ชายหนุ่มผอมดำอีกคนที่ชื่อว่าติงเอ้อร์พูดว่า “ก็แค่นังเด็กบ้านั่น จะทำอะไรได้? แต่โซ่วโหว พวกเราต้องระวังหน่อย อย่าทำเสียงดังเกินไป ถ้าไปเรียกผู้ดูแลมาเข้าจะยุ่งเอา”
โซ่วโหวแสยะปากเผยฟันเหลือง “วางใจเถอะพี่รอง ปิดปากเธอแล้วแย่งของมา ต่อให้เธอไปฟ้องก็ไม่มีประโยชน์ ใครจะกล้าเป็นพยานให้เธอ?”
ติงเอ้อร์พยักหน้า “ได้ รอให้ดึกกว่านี้ค่อยไป พอดับไฟแล้วก็ไม่มีใครออกมามุงดูหรอก”
ฉีเล่อเล่อนั่งอยู่บนเตียงที่ประกอบขึ้นอย่างง่าย ๆ จากแผ่นไม้ในห้อง ใช้มือลูบบาดแผลบนขา
บาดแผลนี้เพิ่งเกิดขึ้นหลังจากออกไปข้างนอกวันนี้ ส่วนใครเป็นคนทำร้ายเจ้าของร่างเดิม แม้แต่เจ้าตัวเองก็ไม่รู้
ช่วงนี้เจ้าของร่างเดิมได้รับบาดเจ็บอย่างไร้สาเหตุหลายครั้ง แต่ก็รอดชีวิตมาได้ทุกครั้ง
การเอาชีวิตรอดในโลกดินแดนรกร้างแห่งนี้ยากลำบากมาก แม้แต่น้ำสะอาดก็ยังเป็นของหายาก
ฉีเล่อเล่อเติมน้ำจำนวนหนึ่งลงในถังเก็บน้ำ จากนั้นใช้น้ำล้างบาดแผล แล้วนำยารักษาแผลภายนอกออกจากมิติมาทา ตราบใดที่ยังไม่มีความสามารถปกป้องตัวเอง จะให้ใครรู้เรื่องพลังพิเศษธาตุน้ำไม่ได้เด็ดขาด! หากพลังพิเศษชนิดนี้ถูกค้นพบ มีหวังถูกพวกผู้มีอำนาจจับไปขังไว้ใช้เป็นเครื่องผลิตน้ำ ถึงตอนนั้นคิดจะออกมาก็คงยากแล้ว
เธอนอนลงบนเตียง หลับตาลงเบา ๆ ก่อนยื่นมือไปแตะมีดที่วางอยู่ข้างตัว เมื่อสัมผัสได้ถึงมันจึงรู้สึกวางใจขึ้นเล็กน้อย รอแล้วรอเล่า ชายสองคนนั้นก็ยังไม่มา ฉีเล่อเล่อจึงเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว
ทันทีที่ประตูห้องถูกงัด ดวงตาคู่หนึ่งของเธอก็ลืมขึ้นฉับพลัน เป็นประกายวาววับในความมืด
โซ่วโหวกับติงเอ้อร์ค่อย ๆ งัดประตูอย่างเบามือ ก่อนย่องเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา
พวกเขาเปิดไฟฉายกระบอกเล็ก คนหนึ่งจับตามองฉีเล่อเล่อ ขณะเดียวกันก็ควานหาของกินไปด้วย
ฉีเล่อเล่อมองท่าทางคล่องแคล่วคุ้นเคยของคนทั้งสองแล้วแค่นหัวเราะในใจ แย่งอาหารของเจ้าของร่างเดิมมาตั้งหลายครั้ง ถึงได้ชำนาญทางขนาดนี้สินะ?
