เจียงชิงเยว่เพิ่งกินเกี๊ยวไปสิบกว่าลูก ในใจกำลังต่อสู้ว่า ระหว่างลดน้ำหนักกับเติมท้องให้เต็ม สิ่งใดสำคัญกว่ากัน
ใครจะรู้ว่าจู่ ๆ เรื่องนี้ก็ถูกยกขึ้นมาอีก
เมื่อเห็นว่าอู๋ซื่อกับซ่งตงเหมยออกไปแล้ว เจียงชิงเยว่จึงจำต้องวางตะเกียบลง สบตาซ่งเยี่ยนครั้งหนึ่ง
“เรื่องเฉินซือเอ๋อร์ เจ้าไม่จำเป็นต้องอธิบาย ข้าไม่สนใจเรื่องส่วนตัวของเจ้า คราวก่อนข้าบอกแล้วว่าจะให้อิสระแก่เจ้ามากที่สุด ต่อไปพวกเราเพียงรักษาความสัมพันธ์สามีภรรยาไว้ต่อหน้าคนอื่นก็พอ อย่างไรอีกหนึ่งปี พวกเราก็ทางใครทางมันอยู่แล้ว”
พูดมาถึงขั้นนี้ เจียงชิงเยว่จึงถือโอกาสถามความเห็นเขา
“เรื่องที่คราวก่อนข้าปรึกษาเจ้า ไม่รู้ว่าเจ้าคิดอย่างไรแล้ว?”
ซ่งเยี่ยนชะงักมือ ก่อนวางตะเกียบลงแล้วมองนางอย่างพินิจ
ชาติที่แล้ว นางไม่รู้ไปได้ยินข่าวลือจากไหน ว่าเฉินซือเอ๋อร์แห่งหอหนังสือมีใจให้เขา จึงกัดไม่ปล่อยว่าเขากับนางมีความสัมพันธ์ลับ ๆ
ไม่เพียงไปอาละวาดที่หอหนังสือ กลับถึงบ้านยังทุบทำลายข้าวของทุกอย่างที่ทุบได้
คิดไม่ถึงว่าชาตินี้ ปฏิกิริยาของนางจะราบเรียบและเยือกเย็นเช่นนี้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ซ่งเยี่ยนก็อดครุ่นคิดอีกครั้งไม่ได้
เจียงชิงเยว่เห็นท่าทีเขาแปลกไป ก็พลันนึกอะไรขึ้นมาได้
“ซ่งเยี่ยน เจ้าอย่าบอกนะว่า เจ้าจงใจให้ข้าไปส่งหนังสือที่หอหนังสือ เพื่อทดสอบปฏิกิริยาของข้า?”
หึ บุรุษเจ้าเล่ห์นัก
ดีที่นางไม่ติดกับ
“ซ่งเยี่ยน ข้าบอกแล้วว่า ตอนนี้ข้าไม่มีความคิดเช่นนั้นกับเจ้าอีกแล้ว หลายวันนี้ข้าแสดงให้เห็นแล้วมิใช่หรือ?”
ซ่งเยี่ยนถูกจับได้ต่อหน้า แต่ก็ไม่โกรธ เพียงยกมุมปากมองนาง
“ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้ามิได้จงใจแสดงออกมา? ในเมื่อเจ้ารับปากจะหย่า เหตุใดต้องรอถึงหนึ่งปีให้หลัง?”
เจียงชิงเยว่เหนื่อยใจ สูดลมหายใจลึก
“ท่าทีของครอบครัวข้าที่มีต่อข้า เจ้าก็เห็นแล้ว หากหย่าตอนนี้ ข้าจะมีจุดจบดีอะไร? ข้าก็แค่อยากใช้เวลาหนึ่งปีนี้หาเงินให้ได้มากหน่อย รอข้าหาเงินพอแล้ว ข้าก็จะไปให้ไกล ห่างตาเสียก็สิ้นเรื่อง”
พูดจบ นางสูดลมหายใจอีกครั้ง งัดไพ่ตายใบสุดท้ายออกมา
“ข้ารู้ว่าเรื่องนี้เจ้าค่อนข้างเสียเปรียบ เพื่อความยุติธรรม ข้าจะช่วยปรับร่างกายของมารดาเจ้าให้ดีขึ้น เป็นเงื่อนไขแลกเปลี่ยน”
ซ่งเยี่ยนคิดไม่ถึงว่านางยังมีลูกไม้นี้ซ่อนอยู่
ดูท่า นางคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้ว รอเพียงตอนเจรจากับเขาจึงค่อยเอ่ยออกมา
เขาจึงถามอย่างสนใจ
“เจ้าคิดจะปรับอย่างไร?”
