บทที่ 24: เคล็ดลับเพิ่มพละกำลัง!
ทุกคนต่างหันขวับไปมองยังต้นเสียงเป็นตาเดียว
เจ้าของเสียงนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเจียงอิงเฉียว
เขายืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับรอยคล้ำใต้ตาราวกับหมีแพนด้า ใบหน้าฉายแววหงุดหงิดรำคาญใจอย่างเห็นได้ชัด
ฮั่วจื่อเฉินถึงกับชะงักด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเอ่ยถามเสียงหลง "นี่คุณเป็นสามีของเธอเหรอ?"
"แน่นอนว่าไม่ใช่" เจียงอิงเฉียวเบะปากอย่างเหยียดหยาม "ถ้าสามีของเธอมีความเป็นลูกผู้ชายพอ แล้วรู้ว่านายกำลังรังแกเธออยู่ที่นี่ เขาคงจะพุ่งเข้ามาฉีกอกนายไปแล้ว เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะยืนดูเฉยๆ โดยไม่ทำอะไรเลย"
ฮั่วจื่อเฉิน "..."
เขาพยายามข่มความเจ็บปวดแล้วฝืนลุกขึ้นยืน จ้องมองเจียงอิงเฉียวด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย "ผมจะทำเรื่องย้ายเธอไปอยู่ที่กลุ่ม 2 ของผม"
"ไม่มีทาง" เจียงอิงเฉียวสวนกลับด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "คนของกลุ่มผม นายไม่มีสิทธิ์มาตัดสินใจแทน"
ท่าทางวางก้ามและหยิ่งยโสที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา ในเวลานี้กลับดูขัดหูขัดตาน้อยลงมากในความรู้สึกของสวี่หนานเกอ
ฮั่วจื่อเฉินขมวดคิ้วถามด้วยความไม่เข้าใจ "เธอก็แค่เด็กเส้นคนหนึ่ง คุณเกลียดพวกใช้เส้นสายที่สุดไม่ใช่หรือไง?"
เจียงอิงเฉียวแค่นหัวเราะ "แล้วนายมีคุณสมบัติอะไรไปหัวเราะเยาะเธอ? อย่างน้อยเธอก็เจียมตัวเป็นแค่พนักงานระดับล่าง แต่นายที่เป็นแค่เด็กจบปริญญาตรีเหมือนกัน กลับได้นั่งแท่นเป็นถึงหัวหน้ากลุ่ม 2 ยังมีหน้ามาว่าคนอื่นเป็นเด็กเส้นอีกเหรอ?"
ฮั่วจื่อเฉินโกรธจนแทบกัดลิ้นตัวเอง เขาเถียงกลับข้างๆ คูๆ "มันไม่เหมือนกัน ผมเป็นหลานชายคนโตของตระกูลฮั่วสายหลัก!"
"อ้อ... ที่แท้ก็เป็นเด็กเส้นเบอร์ใหญ่สุดของฮั่วกรุ๊ปนี่เอง"
"..."
ฮั่วจื่อเฉินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์ ก่อนจะงัดไม้ตายออกมา "อีกไม่กี่วัน ดร.หนานจะเข้ามาร่วมทีมวิจัยของผม เจียงอิงเฉียว... ไอดอลของคุณคือเขาไม่ใช่เหรอ? ขอแค่คุณไม่เข้ามายุ่งเรื่องนี้ ผมรับปากว่าจะแนะนำให้พวกคุณได้รู้จักกัน"
ข้อเสนอนั้นทำให้เจียงอิงเฉียวถึงกับนิ่งเงียบไป
ในวงการวิจัยพลังงานใหม่ ใครบ้างจะไม่ยกย่องดร.หนานเป็นไอดอล?
เจียงอิงเฉียวศึกษาและอ่านวิทยานิพนธ์ทุกฉบับที่ดร.หนานตีพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยิ่งอ่านเขาก็ยิ่งทึ่งในความอัจฉริยะของบุคคลปริศนาท่านนี้
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาพยายามเสาะหาทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้มีโอกาสทำความรู้จักกับดร.หนานสักครั้ง
แต่ฮั่วจื่อเฉินกลับเอาเรื่องนี้มาข่มขู่เขา...
เจียงอิงเฉียวลังเลไปเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อไว้อาลัยให้แก่โอกาสที่หลุดลอยไป ก่อนจะตอบกลับอย่างหนักแน่นว่า "ไม่ได้!"