หลังจากถูกพวกเขาแย่งอาหารไป เจ้าของร่างเดิมมีหลายครั้งที่เกือบอดตาย
ในสถานที่แห่งนี้ ความแค้นจากการถูกแย่งอาหารเป็นความแค้นที่ไม่มีวันอยู่ร่วมฟ้าเดียวกันได้
โซ่วโหวกับติงเอ้อร์ค้นอยู่นานก็ไม่พบอะไร จึงรู้ว่านังเด็กนี่คงเอาของกินไปซ่อนไว้บนเตียงอีกแล้ว
เมื่อเห็นว่าคงขโมยไปเงียบ ๆ ไม่ได้ โซ่วโหวก็พุ่งเข้ามา ตั้งใจจะปิดปากฉีเล่อเล่อก่อน
ทุกครั้งก็เป็นแบบนี้ เขามีหน้าที่ปิดปากเจ้าของร่างเดิม ส่วนติงเอ้อร์เป็นคนค้นของ
โซ่วโหวพุ่งเข้ามาเหมือนทุกครั้ง แต่สิ่งที่เห็นกลับไม่ใช่แววตาหวาดกลัว หากเป็นดวงตาคู่โตที่สว่างวาววับ ดวงตาคู่นั้นดูคล้ายกำลังยิ้ม ทว่ายามมองเขากลับปราศจากความรู้สึกใด ๆ ราวกับกำลังมองคนตาย
โซ่วโหวชะงักด้วยความตกใจ ก่อนจะเดือดดาลขึ้นมาทันที
นังเด็กบ้านี่ที่ปกติปล่อยให้เขารังแกได้ตามใจ วันนี้คิดจะต่อต้านหรือ?
เขาขยับเข้าไปหาอย่างประสงค์ร้าย ตั้งใจจะบีบคอเธอให้กลัวจนแทบตายเสียก่อน
แต่เด็กสาวกลับลุกพรวดขึ้นนั่ง เขารู้สึกเพียงเจ็บแปลบที่ลำคอ ก่อนภาพตรงหน้าจะมืดสนิท จากนั้นก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย
เดิมทีติงเอ้อร์ยังกอดอกยืนดูอย่างสนุกสนาน บนชั้นใต้ดินระดับ -3 ของเขต F ซึ่งเป็นเขตระดับต่ำสุดแห่งนี้ แทบไม่มีใครที่พวกเขาสี่พี่น้องไม่กล้าลงมือด้วย คนที่อาศัยอยู่ที่นี่ส่วนใหญ่เป็นคนแก่ คนอ่อนแอ คนป่วย คนพิการ หรือผู้ที่มีกำลังร่างกายไม่มาก พวกเขาทั้งสี่รวมตัวกันเป็นกลุ่มก็เพื่อจะได้ข่มเหงคนเหล่านี้
ด้วยความสามารถของพวกเขา ความจริงสามารถย้ายไปอยู่ในพื้นที่ที่ดีกว่านี้ได้อย่างสบาย
แต่หลายปีมานี้ พวกเขาเคยชินกับการแย่งอาหารและทรัพยากรจากคนแก่คนอ่อนแอ การได้ของมาโดยไม่ต้องลงแรงทำให้พวกเขายิ่งเกียจคร้านขึ้นทุกวัน ปกติพวกเขาจะไม่บีบคั้นใครจนตาย เพราะคนที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างหากถึงจะเป็นต้นหอมที่ปล่อยให้พวกเขาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้เรื่อย ๆ
ฉีเล่อเล่อเคลื่อนไหวรวดเร็วอย่างยิ่ง ติงเอ้อร์เพียงกะพริบตาครั้งเดียว โซ่วโหวก็ล้มลงไปแล้ว
ติงเอ้อร์ตอบสนองเร็วเช่นกัน กระบองในมือเหวี่ยงเข้าใส่ทันที “นังเด็กบ้า กล้าดียังไง...”