เจียงชิงเยว่เห็นเขาเริ่มหวั่นไหว ก็รีบกล่าวคำพูดที่เตรียมไว้
“วันนี้ข้าไปเป็นเพื่อนตงเหมยซื้อยาให้ท่านแม่ ได้ยินหมอบอกว่าร่างกายท่านแม่พังเพราะป่วยไข้หนาวเรื้อรังตั้งแต่ปีก่อน ๆ ลากยาวจนรักษาไม่หาย ชาตินี้คงไม่อาจรักษาให้หายขาด ต้องกินยาประคองไปตลอด ตอนนี้เป็นหน้าร้อนยังพอไหว แต่พอฤดูใบไม้ร่วงมาถึงก็จะไอไม่หยุด ข้าพูดถูกหรือไม่?”
ซ่งเยี่ยนขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ในเมื่อเจ้าตามไป รู้เรื่องพวกนี้ก็ไม่ยาก สิ่งที่ยากคือ เจ้ามีความสามารถใดรักษานาง?”
เขามั่นใจอย่างยิ่งว่า เจียงชิงเยว่ในชาติที่แล้วไม่มีวิชาแพทย์แน่นอน
เจียงชิงเยว่กลอกตาครั้งหนึ่ง แล้วพูดออกมาอย่างลื่นไหล
“เจ้าควรรู้ว่าก่อนปู่ข้าตาย ท่านเป็นหมอ ข้าเคยช่วยงานท่านตั้งแต่เล็ก อย่างไรก็พอรู้หลักยาอยู่บ้าง อีกอย่าง อาการของท่านแม่เป็นโรคเรื้อรัง สิ่งสำคัญที่สุดคือการบำรุงในชีวิตประจำวัน”
ซ่งเยี่ยนฟังแล้วหัวเราะหึ
“หากข้าจำไม่ผิด ปู่ของเจ้ารักษาสัตว์”
เจียงชิงเยว่เถียงไม่ชนะ จึงเดินเข้าไปหาเขา แล้วแกะผ้าพันแผลบนหน้าผากเขาออกสามทีห้าที
จากนั้นยื่นกระจกทองแดงให้
“เจ้าดูเอง แผลบนหน้าผากเจ้า ข้าเป็นคนจัดการมาตลอด เห็นกับตาย่อมจริงที่สุด”
ซ่งเยี่ยนมองในกระจกแวบหนึ่ง แผลบนหน้าผากสมานได้ดีจริง ๆ
ต่างจากชาติที่แล้วราวฟ้ากับดิน
แม้เขาจะรู้สึกได้ว่าแผลกำลังหาย แต่เมื่อเห็นกับตา ก็ยังเร็วกว่าที่คิดไว้มาก
เจียงชิงเยว่เห็นเขามีท่าทีหวั่นไหว จึงเร่งถาม
“เป็นอย่างไร?”
ซ่งเยี่ยนหลุบตาลง
ชาติที่แล้ว มารดาสุขภาพไม่ดีมาตลอด โดยเฉพาะฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว ยิ่งทรุดหนัก
ชาติที่แล้ว นางตายระหว่างทางหนีภัย
อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น ขอเพียงอดทนอีกหน่อยก็จะถึงเมืองที่ปลอดภัย ขอเพียงยืนหยัดอีกไม่กี่วัน ก็อาจได้พบท่านพ่อที่หายสาบสูญ
แต่สุดท้าย นางก็สิ้นใจบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยศพ
นั่นคือความเสียใจที่สุดในชีวิตก่อนของเขา
บัดนี้เห็นเจียงชิงเยว่มั่นใจถึงเพียงนี้ แม้ไม่รู้ว่านางมีวิธีใด แต่เขาก็ยังมีความหวังเล็กน้อยและตกลง
“ได้ ข้ารับปากเงื่อนไขของเจ้า เพียงแต่ไม่อาจรอถึงหนึ่งปี อย่างช้าที่สุด ฤดูใบไม้ผลิปีหน้า พวกเราต้องหย่า”
ฤดูใบไม้ผลิปีหน้า แผ่นดินย่อมเกิดความวุ่นวายใหญ่หลวง
ถึงตอนนั้น คนหนีภัยก็หนีภัย คนก่อกบฏก็ก่อกบฏ
คนทั้งหมู่บ้านต่างจะแยกย้ายกันไปคนละทิศทาง
ชาติที่แล้ว นางปีนป่ายไปเกาะบุรุษอื่นและจากบ้านไปก่อนวันหนีภัย
ในเมื่อสวรรค์กำหนดให้ทั้งสองหย่ากันได้เพียงเวลานั้น เช่นนั้นก็ลากไปถึงเวลานั้นเถิด