เขาหันขวับมาทางสวี่หนานเกอแล้วออกคำสั่ง "เลิกทำตัวขายหน้าอยู่ที่นี่ได้แล้ว กลับไปทำงานกับฉัน!"
สวี่หนานเกอแอบชำเลืองมองไปทางทิศที่ฮั่วเป่ยเยี่ยนเคยยืนอยู่ แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ชายหนุ่มได้หายตัวไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
หญิงสาวลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
โชคดีที่เขาไปแล้ว ไม่อย่างนั้นคำพูดที่ว่า 'พละกำลังดี' ของเธอเมื่อครู่ คงจะสร้างบรรยากาศกระอักกระอ่วนน่าดู
เธอเดินตามเจียงอิงเฉียวออกจากห้องเก็บข้อมูลเงียบๆ
เจียงอิงเฉียวบ่นกระปอดกระแปดตลอดทางด้วยความหงุดหงิด "เป็นเพราะเธอแท้ๆ ฉันเลยต้องเสียโอกาสทองที่จะได้รู้จักกับดร.หนานไปเลย!"
สวี่หนานเกอกลั้นยิ้มก่อนจะเอ่ยปลอบใจ "เดี๋ยวก็มีโอกาสหน้าค่ะ"
เจียงอิงเฉียวหันมาดุเธออีกยก "เธอเองก็เหมือนกัน เป็นแค่เด็กจบปริญญาตรี ช่วยอยู่เฉยๆ ในห้องทำงานอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวไม่ได้หรือไง? วิ่งแจ้นมาหาเรื่องใส่ตัวถึงที่นี่ทำไม!"
สวี่หนานเกอไม่ได้โต้ตอบหรือถือสาคำพูดเหล่านั้น
จางเฉาพูดถูกจริงๆ ถึงปากของหัวหน้ากลุ่มจะร้ายกาจ แต่เนื้อแท้แล้วเขาก็เป็นคนดีคนหนึ่ง
ทางด้านฮั่วจื่อเฉินที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม แววตาของเขาฉายแววอำมหิต
ชายหนุ่มกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
สักวันหนึ่ง... เขาจะทำให้สวี่หนานเกอต้องซมซานกลับมาร้องไห้อ้อนวอนขอให้เขารับเลี้ยงดูเธอ!!
เขาสููดลมหายใจเข้าลึกๆ รอจนความเจ็บปวดตามร่างกายทุเลาลง จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาพี่สาวต่างแม่ "ฮัลโหล... พรุ่งนี้ตอนบ่ายที่พี่นัดกินข้าวกับดร.หนานไว้ ผมจะไปด้วย!"
...
สวี่หนานเกอและเจียงอิงเฉียวกลับมาถึงแผนกวิจัยกลุ่ม 1 หญิงสาวจึงเพิ่งสังเกตเห็นข้อความในวีแชท
เธอรีบใช้ข้ออ้างว่าไปพักเที่ยง แล้วขึ้นลิฟต์ตรงไปยังชั้นบนสุด เดินเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวของฮั่วเป่ยเยี่ยน
ภายในห้อง ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสวมทับด้วยสูทสีดำดูภูมิฐานและสุภาพบุรุษ เขานั่งทำงานโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง เพียงแค่ชี้มือไปที่โต๊ะอาหารด้านข้าง "คุณกินก่อนเลย"
สวี่หนานเกอยังรู้สึกร้อนตัวไม่หาย
ท่าทางนิ่งเฉยของเขาแบบนี้... แสดงว่าน่าจะไม่ได้ยินประโยคนั้นของเธอใช่ไหมนะ?
ในขณะที่กำลังครุ่นคิดด้วยความระแวง เสียงชัตเตอร์ถ่ายรูปก็ดังขึ้น
แชะ!
ฮั่วเป่ยเยี่ยนถ่ายรูปอาหารเสร็จด้วยสีหน้าเรียบเฉย แล้วกดส่งไปให้ 'คุณย่า' ในวีแชท จากนั้นจึงลุกเดินตรงเข้ามาหาเธอ
สวี่หนานเกอรู้ดีถึงจุดประสงค์ของการถ่ายรูปนั้นจึงไม่ได้ซักไซ้ เธอเพียงมองดูอาหารบนโต๊ะแล้วชวนคุยแก้เขิน "อาหารกลางวันของคุณฮั่วดูหรูหราน่าทานมากเลยนะคะ"
"อืม"
ชายหนุ่มถอดเสื้อสูทตัวนอกพาดไว้กับพนักเก้าอี้ พับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรง เขาหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามเธอ หยิบตะเกียบขึ้นมาด้วยท่วงท่าสง่างาม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"เพราะว่าต้องได้รับสารอาหารที่เพียงพอ ถึงจะมี...พละกำลังที่ดี"
สวี่หนานเกอ: !!!