ร่างผอมบางของฉีเล่อเล่อพุ่งเข้าหาอย่างฉับไว ก่อนชกเข้าที่ขมับของเขาเต็มแรง
ศีรษะของติงเอ้อร์ยุบลงทันที
ฉีเล่อเล่อโยนคนหมดสติทั้งสองเข้าไปในโลงภายในมิติ จากนั้นหยิบน้ำขวดหนึ่งออกมาล้างมือ พลางทำท่าคลื่นไส้ สองคนนี้ไม่ได้อาบน้ำมากี่วันแล้วเนี่ย คราบเหงื่อคราบไคลติดมือเธอเต็มไปหมด
เมื่อมองคนสองคนที่นอนซ้อนกันอยู่ตรงมุมโลงในมิติ ฉีเล่อเล่อก็พึมพำเบา ๆ
“คราวนี้พวกแกสองพี่น้องก็ไม่ต้องแยกจากกันอีกแล้ว”
ตอนนี้เธอไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น จึงทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วหลับไป
.................................................
วันรุ่งขึ้น ฉีเล่อเล่อสะพายตะกร้าไว้ด้านหลัง ก่อนเดินไปยังจุดขึ้นรถของจุดปลอดภัยเหมือนทุกวัน
หากต้องการออกไปเก็บหาอาหารข้างนอก จำเป็นต้องนั่งรถขนส่งออกไปไกลหลายสิบลี้
เพื่อความปลอดภัย บริเวณโดยรอบจุดปลอดภัยถูกกำจัดสิ่งต่าง ๆ จนโล่ง เพื่อป้องกันไม่ให้พืชกลายพันธุ์เกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมากะทันหันในเวลากลางคืน
การออกไปเก็บหาอาหารข้างนอกก็อันตรายมากเช่นกัน คนธรรมดาจะเก็บหาอาหารเฉพาะในขอบเขตที่หน่วยพิทักษ์กำหนดไว้ สัตว์กลายพันธุ์ขนาดใหญ่และพืชกลายพันธุ์ภายในเขตคุ้มกันล้วนผ่านการกวาดล้างมาแล้ว ระดับอันตรายจึงค่อนข้างต่ำ แต่ก็ใช่ว่าจะปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ ยังมีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กหลงเหลืออยู่เสมอ รวมทั้งพวกที่รอดพ้นจากการตรวจค้นของหน่วยพิทักษ์ไปได้
มีคนตายวันละไม่กี่คนถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาของที่นี่
ฉีเล่อเล่อนั่งลงตรงมุมหนึ่งอย่างเงียบ ๆ เธอหลุบตาลง ใช้จิตสัมผัสสำรวจผู้คนรอบข้าง
มีสายตาอาฆาตสองคู่คอยกวาดมองเธออยู่ตลอดเวลา
ฉีเล่อเล่อยกมุมปากขึ้น สองคนนี้คงเป็นพรรคพวกอีกสองคนของโซ่วโหวกับติงเอ้อร์สินะ?
ดูท่าพวกเขาจะรีบร้อนอยากไปอยู่พร้อมหน้ากันเสียแล้ว
หลังลงจากรถ ฉีเล่อเล่อก็แยกตัวออกจากฝูงชนเหมือนทุกครั้ง มุ่งหน้าไปยังพื้นที่กองหินที่เจ้าของร่างเดิมไปเป็นประจำ แม้พื้นที่รกร้างแห่งนั้นจะไม่ค่อยมีของดี แต่ก็ไม่มีใครมาแย่งกับเธอ บางครั้งยังพอหาอาหารได้บ้าง
ฉีเล่อเล่อเดินเอื่อย ๆ พลางรับรู้ถึงชุยเฉียงกับเฉินฮั่นที่ตามหลังมา ก่อนใช้จิตสัมผัสมองไปยังชายร่างกำยำอีกคนที่กำลังสะกดรอยตามสองคนนั้นอยู่ คิดจะเป็นนกขมิ้นที่รอจับจักจั่นอยู่ข้างหลังงั้นเหรอ? น่าเสียดาย ฉันไม่ใช่จักจั่นตัวนั้น