เพียงแต่ชาตินี้ เขาจะเตรียมการแต่เนิ่น ๆ ไม่มีวันให้นางทำให้ชื่อเสียงเขาแปดเปื้อน หรือทำให้มารดาล้มป่วยอีก
เจียงชิงเยว่เห็นเขายืนกรานฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ก็ยังไม่เข้าใจนัก
“ฤดูใบไม้ผลิปีหน้าหรือ? ได้ ๆ เช่นนั้นก็ฤดูใบไม้ผลิปีหน้า”
แม้เวลาจะกระชั้นไปหน่อย แต่ก็น่าจะพอ
“ตกลง ขอเพียงระหว่างนี้เจ้าไม่ทำสิ่งใดเกินเลย พวกเราก็อยู่กันอย่างสงบ”
เจียงชิงเยว่มองเขาด้วยสีหน้าประหลาด
“เช่นนั้นข้าก็มีเงื่อนไข ในเมื่อเป็นการอยู่ร่วมเรือนกัน เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งไม่จำเป็นในวันหน้า งานในบ้านควรแบ่งกันให้ชัดเจนเสียก่อน”
“ได้ เจ้าพูดมา”
“ต่อไปข้าจะทำอาหารเหมือนเดิม แต่ล้างชามต้องเป็นหน้าที่เจ้า”
“นอกจากนั้น เก็บกวาดบ้านและซักผ้าข้าทำ เจ้าต้องรับผิดชอบผ่าฟืนกับหาบน้ำ”
ซ่งเยี่ยนพยักหน้า
“ได้ ยังมีอีกหรือไม่?”
เจียงชิงเยว่หยุดไปครู่หนึ่ง
“เรื่องเงินทอง เราไม่เอาเปรียบกัน ต่อไปข้าจะหาทางหาเงินเอง ยกเว้นค่าใช้จ่ายในบ้านที่แบ่งกันออก ส่วนที่เหลือต่างคนต่างดูแล”
ซ่งเยี่ยนดูประหลาดใจกับความมั่นใจของนาง แต่ก็ยังเอ่ย
“ตามใจเจ้า”
เมื่อเงื่อนไขตกลงกันแล้ว เจียงชิงเยว่ก็เห็นได้ชัดว่าถอนหายใจโล่งอก
นางชี้ไปที่ชามตะเกียบบนโต๊ะ
“เช่นนั้นตอนเจ้าล้าง ก็ล้างให้สะอาดหน่อย”
ซ่งเยี่ยนไม่เคยเห็นสตรีใดเปลี่ยนหน้าได้เร็วเช่นนี้
หลังตกใจเล็กน้อย เขาก็ลุกขึ้นเริ่มเก็บชาม
กำลังจะนำไปล้าง จู่ ๆ ก็ได้ยินนางเรียกจากด้านหลัง
“ในเมื่อแผลบนหน้าผากเจ้าหายเกือบดีแล้ว เช่นนั้นตั้งแต่วันนี้ เตียงควรคืนให้ข้าได้แล้วกระมัง?”
ฝีเท้าซ่งเยี่ยนชะงัก
ในใจอดคิดไม่ได้ว่า พอบรรลุเป้าหมายก็รีบเผยกรงเล็บทันทีหรือ?
เขาจึงทิ้งคำหนึ่งไว้
“ตามใจเจ้า”
จากนั้นก้มตัวเข้าครัวไป
เจียงชิงเยว่ได้สิทธิ์ครอบครองเตียงกลับคืนมาอีกครั้ง ในใจแทบร้องตะโกนด้วยความสะใจ ชำระความอัดอั้นทั้งหมดตั้งแต่ทะลุมิติมาได้เสียที
เพียงแต่นางก็ไม่ใช่คนชอบซ้ำเติมผู้อื่น
ต่อไปยังต้องอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน
เพื่อให้ซ่งเยี่ยนพออยู่ได้สบายบ้าง เจียงชิงเยว่จึงใจกว้าง รื้อฟูกกับผ้าปูบนเตียงเดิมลงมา ปูลงบนที่นอนพื้นด้านใน
ทั้งยังช่วยจัดที่นอนพื้นให้เรียบร้อย นุ่มฟูขึ้นอีกเล็กน้อย
จัดการที่นอนของเขาเสร็จแล้ว เจียงชิงเยว่จึงเริ่มจัดเตียงของตนใหม่
นางนำผ้าห่มที่ตากแดดไว้ในตู้มาปูเป็นฟูกบนเตียงโดยตรง จากนั้นค่อยปูเสื่อฟางทับลงไป
เย็นสบายด้วย และไม่แข็งจนเจ็บหลังเกินไป
อย่างไรตอนนี้อากาศร้อน ก็พอประทังไปก่อน
รอภายหน้าอากาศเย็นลง ค่อยหาทางนำผ้าห่มในมิติออกมาใช้ก็แล้วกัน