ประโยคนั้นทำให้แก้มของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันที สายตาของเธอเผลอกวาดมองผ่านกล้ามเนื้อแขนที่โผล่พ้นแขนเสื้อของเขาอย่างลืมตัว หญิงสาวรีบกลบเกลื่อนความเขินด้วยการรวบช้อนส้อม แล้วจัดการห่ออาหารชุดหนึ่งใส่กล่องอย่างรวดเร็ว
"เอ่อ... คุณฮั่วคะ ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ให้อาหารเจ้าแมวน้อยที่บ้าน ขอตัวไปก่อนนะคะ"
เธอคว้ากล่องอาหารขึ้นมาถือไว้ "ขอบคุณสำหรับมื้อเที่ยงค่ะ!"
ฮั่วเป่ยเยี่ยนถึงกับชะงักค้างไปชั่วขณะ
สวี่หนานเกอรีบเดินออกจากห้องด้วยอารมณ์เบิกบาน
...
ตัดภาพกลับมาที่แผนกวิจัยกลุ่ม 1
เจียงอิงเฉียวนั่งเคี้ยวข้าวกล่องอย่างแกนๆ รสชาติอาหารแทบไม่รับรู้ ในหัวยังคงวนเวียนอยู่กับเหตุการณ์เมื่อเช้า
เดิมทีเขาคิดว่าเด็กใหม่อย่างสวี่หนานเกอเป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ แต่ดูเหมือนว่าที่เธอพยายามดิ้นรนขนาดนี้ คงเพราะแค้นที่ถูกฮั่วจื่อเฉินหักหลัง เลยอยากจะพิสูจน์ตัวเองเพื่อเอาชนะสินะ?
พอลองนึกย้อนไปถึงข้อเสนอทุเรศๆ ของฮั่วจื่อเฉิน มันก็เป็นการหยามเกียรติกันจริงๆ นั่นแหละ
มิน่าล่ะ เธอถึงได้ดูร้อนรนอยากจะเรียนรู้งานเร็วๆ ขนาดนั้น
น่าเสียดายที่ความรีบร้อนมักจะทำให้งานเสีย พื้นฐานยังไม่แน่น ต่อให้ดันทุรังไปอ่านข้อมูลวิจัยระดับสูงพวกนั้น ก็คงไม่เข้าใจอยู่ดี
เจียงอิงเฉียวลุกขึ้นเดินไปหาจางเฉาที่โต๊ะทำงาน แล้วกระซิบสั่งงานเสียงเบา "จางเฉา ช่วงบ่ายนายช่วยหางานให้ยัยเด็กจบตรีคนนั้นทำหน่อย ช่วยสอนงานเธอด้วย"
จางเฉาชะงักไปเล็กน้อย "อ้อ... ได้ครับหัวหน้า"
เจียงอิงเฉียวแสร้งทำหน้าเข้มกลบเกลื่อนความหวังดี "หาอะไรให้ทำซะ จะได้ไม่ต้องเดินเพ่นพ่านไปก่อเรื่องเดือดร้อนให้พวกเราอีก!"
จางเฉา "..."
ด้วยเหตุนี้ เมื่อสวี่หนานเกอเตรียมตัวจะไปห้องเก็บข้อมูลอีกครั้งในช่วงบ่าย เธอจึงถูกจางเฉาดักหน้าไว้เสียก่อน
"หัวหน้ากลุ่มสั่งมาครับ กลุ่มเราไม่เลี้ยงคนว่างงาน คุณต้องทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จก่อน ถึงจะอนุญาตให้ไปเรียนรู้ที่ห้องเก็บข้อมูลได้"
จางเฉามอบหมายงานจัดระเบียบข้อมูลพื้นฐาน ซึ่งเป็นงานเก่าที่เคยทำเสร็จไปแล้วให้เธอทำ
งานพวกนี้ไม่มีโครงสร้างการวิจัยที่ซับซ้อน แต่ต้องอาศัยความอดทนในการคัดแยกและเรียบเรียงทีละจุด ซึ่งน่าเบื่อและยุ่งยากมาก
แต่สำหรับเด็กใหม่ นี่คือวิธีเรียนรู้ระบบงานที่ดีที่สุด
จางเฉาประเมินในใจว่า กว่าเธอจะจัดการกองเอกสารพวกนี้เสร็จ อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาเป็นเดือน
แต่ใครจะไปคิดว่า... ผ่านไปเพียงครึ่งชั่วโมง สวี่หนานเกอก็เดินกลับมาส่งงาน!
