฉันจะกลายเป็นตัวตลกของคนทั้งเมืองไห่เฉิง!”
สวี่หนานเกอยืนฟังนิ่งๆ
ตอนเด็กๆ เธอเคยรู้สึกว่าสถานะลูกนอกสมรสเป็นตราบาปที่ทำให้เธอเงยหน้าไม่ออก
แต่ตั้งแต่วันที่ก้าวเท้าออกจากตระกูลสวี่ เธอก็เข้าใจสัจธรรมข้อหนึ่ง... คนเรามีค่าอยู่ที่การทำตัว ไม่ใช่ชาติกำเนิด
เธอละสายตาจากเขาอย่างเบื่อหน่าย “งั้นก็ขอบคุณนะ ที่ไม่แต่งงานด้วย”
เธอทำท่าจะเดินหนี แต่ฮั่วจื่อเฉินกลับก้าวมาขวางทางไว้อีกครั้ง “เดี๋ยวสิ! ฉันได้ยินว่าเธอโดนเจียงอิงเฉียวกลั่นแกล้งอยู่ที่กลุ่ม 1 ใช่ไหม ฉันช่วยเธอได้นะ ฉันจะย้ายเธอมาอยู่กลุ่ม 2 ที่ฉันดูแล แล้วจะหาคนเก่งๆ มาสอนงานเธอ... ฉันรู้ว่าเธอหัวไว เธอเก่ง อีกไม่นานเธอก็ต้องทำงานได้คล่อง ไม่ต้องไปตระเวนรับจ้างทำงานงกๆ แบบนั้นอีก...”
สวี่หนานเกอพูดแทรกขึ้นมาเสียงเรียบ ตัดบทความเพ้อเจ้อของเขา “เงื่อนไขคืออะไร”
“เธอต้องหย่า แล้วมาเป็นผู้หญิงของฉัน”
ฮั่วจื่อเฉินยอมรับไม่ได้เด็ดขาดที่จะให้มีผู้ชายคนอื่นมาครอบครองเธอ!
แค่จินตนาการภาพเธอกับชายอื่น เขาก็รู้สึกเหมือนอกจะระเบิดตายอยู่แล้ว!
สวี่หนานเกอตอบกลับทันควันด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “นายไม่คู่ควร!”
“ทำไม! หรือเธอรักไอ้ผัวนักเลงกระจอกๆ นั่นมากขนาดนั้นเลยเหรอ เธอเชื่อไหม ฉันเอาเงินฟาดหัวมันสักก้อน หรือให้คนไปขู่มันนิดหน่อย มันก็หางจุกตูดทิ้งเธอไปแล้ว! มันมีตรงไหนเทียบฉันได้บ้างฮะ!”
ความหึงหวงทำให้ฮั่วจื่อเฉินหน้ามืดตามัว เขาคว้าข้อมือเล็กของสวี่หนานเกอแล้วกระชากร่างเธอไปกระแทกกับชั้นหนังสืออย่างแรง
ดวงตาของเขาแดงฉานเหมือนสัตว์ร้าย “หรือว่าผู้หญิงอย่างพวกเธอจะเป็นแบบนี้กันหมด พอนอนกับมันแล้วก็เลยหลงจนโงหัวไม่ขึ้น? ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นเธอก็มาลองดูหน่อยสิว่าฉันกับมันใครจะลีลาเด็ดกว่ากัน!”
พูดจบ เขาก็โน้มใบหน้าลงมาอย่างรวดเร็ว หมายจะบดขยี้ริมฝีปากเธอให้หนำใจ!
ที่สุดทางเดินอีกฝั่งของชั้นหนังสือ ฮั่วเป่ยเยี่ยนยืนนิ่งเป็นรูปปั้น ได้ยินทุกถ้อยคำชัดเจน
เมื่อเห็นหลานชายตัวเองกำลังจะลวนลามภรรยา ใบหน้าหล่อเหลาก็พลันดำทะมึนด้วยความโกรธ เขากำลังจะก้าวเท้าเข้าไปจัดการสั่งสอนเจ้าหลานชั่ว แต่ภาพเหตุการณ์ตรงหน้ากลับทำให้เขาต้องชะงัก...
หญิงสาวร่างบางที่ดูเหมือนจะเสียเปรียบ จู่ๆ ก็ยกเข่าขึ้น กระแทกเข้าที่จุดยุทธศาสตร์ตรงหว่างขาของฮั่วจื่อเฉินอย่างแม่นยำและรุนแรง!
“อั่ก!”
ชายหนุ่มร้องเสียงหลง ตัวงอเป็นกุ้งด้วยความจุกเสียด สวี่หนานเกอไม่รอช้า สะบัดฝ่ามือตบหน้าเขาซ้ำไปอีกฉาดใหญ่!
“เพียะ!”
เสียงตบหน้าดังก้องไปทั่วความเงียบของห้องสมุด สวี่หนานเกอยืนมองผลงานตัวเองด้วยสายตาดูแคลน ก่อนจะเอ่ยวาจาเชือดเฉือนที่ทำให้คนฟังต้องกระอักเลือด
“เดิมทีฉันก็ไม่อยากจะพูดทำลายความมั่นใจของนายหรอกนะ แต่ในเมื่อนายอยากจะรู้ให้ได้ งั้นฉันก็จะสงเคราะห์ให้เอาบุญ สามีของฉันน่ะนะ ทั้งตัวสูงกว่านาย หล่อกว่านาย แถมเรื่องบนเตียงก็ยังอึดทนกว่านายไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า ไม่เหมือนนายที่แค่นี้ก็จุกจนหน้าเขียว ไม่มีน้ำยา! ถ้ามีเวลาว่างมากนักก็ไปฝึกมาใหม่เถอะไป๊!!”
สวี่หนานเกอทิ้งระเบิดลูกใหญ่ไว้แค่นั้น แล้วสะบัดหน้าหมุนตัวกลับเตรียมจะเดินจากไป แต่แล้วเท้าของเธอก็ต้องชะงักกึก เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของฮั่วเป่ยเยี่ยนยืนกอดอกพิงชั้นหนังสืออยู่ที่มุมทางเดินด้านหน้า
สวี่หนานเกอ “...”
ฮั่วเป่ยเยี่ยน “...”
บรรยากาศมาคุเข้าปกคลุมทันที แต่ฮั่วจื่อเฉินที่กำลังจุกจนตัวงอยังไม่รู้ชะตากรรม เขาตะโกนไล่หลังมาด้วยความโกรธแค้นและเจ็บปวด
“มันอึดแล้วจะมีประโยชน์อะไร! ในบริษัทนี้ฉันจะบีบเธอยังไงก็ได้ แต่ไอ้สามีจอมปลอมของเธอกลับทำอะไรเพื่อปกป้องเธอไม่ได้สักอย่าง!”
สิ้นเสียงคำรามของคนขี้แพ้ ก็มีเสียงทุ้มต่ำทรงพลังของผู้ชายอีกคนดังสวนขึ้นมาทำลายความเงียบ
“ใครบอกว่าเขาทำไม่ได้?”
[จบบท]