จางเฉา "..."
เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง รีบตรวจสอบเนื้องานอย่างละเอียด และต้องตกตะลึงเมื่อพบว่างานที่เธอทำออกมานั้น เป็นระเบียบและสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าต้นฉบับของพวกเขาเสียอีก!
สวี่หนานเกอถามด้วยแววตาใสซื่อ "ยังมีงานอื่นอีกไหมคะพี่จางเฉา? ถ้าไม่มีฉันจะไปห้องเก็บข้อมูลแล้วนะ"
จางเฉาถึงกับไปไม่เป็น จะไปหางานที่ไหนมาให้เธอทำได้ทันทีล่ะ?
ขนาดงานของตัวเขาเองก็ยังมีส่วนที่ติดขัดและยังทำความเข้าใจไม่ได้อยู่เลย
เมื่อจนตรอก เขาจึงตัดสินใจกัดฟันแบ่งงานในส่วนของตัวเองให้เธอไปทำ
โมดูลนี้เขาใช้เวลาทำมาเป็นสัปดาห์แล้วก็ยังไม่เสร็จ แม้ว่าเนื้องานจะมีความยากอยู่บ้าง... แต่ดูเหมือนรุ่นน้องคนนี้จะมีพื้นฐานที่แน่นปึกผิดคาด?
งั้นก็ลองโยนงานหินให้ทำดู จะได้รู้ซึ้งถึงความยากลำบากของโลกความจริง จะได้เลิกซ่าแล้วยอมเชื่อฟังพวกเขาสักที
แต่ทว่า... ผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วโมง สวี่หนานเกอก็เดินกลับมาที่โต๊ะเขาอีกครั้ง!
"เสร็จแล้วเหรอครับ?"
จางเฉาถามเสียงหลง สมองมึนงงไปหมด เขารีบเปิดดูไฟล์แนบในอีเมล และต้องอ้าปากค้างเมื่อพบว่าปัญหาทางเทคนิคที่เขาแก้ไม่ตกมาเป็นอาทิตย์ เธอกลับหาวิธีแก้ไขมันได้อย่างง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก!!
จางเฉารีบวิ่งแจ้นไปรายงานเจียงอิงเฉียวทันที
เจียงอิงเฉียวฟังแล้วขมวดคิ้ววิเคราะห์ "จุดที่นายติดขัดอาจจะเป็นเพราะนายคิดลึกเกินไปจนมองข้ามจุดเล็กๆ ยัยเด็กนั่นน่าจะฟลุ๊คใช้อีกวิธีแก้ปัญหาได้ ลองจัดงานที่ยากกว่านี้ให้เธอทำดูซิ"
จางเฉาหน้าซีด "หัวหน้าครับ... ถ้าจะเอายากกว่านี้ ก็เหลือแค่ปัญหาทางเทคนิคที่เป็น Core หลักของโปรเจกต์แล้วนะครับ!"
ปัญหานี้... เป็นปัญหาที่แม้แต่เจียงอิงเฉียวเองก็ยังแก้ไม่ตกมาเป็นเดือนแล้ว!
เจียงอิงเฉียวสั่งเสียงเข้ม "โยนให้เธอทำเลย!"
ยังไงเป้าหมายก็แค่ต้องการถ่วงเวลาไม่ให้เธอออกไปเดินเพ่นพ่าน งั้นก็ให้เธอได้ลิ้มรสชาติความโหดร้ายของงานวิจัยของจริงหน่อยเป็นไง!
และแล้ว จางเฉาก็จำใจต้องโยน 'เผือกร้อน' ที่เป็นปัญหาทางเทคนิคระดับคอขาดบาดตายของกลุ่ม 1 ใส่ลงในมือของสวี่หนานเกอ...
[จบบท]